บทที่ 10 ไปสั่งสอนเขาซะหน่อย
ที่ร้านปิ้งย่างตรงปากซอยมีคนนั่งอยู่เต็มโต๊ะ
คนที่น่าจะเป็หัวหน้าไม่สวมเสื้อ เพื่อโชว์ร่างกายท่อนบน สวมสร้อยคอทองคำเส้นใหญ่ มีลายสักรูปัพาดข้ามบ่า และพูดจาเสียงดังโวยวาย
ถัดมาเป็เด็กวัยรุ่นหกเจ็ดคน สวมเสื้อกล้ามสีขาว กางเกงรัดรูป และรองเท้าผ้าใบ พวกเขาล้วนแต่เป็ชายหนุ่มที่ดูกระตือรือร้น
ที่สำคัญคือพวกเขาโกนหัวเกลี้ยงเหมือนกันหมด และส่งเสียงดังโหวกเหวกโวยวายไปทั่วบริเวณ
คนอื่น ๆ จากโต๊ะรอบข้างต่างขมวดคิ้วด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์
ชายหัวล้านลายสักัะโอย่างหยาบคาย “ให้ตายสิ! ทำไมช้าแบบนี้! เมื่อไรจะเอาเหล้ามาเสิร์ฟ? ถ้ายังไม่เอามาก็ไม่ต้องเสิร์ฟเนื้อย่าง!”
ป้าโจวยิ้มแหย ๆ พลางพูดขอโทษ “กำลังจะเอาไปเสิร์ฟแล้วค่ะ พี่ใหญ่!”
โจวอวี๋ชิงที่มาช่วยงานหลังเลิกเรียนยังคงผูกผมหางม้า เธอสวมผ้ากันเปื้อน ถือแก้วเบียร์ขนาดใหญ่หกเจ็ดแก้วและรีบเอาไปเสิร์ฟ
คราวนี้ชายหัวล้านลายสักักับพวกลูกน้องไม่ได้สนใจเื่เหล้าแล้ว
โจวอวี๋ชิงมีใบหน้าที่สวยและน่ารัก ตัวเล็กน่าทะนุถนอม เป็สาวข้างบ้านแบบในฝันของใครหลายคน
พวกเขาจ้องโจวอวี๋ชิงจนเธอใจสั่น เด็กสาวพูดอย่างขลาดกลัว “พี่ใหญ่ วางเหล้าไว้ตรงนี้นะคะ แก้วนี้ให้ฟรีเลยค่ะ!”
ชายหัวล้านลายสักักระปรี้กระเปร่าขึ้นมาทันที!
เขาหัวเราะอย่างเ้าเล่ห์ เผยฟันเหลืองอย่างไม่อาย ก่อนจะคว้าข้อมือของโจวอวี๋ชิงไว้ “น้องสาวอย่าเพิ่งไปสิ”
“มานั่งดื่มกับพี่หน่อย เดี๋ยวพี่ให้เงินพิเศษอีกพัน!”
ดวงตาของโจวอวี๋ชิงเต็มไปด้วยความหวาดกลัว เธอสะบัดมือออกโดยไม่ทันคิด
แต่ไหนเลยจะสู้แรงของชายหัวล้านคนนั้นได้ ข้อมือของเธอถูกบีบจนขึ้นรอยมือ
ป้าโจวรีบเข้ามาดึงลูกสาวตัวเองทันที พลางยิ้มแห้ง ๆ “พี่ชาย! ขอร้องเถอะนะ ลูกสาวฉันยังเด็กอยู่เลย…”
“เอาแบบนี้แล้วกัน โต๊ะนี้ฉันให้พี่ชายฟรีเลย!”
“อวี๋ชิง? รีบกลับบ้านไปก่อนดีไหม?”
พวกลูกน้องลุกขึ้นมาะโในทันที “อะไรน่ะ? ดูถูกพี่ใหญ่ฉันเหรอ?”
“เพราะพี่ใหญ่ฉันขาดเงิน 13 หยวนงั้นเหรอ?”
ชายหัวล้านลายสักัยังไม่ปล่อยมือ สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความโกรธและเ็า “อะไรนะ? ดูถูกฉันเหรอ? วันนี้แกต้องเลี้ยงฉัน!”
โจวอวี๋ชิงไม่เคยเจอเื่แบบนี้มาก่อน ดวงตาของเธอแดงก่ำและพยายามสะบัดมือออกอยู่ตลอดเวลา
ในตอนนั้นเอง ชายคนหนึ่งที่นั่งอยู่โต๊ะข้าง ๆ ก็ทนดูไม่ไหวอีกต่อไป เขาผุดลุกขึ้นและตวาดเสียงดัง “ดื่มเหล้าเมาจนไม่รู้ชื่อตัวเองแล้วหรือไง?”
“น้องเขายังเรียนมัธยมอยู่เลยนะ แกรู้จักอายบ้างไหม?”
เพราะเืขึ้นหน้าจนแม้แต่คนที่นั่งอยู่ข้าง ๆ จะพยายามห้ามเท่าไรก็ห้ามไม่อยู่
ชายหัวล้านลายสักัโมโหขึ้นมาทันที เขาคว้าขวดเหล้าขึ้นมาเพื่อจะฟาดหัวชายคนนั้น!
แต่จังหวะนั้นเอง มือข้างหนึ่งก็รับขวดเหล้าเอาไว้ได้อย่างมั่นคง เมื่อมองไปด้านข้างก็เห็นเจียงหนานที่กำลังยืนยิ้มหน้าบานอยู่
“โห! เกิดอะไรขึ้นเนี่ย?”
“เ้าเด็กหัวล้านนี่มาจากไหนเนี่ย?”
“พี่เจียงหนาน?” โจวอวี๋ชิงมองเจียงหนานด้วยดวงตาที่แดงก่ำอย่างตกตะลึง
ไม่รู้ทำไม แต่เธอรู้สึกเหมือนจะไม่ค่อยกลัวแล้ว
“ไอ้เด็กบ้า แกโผล่มาจากไหนเนี่ย?”
“ไง? แกมายุ่งเื่ของคนอื่นทำไม?”
เจียงหนานหัวเราะ “พี่ชาย! ผมเองแหละ!”
“ก็ชัดเจนอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ!”
พูดพลางชี้ไปที่หัวล้านของตัวเอง!
ชายหัวล้านลายสักัแสดงสีหน้างุนงง “หัวล้าน? อ้อ! แกจะเข้าแก๊งหัวล้านของพวกเราเหรอ?”
เจียงหนานทำสีหน้าเขินอาย “ฮ่า ๆ ผมเลื่อมใสในชื่อเสียงของพี่ชายมานานแล้วนี่นา แต่ไม่มีโอกาสซะที!”
“เออใช่ ว่าแต่พี่ชาย พี่ชื่ออะไรนะ?”
“?”
แกจะเข้าแก๊ง! เลื่อมใสในชื่อเสียงของพี่ชายมานานแล้ว!
แต่ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าพี่ชายชื่ออะไร?
[แต้มความคับแค้นจากหวังเฉียง 666 แต้ม!]
“พี่เฉียง! ใช่! พี่เฉียง! ผมลืมไปเลย! พี่ดูความจำของผมสิ!”
หวังเฉียงหัวเราะอย่างเ็า “แกอยากเข้าแก๊งใช่ไหม? ได้! งั้นไปแสดงสีสันให้เด็กน้อยคนนั้นดูหน่อย! แล้วฉันจะให้แกเข้าแก๊ง!”
ถึงแม้จะไม่รู้ว่าไอ้หนุ่มหน้าโง่คนนี้โผล่มาจากไหน
แต่เขาเข้ามาขวางฉัน… ฮึ่ม ฮึ่ม!
เจียงหนานหัวเราะเสียงดัง “เื่ง่าย ๆ แค่นี้เอง!”
พูดจบก็หยิบขวดเหล้าแล้วเดินเข้าไปโอบไหล่ชายใจดีคนนั้น ก่อนจะกดให้เขานั่งลงไปตามเดิม
ชายใจดีคนนั้นด่าทอ “เ้าเด็กเลว ยังเด็กอยู่แท้ ๆ ไม่รู้จักเรียนรู้สิ่งที่ดี!”
เจียงหนานไม่สนใจ
เขาชี้ไปที่ขวดเหล้าในมือ
ชายใจดีคนนั้นแสดงสีหน้างุนงง
“หมายความว่ายังไง?”
“เห็นไหม? นี่เป็สีเขียว! อ้อ! ใช่!”
แล้วเขาก็ชี้ไปที่จาน
“ส่วนนี่… เป็สีขาว!”
“เบียร์ในแก้วเป็สีเหลือง ภาษาอังกฤษเรียกว่า เยลโล่ว!”
โต๊ะข้าง ๆ ที่กำลังกินข้าวอยู่ต่างก็มองตามอย่างงงงวย!
นี่มันอะไรกันเนี่ย?
หวังเฉียงขมวดคิ้ว
ไอ้บ้านี่ ฉันให้แกแสดงสีสัน!
คือจะให้แกไปตีหัวพวกมัน!
แต่แกกลับไป ‘แสดงสีสัน’ ให้พวกมันดูจริง ๆ งั้นเหรอ?
ยังจะมาเล่นมุกอีก? คิดว่าตลกมากเหรอ!
[แต้มความคับแค้นจากหวังเฉียง 999 แต้ม!]
[แต้มความคับแค้นจากพี่ชายผู้เอาใจใส่ 666 แต้ม!]
[แต้มความคับแค้นจากโจวอวี๋ชิง 521 แต้ม!]
…
“ไอ้หนู แกกำลังเล่นตลกกับพี่ชายอยู่หรือไง?”
“แกคงอยากตายมากสินะ!”
หวังเฉียงโมโหทันที!
เขากำลังจะลุกขึ้น แต่เจียงหนานก็คว้าขวดเหล้าขึ้นมาฟาดใส่หัวล้านของเขาทันที!
เพล้ง!
เศษแก้วกระจายเต็มพื้น เืสีแดงสดเปรอะเต็มใบหน้า
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันนี้ ทำให้คนรอบข้างใไปตาม ๆ กัน
เด็กคนนี้ช่างโหดร้ายนัก!
เปิดหัวของหัวหน้าแก๊งก่อนเลยเหรอ? บ้าหรือเปล่าเนี่ย?
เจียงหนานชี้ไปที่หวังเฉียงที่มีเืเต็มใบหน้า
“เห็นไหม? นี่สีอะไร?”
ชายใจดีคนหนึ่งตอบ “สี… สีแดง?”
เจียงหนานทำสีหน้าพึงพอใจ “ใช่! สีนี้ถูกต้อง!”
“จัดการมันซะ!”
หวังเฉียงกุมหัวขณะะโบอก
ลูกน้องสองสามคนคว้าขวดเหล้ามาทุบให้แตกแล้วพุ่งเข้าไปแทงเจียงหนาน
แต่เด็กหนุ่มมีสายตาที่คมกริบและมือไวมาก เขาคว้าข้อมืออีกฝ่ายไว้ได้ทันทีและบิดอย่างแรง
ก่อนจะยกขาขึ้นและถีบออกไป!
คนที่พุ่งเข้ามากระเด็นออกไปเจ็ดแปดเมตร ศีรษะกระแทกเข้ากับกำแพงของตรอกเล็ก ๆ
[เปิดใช้ทักษะ: ต่อสู้ด้วยมือเปล่า!]
[ระดับปัจจุบัน! ต่อสู้ด้วยมือเปล่า: LV 0!]
[้าเพิ่มแต้มทักษะหรือไม่!]
[แต้มทักษะที่มีอยู่ในปัจจุบัน: 123 แต้ม!]
เจียงหนานชะงักไปครู่หนึ่ง
นี่คือระบบทักษะที่ทำให้เขาเสียเงินไปมากมายนั่นเอง
แต้มทักษะมาจากการเปลี่ยนค่าธรรมเนียมแผงลอยที่จ่ายไป
“เพิ่ม! เติมมาให้ฉันเดี๋ยวนี้เลย!”
[เพิ่ม 100 แต้มทักษะ แต้มทักษะคงเหลือ: 23 แต้ม!]
[อัปเกรดอัตโนมัติ! ต่อสู้ด้วยมือเปล่า: LV 1!]
ในชั่วพริบตา ข้อมูลมากมายก็ไหลเข้าสู่สมองของเจียงหนาน
ดวงตาของเขาเปล่งประกาย!
ที่แท้การต่อสู้ก็สามารถทำแบบนี้ได้ด้วยเหรอ?
เมื่อเผชิญกับขวดเหล้าที่พุ่งเข้ามา…
เจียงหนานก็เอี้ยวตัวหลบได้อย่างง่ายดาย ก่อนจะกดหัวของอีกฝ่ายลงและยกขาขึ้นเตะ!
กระดูกจมูกของฝ่ายหลังแตกละเอียด เืสีแดงสดท่วมเต็มใบหน้า!
ในพริบตา เด็กหนุ่มที่แข็งแรงเจ็ดแปดคนก็นอนคร่ำครวญอยู่บนพื้น
หวังเฉียงงุนงงและตกตะลึง!
เจียงหนานยกมือขึ้นตบหน้าเขาหนึ่งที!
ชายหัวหน้าแก๊งฟันร่วงไปครึ่งปาก!
โจวอวี๋ชิงปิดปากตัวเอง ใบหน้าน่ารักเต็มไปด้วยความประหลาดใจ
พี่เจียงหนานทะเลาะวิวาทเก่งขนาดนี้เลยเหรอ?
เขากล้าหาญมากเลย!
เมื่อครู่เธอรู้สึกเหมือนกำลังดูหนังแอ็กชันในโรงหนัง
ผู้ชายเจ็ดแปดคน ไม่มีใครแตะตัวเจียงหนานได้เลย แค่ไม่กี่หมัดก็ล้มลงไปหมดแล้ว!
“ฮ่า ๆ! สะใจจริง ๆ! ไอ้พวกกินเหล้าเสียงดัง น่ารำคาญชะมัด!”
“น้องชายเก่งมากเลย!”
เจียงหนานลูบหัวพลางหัวเราะ “พี่ ๆ กินกันต่อเถอะ! อย่าเสียอารมณ์เลย ผมจะคุยกับไอ้ลูกหมาตัวนี้หน่อย!”
พูดจบก็คว้าเข็มขัดกางเกงของชายหัวล้านขึ้นมา
เขาใช้มือข้างเดียวยกชายที่หนักกว่าสองร้อยกิโลขึ้นมาได้อย่างง่ายดายโดยไม่รู้สึกเหนื่อยเลยแม้แต่น้อย
พวกลูกน้องทั้งหลายต่างมีสีหน้าตื่นตระหนกใ
วันนี้ดูท่าจะไปยั่วโมโหคนไม่ดีเข้าซะแล้วสิ!