“อ้อ ไม่ปะหน้ากันเพียงไม่กี่ปี กลับกลายเปนคุณหลวงกับกระผมไปแล้วซี”
เอ่ยถามพลางกอดกระชับเด็กหนุ่มในอ้อมแขนแน่นยิ่งขึ้น เ้าจอมอดีตเด็กตัวน้อยของเขายามนี้ทำตาโตแลมองสบกันไม่วางสายตาเช่นนี้ เดาไม่รู้แน่ชัดเลยว่าคิดสิ่งใดอยู่
“คุณหลวงกลับมาั้แ่เมื่อใดขอรับ อ๊ะ! ปล่อยกระผมลงก่อนมิดีหรือขอรับคุณหลวง”
เ้าจอมเมินคำถามของคนพี่พลางเอ่ยบอกความ้าของตนเสียงระรัว นั่นยิ่งทำให้คุณหลวงบดินทร์เดชานุชิตรู้สึกมันเขี้ยวเสียนี่กระไรชอบกลนัก หากแต่แสดงสีหน้าไปอีกทางหนึ่ง ด้วยในยามนี้ร่างสูงใหญ่ตีสีหน้าอึมครึมมึนครึ้มชวนให้คนมองนึกประหวั่นนัก
“เพิ่งมาถึงเมื่อประเดี๋ยว ยังมิทันจะได้เดินพ้นโค้งเข้าไปไหว้คุณยายจันทร์ที่เรือน ด้วยเพราะปะหน้ากับเด็กซุกซนป่ายปีนต้นไม้เข้าเสียก่อน”
เ้าจอมหน้าม้านเสหลบสายตาคนพี่เมื่อได้ยินคำกล่าวเชิงตำหนินั่น
“กระผมเพียงแต่ขึ้นไปเก็บหมากม่วงแต่เพียงเท่านั้นเองขอรับ”
เปรมบดินทร์ไม่ได้ฟังคำแก้ตัวของคนในอ้อมแขน เขาเดินอุ้มเ้าตัวกลับไปยังเรือนเล็กของตน
“ไปไหนขอรับคุณหลวง”
เ้าจอมเริ่มดิ้นจะลงจากอ้อมกอด เปรมบดินทร์จึ่งหยุดยืนหน้าต้นมะยมริมรั้ว แล้วปล่อยเ้าตัวดีลงยืนด้วยตนเองก่อนที่เ้าตัวจะเดินหนี มือหนาจึ่งยื่นไปคว้าจับท่อนแขนเล็กเอาไว้
“จะหนีหรือเ้าจอม”
“ป..เปล่าขอรับ”
เ้าตัวดีเหลียวมองซ้ายขวา ก่อนจะเงยมองหน้าพี่ชายตัวสูงเบื้องหน้า ใบหน้าคมเข้ม ทว่าดวงตากลับอ่อนโยน จมูกโด่งรับกับดวงหน้า ร่างสูงใหญ่ในชุดนุ่งโจงกระเบน สวมเสื้อราชปะแตนแลผิวสีน้ำผึ้งนั่นยิ่งทำให้คนตรงหน้าดูภูมิฐาน ในขณะที่เขานั้นยิ่งโตยิ่งค่อนจะติดไปทางผิวขาวเหลือง ดูอย่างไรก็ไม่ใคร่จะสง่างามดั่งคุณหลวง ดวงตากลมโตกะพริบปริบตั้งสติหลังจากลงมายืนบนพื้นได้แล้ว ใบหน้านวลผ่องเอียงคอมองพี่ชายตัวสูงของตนอยู่อย่างนั้นครู่หนึ่ง
“มองกระไรพี่เช่นนั้น ฮึ เ้าจอมแสบ”
เปรมบดินทร์เอ่ยถามทว่าในประกายตาพร่างไปด้วยความหยอกเย้ามิมีวี่แววหรือร่องรอยกรุ่นโกรธ หากแต่เด็กหนุ่มหาได้กล้ามองสบดวงตาคมเข้มของคนพี่ไม่ เ้าตัวดีจึงก้มหน้างุดราวกับเด็กมีความผิดที่มีชนักติดหลัง ส่วนเปรมบดินทร์เองหลังจากที่วางน้องลงแล้วก็ให้สนใจมองไปรอบ ๆ ก่อนจะหลุดยิ้มออกมาเมื่อข้าง ๆ เขานั้นเปนต้นมะยมต้นใหญ่ที่ครั้งหนึ่งเ้าตัวแสบนี่ได้ลิ้มรสกิ่งก้านของมันไปแล้ว หากแต่ตอนนี้ต้นมะยมต้นสูงใหญ่ติดดอกออกผลเต็มต้นเปนให้นึกถึงสหายสนิทอย่างไอ้แสงที่เมื่อวานก่อนมาเกาะแข้งเกาะขาขอร้องให้เขาเก็บลูกมะยมหน้าเรือนไปให้คุณแม่เชื่อมให้ เพราะสหายเขาคนนี้โปรดปรานมะยมเชื่อมมาก ทั้ง ๆ ที่ก็หวานลิ้นออกปานนั้น แลคนไม่ถนัดของหวานทุกชนิดเปนอันต้องเบ้หน้าเสียหลายคำรบค่าที่เพื่อนรบเร้าอ้อนวอนมิได้หยุด
“พี่ถามว่ามองอะไร เหตุใดจึงไม่ตอบคำพี่”
ละสายตาที่ไล่มองลูกมะยมมามองเ้าตัวแสบอีกหนก็พบว่าเ้าตัวเองก็มองตามสายตาของเขาแล้วพอเขาก้มลงมองสบตาก็ได้เห็นสีหน้าของเ้าเด็กที่ทำหน้าตาตื่น จะขี้ใอะไรขนาดนั้นกันฮึ ส่วนเ้าจอมเองยิ่งไม่กล้าตอบเข้าไปใหญ่เหตุเพราะคนพี่ไล่มองกิ่งก้านมะยมเมื่อครู่เปนผลให้ความทรงจำเมื่อครั้งยังเด็กได้ฉายชัดเข้ามา แล้วยิ่งเคยให้คำมั่นกับคนพี่เื่การปีนป่ายต้นไม้แลการลงเล่นที่ท่าน้ำเมื่อคราวนั้นก็ให้ลอบกลืนน้ำลายด้วยกลัวในความเข้มงวดของคุณหลวง
“ม..มิมีอะไรขอรับ คุณหลวงเพิ่งมาถึง เอ่อ ขึ้นเรือนไปดื่มน้ำก่อนดีไหมขอรับ”
เปรบดินทร์ตีหน้านิ่งสนิทเมื่อเ้าตัวดีทำโยกโย้เปลี่ยนเื่ ใบหน้าน่ารักที่ตื่นตูมนั่นช่างน่าเอ็นดูแลชวนให้เย้าหยอก แม้มิได้มีแก้มกลมแลตัวอวบอ้วนดังเช่นเปนเด็กน้อย หากแต่เ้าตัวดีในเพลานี้แม้เติบใหญ่แต่ยังคงซุกซนแลผิวพรรณนวลผ่องเกินชายอีกทั้งใบหน้าพริ้มเพราเกลาเกลี้ยงแลดวงตาที่กลมโตนั้นยิ่งขับส่งให้เ้าตัวดีดูน่าทะนุถนอมแลให้นึกใช้คำเรียกว่ารูปงามดั่งสตรีก็เห็นจะไม่ผิดคำที่นึกเรียก
“จะซุกซนอย่างไรพี่ไม่เคยว่า แต่เื่ปีนต้นไม้นี่เคยกล่าวเตือนไปหลายหนแล้วมิจดมิจำบ้างเลยหรือ”
ก้มมองหน้าคนที่พยายามจะบ่ายเบี่ยงประเด็นจบก็เงยขึ้นไปมองบนต้นมะยมอีกหน แลคราวนี้มือหนาเอื้อมขึ้นสูงหมายใจ้าจะคว้าเด็ดลูกมะยมลงมาชิมรสเปรี้ยวด้วยไม่อยากดุให้มากความเนื่องจากเพิ่งได้ปะหน้ากัน แต่ท่าทีของเขานั้นส่งผลให้คนน้องเข้าใจผิดไปมากโข เพียงแค่เห็นคนพี่เอื้อมมือขึ้นสูงหมายคว้าบางสิ่งบนต้นไม้นั่นก็ให้นึกประหวั่นเกรงว่าจะถูกลงโทษเช่นตอนเปนเด็กเล็ก ๆ มือบางจึ่งรีบยกขึ้นคว้าจับท่อนแขนคนพี่ทันควัน
“คุณหลวงจะทำอะไรขอรับ”
วงหน้างามฉายแววหวาดวิตก เปนที่ฉงนใจแก่คนมองด้วยไม่เข้าใจในการกระทำของน้องแต่พอเห็นว่าเ้าตัวดียกมือขึ้นมาจับท่อนแขนเขาไว้คล้ายการขัดไม่ได้หยิบฉวยลูกมะยมที่หมายใจไว้ก็ให้นึกย้อนไปถึงเหตุเมื่อคราวหลายปีก่อน
เ้าตัวดีนี่กลัวเขาเอื้อมหยิบก้านมะยมหรือ? แม้นึกขันในใจหากแต่ก็้ากลั่นแกล้งน้องไปด้วย ตอนนี้เ้าตัวดีขยับเข้ามาแทบจะเบียดชิดจนได้กลิ่นน้ำอบหอมกรุ่นจากเนื้อผ้า ดวงหน้าน่ารักเงยสบมอง ลูกแก้วั์ตาใสฉายแววออดอ้อน ก็ยิ่งเปนที่น่าเอ็นดูแก่คนพี่ที่มองมายิ่งนัก
“ปล่อย จะเด็ดมะยม”
“ม..มะยม ก้านมะยมหรือขอรับ”
ท้ายเสียงสั่นเสียจนเปรมบดินทร์นึกสงสาร เขาไม่น่ากลั่นแกล้งเ้าตัวดีนี่เลย
“เด็ดผลมะยม จะเก็บไปให้คุณแม่นำไปเชื่อม สหายพี่ คุณแสงน่ะ เขาชอบมะยมเชื่อมยิ่งนัก”
เมื่อได้รับคำตอบแล้ว คนที่คิดเปนตุเปนตะก็ให้เกิดความกระดากอายที่ก่อตัวขึ้น พวงแก้มกลมขึ้นริ้วแดง มือนุ่มนิ่มที่จับแขนคุณหลวงไว้ค่อย ๆ คลายออก ก่อนจะถอยออกไปยืนตรง ๆ ท่าทางประดักประเดิดยิ่งนักในสายตาคุณหลวงบดินทร์เดชานุชิต
“เช่นนั้นหรือขอรับ กระผมเข้าใจว่า...”
“เข้าใจว่าอย่างไร”
“....”
เ้าตัวขบเม้มริมฝีปากแลก้มหน้างุดไม่กล้าตอบความคิดของตนออกไป
“โตแล้วหนาเ้าจอม จะให้มาลงโทษเยี่ยงเด็กเล็ก ๆ ได้อย่างไร ตามพี่กลับเรือนไปไหว้คุณยายจันทร์ก่อนเถิด”
“ขอรับ”
คนพี่เดินพาน้องกลับเรือน ตลอดการเดินเคียงข้างกันเปรมบดินทร์ได้กลิ่นหอมอ่อน ๆ จากเรือนกายขาวผ่องของร่างสูงโปร่ง ซึ่งเขาเองนั้นไม่ได้สันทัดในเื่ของเครื่องหอม ในบางครั้งกลับรู้สึกว่ามันฉุนไปด้วยซ้ำเมื่อได้กลิ่นจากเหล่าบรรดาผู้รู้จักในที่ทำงาน แต่กลิ่นกายจากน้ำอบน้ำปรุงของคนข้างตัวนี้ให้ความรู้สึกหอมสะอาดแลสดชื่น
“เ้าจอม แลกลิ่นหอมนี้คือกลิ่นของน้ำอบน้ำปรุง หรือกลิ่นของร่ำจากเสื้อผ้า”
เขาเลือกที่จะถามน้องออกไปตรง ๆ ด้วยเพราะอยากจะกระจ่างในตอนนี้
“อ้อ เปนกลิ่นของน้ำอบขอรับ กระผมเคยได้ความรู้จากแม่ครูฝั่งแปลงนามมา จึ่งได้อบร่ำทำน้ำอบน้ำปรุงใช้เองขอรับ แลคุณแม่ใหญ่ก็ชอบใจยิ่งนัก หอมหรือขอรับ”
ร่างสูงโปร่งหยุดยืนแล้วเอ่ยถามก่อนจะขึ้นกระไดเรือน ฝ่ายแขกที่เพิ่งล้างเท้าจากน้ำในโอ่งดินเรียบร้อยเหยียบบันไดเรือนไปแล้วขั้นหนึ่งก็หมุนตัวกลับมาตอบคำถามนั้น ดวงตาสองคู่สบมองกันในระยะใกล้
“หอม”
ร่างสูงที่ยืนอยู่สูงกว่าก้มลงใกล้สบดวงตากลมโตชั้นเดียวเอ่ยตอบเด็กที่เอ่ยถามด้วยความใคร่รู้ แต่พอเขาตอบไปแล้วเ้าตัวดีกลับไม่ตอบรับแลยังง่วนอยู่กับการใช้ขันตักน้ำล้างเท้า หากแต่เมื่อสังเกตให้ดีจะเห็นได้ว่าพวงแก้มกลมกลับแดงเรื่อ แต่เ้าตัวกลับกลบเกลื่อนแลเปรมดบินทร์เองก็ไม่ได้กลั่นแกล้งสิ่งใดเพิ่มเติมสาวเท้าขึ้นกระไดเรือนไปกราบไหว้คุณยายจันทร์ตามความตั้งใจั้แ่ต้นจวบจนสนทนาพาทีกันเสร็จก็เอ่ยขออนุญาตให้น้องไปหาที่เรือน เนื่องด้วยตอนนี้เ้าจอมแสบหาใช่เด็กเล็ก ๆ เช่นแต่ก่อน การจะพาเ้าตัวดีไปที่เรือนจึ่งต้องเอ่ยขออนุญาตผู้ใหญ่เสียก่อน
“พี่จะเก็บมะยมไปให้คุณแม่เชื่อม วานไปหยิบกระบุงให้ที”
“เอ่อ...มิขึ้นหอนอนไปผลัดผ้านุ่งก่อนหรือขอรับ”
“หยิบกระบุงมาแล้วรอพี่ประเดี๋ยว ห้ามปีนป่ายเปนอันขาด”
สั่งเสียงเรียบก่อนจะเดินกลับขึ้นหอนอนไปผลัดผ้านุ่งเปนกางเกงแพรแลสวมเสื้อมิสกรีสีขาว ดูแปลกตาจากเมื่อครู่ด้วยให้ความรู้สึกเข้าถึงได้ง่ายกว่าเสมือนยังเปน พี่เปรม มิใช่ คุณหลวง วงหน้าน่ารักเผลอยิ้มให้คนพี่ที่เดินเข้ามาหา
“จะเก็บอย่างไรดี ละลานตาไปหมด”
“ปีนขอรับ”
เปรมบดินทร์หันขวับ ก่อนจะหรี่ตามองเ้าของความคิดเห็นเมื่อครู่
“เช่นนั้นก็รอถือกระบุงรับอยู่เบื้องล่าง พี่จะปีนขึ้นไปเอง”
ร่างสูงกล่าวจบเ้าจอมก็ทำสีหน้าประหลาดใส่กันให้คนพี่ได้สงสัยอีกหนึ่งคำรบ
“ทำสีหน้าเช่นนั้นหมายว่ากระไร ฮึ”
“ไหนห้ามไม่ให้กระผมปีน แต่คุณหลวงกลับจะปีนเสียเองเล่าขอรับ”
“เ้าปีนทีไรก็ร่วงทุกหน แล้วยังจะอาสาปีนอีกหรือ เมื่อครู่ไม่ใช่ว่าเพิ่งจะตกลงมาหรอกหรือ”
พอได้ยินคนพี่ตอบแบบนั้นก็นึกไปถึงต้นหมากม่วงเมื่อครู่
“หมากม่วงขอรับ กระผมลืมเก็บ!”
เปรมบดินทร์ส่ายหน้าน้อย ๆ เมื่อครู่เขาเดินเลาะไปสั่งงานกับคนงานที่เรือนใหญ่ให้ไปเก็บบรรดาหมากม่วงที่หล่นเกลื่อนพื้นนั่นแล้วล่ะ
“พี่ให้คนสวนไปเก็บแล้ว รีบมาเถิดประเดี๋ยวจะมืดค่ำ อ้อ ระวังด้วยหนา พี่ไม่ใคร่จะไว้ใจเ้าเลย”
คนถูกไม่ไว้ใจค้อนขวับ เ้าจอมทำหน้าปั้นปึ่งแต่ก็ยอมเดินไปรออยู่ใต้ต้น พลางชี้บอกเจื้อยแจ้วถึงตำแหน่งของลูกมะยมในส่วนที่คนพี่มองไม่เห็น ส่วนเปรมบดินทร์เมื่อเห็นว่าภายในกระจาดเต็มไปด้วยมะยมเปรี้ยว จึ่งะโลงมายืนแล้วชวนน้องไปยังเรือนใหญ่ และเปรมบดินทร์ก็เพิ่งรู้ว่าน้องเชื่อมมะยมได้ด้วยก็ให้นึกทึ่ง ตอนเห็นเ้าจอมแสบนำมะยมไปล้างน้ำแล้วผึ่งให้แห้ง เ้าตัวก็นำมะยมทั้งหมดไปแช่ในน้ำปูนใสผสมเกลือ ทิ้งไว้พักหนึ่งแล้วจึ่งนำมาล้างน้ำอีกหน ขั้นตอนใกล้สุดท้ายนี้เปรมบดินทร์ได้เข้าไปป้วนเปี้ยนแลช่วยหยิบจับด้วยการนำหม้อดินใส่น้ำเปล่าแลน้ำตาลทราย ตั้งไฟหมั่นคนจนน้ำตาลละลาย จากนั้น กรองด้วยผ้าขาวบาง ทิ้งไว้ให้เย็น ซึ่งเปรมบดินทร์อาสาทำเองในขั้นตอนนี้ แล้วจึงรอให้น้องนำมะยมใส่ลงในหม้อดินที่มีน้ำเชื่อมกรองใสสะอาดแช่ไว้ค้างคืน วันรุ่งขึ้นน้องตื่นแต่เช้ามาที่เรือนเพื่อนำมะยมที่แช่ในน้ำเชื่อม มาเคี่ยวด้วยไฟอ่อน ๆ พอเดือด คนเป็ระยะ แลหมั่นตักฟองออก เคี่ยวจนเป็ยางเล็กน้อยแล้วเชื่อมจนกว่ามะยมจะเป็เงาสีแดง จากนั้นจึ่งปล่อยให้เย็น มะยมจะอิ่มตัว มือขาวตักมะยมขึ้นผึ่งให้แห้งพอหมาดก็บรรจุเรียงลงในขวดโหลใบสวย
“หนนี้คุณแม่มิต้องเหนื่อยทำมะยมเชื่อมให้ไอ้คุณแสงแล้ว รสหวานลิ้นดีทีเดียว”
เปรมบดินทร์หยิบมะยมเชื่อมที่แบ่งไว้ใส่จานขึ้นกัด ความหวานของน้ำตาลเชื่อมกลบความเปรี้ยวไปจนหมดสิ้น เขานั่งมองน้องที่ตอนนี้กำลังวุ่นวายกับรางระนาด ด้วยเ้าตัวโอ่เอาไว้ว่าจะบรรเลงระนาดให้เขาฟังจนเคลิ้มหลับ เปรมบดินทร์จึ่งนั่งเกยหมอนอิงรอฟังน้องชายตัวแสบตีระนาด
เสียงกังวานของระนาดฟังไพเราะจนเปรมบดินทร์เผลอหลุดยิ้มออกมายามมองร่างเล็กนั่งบรรเลงระนาดแลให้เกิดภวังค์ถึงเ้าตัวดีเบื้องหน้า
เพียงยินระนาดเสียง ดุจะเพียงระฆังหวาน
เสียงก้องและกังวาล จิตรื่นระเริงใจ
ยลยิ้มประพิมพราย ฤดิซ้ายก็หลงใหล
สบเนตรตะลึงใน ฤดิไซร์จะสั่นคลอน
(อินทรวิเชียร์ฉันท์๑๑ :ครู่ยามหนึ่ง)
ยามน้องมองมาแล้วยิ้มให้เขากลับรู้สึกสั่นไหวในอกอย่างรุนแรง หากแต่เปรมบดินทร์ก็ปัดความรู้สึกที่เกิดขึ้นทิ้งแลย้ำเตือนว่าเปนเพียงความรู้สึภาคภูมิใจที่เขามีให้แก่น้องชายนอกไส้คนนั้น
"ไพเราะไหมขอรับ"
วงหน้าน่ารักกับดวงตากลมโตที่มองสบมาราวกับการเอ่ยขอคำชมเชยนั่นทำให้เปรมบดินทร์ยิ้มอย่างเอื้อเอ็นดู
"ไพเราะมาก ไม่เสียทีที่เปนศิษย์เอกพ่อกล้า"
คนถูกชมยิ้มแต้ก่อนจะนิ่งไปเมื่อคนพี่ขยับเคลื่อนกายเข้ามาหาแลยกฝ่ามือขึ้นวางบนกลุ่มผมเส้นละเอียด ลูบไปมาแ่เบา
"เก่งเช่นนี้ เห็นทีคงต้องตกรางวัลให้เ้าจอมคนเก่ง เปนระนาดรางใหม่เสียแล้วซี"
......
Talk: มาแล้วเ้าข้าาาาาา แฮ่ หายไปหลายวันเลยค่ะ ่นี้จะได้อัปบ่อยขึ้นไหมไม่แน่ใจเลยค่ะ งานรุมมากค่ะ ???? แต่จะพยายามมาบ่อย ๆ ยะคะ แล้วก็ ฝากเอ็นดูการแต่งอินทรวิเชียร์ฉันท์ของครู่ด้วยนะคะ มันอาจจะยังไม่เพราะมาก แต่จะพยายามให้มันดีขึ้นค่าา สุดท้ายนี้
ท๊าดาาาาาาาาา
เอาคอมมิค น้องจอมกับพี่เปรมซีนนี้มาฝากเ้าค่าา ฝากเอ็นดูช่วยกัน Comment ให้กำลังใจไรท์ พี่เปรมและน้องจอมด้วยนะคะ หรือจะแวะไปเล่นที่ #นิรันดร์กาลจารใจ ก็ได้ค่าา
ยินดีต้อนรับตะเหม๋อ