"ที่นี่คือเขตอาคมของมารฝัน"ท่านอาจารย์บอกข้าเช่นนั้น ข้าไม่อาจรู้ได้เลยว่าภาพตรงหน้าเคยเกิดขึ้นจริง หรือเป็เพียงความฝันที่ถูกสร้างขึ้นเท่านั้น
แต่ท่านอาจารย์กลับยืนมองภาพเ่าั้ด้วยสีหน้าเรียบเฉย
มันเป็เื่ราวของเด็กคนหนึ่งที่ข้าไม่รู้ว่าใคร ต่อสู้ดิ้นรนเอาชีวิตรอดในถ้ำใหญ่ เด็กคนนั้นฝึกวิธีการฆ่าในรูปแบบต่างๆ อยู่กับเด็กคนอื่นๆ ภายในถ้ำ
จนกระทั่งภาพสุดท้ายเลือนหายไป กลับได้ยินเสียงหัวเราะเย้ยหยันจากใครบางคนที่ปรากฏตัวขึ้นด้านหลังของข้าและอาจารย์
"ฮ่าๆๆๆ ไม่คิดว่าเ้ายอดเขาเย้ยเมฆาเมื่อเห็นภาพเช่นนี้แล้วจะยังมีสีหน้าเรียบเฉยเช่นนี้นับว่ามารฝันผู้นี้ได้เปิดหูเปิดตาแล้ว"
"...ไร้สาระ เ้า้าอะไร"ท่านอาจารย์ถามมารฝันด้วยสีหน้าเรียบเฉยดั่งเช่นปกติ
"จริงๆ แล้ววันนี้ข้าแค่มาทักทายเ้าหลังจากตื่นนอนเท่านั้น แต่ไม่คิดเลยว่าข้าจะใช้พลังมากไปจนดึงเ้าเด็กนั่นมาด้วย ว่าแต่เ้าเด็กนี่ก็น่าสนใจไม่น้อยเลยนะ พลังเช่นนี้รู้สึกคุ้นเคยนักช่างเหมือนกับคนผู้นั้นไม่มีผิด"
"จะพูดไปไยให้มากความ ผู้ที่เ้าคะนึงหาไม่อยู่อีกแล้ว เ้าจะสลายเขตแดนความฝันเอง หรือจะให้ข้าทำลายมันเสียเองก็เลือกเอา"
"ช่างใจร้อนเสียจริง ไม่ได้พบกันเสียนาน ไม่คิดจะคุยกันหน่อยหรือ"
"ตอนนี้ข้าไม่มีอะไรจะคุยกับเ้าหรอก อีกอย่างข้าคิดว่าเ้าคงอยากคุยกับเขามากกว่ากระมัง.."
"นั่นสินะ ดูเหมือนว่าข้าคงต้องคุยกับเขาสักหน่อยแล้วจริงๆ เอาเถิดข้าจะส่งเ้าออกจากความฝันนี้อย่างนิ่มนวลเองก็แล้วกัน"ว่าจบท่านอาจารย์ก็หายไปอย่างรวดเร็วเหลือเพียงข้าที่ยืนอยู่ที่นี่กับมารฝันเพียงสองคน
"..เ้าชื่ออะไร"
"ข้าน้อยชื่อหลางผิงเย่ขอรับ"
"แซ่หลางจริงๆ ด้วยสินะ ช่างน่าคิดถึงยิ่งนัก..เ้าเหมือนกับเขามากจริงๆ "
"เหมือนใครหรือขอรับ"
"ช่างมันเถอะ เมื่อพบเจอแล้วข้าก็จะทำตามคำสัญญาที่เคยให้ไว้ เ้าจงคำนับข้าเป็อาจารย์เสียสิ ข้าจะสอนเ้าเกี่ยวกับศาสตร์แห่งความฝัน"
"ขออภัย แต่ผู้น้อยไม่อาจกราบท่านเป็อาจารย์ได้ เซียนและมารนั้นแตกต่าง ตัวข้าเฝ้าเพียรฝึกวิชาเซียนและมีอาจารย์เพียงหนึ่งไม่คิดมีสอง"
"เฮอะ! ฝึกวิชาเซียนทั้งๆ ที่ในตัวเ้ามีเืมารบริสุทธิ์อยู่เต็มเปี่ยมอย่างนั้นหรือ"
"ท่านเอาอะไรมาพูด เืมารบริสุทธิ์อะไรกัน"
"..แซ่ของเ้าบอกชาติกำเนิดของเ้าได้เป็อย่างดี ใต้แผ่นดินจรดแผ่นฟ้าทั่วทั้งสามภพภูมิผู้ที่ใช้แซ่หลางได้มีเพียงหนึ่งเดียว"
"...."
"เอาเถิดไม่อยากกราบข้าเป็อาจารย์ก็เื่ของเ้า อย่างไรเสียเส้นทางชีวิตของเ้าก็คงถูกเขากำหนดเอาไว้ั้แ่ที่เ้าลืมตาดูโลกแล้วกระมัง"
"ท่านหมายความว่าอย่างไร"
"เดี๋ยวเ้าก็รู้เองนั่นแหละ..เ้าจงตรองดูให้ดีเถิด อีกไม่นานพลังมารในตัวเ้าจะตื่นขึ้น หากเ้าไม่เรียนรู้ที่จะควบคุมพลังของตนเองแล้วไซร้ สิ่งใดที่เ้าหวงแหน สิ่งนั้นคงถูกทำลายด้วยมือของเ้าเป็อันดับแรก"
"แต่ว่า ท่านอาจารย์.."เกลียดมาร
"เ้าไม่เคยรับรู้อะไรเลยสักนิด..เอาเถอะเมื่อถึงที่สุดแล้ว ทุกอย่างย่อมกระจ่างชัดเอง..คิดทบทวนดูให้ดีอีกสามวันข้าจะมาเอาคำตอบจากเ้า"
ข้าควรทำเช่นไรดี..ท่านอาจารย์
เมื่อตื่นจากความฝัน สิ่งที่ข้าทำเป็อย่างแรกคือวิ่งไปหาท่านอาจารย์
"ท่านอาจารย์ขอรับ ศิษย์เข้าไปได้หรือไม่"
"ผิงเย่หรือ เข้ามาสิ"
"คารวะท่านอาจารย์"
"..เ้ามีอันใดจะพูดก็พูดมาเถอะ"
“ท่านอาจารย์คิดอย่างไรเกี่ยวกับพวกมารหรือขอรับ"
"..สำหรับข้าไม่ว่าจะเซียนหรือมารล้วนไม่แตกต่าง..ทุกคนไม่สามารถเลือกเกิดได้ แต่เลือกที่จะกระทำได้"
"..."
"ทุกอย่างล้วนมีสองด้าน เมื่อมีดีย่อมมีชั่ว ขึ้นอยู่กับว่าจะแสดงด้านไหนออกมามากกว่าเท่านั้น"
"ศิษย์เข้าใจแล้วขอรับ..ขอบคุณอาจารย์ที่สั่งสอน"
"มีสิ่งที่เ้าต้องจำให้ขึ้นใจ..สิ่งใดๆ ในโลกล้วนไม่จีรังยั่งยืน ไม่มีสิ่งใดที่ได้มาโดยที่ไม่ต้องสูญเสียสิ่งใดไป..กลับไปเสียอาจารย์จะพักผ่อน"
"อะ เออ เช่นนั้นศิษย์ขอลา"
วันนี้ท่านทำให้ข้าเรียนรู้หลายสิ่งยิ่งนัก และนั่นทำให้ข้าตัดสินใจได้ง่ายขึ้น ข้าจะไขว่คว้าสิ่งที่ข้า้ามา และจะไม่ยอมสูญเสียสิ่งใดไป
ข้าไม่เชื่อหรอก หากมีพลังอำนาจมากมายอยู่ในมือ ก็ย่อมไม่จำเป็ต้องสูญเสียอะไรทั้งนั้น
_
ผมหวังว่าผิงเย่จะเข้าใจในสิ่งที่ผมอยากจะเตือนเขานะ
[แจ้งเตือน:ภารกิจกลบหลุมวัยเด็กของอวีเฟิง ตอนทำลายปราสาทอสูรครวญสำเร็จ+200แต้มรวม+1440แต้ม ขอให้คุณพยายามรนหาที่ตายต่อไป]
ไม่ล่ะ..นี่ขนาดฉันอยู่เฉยๆ ความตายยังเดินเข้ามาหาเองเลย จำเป็ด้วยเหรอที่ฉันต้องพยายามน่ะ
[คุณควรพยายามให้มากกว่านี้ ไม่อย่างนั้นค่าความฟินจะไม่สามารถปลดล็อกได้]
แล้วผมควรทำยังไง..
[มือชงที่ดี ควรเริ่มจากการสร้างสถานการณ์]
โอ่วว นั้นสิ..นางเอกคนแรกคือจางเย่ซิน ศิษย์พี่รองของพระเอกคุง สาวสวยนิสัยดี จะได้เจอกันตอนพระเอกถูกแขวนเฆี่ยนเพราะทำของวิเศษพัง
นางเอกจังก็เข้าไปช่วยทายาให้ และจากนั้นก็คอยช่วยพระเอกคุงจากการถูกกลั่นแกล้งจากตัวประกอบจนกลายเป็ความรัก…
แต่ปัญหาคือการที่จะให้มีฉากอย่างที่กล่าวมาได้มันจำเป็ต้องให้ต้วร้ายอย่างอวีเฟิงเฆี่ยนพระเอกคุงก่อนนะสิ ผมคิดได้สักพัก ฝูิก็เดินเข้ามารายงานว่า หลางผิงเย่ สถานะพระเอกคุงทำของวิเศษพังตอนนี้กำลังรอรับโทษที่หอลงทัณฑ์
ทำเอาผมแทบทรุด
ผมทำใจสักพักแล้วเดินไปที่หอลงทัณฑ์ เมื่อมาถึงผมก็เข้าใจได้ไม่ยากว่าทำไม แค่ผิงเย่จับของวิเศษขึ้นมาถึงทำให้มันพังได้
ผมลืมเื่สำคัญไปได้ยังไง พระเอกคือผู้สืบทอดสายเืของมารา และจะกลายเป็มาราสายเืบริสุทธิ์เมื่ออายุครบ18ปี (ด้วยเหตุผลบางอย่าง) ซึ่งถือว่าช้ากว่าปกติมาก
ถึงแม้มารดาของผิงเย่จะเป็มนุษย์ แต่ก็ไม่อาจต้านทานสายเืที่ยิ่งใหญ่ของบิดาได้ สายเืมารที่มีอยู่ในตัวจะกลืนกินสายเืที่อ่อนแอกว่าจนเหลือเพียงเืมาราบริสุทธิ์
และตอนนี้ผิงเย่ก็อายุ15ปีแล้ว พลังมารก็เริ่มตื่นขึ้นมา ผมมองเห็นไอมารจางๆ แผ่ออกมาจากตัวผิงเย่ บ้าเอ๊ย! นี่ผมต้องเฆี่ยนพระเอกจริงๆ เหรอเนี่ย
[ภารกิจ:ลงโทษเฆี่ยนหลางผิงเย่ด้วยแซ่อาคมกำราบมาร+200แต้ม]
บ้าเอ๊ย! แย่ที่สุดเลย ให้ตายเถอะ
ผมเรียกแซ่อาคมกำราบมารออกมาและเสริมด้วยอาคมสะกดมาร กันเหนียวอีกชั้นด้วย
ถึงผมจะยั้งมืออย่างมากแต่อาคมทุกฝีแผลที่เฆี่ยนลงไปมันก็สร้างความเ็ปมหาศาลให้กับร่างกายอย่างที่สุด
สามฝีแผลที่ถูกเฆี่ยนลงไป ทุกๆ แผลทำหน้าที่ของมันได้เป็อย่างดี
แผลแรก สลายไอมาร
แผลที่สองทำให้พลังมารที่เดือดพล่านในร่างกายสงบลง
และแผลสุดท้าย ผนึกพลังมารให้นานขึ้น แม้จะได้ไม่นานนักแต่ก็ดีกว่าที่จะปล่อยไว้แบบนี้
"นำตัวเขาลงมาแล้วเอาไปไว้บนเตียงน้ำแข็งในถ้ำเหมันต์นิรันดร์เสีย"เพื่อหลีกเลี่ยงการย้อนกลับของพลังมารในตอนที่ร่างกายอ่อนแอ
ถึงแม้จะทรมานเพราะความหนาวเย็น แต่ก็ดีกว่าถูกพลังมารควบคุมร่างกายให้ขยับตัวตามสัญชาตญาณ แบบนั้นความบรรลัยคงได้บังเกิดแน่
..และที่สำคัญฉากทายาในตำนานจะฟินมากขึ้นเมื่อสภาพอากาศเป็ใจ คราวนี้แหละผมจะได้ปลดล็อกค่าความฟินกับเขาสักที ฮ่าๆๆๆ
_
ข้าถูกท่านอาจารย์เฆี่ยนเพราะทำของวิเศษเสียหาย ถึงแม้จะรู้อยู่เต็มอกว่าอาจารย์ยั้งมือไว้มากแต่ก็ยังอดรู้สึกน้อยใจไม่ได้
"เหอะ ดูเหมือนเ้าจะไม่เจ็บเท่าไหร่นี่เ้าหนู"
"คำนับผู้อวุโสมารฝัน"
"ครั้งนี้ถือว่าเ้ายังโชคดีที่อวีเฟิงยั้งมือ ไม่เช่นนั้นเ้าคงสาหัสมากกว่านี้"
"ท่านรู้…"
"ข้าย่อมรู้..เ้าควรขอบคุณเขาเพราะการลงโทษเ้าในครั้งนี้มันเป็ผลดีต่อเ้าไม่น้อย ถึงมันจะทำให้เขาสูญเสียพลังปราณไปมากทีเดียวก็เถอะ"
"..ท่านหมายความว่าอย่างไรข้าจำได้ว่าอาจารย์เฆี่ยนข้าเพียงสามครั้ง จะทำให้ท่านสูญเสียพลังปราณได้อย่างไร"
"หากแม้นเป็การลงโทษธรรมดาย่อมไม่อาจทำให้เขาสูญเสียพลังปราณได้ หากแต่...ช่างเถิดมันไม่ใช่สิ่งที่ข้าควรพูด"
"ท่านหมายความว่าอย่างไร"
"หากเ้าอยากรู้เื่ใดใยไม่ถามอาจารย์ของเ้าเองเล่า"
"...? "
"ช่างเถิดเ้ารีบตื่นได้แล้วก่อนที่จะแข็งตายไปเสียก่อน...เขาช่างรอบคอบยิ่งนัก หึๆ รีบรักษาตัวให้หายข้าจะสอนศาสตร์เกี่ยวกับความฝันให้เ้า แล้วก็ไม่ต้องมามีข้ออ้างนี่เป็คำสั่งโดยตรงจากอาจารย์ของเ้าเอง..เ้าเด็กโง่"
"เอ๊ะ! เออ ขอรับ.."
ข้าตื่นขึ้นบนเตียงน้ำแข็งขนาดใหญ่เหตุใดอาจารย์จึงให้คนลากข้ามาไว้ที่นี่ แค่เฆี่ยนตีข้ายังไม่พออีกหรือจึงต้องให้ข้าทนทรมานกับความหนาวบนเตียงน้ำแข็งนี่ อาจารย์เหตุใดท่านถึงใจร้ายกับข้านัก ท่านเป็เช่นนี้เสมอไม่เคยเปลี่ยนเลยแม้แต่น้อย
แต่เหตุใดในใจข้ากลับไม่อาจโกรธเคืองแม้แต่น้อย ไม่ว่าจะเป็เมื่อก่อน หรือกระทั่งตอนนี้ ข้าก็ไม่ต่างจากหุ่นเชิดไร้ชีวิตที่ยอมให้ท่านบงการซ้ายขวาอยู่ร่ำไป..ทำไมกันนะ
ไม่นานนักก็มีคนเดินเข้ามาหาข้านั่นคือศิษย์พี่รอง ข้าเคยได้ยินมาว่านางเป็คนใจดีชอบช่วยเหลือผู้อื่น แต่เพราะต้องออกไปทำภารกิจอยู่บ่อยครั้งจึงไม่ค่อยได้พบเจอศิษย์พี่รองผู้นี้นัก
"หลางผิงเย่คารวะศิษย์พี่รอง"
"ตามสบายเถอะ เ้าคงเจ็บไม่น้อย มาให้ข้าตรวจดูอาการของเ้าเสียหน่อยเถิด"
"รบกวนศิษย์พี่รองแล้ว"นางใช้พลังปราณสลายผงยาให้ซึมเข้าาแจนทำให้แผลแห้งตกสะเก็ดจนเริ่มหายดี แต่ความหนาวเสียดกระดูกนี้ก็ยังคงอยู่เช่นเดิม ตัวข้าไม่ได้ไร้เดียงสา เมื่อข้ามีโอกาสย่อมไม่ปล่อยให้หลุดมือไปโดยง่าย
"ศิษย์พี่รองข้ารู้สึกหนาวยิ่งนัก ท่านจะช่วยข้าสักหน่อยได้หรือไม่"
"แล้วเหตุใดเ้าจึงไม่ควบคุมพลังปราณเป็เกราะห่อหุ้มร่างเพื่อป้องกันความเย็นจากภายนอกเล่า"
"ข้าไร้ความสามารถยังไม่อาจทำได้ขอรับ"
"แต่ท่านอาจารย์สั่งไว้ว่าให้เ้าอยู่บนเตียงน้ำแข็งเป็เวลาสี่ชั่วยาม..เอาเถิดข้าจะอยู่ช่วยเ้าก่อนก็ได้ระหว่างนี้ข้าจะสอนการควบคุมพลังปราณให้กับเ้า หากครั้งหน้าที่เ้าถูกลงโทษจะได้ไม่หนาวตายไปเสียก่อน"
"ขอบคุณศิษย์พี่รอง"และเมื่อเหยื่อเดินมาติดกับก็ไม่มีเหตุผลที่จะต้องปล่อยไปโดยง่าย อย่างไรเสียนางก็มีความสามารถไม่น้อยและเป็ที่เคารพยำเกรงของศิษย์คนอื่นๆ ไม่มากทีเดียว
นางต้องมีประโยชน์ต่อข้าแน่ไม่มากก็น้อย
และการที่ข้าจะสามารถใช้ประโยชน์จากนางได้เต็มที่ ย่อมต้องสร้างความผูกพันกับนางเสียก่อน และวิธีที่ง่ายดายและรวดเร็วที่สุดก็คือสร้างความสัมพันธ์ทางกายอย่างไรเล่า
..ข้าเริ่มใช้ความน่าสงสารที่มีให้เป็ประโยชน์เพื่อเข้าใกล้โดยไม่ทำให้นางหวาดระแวง ใช้วิธีออดอ้อนทำตัวน่าเอ็นดูให้นางไม่ผลักไสข้าออกไป และสุดท้ายทุกอย่างก็ง่ายขึ้น เมื่อปล่อยให้อารมณ์นำพา
ข้าไม่สนใจหรอกว่าคนใต้ร่างข้าจะเป็ใคร เสียงครางหวานนั้นจะรื่นหูสักแค่ไหน
เพราะมีเพียงแค่คนผู้เดียวเท่านั้นที่ข้าจินตนาการหา และยากยิ่งนักที่คนเช่นข้าจะได้….
_
ผมยืนอยู่ภายในถ้ำเหมันต์นิรันดร์ถ้าจะพูดให้ถูกก็คืออยู่หน้าห้องเตียงน้ำแข็งพันสารท ถึงผมจะบอกให้จางเย่ซินนางเอกในฮาเร็มคนแรกเข้าไปดูแลแล้ว แต่ผมก็ยังไม่วางใจอยู่ดี จนสุดท้ายก็ต้องลากสังขารมาดูด้วยตัวเองจนได้
และผมก็ต้องชะงักฝีเท้าอย่างรวดเร็วเมื่อได้ยินเสียงแปลกๆ ดังออกมาจากภายในห้อง
"อ๊ะ อ๊ะ อ๊า อาหลาง.."
โอเคผมเข้าใจแล้ว ผมคงกังวลเกินเหตุไปเองจริงๆ นั่นแหละ
"อืม อ๊า.."
เอาล่ะ..ถ้าได้ถึงใจขนาดนี้แล้ว ไม่หายดีก็ไม่รู้จะว่ายังไงแล้วล่ะ
[แจ้งเตือน:ค่าความฟินถูกปลดล็อก คุณได้รับ 500 คะแนน]
ผมว่า..ผมควรพาตัวเองออกไปจากตรงนี้ได้แล้วล่ะ ถึงแม้จะเป็ความฟินที่รวบรัดตัดตอนไปหน่อย แต่ผมว่าก็ช่างมันเถอะ นอนก่อนคุยทีหลังคงไม่เป็ไรหรอก (มั้ง)
ผมก็รู้สึกดีใจอยู่นะที่ค่าความฟินถูกปลดล็อก แต่ไอ้ความรู้สึกเสียวสันหลังนี่มันอะไร..ช่างเถอะผมคงคิดมากไปเองนั่นแหละ
[......] :ผมจะไม่ยอมบอกคุณหรอกครับ ถึงผมรู้ผมก็จะไม่พูด
[ยินดีด้วยครับในที่สุดความพยายามรนหาที่ตายของคุณก็สัมฤทธิผลแล้ว]
นะ นั่นสินะ..ทั้งเฆี่ยนพระเอกคุง ทั้งเอาไปโยนไว้บนเตียงน้ำแข็งนั่นอีก ผมคงโดนเอาคืนอย่างสาสมแบบทบต้นทบดอกอย่างแน่นอน ฮืออ ขอตายตอนนี้เลยได้ไหม
[ไม่สามารถทำได้ระบบจะส่งเสริมให้คุณได้ตายอย่างภาคภูมิเอง..ระบบเคยบอกคุณแล้ว]
ถึงจะพูดแบบนั้นก็เถอะ...
[ระบบอยู่ข้างคุณ…]
ขอคืนสินค้าได้ไหม ไม่อยากได้แบบนี้อ่ะ
[ไม่สามารถทำได้กรุณาเดินหน้าต่อไปสู่เส้นทางแห่งความตายอันรุ่งโรจน์..]
ว่าจะไม่ด่าแล้วเชียว...ไอ้ระบบเฮงซวย!!!!
ขอบคุณสำหรับการติดตามผลงานของนามิ
รักรีดเดอร์ทุกคนค่ะ
จากใจ
นามิแค่อยากอ่านนิยาย
จุ๊บๆ