ยามอรุณรุ่งที่ควรจะเงียบสงบ บัดนี้กลับคละคลุ้งไปด้วยกลิ่นอายแห่งความตายและควันไฟที่หลงเหลือจากการปะทะ ท่ามกลางสมรภูมิที่ตึงเครียดจนแทบจะหยุดหายใจ คำพูดที่หลุดออกมาจากปากของบัณฑิตหนุ่มในชุดเก่าซอมซ่อกลับมีพลังทำลายล้างบรรยากาศน่าเกรงขามอย่างไม่น่าเชื่อ
ลู่ชิงยืนนิ่งประดุจรูปสลักอยู่เบื้องหน้าเด็กน้อยสองคนที่นั่งกอดกันกลมจนตัวสั่น แผ่นหลังของเขายังคงเหยียดตรง เส้นผมสลวยโบกสะบัดพริ้วตามแรงลมูเาอย่างสง่างาม ทว่าภายในใจของเขานั้นกลับก่นด่าตัวเองไม่หยุด 'เ้าโง่ลู่ชิง! เ้าเข้ามากลางวงทำไม! ข้าแค่กะว่าจะอาศัยจังหวะฝุ่นตลบย่องมาชิงตัวเด็กแล้ววิ่งหนีไปเงียบๆ ไฉนพอข้าก้าวเท้าแวบเดียว ทุกคนในสนามรบถึงได้หยุดนิ่งแล้วจ้องมาที่ข้าเป็ตาเดียวแบบนี้เล่า!' ความนิ่งที่ทุกคนเห็นว่าคือ "ความสุขุมของยอดคน" แท้จริงแล้วคืออาการ "ช็อกจนตัวแข็งทื่อ" ของบัณฑิตหนุ่มผู้ไม่เคยเห็นเืจริงมาก่อน
เฉินอี้ หัวหน้ากองปราบที่บัดนี้มีรอยเืซึมตามเกราะเหล็ก รีบพุ่งตัวฝ่าวงล้อมเข้ามาหยุดอยู่เื้ัลู่ชิง เขามองดูแผ่นหลังที่ดูเหมือนจะแบกรับฟ้าดินได้ของบัณฑิตหนุ่มด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง จากความระแวงกลายเป็ความเลื่อมใสถึงขีดสุด เขาเชื่อมั่นไปแล้วว่าลมพายุเมื่อครู่ที่พัดดาบโจรหักคือกระบวนท่าลี้ลับของปรมาจารย์
ลู่ชิงเห็นหัวหน้ากองปราบเข้ามาใกล้ จึงหันไปเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและเร่งร้อน
"ท่านหัวหน้ามือปราบ อย่ามัวแต่ยืนพินิจพิจารณาข้าอยู่เลย... รีบลงมือจัดการพวกมันเถอะ!"
ในใจของลู่ชิงนั้นคิดอย่างซื่อตรงว่า 'พวกท่านคือเ้าหน้าที่ทางการ มีอาวุธ มีปราณยุทธ ฝึกฝนมาเพื่อการนี้โดยตรง ตอนนี้โจรมันกำลังอึ้ง รีบเข้าไปฟันพวกมันสิ! ข้าจะได้อุ้มเด็กหนีเสียที'
ทว่าเฉินอี้กลับตีความไปอีกทาง เขาคิดว่าจอมยุทธผู้สูงส่งกำลัง "ให้เกียรติ" เขาลงมือจัดการสุนัขรับใช้พวกนี้ก่อน หรือไม่ก็เป็การทดสอบฝีมือเขาก่อนจะลงมือจริง เฉินอี้จึงรีบประสานมือ ก้มศีรษะลงต่ำอย่างนอบน้อมประดุจลูกศิษย์พบอาจารย์
"ข้าพเ้ามิบังอาจแย่งชิงเกียรติยศในการสยบมารจากท่านจอมยุทธลู่!" เฉินอี้เอ่ยด้วยน้ำเสียงกังวาน
"เชิญท่านจอมยุทธลู่แสดงฝีมือปาฏิหาริย์ให้เป็ขวัญตาแก่พวกข้าเถิด พวกข้าจะคอยเป็กำแพงมนุษย์ ป้องกันไม่ให้มดแมลงตัวใดเข้าไปรบกวนการร่ายรำวรยุทธของท่านได้!"
ลู่ชิงถึงกับตาค้าง ใบหน้าที่เคยนิ่งสงบแบบบัณฑิตเริ่มมีริ้วรอยแห่งความงุนงงสับสน เขาขมวดคิ้วมุ่นพลางชี้นิ้วเข้าหาหน้าอกตัวเองอย่างมึนตึ้บ
"หืม? ท่านว่าอย่างไรนะ? ข้าเนี่ยนะจอมยุทธ? ข้าหมายถึงให้ 'พวกท่าน' นั่นแหละที่ต้องลงมือ! ท่านเห็นเสื้อผ้าข้าไหม? เห็นมือข้าไหม? ข้าเป็เพียงบัณฑิตออ่นแอที่วันๆ เอาแต่ท่องตำราและฝึกท่ากายบริหารยืดเส้นยืดสายตามที่บรรพบุรุษจดไว้เพื่อแก้ปวดเมื่อยเท่านั้น จะเอาปัญญาที่ไหนไปสู้กับโจรป่าอาวุธครบมือพวกนี้เล่า!"
ความเงียบงันป่าช้าแตกพลันเข้าครอบงำสนามรบอีกครั้ง
"ฮะ...?" หูเถียนและเหล่ามือปราบอุทานออกมาพร้อมกันพลางอ้าปากค้างจนแมลงวันแทบจะบินเข้าไปวางไข่ได้
เมื่อเห็นว่า "จอมยุทธ" ที่พวกมันเกรงกลัวเมื่อครู่ แท้จริงแล้วกลับเป็เพียงบัณฑิตสมองนิ่มที่ยืนเหวอและปฏิเสธวิชาวรยุทธของตัวเอง หัวหน้าโจรหนวดยาวที่เพิ่งตั้งสติได้ก็ะเิเสียงหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่งจนพุงแทบจะหลุดออกมาจากชุดคลุมหนังสัตว์
"ฮ่าๆๆๆๆๆ! ์ช่างมีเมตตา ส่งตัวตลกหน้าขาวมาให้ข้าขำก่อนตาย!" มันแผดเสียงหัวเราะเยาะเย้ยพลางชี้ดาบไปที่หน้าลู่ชิง
"กายบริหารอย่างนั้นหรือ? เ้านึกว่าพวกข้ากำลังเต้นรำหน้าศาลาหมู่บ้านอยู่หรือไงไอ้หนอนหนังสือ! ดูสิมือเรียวบางเหมือนสตรีแบบนี้ แค่โดนลมพัดแรงๆ กระดูกจะหักหรือเปล่าก็ไม่รู้"
"เ้าโง่เอ๋ย!" โจรป่าร่างั์อีกคนถ่มน้ำลายลงพื้นพลางแค่นเสียงดูถูก
"นึกว่าจะมีไม้เด็ด ที่แท้ก็แค่คนบ้าที่เดินหลงมากลางทุ่งสังหาร แววตาซื่อบื้อแบบนี้ข้าจะควักมาให้สุนัขกินเสียจริง ร่ำเรียนตำรามาจนสมองกลับ แยกแยะไม่ออกหรือไงว่าที่นี่คือสนามรบ ไม่ใช่ห้องเรียนของเ้า!"
"สงสัยมันจะท่องตำรา 'กตัญญู' จนอยากจะมาตายตามบรรพบุรุษล่ะมั้ง ฮ่าๆๆๆ!" เสียงโจรลูกกระจ๊อกะโเสริมอย่างครึกครื้น ความกดดันเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น เปลี่ยนเป็ความฮึกเหิมที่พร้อมจะรุมสกรัมเหยื่อรายใหม่
"ข้าไม่ได้ล้อเล่นนะ..." ลู่ชิงเอ่ยแทรกขึ้นมาด้วยหน้าตาที่จริงจังสุดขีด (ซึ่งคนอื่นมองว่ากวนประสาท)
"ข้าแค่มาตามเด็กกลับไปเรียนหนังสือ พวกท่านก็ทำงานของพวกท่านไปสิ จะมาหัวเราะข้าทำไม? ท่านหัวหน้ามือปราบ จัดการพวกเขาสิครับ ข้ายืนยันจริงๆ ว่าข้าสู้ไม่เป็!"
เฉินอี้และเหล่ากองปราบยืนทำหน้าไม่ถูก พวกเขาเหวอจนแทบจะวางดาบลงแล้วยกมือกุมขมับ สถานการณ์ตอนนี้มันทั้งตึงเครียดและชวนหัวจนปรับอารมณ์ไม่ทัน
"ฆ่ามัน!" หัวหน้าโจรหยุดหัวเราะแล้วเปลี่ยนเป็ใบหน้าเหี้ยมเกรียม
"เอาหัวเ้าบัณฑิตนี่มาทำที่ทับกระดาษ ส่วนเด็กสองคนนั้น... ฆ่าทิ้งต่อหน้ามันนั่นแหละ!"
สมุนโจรนับสิบดาหน้ากันพุ่งเข้าหาลู่ชิง คมดาบและหอกพุ่งเข้าใส่จากทุกทิศทางด้วยความอาฆาต ลู่ชิงที่เห็นคมดาบวาววับใกล้เข้ามาทุกทีก็ได้แต่ยืนตัวสั่นพึมพำกับตัวเอง
"บอกแล้วไงว่าสู้ไม่เป็... บอกแล้วไม่ฟังกันเลยคนพวกนี้..."