รุ่งเช้าวันรุ่งขึ้น โฟฟาใกล้ประตูทางเข้าร้านรับจ้างแลกเปลี่ยนสารพัด เด็กหนุ่มเซี่ยไป๋เยี่ยหลงนอนหลับสลบไสลพร้อมกับชายหนุ่มสองคน นั่งมองนั่งจ้องเขาอย่างละสายตาบ้างไม่ละสายตาบ้างเป็ครั้งคราว
" แคน มึงว่า มันจะนอนหลับไปอีกนานมั้ยวะ " ฟีนิกซ์ที่นั่งเก้าอี้แบบสวนทาง นั่งสองมือวางรองคางกล่าวถามแคนด้วยน้ำเสียงเบื่อหน่าย
" แล้วกูจะรู้มั้ยล่ะ " แคนนั่งเก้าอี้ด้านข้างพลางมือหนึ่งจกถั่วคลุกเกลือในชามอีกมือหนึ่งเท้ากราม สองตาปิดหลับไม่สนใจอะไร ตอบรับด้วยน้ำเสียงเบื่อหน่ายเฉกเช่นเดียวกับฟีนิกซ์
กริ้ง กริ้ง เสียงกระดิ่งติดหน้าประตูดังขึ้น ก่อนเสียงเปิดประตูร้านจะตามติดกันมา
" อ้าวงานเสร็จแล้วเหรออาท คือไวแท้ " ฟีนิกซ์หันมองเล็กน้อยแลกล่าวทักถาม
" อือ " เสียงตอบรับส่งออกจากในลำคอพร้อมกับการพยักหน้า ชายหนุ่มร่างท้วมสวมชุดสีดำมีลวดลาย บ่าข้างพาดไว้ด้วยเสื้อคลุมสีขาว ่ล่างเขาใส่เป็กางเกงยีนสีดำ เป็คนเดินเปิดประตูร้านเข้ามา สองตามองมุ่งยังโฟฟา " ใครวะ? "
" อ้อ ไอ้เนี่ยหรอมันคือ " ฟีนิกซ์เริ่มบอกด้วยท่าทีมั่นใจ "มันคือ มันคือ " แลค่อยๆเปลี่ยนท่าทีวาจาเป็งุนงงสงสัย และด้วย ะโใพลางเปลี่ยนท่าทีจากนั่งวางมือรองคาง เป็หนึ่งเท้าเหยียบพื้นหนึ่งเท้าเหยียบเก้าอี้ หนึ่งมือชี้ยังเด็กหนุ่ม แสดงออกด้วยท่าทีใ " เออ มันคือใครวะ!! "
" เบื่อจนลืมอีกแล้วนะมึงอะ กูทวนเป็รอบที่สิบห้าของวันแล้วนะเว้ย มันคือ เด็กที่อัลเบียนรับมาเป็คนรับใช้และห้ามมึงฆ่าเล่นเหมือนคนก่อนๆอย่างเด็ดขาดอีกด้วยไง อย่าลืมดิ เดี๋ยวก็ไม่มีเงินเดือนใช้หรอก มึงโดนหักมาสามครั้งแล้วนะ " แคนยังคงน้ำเสียงเบื่อหน่ายปากงับเคี้ยวถั่วเช่นเดิม
ในขณะที่เสียงการพูดเริ่มต้นบังเกิดนั้น ท่ามกลางห้วงแห่งความอันเงียบงันของจิตใจเด็กหนุ่ม เขาก็ค่อยๆรู้สึกตัวขึ้นมาอย่างเรียบง่ายและช้าๆ
' เสียงใครกันที่กำลังพูดอยู่ ' ' ข้าจำได้ว่า ' เยี่ยหลงครุ่นคิดด้วยน้ำเสียงงุนงงพร้อมกับเห็นภาพตัวคนตอนกำลังวิ่งหนีอสูรหมีอย่างเอาเป็เอาตายด้วยความที่ตนหลงคำยั่ว ยุยง
พลันใดเขาก็สูดหายใจเข้า ดัง " เฮือก " พร้อมพุ่งยกตัวขึ้นนั่งสองตาเบิกโพลงกว้างสอดส่ายไปมา ลมหายใจผุดเข้าออกอย่างรุนแรง
" ที่นี่? ที่ใดกัน? "
" ดิสนีย์แลนด์มั้ง " ฟีนิกซ์พูดเสียงดังสวนขึ้นมา
" อ๊า!! " เยี่ยหลงร้องสะดุ้งเสียงดัง
" เหี้ย!! " ฟีนิกซ์ก็ใร้องอุทานสะดุ้งตาม
" พวกเ้าเป็ใครกัน แล้วที่นี่ ที่ใด " เยี่ยหลงกล่าวอย่างลนลานพลางคำหาอาวุธที่ตนมีติดตัว
" ใหมดสัตว์เอ๊ย " ฟีนิกซ์ที่ยกตัวขึ้นเอามือกุมหัวใจค่อยๆกลับมานั่งท่าเดิม และหันไปมองแคนที่ยกตัวกำลังจะวิ่ง จึงถาม " มึงทำไร "
แคนตอบ " เปล่า(เสียงสูง) ไม่ได้ทำไร แค่เมื่อยตูด เลยยกตัวขึ้น แค่นั้นเอง "
ฟีนิกซ์ค่อยๆเอี้ยวเอียงตัวไปกระซิบข้างหูแคนพลางมองจ้องหน้าเยี่ยหลงไม่ละสายตา " เอาความจริง " น้ำเสียงพูดกัดฟัน
แคนกระซิบตอบด้วยน้ำเสียงกัดฟันเช่นกัน " เมื่อคืนกูเพิ่งดูหนังผีมา สามเื่ เสียงกรี้ดผีแม่งยังติดหูอยู่เลย ไอ้เด็กเหี้ยนี่แม่งก็เสือกกรี้ดแบบไม่ให้จังหวะอีก กูวิ่งดิรอไรอะ "
" โอ้ กลัวผีแล้วยังเสือกดูหนังผีอีกนะมึงอะ "
ทั้งสองโยกตัวกลับนั่งท่าเดิมปกติทำ จากนั้นฟีนิกซ์จึงอ้าปากอธิบาย " คือว่านะ "
" พวกเ้าเป็ใคร!! "
" คือว่าพวกเราน่ะ "
" พวกเ้าคือพวกโจรเมื่อตอนนั้นใช่หรือไม่ !! "
" ไม่ใช่ ไม่ใช่ คือว่าพวกเรา "
" ข้าไม่เชื่อหรอก "
"ให้อธิ "
" ข้าไม่วันเชื่อพวกเ้าหรอก!! "
ฟีนิกซ์กำลังจะอ้าปากอธิบายให้เด็กหนุ่มฟังให้จบต่อ อีกครั้งแต่ยังไม่ทันอ้า
" ให้ตายข้าก็ไม่มีวันเชื่อพวกเ้า "
" ยัง " "ยัง " ทั้งสองคนะโตะหวาดสวนกลับเยี่ยหลงที่พูดอย่างไม่สนใจสนสิ่งใดหรืออะไร
ฟีนิกซ์ลุกออกจากเก้าอี้พร้อมกล่าวเสียงดัง " พวกกูยังแทบไม่ทันพูดอะไรเลย มึงก็เอาแต่พูด "ไม่เชื่อ ไม่เชื่อ" อยู่คนเดียว กูถามจริงมึงบ้าป่ะ "
แคนพูดกล่าวเสริมต่อพลางลุกออกจากเก้าอี้มายืนข้างเก้าอี้เช่นเดียวแบบฟีนิกซ์ " ใช่เลย ไอ้ฟีนิกซ์พูดถูก พวกกูถามจริงมึงเป็บ้าเปล่า ตื่นขึ้นมาก็ร้องพูดเอาเองเป็ตุเป็ตะ กรี้ดเสียงดังจนกูใเลยนะไอ้เหี้ย ถามจริงตอนที่มึงกำลังนั่งกลัวอยู่นานสองนานเนี่ย พวกกูทำอะไรมึงยัง ได้พูดบอกกับมึงสักคำยัง (ยัง เสียงสูง) "
" น้ำมะนาวมั้ย "
" ไม่เป็ไร กูกลืนเสลดแก้แหละ "
เยี่ยหลงแม้จะหวาดกลัวสับสนงุนมากเพียงใด หัวใจเต้นแรงจนเสียงส่งออกนอกมาให้ได้ยิน แต่หัวสมองก็มิใช่คนโง่ เขาคิดไตร่ตรอง ลองคิดตามคำพูดของชายลึกลับพวกนี้ดู จึงค่อยๆได้ข้อสรุปแลค่อยๆสงบใจลงได้ช้าๆว่า ' ข้าไม่รู้พวกเขาเป็ใคร แต่คงไม่มีเจตนาร้าย มั้งนะ (มั้งนะ น้ำเสียงความคิดดูหวาดระแวงอยู่บ้าง) '
" พี่ชาย พวกท่านเป็ใครรึ " เยี่ยหลงกล่าวถามอย่างสงบเสงี่ยมเจียมตัว
" นั่นพูดอีกแหละ " ฟีนิกซ์กระตุกขาท่าง้างจะเตะปาก
เยี่ยหลงสดุ้งตัวหลบหลับตาปี๋ แลค่อยลืมตาจึงพบว่า ชายนามฟีนิกซ์หาได้เข้ามาทำอะไรไม่ เพียงกระตุกขาให้กลัว
" สรุปแล้วพวกพี่ชาย เป็ใครรึ? " เยี่ยหลงท่าทางผวาเตรียมตัวสะดุ้งหลบก่อนกล่าวถามย้ำ
ฟีนิกซ์ได้ยินดังนั้น ก็พยายามระงับสงบอารมณ์หมั่นไส้เหมือนมีใครมากวนตีนตนข้างๆ เขาถอนหายใจ ก่อนจะเริ่มพูดอธิบายอย่างใจเย็น " คือว่าอย่างงี้นะ " ฟีนิกซ์ยังไม่ทันเริ่มอธิบายสิ่งใด อาทที่ยืนพิงกำแพง ดูดบุหรี่ไฟฟ้าอยู่จึงกล่าวตัดสวนขึ้นว่า " ฟีนิกซ์ ทำไมมึงไม่ถ่ายทอดความทรงจำวะ "
เสียงระฆังดังทุ้มสนั่นในหัวชายทั้งสอง คือแคนและฟีนิกซ์ ทั้งคู่หันมามองหน้ากันช้าๆก่อนจะร้องพูดพร้อมประสานเสียงว่า "" หื้อ เออว่ะ""
ทั้งสองหันกลับมามองหน้าเด็กน้อยเยี่ยหลงที่กำลังทำหน้างงๆตาปริบๆ
ชั่วพริบตานั้น เยี่ยหลงยังมิได้ทันกระพริบตา ร่างคนนามฟีนิกซ์ก็ปรากฏตรงหน้า หนึ่งมือจับหัว สองตาประสานตา ร่างคนมิขยับเขยื้อน ทั้งห้องมีเพียงเสียงเผาไหม้จากบุหรี่ไฟฟ้าของอาทเพียงเท่านั้น
" ลิ้งก์---->แคน "
" หืม " แคนขยับยกตัวเล็กน้อยมองฟีนิกซ์
แสงสีเขียวปรากฏเป็เส้นสายวูบหนึ่ง ก่อนสัญลักษณ์รูป " L " จะปรากฏเลืองแสง ก่อเกิดตรงกลางหน้าพากชายทั้งสาม คือ เยี่ยหลง ฟีนิกซ์ และแคน
" อ๊ะ " เยี่ยหลงสดุ้งตัวขยับถอยหลังออกนิดๆหลังเห็นแสง
ฟีนิกซ์มิได้อะไร แค่ขยับมือตามหัวที่โยกหลบออกเล็กน้อยนั่น
" โปรแกรม--->คอนโทรล--->บอดี้ " สิ้นสุดเสียงร่าย ฉับพลันร่างกายเยี่ยหลงก็หยุดเคลื่อนไหว แววตาเลื่อนลอยไร้ฉายแววคนมีชีวิตในทันใด
" ถ่ายโอนความทรงจำรูปแบบเพียงรู้ก็ลงมือทำได้ดุจมีประสบการณ์ "
แสงสีฟ้าและแสงสีเขียวมรกต ส่องสว่างวาบซ้อนทับกัน ก่อนที่พวกมันจักรวมกลายเป็สีขาว และเิปรากฏออก เป็ดั่งฝุ่นอณูระยิบระยับคล้ายประดุจดวงดาว จากจุดกึ่งกลางหน้าพากของเซี่ยไป๋เยี่ยหลง
สิ่งนั้นคือ ความทรงของทั้งสอง สีเขียวคือของหนุ่มน้อยเยี่ยหลง ส่วนสีฟ้าคือของฟีนิกซ์บุคคลผู้ถ่ายทอด
แสงระอองทั้งหมดไหลเข้าหัวสมองของเซี่ยไป๋เยี่ยหลง
หนึ่ง
สอง
สาม
ตุบ เยี่ยหลงร่วงสลบเพียงแค่สามลมหายใจ
่เวลาก่อนรุ่งเช้า เวลาหัวค่ำกึ่งดึก ณ ตระกูลเฟิน
ผู้นำตระกูลเฟินแห่งเมืองเมฆาปลิดตะวันและภรรยา ไม่ช้าไม่นานหลังจากเฟินเจวี๋ยปี้ถูกแทง พวกมันก็ได้รับข่าวอย่างรวดเร็ว คนเป็เมียเป็ลม คนเป็ผัวทำได้แค่เพียงกระวนกระวายสั่งการไล่หาคนทำร้ายบุตรตนไปทั่วตามคำเบาะแสที่มี แต่จนป่านนี้ยังไม่ได้ความอะไร เหมือนไล่ตามจับเงาก็มิปาน
หน้าประตูบ้านตระกูลเฟิน ท่ามกลางความวุ่นวายทั้งด้านในและด้านนอก ฟีนิกซ์ที่ยืนล่องหนพิงกำแพงบ้านตระกูลเฟินรอแคนอยู่ ก็เริ่มชักเบื่อจนคนแทบทนไม่ไหว คนเลยคิดตัดสินใจจะเข้าไปหาพ่อบ้านใหญ่ตระกูลเฟินที่ะโสั่งการคนใช้อยู่ เพื่อเจรจา งานที่รับมามันจะได้จบๆ
แต่ทว่าคนยังไม่ทันเดินได้ถึงครบ ก็ต้องชะงัก เพราะอยู่ดีๆก็มีมืออันแสนคุ้นเข้ามาจับ บริเวณไหล่
ฟีนิกซ์เมื่อโดนจับไหล่ก็แทบไม่ต้องเอี้ยวตัวกลับไปดู ก็รู้ว่าคือใคร
" มึงจะไปไหน ไอ้ฟีนิกซ์ "แคนกล่าวถามฟีนิกซ์พลางมือหนึ่งจับไหล่ของฟีนิกซ์เอาไว้ และเมื่อแคนกล่าวจบแคนก็ปล่อยมือออกจากไหล่ พร้อมกับที่ฟีนิกซ์คลายเอาการล่องหนออกไป
ฟีนิกซ์หันตัวกลับมาหาแคน และกล่าวตอบแคนด้วยด้วยน้ำเสียงประชดว่า " ก็กำลังไปทำภารกิจไงครับ คือถ้าคุณมึงจะมาช้าขนาดนี้ "
" โอ๊ะ โอ๊ะ โอ๊ะ อย่าเพิ่งบ่น อย่าเพิ่งบ่น ใจเย็น ใจเย็น ถ้ามึงอยากจบงานนี้เร็วๆล่ะก็ หยุดบ่นแล้วเข้าไปทำงานกันมั้ยครับ? " แคนกล่าวตัดบท
ฟีนิกซ์พอได้ยินดังนั้นก็สูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆและปล่อยออกมาอย่างช้าๆ พอใจเย็นลงแคนจึงเอ่ยชวนฟีนิกซ์เข้าไปด้านในอีกครา
เมื่อเดินมาถึงหน้าประตูบ้านตระกูลเฟิน ทั้งสองไม่คิดรีรอช้า กำลังจะเดินเข้าไป ทว่าพ่อบ้านใหญ่แห่งตระกูลเฟินที่คอยสังเกตุแคนมาั้แ่ต้น
อย่างละสายตาบ้างไม่ละสายตาบ้างเป็ครั้งครา เมื่อเห็นคนกำลังจะเดินเข้ามาพร้อมกับสหายอีกหนึ่ง มันจึงไม่คิดรีรอช้าเช่นกันที่จะเข้ามาขวาง เพื่อกล่าวถามมูลเหตุของการมา " ไม่ทราบแขกสองท่านนี้ เป็ใครมาจากไหน ไม่ทราบหรือว่าตระกูลเฟินเราวันนี้ไม่รับแขก " พ่อบ้านใหญ่กล่าว
" พวกเราทราบ แต่วันนี้เรามาด้วยเหตุจำเป็ " แคนกล่าว
" ข้าได้รับคำสั่งมาว่าไม่ว่าเื่ใหญ่เพียงไหน ก็ให้ปัดไปก่อน เมื่อเป็เช่นนั้นแล้วบ่าวคนนี้คงต้องบอกท่านว่า กลับไปก่อนเถอะ ด้วยความเคารพ " พ่อบ้านใหญ่กล่าวเสร็จ ก็หันหลังเตรียมจะเดินจาก
แต่ยังไม่ทันได้เดินจากลา แคนก็กล่าวโผงขึ้นมาว่า
" แล้วถ้าเื่ที่หนึ่งในพวกเราเป็คนแทงคุณชายน้อยเฟินเจวี๋ยปี้ยังนับว่าสำคัญอยู่มั้ย "
เมื่อแคนกล่าวจบ สีหน้าพ่อบ้านใหญ่ตระกูลเฟินและคนในตระกูลเฟินที่ได้ยินก็เปลี่ยนไป จากหลากหลายอารมณ์ บัดนี้ กลายเป็เดือดดาลโมโหขึ้นทันใด
คำบอกที่ถูกส่งต่อกันมา ก็พลันแล่นขึ้นในหัวคน อย่างไร้ซึ่งการนึกแต่อย่างไร ' ชายสวมชุดขาว แต่งกายแปลก เป็คนทำร้ายคุณชายน้อยตระกูลเฟินเรา '
" โห เป็พวกเ้าเองรึ? ที่ทำร้ายคุณชายน้อยตระกูลเรา กล้ามาหาเองแบบนี้ แสดงว่าเตรียมตัวมาดี
ที่จะหนี หรือ ไม่ก็เตรียมตัวที่จะสู้ตายเอาไว้แล้วสินะ แต่ไม่ว่าจะอย่างไหนพวกเ้าก็ต้องตายอยู่ดี คนทำร้ายตระกูลเฟินเราหนึ่งคน จงจำไว้คนรับโทษต้องนับสิบคนเสมอ " พ่อบ้านใหญ่ตระกูลเฟินหันหลังกลับมา
กล่าวกับแคนและฟีนิกซ์ด้วยท่าทีกำหมัดกัดฟันแน่น
" พวกเราต้องขอโทษกับเื่นั้นด้วยจริงๆ ทางเราไม่ได้มีเจตนาให้มันเป็แบบนั้น เรามาเพื่อเจรจา ไม่ได้มาหาเื่ ฉะนั้นขอให้พวกเราได้เจรจากับผู้นำตระกูลเฟิน เฟินชิงเฉิง ด้วยเถอะ เพราะหากต้องสู้กันจริงๆเกรงว่า พวกท่านก็จะมีแต่สูญเสียเองเปล่าๆ " แคนกล่าวด้วยน้ำเสียงนอบน้อม แต่คำพูดคำจาของแคนกลับไม่ยอมนอบน้อมตามไปด้วย
" ดี ประเสริฐยิ่ง เช่นนั้นก็เชิญเถอะ " พ่อบ้านใหญ่ตระกูลเฟินหลังจากกล่าวเสร็จ ก็หันหลังกลับเดินนำทางแก่แคนและฟีนิกซ์ไป
ณ ห้องรับแขกตระกูลเฟิน
เฟินชิงเฉิงและพวกแคนนั่งตรงกันข้ามกัน พวกหนึ่งนั่งเงียบสงบ แต่อีกพวกหนึ่งกลับปล่อยรังสีฆ่าฟันอย่างไร้ซึ่งความเคารพต่อกันและกัน ออกมาเพื่อสะกดข่มอีกฝ่าย
" ที่พวกเ้าอธิบายมาทั้งหมด นั่นหมายความว่า ลูกข้ารนหาที่เองงั้นรึ ? " เฟินชิงเฉิงเมื่อกล่าวจบก็ะเิพลังิญญาเพิ่มขึ้น
" ใช่ " แคนกล่าวตอบกลับแบบไม่สนใจแรงกดดันอะไร
" คำตอบแบบนี้ แสดงว่าเตรียมตัวตายเอาไว้แล้วสินะ "
" ก็ไม่นะ "
" ไปตายซะไอ้พวกบัดซบ " เฟินชิงเฉิงกล่าวเสร็จก็เตรียมจะโจมตี แต่ทว่ายังไม่ทันได้ตั้งท่าแคนและฟีนิกซ์ก็เปิดกระเป๋าถือออกให้เห็นของด้านใน จนคนต้องตาเบิกโพลงสองข้างชะงักไป
ไข่มุกัเบิกปราณ์ระดับต่ำ สิบสาม ลูก
กระดูกิญญาอสูรกิ้งก่าไฟส่วนแขน หนึ่ง ชิ้น
ยารักษา ระดับสาม สอง เม็ด
เฟินชิงเฉิงที่ชะงักไป ก็พยายามค่อยๆเรียกสติขึ้นมาที่ละนิด จนขึ้นกลับมาเป็ดั่งเดิมได้
' ของพวกนี้มัน!! เป็ไปได้ยังไง!! ตระกูลเฟินเรา ต่อให้เฟ้นหาทรัพยากรสิบปีมารวมกัน ยังไม่มากเท่านี้เลย ไข่มุกัเบิกปราณ์ระดับต่ำสิบสามลูก เป็ไปได้ยัง ? ' เฟินชิงเฉิงคิด
" อ้อ พวกเราลืมบอกข้อแลกเปลี่ยนกับท่านไปสินะ ข้อแลกเปลี่ยนของเราคือ บุตรชายท่านและตระกูลเฟินท่านต้องห้ามยุ่งตระกูลเซี่ย โดยเฉพาะการแต่งงานที่กำลังจะเกิดยกเลิกมันซะ " แคนกล่าว
เฟินชิงเฉิงที่กำลังตาลุกวาว ก็พลันกล่าวสิ่งคิดออกมา " แล้วข้าจะรู้ได้ยังไงว่านี่คือของจริง ข้อแลกเปลี่ยนแค่นั้น ถ้าของจริงมีหรือเราจะไม่รับไว้ "
" จริงหรือไม่ ท่านสามารถตรวจสอบได้ตอนนี้เลย " ฟีนิกซ์กล่าว
เฟินชิงเฉิงไม่ตอบและก็ไม่ตรวจสอบ เพราะแค่ออร่าจากของทุกชิ้น มันก็รู้แล้วว่าอันไหนของจริงอันไหนของปลอม แต่ที่มันกล่าวไปเช่นนั้น เพราะไม่อยากจะเชื่อสายตาตนเองก็แค่นั้น
" เอาเป็ว่า ท่านรับข้อเสนอของพวกเราแล้วก็แล้วกัน " แคนกล่าวพร้อมลุกจะเดินจาก
เฟินชิงเฉิงที่กำลังโลภมากก็ไม่รับฟังสิ่งใดจดจ่อเพียงแต่สิ่งของตรงหน้า จนแคนและฟีนิกซ์ออกจากห้องไปได้สามลมหายใจมันจึงคิดได้ว่า " ตามพวกมันไป "
" ทราบ " เสียงจากในเงากล่าวตอบรับกลับคืน
ณ บ้านผู้าุโใหญ่แห่งตระกูลเซี่ย บ้านเซี่ยเอี้ยเฉิน ระหว่างที่ทุกคนกำลังตื่นใกับเื่ของเยี่ยหลงที่หายตัวไป ก็มีนกอินทรีย์ตัวใหญ่ที่ด้านหลังแบกจดหมายบินเข้ามาภายในบ้านได้อย่างกับมันชินทาง
เอี้ยเฉินรู้สึกแปลกใจเล็กน้อยที่นกอินทรีย์ตัวนี้มันรู้ทางบ้านของเขาอย่างระเอียด แต่ทว่ามันก็ยังไม่พอที่จะทำให้เขาตื่นตระหนกได้ เขาเดินเข้าไปหานกอินทรีย์และหยิบจดหมายออกมาดู
เมื่ออ่านจบเขาก็ถอนหายใจออกมาเป็สองความรู้สึกหนึ่งคือโล่งใจกับอีกหนึ่งคือเป็ห่วงเป็กังวลจากใจ
เพราะเนื้อความในจดหมายเขียนไว้ว่า " ลูกชายของท่านไป๋เยี่ยหลงปลอดภัยดี ตอนนี้เขาอยู่กับพวกเราร้านรับจ้างแลกเปลี่ยนสาระพัด ขอให้ท่านโปรดวางใจ ฝากเขาไว้กับพวกเราด้วยเถิด ทางเราจะดูแลเขาเป็อย่างดีจนถึงที่สุด หากพวกท่านคิดถึงเขา ทางเราก็มีวันกลับบ้านให้แก่เขาเดือนละครั้ง ฉะนั้นท่านไม่จำเป็ต้องเป็กังวลไป ว่าจะไม่ได้เจอลูกชายของพวกท่านอีก ส่วนเื่ข้อตกลงเกี่ยวกับข้อแลกเปลี่ยนของเรานั้นยังคงเดิม ทางเราจะส่งตัวผู้หญิงในข้อแลกเปลี่ยนให้ท่านในวันนี้เลยที่หน้าประตูบ้านตระกูลท่าน "
เอี้ยเฉินพอเขาถอนหายใจเสร็จ เขาจึงค่อยเล่าเนื้อความในจดหมายให้แก่เมียของเขาและคนในบ้านฟัง เซี่ยเซียวหยง พอได้ฟังดังนั้นก็รีบแจ้นไปที่หน้าประตูบ้านตระกูลเซี่ยอย่างไวที่สุดเท่าที่เขาจะทำได้ เมื่อเขามาถึง เขาก็เจอเข้ากับคนที่ถูกมัดใส่กระสอบทิ้งเอาไว้ที่หน้าประตูบ้านตระกูลเซี่ย พอเปิดออกดูจึงค่อยรู้ว่านั่นเป็เซี่ยอี้ผิง บุตรีสุดรักสุดหวงของเขานั่นเอง
ในเวลารุ่งเช้า เยี่ยหลงหลังตื่นขึ้นมาก็ทำความรู้จักกับสิ่งแปลกตามากมายได้อย่างง่ายดายราวกับรู้จักกับสิ่งๆนั้นมาก่อนแล้วและรู้วิธีใช้มันด้วย นั่นรวมถึงผู้คนที่อาศัยอยู่ ณ ที่นี้ด้วยเช่นกัน
สอง สัปดาห์ต่อมา เยี่ยหลงในเช้านี้ก็กำลังทำความสะอาดร้านอยู่อย่างเช่นที่เคยทำมา
' นี่ก็สองสัปดาห์ผ่านมาแล้ว ที่เรามาอยู่ที่นี่ เช้ามาเราก็กินข้าว พอกินเสร็จ ก็ต้องมาทำความสะอาดเช็ดถูร้าน ่เย็นใกล้ค่ำจึงค่อยมีเวลาว่าง ประมาณสามทุ่มจึงเข้านอน ชีวิตดูเหมือนจะธรรมดาสุดๆแล้วในชีวิตไม่มีสิ่งแปลกอะไร แต่ทว่าในทุกคืนมันจะมีเสียงหนึ่งดังอยู่เป็ระยะๆ มันทำให้ข้ามักสะดุ้งหรือตื่นกลางดึกอยู่บ่อยๆนี่สิ '
่เวลาสามทุ่ม เยี่ยหลงปิดไฟเตรียมตัวกำลังจะเข้านอน แต่ก่อนที่จะได้ทิ้งตัวลงนอน จู่ๆก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้น
ตึ่ง ตึ่ง ตึ่ง
' เสียงนี้อีกแล้ว ' เยี่ยหลงคิดด้วยความสงสัย
คนจึงกลับมาเปิดไฟห้องและจึงค่อยเปิดประตูยื่นหัวออกมาดู
' เสียงมาจากสุดทางขวา แต่ว่ามันจะมาจากทางนั้นได้ยังไงกัน ในเมื่อทางนั้นมันเป็ประตูปิดตายที่เราไม่ได้รับคำบอกให้ทำความสะอาดด้วยสิ จึงไม่รู้ว่าเป็ห้องอะไร '
' แต่ก็เอาเถอะ จะยังไงก็แล้วแต่ ออกไปดูหน่อยดีกว่าก็ไม่เสียหายอะไร เผื่อเป็โจรเราจะได้ะโเรียกทุกคนมาจับมันได้ทัน ก่อนที่มันจะได้เอาอะไรไป ' เยี่ยหลงเดินออกมาจากห้องนอน เดินไปตามทิศทางของเสียงที่เกิดขึ้น จนมาสุดทาง เบื้องหน้าปรากฏเป็ประตูห้องที่เปิดอยู่ และด้านในประตูห้องปรากฏเป็บันไดทางลงเส้นทางหนึ่ง
' บันไดทางลงเหรอ ? ' เยี่ยหลงคิดถาม
' ยังไงเราลงไปดูหน่อยดีกว่าคงไม่มีอะไรเสียหาย
หรอกมั้ง '
เมื่อเยี่ยหลงตัดสินใจเสร็จสิ้น คนจึงเดินลงทางลงไปพร้อมกับความแปลกใจที่หลังประตูมีบันได
คนเดินลงไปด้วยความเร็วปกติ ผ่านไปสามสิบวินาทีก็ยังไม่เห็นปลายทาง จนคนเดินมาครบหนึ่งนาทีจึงค่อยเห็นแสงสว่างจากที่มาจากปลายทาง เมื่อคนเห็นดังนั้น ก็รีบเร่งฝีเท้าขึ้น จนในที่สุดคนก็เดินมาถึงปลายทาง
เบื้องหน้าของเยี่ยหลงปรากฏเป็ป่าดงพงไพรในยามเช้าแห่งหนึ่งที่กว้างใหญ่เป็อย่างมาก ใหญ่จนไม่อาจเป็ห้องใต้ดินภายในบ้านไปได้
' ที่นี่มัน ที่ไหนกัน !! ป่าดงพงไพรใหญ่ขนาดนี้ไม่ใช่ห้องใต้ดินธรรมดาๆแล้ว ไหนจะพระอาทิตย์นี่อีก ? มันไม่ใช่ห้องใต้ดินแล้ว ' เมื่อเยี่ยหลงคิดเสร็จ จู่ๆ ความทรงจำความทรงจำหนึ่งก็ผุดขึ้นมาอธิบายเหตุการณ์ตรงหน้าอย่างไม่แหล่งทราบที่มา
' หรือว่านี่จะเป็ !! สิ่งที่เรียกกันว่า อีกมิติหนึ่ง '