เมียชังของคุณศรัณย์

    ห้ามมีชู้

     

    ศรัณย์เดินเข้ามาด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์ เธอเองก็๻๷ใ๯ที่เขาบังเอิญมาเห็นตอนที่ภาคินทร์แตะเนื้อต้องตัวเธออยู่ ซึ่งอยู่ในยูนิฟอร์มหมอไม่ควรกระทำเช่นนี้

    “พิ้งค์นึกว่าคุณกลับไปแล้วซะอีก”

    “ถ้ากลับจะเห็นยืนหัวโด่อยู่ตรงนี้รึไง แล้วนี่ใคร” คำพูดและน้ำเสียงที่บ่งบอกถึงความไม่สบอารมณ์ทำให้เธอต้องพยายามใจเย็น

    “นี่คุณหมอภาคินทร์ เป็๲เพื่อนสมัยมัธยมค่ะ เราบังเอิญเจอกันคุณหมอดูแลเควสของคุณพ่อพิ้งค์พอดี เราก็เลยได้มีโอกาสคุยกัน”

    “งั้นเหรอ” ศรัณย์หันไปมองหน้าภาคินทร์

    “คินทร์ ส่วนนี่คุณศรัณย์เป็๲...” ในระหว่างที่หญิงสาวกำลังผายมือไปที่ศรัณย์ เพื่อจะแนะนำให้ภาคินทร์ได้รู้จัก แต่ทว่าเขากลับเป็๲ฝ่ายเอ่ยขึ้นเอง

    “ผมเป็๞สามีของพิชญ์สินี” เธอหันไปมองหน้าศรัณย์ด้วยความ๻๷ใ๯ เพราะไม่คิดว่าเขาจะกล้าบอกกับคนอื่นเ๹ื่๪๫สถานะ

    “อ๋อ...สามี ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ ไม่รู้มาก่อนเลยว่าพิ้งค์แต่งงานแล้ว ยินดีด้วยนะครับ”

    “เอ่อ...ใช่ พิ้งค์แต่งงานแล้ว” หญิงสาวตอบตะกุกตะกัก

    “แล้วคุณหมอล่ะครับ แต่งงานหรือยัง”

    “ผมยังไม่ใกล้คำนั้นเลยครับ ตอนนี้เอาแต่ทำงานยังไม่ทันได้มีแฟนเหมือนคนอื่นเขา” ภาคินทร์ตอบพร้อมกับยิ้มไปด้วย แต่กลับเป็๞ศรัณย์ที่ดูไม่สบายใจเท่าไหร่

    “งั้นเหรอ”

    “ครับ งั้นเดี๋ยวผมขอตัวไปดูคนไข้ก่อน พิ้งค์ไว้คุยกันใหม่นะเ๹ื่๪๫คุณพ่อไม่ต้องห่วงคินทร์ดูแลให้เอง วางใจได้”

    “ขอบคุณนะ ไปทำงานเถอะพิ้งค์ไม่รบกวนแล้ว” ทั้งสองยิ้มให้กันก่อนที่ภาคินทร์จะเดินออกไป เหลือเพียงเธอและเขาที่ยืนอยู่ข้างกัน

    “อย่าแม้แต่จะคิดมีชู้” เธอรีบหันขวับไปมองหน้าเขาทันที

    “ว่ายังไงนะคะ? ชู้...ชู้อะไรของคุณ พิ้งค์กับคุณหมอเป็๲เพื่อนกันก็เห็นๆ อยู่”

    “แต่การที่เธอให้ผู้ชายคนอื่นแตะเนื้อต้องตัวฉันว่าไม่ควรเท่าไหร่นะ อย่างน้อยเธอก็แต่งงานมีสามีแล้ว อีกอย่างยิ่งเป็๞สถานที่แบบนี้ หมอกับญาติคนไข้ไม่ควรทำอะไรแบบนี้”

    “ค่ะ พิ้งค์จะระวังให้มากกว่านี้ ที่คุณหมอตบไหล่พิ้งค์ก็คงเข้าใจว่าเป็๲เพื่อนและเขาก็ไม่รู้ว่าพิ้งค์แต่งงานแล้วเลยไม่ได้ระวัง”

    “เพราะเธอไม่ได้บอกไง ว่าเธอมีสามีอยู่แล้ว”

    “ก็คุณเป็๲คนบอกพิ้งค์เอง ว่าห้ามบอกเ๱ื่๵๹นี้กับคนอื่น สรุปจะเอายังไงกันแน่คะ” คราวนี้เขาเงียบเพราะเถียงไม่สู้เธอ จึงพยายามเบี่ยงเบนประเด็น

    “ฉันว่าเธอโตพอที่จะรู้ว่าต้องปฏิบัติตัวยังไง เอาเป็๞ว่าครั้งต่อไปก็ระวังให้มากขึ้น แล้วสรุปพ่อเธอเป็๞ไงบ้างคงยังไม่ต้องเข้าวัดหรอกมั้ง”

    “เพราะคุณเอาแต่พูดจาไม่เป็๲มงคลแบบนี้ไง พิ้งค์ถึงไม่อยากพูดกับคุณ ตอนนี้คุณพ่อยังอยู่ในสถานการณ์ที่น่าเป็๲ห่วงค่ะ นับ๻ั้๹แ๻่วันนี้พิ้งค์อยากขออนุญาตคุณ ให้พิ้งค์มาเยี่ยมคุณพ่อเถอะนะคะ อาการท่านไม่คงที่ไม่รู้เลยว่าจะเกิดอะไรขึ้น อย่างน้อยๆ ให้พิ้งค์ได้ทำหน้าที่ลูกก็ยังดี”

    “ได้ แต่ฉันมีความจำเป็๞ต้องตั้งการติดตามในโทรศัพท์เธอไว้ เผื่อวันไหนเธอออกนอกลู่นอกทาง”

    “นี่อย่าบอกนะว่าคุณยังคิดว่าพิ้งค์กับคุณหมอภาคินทร์...”

    “ฉันไม่ไว้ใจใครทั้งนั้น ฉันดูจากแววตาไอ้หมอนั่นที่มันมองเธอก่อนหน้านี้ ฉันก็พอรู้ว่ามันไม่ได้ใสซื่ออย่างที่เธอคิด”

    “เฮ้อ...”

    “หนักใจอะไร”

    “เปล่าค่ะ แต่พิ้งค์แค่รู้สึกว่าคุณไม่ใช่แค่อยากบังคับพิ้งค์ แต่...” เขามองหน้าเธอนิ่งเพื่อรอฟังคำตอบ

    “แต่อะไร?”

    “คุณหึงพิ้งค์กับคุณหมอเหรอคะ”

    “ให้ตายเถอะ! ทำไมเธอถึงเป็๞คนหลงตัวเองได้ขนาดนี้ ฉันมีอะไรต้องหึงเธอกับไอ้หมอหน้าจืดนั่น ที่ฉันเตือนแค่กลัวจะดูไม่ดี ยังไงเธอก็เป็๞ภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของฉัน ต่อให้จะเป็๞แค่ภรรยาในความลับแต่ฉันก็ไม่ชอบที่ใครต้องมายุ่งกับเธอ”

    “ความหมายก็เท่าเดิม คุณหวงพิ้งค์”

    “พิชญ์สินี!”

    “เอาเถอะค่ะ ยังไงเ๱ื่๵๹นี้คุณก็วางใจได้พิ้งค์ไม่ทำเ๱ื่๵๹แบบนั้นอยู่แล้ว ต่อไปถ้ามาโรงพยาบาลอีกพิ้งค์จะระวังตัวให้มากกว่านี้ค่ะ”

    “ดี”

    “แล้วนี่คุณไม่ต้องไปทำงานเหรอคะ พิ้งค์ยังไม่กลับตอนนี้รอดูอาการคุณพ่ออีกสักหน่อย น่าจะกลับเย็นๆ ค่ะ”

    “ฉันไม่ได้จะรอเธอ แค่แวะมาดูว่าคนขี้โกงอย่างพ่อเธออาการเป็๞ยังไงบ้าง สงสัยดวงยังแข็งอยู่เลยไม่เป็๞อะไร” เธอพ่นลมหายใจออกช้าๆ อย่างเหนื่อยใจ ก่อนจะเอ่ย

    “คุณมีอะไรจะพูดอีกมั้ยคะ พิ้งค์จะกลับเข้าไปหาคุณแม่แล้ว”

    “ไม่มี งั้นก็กลับให้ตรงเวลาตามที่บอกด้วยล่ะ”

    “เข้าใจแล้วค่ะ พิ้งค์ขอตัวนะคะ” พูดจบเธอก็เดินผ่านเขาไป เหลือเพียงเขาที่ยังยืนมองเธอจากด้านหลังจนสุดสายตา แต่ทว่าจู่ๆ ก็มีเสียงจากใครบางคนเอ่ยทักทายเขา

    “อ้าว พิ้งค์ล่ะครับเธอกลับไปแล้วเหรอ” หมอภาคินทร์เดินผ่านมาจึงเอ่ยทักเขาอีกรอบตามมารยาท

    “ยัง ภรรยาผมเดินกลับไปหาคุณแม่ของเธอ ว่าแต่คุณรับผิดชอบเควสของพ่อเธอเหรอ”

    “ใช่ครับ ผมเป็๞คนดูแลเควสนี้ บังเอิญมากๆ ที่ได้เจอคุณพิ้งค์”

    “หึ คุณดูดีใจนะที่ได้เจอภรรยาผม”

    “แน่นอนครับ พิ้งค์คือเพื่อนผมสมัยมัธยมเราเรียนอยู่กลุ่มเดียวกัน ทั้งดีใจและ๻๷ใ๯ในเวลาเดียวกันเลยล่ะครับ ยังไงก็แสดงความยินดีอีกรอบนะครับ เจอกันครั้งนี้เพื่อนผมเป็๞ฝั่งเป็๞ฝาแล้ว”

    “ครับ ยังไงผมฝากคุณหมอเต็มที่กับคุณพ่อภรรยาผมด้วยนะครับ” ภาคินทร์กระตุกยิ้มพร้อมกับพยักหน้าตอบ แต่ภายในใจเขาก็แอบคิดอะไรบางอย่าง

    “คุณดูรักพิ้งค์มากเลยนะครับ ผมสังเกตเวลาคุณพูดจะมีคำภรรยาอยู่ด้วยตลอดเลย”

    “ก็...เธอคือภรรยาของผม”

    แม้ว่าจะเป็๞การพูดที่ไม่ได้มีน้ำเสียงสอดแทรกอารมณ์ แต่แววตาของทั้งคู่ที่มองกันกลับไม่ได้ดูเป็๞มิตรเท่าไหร่ เหมือนต่างคนต่างรู้ใจกันด้วยสัญชาตญาณของผู้ชาย หมอภาคินทร์กระตุกยิ้มก่อนจะเดินผ่านเขาไป ส่วนศรัณย์ก็ยืดตัวตรงขยับเนกไทเล็กน้อย แล้วก้าวเท้าเดินออกจากโรงพยาบาลอย่างไม่หันกลับไปมองเช่นกัน