ตอนที่ 18 สามฝ่ามือ
ท่ามกลางผู้คนที่มากมาย มีเพียงแค่เสียงสายลมที่โบกพัด เนี่ยฟงตีลังกากลับหลังสามตลบ ก่อนจะไปยืนบนเวทีประลอง พร้อมกับก้าวถอยหลังถึงสามก้าว คลื่นพลังของซุนหวังเหว่ยที่ซัดมาจึงสลายหายไปจนหมดสิ้น นี่หรือคือพลังของลมปราณนภาขั้นกลาง เพียงแค่หนึ่งฝ่ามือที่ซัดมาเบาๆ อาจปลิดชีพของเขาได้ง่ายราวพลิกฝ่ามือใบหน้าที่หล่อเหลาสง่างามของเนี่ยฟงถูกเปิดเผย บรรดาหญิงสาวต่างจับจ้องมองด้วยดวงตาที่เบิกกว้าง แม้แต่บุรุษหลายคนยังจ้องมองด้วยความอิจฉา คนที่พาลูกสาวหรือเมียต่างพาพวกนางกลับบ้านทันที แม้แต่ซุนลี่ยังต้องตกตะลึงกับใบหน้าของเนี่ยฟง อุบัติเหตุครั้งก่อนใบหน้าของเนี่ยฟงถูกกลีบดอกไม้ปิดบัง นางจึงไม่รู้ถึงใบหน้าที่แท้จริงของเขา ทันใดนั้นหัวใจของนางก็เต้นโครมครามทันที“ก่อนการประลองข้าและนางได้ทำข้อตกลงกันไว้แล้ว พวกชาวบ้านต่างเป็นสักขีพยานแก่ข้าได้” เนี่ยฟงตอบกลับอย่างรวดเร็ว พร้อมกับค่อยๆ ซึมซับพลังจากฟ้าดินอย่างช้าๆ หากเกิดเหตุไม่คาดฝัน เขาก็ยังสามารถใช้เท้าวายุหลบหนีไปได้ “เหอะ! บ้านมีกฎบ้าน เมืองมีกฎเมือง เจ้ากับนางตัดสินใจกันเอง โดยไม่ได้ถามความเห็นจากข้า เจ้าคิดว่าข้าจัดการประลองนี้ขึ้นมาเพื่ออะไรกัน หรือตระกูลของข้าไม่เหมาะสมกับตระกูลของเจ้า!” “ท่านอาวุโสซุนท่านกล่าวเกินไปแล้ว ตระกูลของข้าเป็นเพียงแค่หมอที่รักษาผู้คน และปรุงยาขายเท่านั้น คงไม่อาจจะเทียบเคียงกับตระกูลของท่านได้ และอีกอย่างข้ากับนางล้วนไม่มีใจต่อกัน ขืนอยู่กันไปอาจไร้ทายาทสืบสกุล ข้าเพียงอยากสั่งสอนนางเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ว่าไม่ควรว่ากล่าวบุรุษที่มารวมตัวกันอยู่ที่นี่ และตัวข้าเองยังต้องมีภารกิจที่ต้องไปสะสาง ขอให้ผู้อาวุโสโปรดเมตตาด้วย” เนี่ยฟงตอบโต้กลับอย่างมีมารยาทอย่างที่สุด พร้อมกับสบถด่าทอตัวเองในใจว่าไม่น่าขึ้นมาประลอง หากเขาสามารถยับยั้งช่างใจได้ บางทีเรื่องคงไม่บานปลายเฉกเช่นนี้ “ตกลง! แต่เจ้าต้องรับข้าสามฝ่ามือ แล้วข้าจะให้เวลาเจ้าสิบลมหายใจ ในการหนีให้เร็วที่สุด แต่ถ้าหากเจ้าถูกข้าจับได้ เจ้าจะไม่สามารถหาข้อแก้ตัวใดๆ ได้อีก และต้องเข้าพิธีแต่งงานกับลูกสาวข้า” ซุนหวังเหว่ยตอบตกลงพร้อมกับยื่นข้อเสนอ “แล้วถ้าข้าไม่รับข้อเสนอของท่านล่ะ” รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าของซุนหวังเหว่ย ก่อนจะตอบออกมาอย่างแผ่วเบา “เข้าพิธีแต่งงาน หรือไม่ก็ตาย” เนี่ยฟงครุ่นคิดในใจก่อนจะกล่าวออกไป “หากข้ารับฝ่ามือทั้งสามของท่านได้ แล้วหนีรอดได้อย่างปลอดภัย ท่านก็จะไม่เอาความใดๆ จากข้าอีก ถูกต้องหรือไม่” ซุนหวังเหว่ยพลางคิดในใจหากเนี่ยฟงถูกซัดสามฝ่ามือ มีหรือจะมีเรี่ยวแรงหนีรอดจากเขาไปได้ จึงผงกศีรษะรับในทันที “ถูกต้อง และเพื่อไม่ให้เป็นการรังแกเจ้า จนข้าต้องถูกพวกชาวบ้านนินทาว่าแกล้งผู้เยาว์ ข้ายินดีให้เจ้าสามารถปัดป้องได้ แต่ไม่สามารถหลบหลีกได้” ซุนหวังเหว่ยพูดราวกับว่าเขามีจิตใจที่ประเสริฐ แต่ดันหลงลืมไปว่าเนี่ยฟงมีอายุเพียงสิบเจ็ดปีเท่านั้น ถึงชาวบ้านจะไม่พูดออกมา แต่ก็คิดอยู่ในใจ“เช่นนั้นท่าอาวุโสโปรดออมมือด้วย” เนี่ยฟงผสานมือทั้งสองข้างทำความเคารพ ก่อนจะยกการ์ดมวยขึ้นมาบดบังที่เบื้องหน้า พร้อมกับโคจรพลังลมปราณอย่างบ้าคลั่ง “ช่างกล้าหาญยิ่งนัก รับมือ! ท่าที่หนึ่ง ดรรชนีเทพกระบี่!!” ซุนหวังเหว่ยกระโจนทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า พร้อมกับปลดปล่อยคลื่นพลังลมปราณที่ปลายนิ้ว ปรากฏคลื่นพลังที่มีรูปทรงกระบี่สีทอง พุ่งทะยานเข้าหาเนี่ยฟงทันที“วิรุฬหกกลับ!!” เนี่ยฟงพลิกตัวทแยงหันหน้าเข้าด้านข้างของกระบี่ พร้อมกับยกฝ่าเท้ากระแทกไปที่ด้านข้างของมัน ทำให้กระบี่สีทองเปลี่ยนเส้นทาง พุ่งเข้าหาป้ายชื่อของตระกูลซุน ที่แขวนอยู่เหนือประตูสำนัก “ปัง!!!” เสียงปะทะดังสนั่น ป้ายชื่อตระกูลซุนหักครึ่งร่วงหล่นสู่พื้น ทำให้ดวงตาของซุนหวังเหว่ยเบิกกว้างเท่าไข่ห่าน เขาไม่ได้ตกตะลึงที่ป้ายชื่อตระกูลหักครึ่งแม้แต่น้อย จะสร้างใหม่เป็นร้อยแผ่นก็ง่ายดุจปอกกล้วยเข้าปาก แต่สิ่งที่ทำให้เขาตกตะลึงนั้น แต่เป็นเพราะเนี่ยฟงถีบพลังดรรชนีของเขาตั้งหาก แต่เมื่อมองไปที่เท้าของเนี่ยฟง ก็เห็นมันสั่นเทาอย่างรุนแรง และมีกลุ่มควันจางๆ ที่ลอยขึ้นมาจากฝ่าเท้าของมัน“เมื่อครู่ข้าใช้พลังเพียงแค่สองส่วนเท่านั้น ข้าว่าเจ้าควรแต่งงานกับลูกสาวข้าแต่โดยดีจะดีเสียกว่า เจ้าจะได้ไม่เจ็บตัว” “บัดซบ!! แค่สองส่วนเช่นนั้นรึ!!!” เนี่ยฟงบ่นพึมพำในใจ เพียงแค่พลังลมปราณแค่สองส่วน แต่กลับทำให้ขาข้างหนึ่งของเขานั้น ถึงกับชาสั่นเทาไปทั่วทั้งท่อนขา หากซุนหวังเหว่ยใช้พลังเต็มที่ ไม่ใช่แค่ความชาเท่านั้น บางทีขาข้างนี้ของเขาคงปลิวกระเด็นไปตกอีกฝั่ง หรือไม่ก็อาจจะแหลกละเอียดกลายเป็นเศษซาก เนี่ยฟงหอบหายใจอย่างหนัก พร้อมกับโคจรพลังลมปราณไปทั่วทั้งเรือนร่าง ก่อนจะยกการ์ดมวยขึ้นมาอีกครั้ง “ขอบคุณในความเมตตาของผู้อาวุโส เชิญท่านลงมือ” “เฮอะ!! นี่เจ้ากล้าหาญหรือบ้าบิ่นกันแน่ ดี! เมื่อข้ามีไมตรีแต่เจ้าไม่รับมัน ก็อย่าหาว่าข้าใจร้าย รับมือ!! ท่าที่สอง กระบี่ปราบมาร” ซุนหวังเหว่ย ประสานฝ่ามือทั้งสองข้างอย่างรวดเร็ว ชี้ตรงไปหาเนี่ยฟง ก่อนจะปรากฏแสงสีทองเหลืองอร่ามปกคลุมไปทั่วทั้งเรือนร่าง กลายเป็นกระบี่สีทองขนาดใหญ่ พุ่งเข้าหาเนี่ยฟงอย่างรวดเร็ว เนี่ยฟงถอยหลังสามก้าวเพื่อตั้งหลัก ดวงตาที่เปล่งประกายจ้องมองกระบี่ยักษ์อย่างไม่ลดล่ะ เพื่อกะระยะที่แม่นยำ เมื่อยามที่ปลายกระบี่พุ่งมา เขาก็หมุนตัวอย่างรวดเร็ว พร้อมกับฟาดส้นเท้าข้างที่ด้านชาของเขา ที่ปกคลุมไปด้วยพลังลมปราณ ปะทะกับปลายกระบี่ทันที “จระเข้ฟาดหาง!!!” “ปัง!!!” เสียงปะทะดังสนั่นหวั่นไหว กลุ่มควันฟุ้งกระจายปกคลุมไปทั่วบริเวณ ร่างของเนี่ยฟงพุ่งทะยานถอยหลัง ก่อนจะทรุดนั่งไปกับพื้นที่ขอบเวที พร้อมกับลมหายใจที่หนักหน่วง สีหน้าของเขาบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวดที่ท่อนขา และยังถูกคลื่นลมปราณตีกลับ ทำให้กระอักเลือดออกมาคำโต “พรวด!!!” เนี่ยฟงรีบนั่งขัดสมาธิโคจรพลังลมปราณอย่างบ้าคลั่ง ชักนำพลังลมปราณที่ตีกลับให้เข้าที่ พร้อมทั้งซึมซับพลังฟ้าดินอย่างบ้าคลั่งซุนหวังเหว่ยยังคงแน่นิ่งอยู่กับที่ ดวงตาของจ้องมองไปยังพื้นลานประลองที่เบื้องหน้า ปรากฏรอยเท้าจางๆ หนึ่งข้าง ซึ่งมันเป็นรอยเท้าของนั้นเอง “บัดซบ!! นี่มันสามารถทำให้ข้าถอยหลังได้ถึงหนึ่งก้าว ด้วยระดับลมปราณแค่ก่อกำเนิดขั้นต้น ต่อไปในภายภาคหน้า มันต้องเป็นที่สะท้านฟ้าสะเทือนดินเป็นแน่!!” รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าของซุนหวังเหว่ย ภายในใจของเขานั้น ไม่ว่าอย่างไรเขาจะต้องเอาเนี่ยฟงมาเป็นลูกเขยให้จงได้ เขายังคงจ้องมองเนี่ยฟงที่กำลังรวบรวมพลังลมปราณ โดยที่ไม่เข้าไปขัดขวางแต่อย่างใดผ่านไปไม่กี่ลมหายใจ ดวงตาทั้งสองข้างของเนี่ยฟงก็พลันเปิดขึ้น พร้อมกับค่อยๆ ลุกขึ้นยืนอย่างเชื่องช้า อาการบาดเจ็บที่ท่อนขาทุเลาลงเป็นอย่างมาก “เมื่อครู่ข้าใช้พลังเพียงสี่ส่วนเท่านั้น ข้าเล็งเห็นถึงความพากเพียรของเจ้า ข้าจะให้โอกาสเจ้าครั้งสุดท้าย จงยอมแต่งงานกับลูกสาวข้าแต่โดยดีซะ!” เนี่ยฟงส่ายหน้าอย่างช้าๆ ทำให้ซุนหวังเหว่ยรู้สึกอึดอัดใจเป็นอย่างมาก อยากจะสังหารเด็กอวดดีผู้นี้ให้ตายคามือ “เรียนผู้อาวุโสซุนตามตรง ไม่ใช่ว่าลูกสาวท่านขี้ริ้วขี้เหร่แต่อย่างใด นางทั้งสวยและงดงามดุจดั่งนางฟ้า แต่ตัวข้าไม่อาจรับไมตรีจากท่านได้ อีกทั้งภายในใจของข้านั้น มีหญิงสาวนางหนึ่งครอบครองไว้แล้ว” ดวงตาของเนี่ยฟงเกิดประกายความมุ่งมั่น แม้แต่ซุนหวังเหว่ยยังรู้สึกประทับใจ แต่ไหนเลยจะยอมเสียว่าที่ลูกเขยที่เก่งกาจเช่นนี้ได้ ก่อนจะส่งเสียงหัวร่อออกมา แล้วเอ่ยปากออกไป “มีหญิงสาวในใจแล้วเป็นอย่างไร การที่บุรุษอย่างเราจะมีเมียสามสี่คนไม่ใช่เรื่องแปลก แม้แต่ตัวข้าเองยังมีเมียถึงเจ็ดคน แต่ลูกสาวของข้าต้องเป็นเมียใหญ่เท่านั้น” “ข้าไม่แปลกใจเลย ทำไมลูกสาวของท่านถึงรังเกียจพวกบุรุษ ที่แท้มันก็สืบเนื่องมาจากตัวของท่านเอง โปรดลงมือ!” และแล้วเนี่ยฟงก็ล่วงรู้ถึงสาเหตุที่ซุนลี่ด่าทอพวกผู้ชาย ว่ามักมาก บ้าตัณหา ทั้งหมดทั้งมวลล้วนซึ่งมาจากพ่อของนางนั่นเอง “ปากดียิ่งนัก! ดูซิเมื่อเจ้ารับฝ่ามือที่สามแล้ว เจ้าจะมีแรงหนีไปได้สักกี่น้ำ รับมือ!! ท่าที่สาม เคล็ดวิชาเทพกระบี่ กระบี่ไร้พ่าย!” ซุนหวังเหว่ยกระโจนทะยานขึ้นสู่ฟากฟ้า กระบี่ของเขาที่วางอยู่บนโต๊ะน้ำชา พุ่งทะยานเข้าสู่มือ ไม่เพียงแค่นั้นกระบี่ที่ถูกจัดเรียงรายบนเวทีประลอง ยังพุ่งขึ้นไปบินวนอยู่ด้านหลัง ก่อนที่กระบี่ทุกเล่มจะมารวมตัวกันที่เบื้องหน้า กลายเป็นกระบี่เล่มใหญ่ยักษ์ เมื่อปลายกระบี่ในมือชี้มาหาเนี่ยฟง กระบี่ใหญ่ก็ควงสว่านพุ่งหาเขาด้วยความรวดเร็วเนี่ยฟงขับเคลื่อนพลังลมปราณอย่างบ้าคลั่ง บังเกิดคลื่นพลังลมปราณที่ห่อหุ้มไปที่ปลายหมัดและปลายขาทั้งสองข้าง ก่อนจะดีดตัวจากเวทีอย่างรุนแรง จนพื้นเวทีลานประลองแตกร้าวไปทั่ว พุ่งเข้าหาดาบใหญ่อย่างไม่หวั่นเกรง “หมัดตรง!!!” เนี่ยฟงใช้ท่วงท่าที่เรียบง่ายของแม่ไม้มวยไทย แต่พลังทำลายของมันเป็นที่กล่าวขานไปทั่วโลก ทันทีที่หมัดปะทะกับปลายดาบ ก็ปรากฏเสียงที่ดังสนั่นราวกับสายฟ้าฟาด “เปรี้ยงงง!!!” ทำให้เกิดคลื่นพลังลมปราณ ทำให้ผู้คนที่มาดูต้องปลิวกระเด็นถอยหลัง หมัดของเนี่ยฟงต้านกระบี่ยักษ์กลางอากาศ เมื่อจ้องมองดีๆ จะเห็นว่าตัวของเขากำลังถอยหลังอย่างต่อเนื่อง ที่มุมปากของเขายังปรากฏหยาดโลหิตที่รินไหลออกมาเป็นสาย เขาเป็นเพียงแค่เด็กหนุ่มวัยสิบเจ็ดปี ที่มีลมปราณก่อกำเนิดขั้นต้นเท่านั้น แต่กลับสู้กับเทพกระบี่ผู้ที่มีลมปราณนภาขั้นกลางอย่างไม่หวาดกลัว ทันใดนั้นดวงตาของเขาก็เบิกโพลงกว้าง ภายในแกนกลางชีพจรของเขาเกิดสั่นไหวอย่างรุนแรง พร้อมกับการปรากฏของต้นชีพจรฟ้าในห้วงสำนึก และทันทีที่ดอกที่เบ่งบานของมันร่วงหล่น เขาก็รู้สึกได้ถึงพลังลมปราณที่เอ่อล้นออกมาจากเรือนร่าง ราวกับเขื่อนที่แตกยับเพราะรับมวลน้ำไม่ไหว “ย้ากกกก!!!!!” “บรึ้ม!!!” กระบี่ยักษ์แตกกระจาย กลับคืนเป็นกระบี่ที่มีขนาดเท่าเดิม ร่วงหล่นลงมาราวกับสายฝน แม้แต่ซุนหวงเหว่ยยังปลิวกระเด็น ลงมายืนที่พื้นด้วยสีหน้าอันตกตะลึง และเช่นกันที่เนี่ยฟงลงมาทรุดนั่งชันเข่ากลางเวทีประลอง พร้อมกับลมหายใจที่สั่นสะท้าน แต่ทันใดนั้นดวงตาของเขาก็เบิกโพลงกว้าง เมื่อเห็นปลายกระบี่ที่ร่วงลงมาจากฟ้า กำลังจะทิ่มแทงซุนลี่ในอีกไม่กี่อึดใจเนี่ยฟงใช้ท่าเท้าวายุในพริบตา แม้ท่อนขาข้างหนึ่งของเขาจะเจ็บปวด เข้าไปโอบเอวที่เล็กคอดของนาง พุ่งทะยานออกไปอย่างรวดเร็ว รอดพ้นจากคมกระบี่อย่างหวุดหวิด เมื่ออยู่ในอ้อมกอดของเนี่ยฟง ก็ทำให้ใบหน้าของทั้งสองห่างกันไม่ถึงหนึ่งชุ่น ซุนลี่จ้องมองเนี่ยฟงโดยไม่กะพริบตา พร้อมกับหัวใจของนางที่เต้นโครมครามไม่เป็นจังหวะ จนเสียงของมันดังกึกก้องอยู่ในกกหู ก่อนที่หน้าของนางจะปรากฏสีแดงระเรื่อที่แก้มทั้งสองข้าง เนี่ยฟงทะยานร่างมาถึงหลังคาหลังหนึ่ง ก่อนจะปลดปล่อยเรือนร่างของซุนลี่อย่างเบามือ พร้อมกับส่งสายตาไปหาซุนหวังเหว่ย แล้วตะโกนออกไป “อย่าลืมนะท่านอาวุโสซุน สิบลมหายใจ” เมื่อกล่าวจบ เนี่ยฟงก็ทะยานร่างออกไปทันที โดยปล่อยให้ซุนลี่ค้างเติ่งอยู่บนหลังคา ที่กำลังจ้องมองการจากไปของเนี่ยฟง
*หมายเหตุคำที่ขีดเส้นใต้*หนึ่งชุ่น = หนึ่งนิ้ว (ข้อมูลจาก google)