หลังจากที่วาออกจากบ้านไป ศานอนหลับอยู่ที่ห้องนั่งเล่นตลอดทั้งบ่ายหลังจากไปฝึกต่อสู้มาตลอด่เช้า ตื่นขึ้นมาอีกครั้งก็เย็นมากแล้ว ร่างสูงโปร่งนอนบิดี้เีอยู่สักพักก็ลุกขึ้นมานั่ง
"ตื่นแล้วหรอจ้ะ ไปล้างหน้าล้างตาก่อนจะได้สดชื่น" คุณป้า? กลับมาั้แ่เมื่อไหร่กัน ศาทำหน้างงเล็กน้อยอย่างคนยังไม่ตื่นดี
ซูหนี่หัวเราะให้กับท่าทางน่าเอ็นดูนั่น "ป้ากลับมาถึงบ้านได้สักพักใหญ่แล้วล่ะ เห็นเรานอนอยู่เลยไม่ได้ปลุก"
"อ้อ..." ศาพยักหน้าหงึกๆ พลางเกาแก้มตัวเองเบาๆ
"ไปๆ ลุกขึ้น" ซูหนี่เดินเข้ามาดึงมือศาให้ลุกขึ้นก่อนจะดันหลังให้เข้าห้องน้ำ
เสียงปิดประตูดังขึ้นเบาๆ ศายืนงงอยู่สักพักก่อนจะล้างหน้าล้างตาให้เรียบร้อย
ศาออกจากห้องน้ำก่อนจะเดินเข้าไปหาคุณป้าห้องนั่งเล่น
"เฮียเฉิน?" ร่างสูงใหญ่ของอี้เฉินที่ไม่ได้เห็นมา 4 เดือน "มาั้แ่เมื่อไหร่ครับ"
"สักพักแล้วครับ" อี้เฉินเดินลงมาจากข้างบนหันมามองศา สายตาจับจ้องั้แ่หัวจรดปลายเท้าก่อนจะพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ "ฝึกเป็ยังไงบ้าง... ดูเหมือนสัดส่วนจะกระชับขึ้นมีความคล่องตัวมากกว่าแต่ก่อนไม่น้อย"
ศาพยักหน้าเห็นด้วย "การฝึกเป็ไปด้วยดีครับ ถึงจะยังเอาชนะคนของเฮียไม่ได้แต่ในอนาคตต้องทำได้แน่นอนครับ"
ทั้งคู่เดินเข้าห้องนั่งเล่นไปพร้อมกัน
"ไม่ต้องรีบร้อน" อี้เฉินยังอยากให้แฝดใช้ชีวิตวัยรุ่นให้ดีและมีความสุขที่สุด ส่วนเื่อื่นๆ หากเขาจัดการให้ได้ก็จะทำให้
"ครับเฮีย" ศาตอบรับก่อนจะเอ่ยถามเื่ที่ตนยังไม่เข้าใจ เสียงพูดคุยตอบโต้ยังคงดังต่อเนื่องอยู่อย่างนั้น
ซูหนี่นั่งฟังทั้งคู่คุยกันสักพักก่อนจะหันไปมองนาฬิกาเมื่อเห็นว่าเย็นมากแล้วแต่คนเป็สามีที่ออกไปข้างนอกกับหลานอีกคนยังไม่กลับมาเสียที "อาเฉิน พ่อของลูกถึงไหนแล้ว"
อี้เฉินยกข้อมือขึ้นมองนาฬิกา คิ้วเข้มขมวดเล็กน้อย "น่าจะใกล้ถึงแล้วครับ"
คุณพ่อออกมาจากโกดังได้ 2 ชั่วโมงกว่าๆแล้ว คงจะถึงภายในครึ่งชั่วโมงนี้
ซูหนี่พยักหน้า ก่อนจะคิดไปถึงลูกชายอีกคนที่กำลังกลับบ้าน "งั้นแม่ไปดูในครัวก่อน อี้หานกลับบ้านในรอบหลายเดือนแม่ต้องทำของชอบให้น้องหน่อย" อี้เฉินมองดูแม่เดินฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดีเข้าห้องครัวไป
เวลาผ่านไปกว่า 20 นาที รถยนต์หรูสีดำก็ขับเข้ามาจอดอยู่ข้างบ้าน
ศามองไปยังประตูบ้านที่ยังปิดสนิทอยู่ เพื่อรอคนข้างนอกเข้ามา
แกร๊ก
ประตูบ้านเปิดออกช้าๆ ลุงโจวเดินเข้ามาเป็คนแรกก่อนจะตามมาด้วยร่างสูงใหญ่ของอี้หานที่ข้างเอวมีสิ่งมีชีวิตที่ถูกอุ้มอยู่…
ศามองแฝดน้องของตนเองถูกเฮียหานโอบอุ้มจากข้างหลังและถูกหนีบไว้ข้างเอว มองภาพทิวากรปล่อยตัวเหลวห้อยไปตามแรงหิ้ว
เหมือนกระเป๋าแบนๆ ที่ถูกหนีบไว้ข้างเอวไม่มีผิด...
"ไงเฮีย" อี้หานเอ่ยทักทายพี่ชายตนเอง "ไงเ้าหนูศาตัวน้อย โตแล้วหล่อเหล่าไม่เบาเลยนะ"
"สวัสดีครับเฮีย" ศาเอ่ยทักทายกลับพลางมองรอยยิ้มระรื่นที่ถูกส่งมาให้ ก่อนจะหันไปแอบมองเฮียเฉินเล็กน้อย
สายตาคมจับจ้องมองทิวากรเต็มไปด้วยความเป็ห่วง สภาพของเ้าลักยิ้มค่อนข้างมอมแมม คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันเล็กน้อย ก่อนจะมองอี้หานเป็เชิงให้ปล่อยตัวน้องได้แล้ว
อี้หานยิ้มหลี่ตามองพี่ชายของตนเล็กน้อย ก่อนจะอุ้มทิวากรเดินผ่านหน้าไปมาอยู่หลายรอบ พลางมองคิ้วเข้มๆ ที่ขมวดจนจะผูกเข้าหากันอยู่แล้ว ด้วยความไม่ระวังเท้าสะดุดพรมและกลัวว่าวาจะล้มลงไปด้วยเลยเหวี่ยงตัวน้องออกจากตัวไปทางอี้เฉิน
"โอ๊ะ!" อี้หานทำน้ำเสียงใเหมือนไม่ได้ตั้งใจทำ
ศาที่มองอยู่นอกวงเกือบจะเชื่อว่าเฮียหานไม่ได้ตั้งใจแล้ว หากไม่เห็นรอยยิ้มและแววตาระรื่นนั่น ไหนจะท่ายืนที่มั่นคงไม่หลงเหลือท่าทีที่จะสะดุดล้มเลย...
วาถูกอุ้มห้อยโตงเตงไปมารู้สึกเวียนหัวเล็กน้อย ก่อนโดนอุ้มเข้าบ้านได้พยายามต่อต้านแรงอี้หานแล้วตนเป็แค่มดน้อยตัวหนึ่งจะเอาอะไรไปสู้! อยู่ๆ ร่างกายก็ถูกโยนออกไปยังไม่ทันได้ตั้งตัวได้คิดอะไรก็มีอ้อมแขนแข็งแกร่งเข้ามาโอบอุ้มอย่างอ่อนโยนเอาไว้เสียก่อน
ร่างเล็กจ้อยหันไปมองเ้าของอ้อมกอดที่อุ้มตนไว้ เมื่อเห็นว่าเป็ใครปากเล็กๆ ก็เบะออกเล็กน้อย ดวงตากลมโตเอ่อล้นด้วยน้ำตา ก่อนจะโอบคอเฮียเฉิน เอ่ยฟ้องว่าวันนี้ตนเองโดนแกล้งโดนรังแกยังไงบ้าง
“ฮึก... เฮียต้องแก้แค้นให้วานะ” ใบหน้ากลมมนซบอยู่บนไหล่กว้าง ก่อนจะกะพริบตาหลายๆ ทีจนน้ำตาไหลออกมา...
อี้หานมองท่าทีของทิวากรก่อนจะเบะเล็กน้อยอย่างรู้ทัน เ้าเด็กนี้รู้ว่าใครควรจะเอ่ยจะอ้อนอย่างไรถึงจะได้ในสิ่งที่ตนเอง้า ระหว่างที่คิดอยู่นั่นก็สังเกตเห็นใบหน้าพี่ชายของตนเริ่มนิ่งและตาดุขึ้น ดูเหมือนจะโมโหั้แ่ที่ตนแกล้งโยนน้อง เมื่อรวมเข้ากับคำฟ้องที่เกินจริงไปหน่อยนั่นแล้ว...
อี้เฉินพยักหน้ารับคำ ใบหน้าคมสันก้มลงแนบคางของตนบนขมับคนน้องเบาๆ ก่อนจะหันกลับมามองอี้หาน “พรุ่งนี้เข้าประชุมแทนฉันด้วย”
หลังจากสิ้นเสียงคำสั่งทั้งห้องก็เงียบลง วาแอบมองอี้หานเห็นท่าทางนิ่งเงียบไปเช่นนั้นก็ยกยิ้มกว้างและยักคิ้วใส่ ก่อนจะส่งเสียงสะอื้นเบาๆ
ทุกคนรู้ดีว่าอี้หานไม่ชื่นชอบงานบริหารและเื่ที่ต้องใช้ความคิดมากที่สุด การลงโทษให้เข้าไปเผชิญเื่เครียดๆ ในห้องประชุมนั่นเป็เหมือนนรกขนาดแท้
“เดี๋ยวก่อนเฮีย...”
“ฉันจะให้เลขามารับแต่เช้า เตรียมตัวไว้ด้วย” ถึงความจริงการประชุมในวันพรุ่งนี้ไม่จำเป็ต้องเข้าก็ได้ ถือเสียว่าเป็บทลงโทษที่เล่นอะไรพิเรนทร์ๆ
“ไม่ใช่สิเฮีย เ้าหนูวาก็กัดผมเหมือนกันนะทำไมมีแค่ผมที่โดนลงโทษอยู่คนเดียวล่ะ” อี้หานยกแขนขึ้นมาชี้ให้ดูรอยกัดที่ยังมีร่องรอยจางๆ อยู่
“ฮึก... ก็เฮียหานว่าวาก่อน วาไม่ได้ตั้งใจทำนะครับ...” เ้าตัวจ้อยเงยหน้ามองอี้เฉินที่ก้มลงมาพอดี ตากลมโตจดจ้องตาคมดุนั่น “เฮียเค้าบีบจมูกวาจนเจ็บไปหมดด้วยครับ...”
“นี่...” มองดูท่าทางบีบน้ำตานั่นจนพูดไม่ออก
อี้เฉินไม่ได้พูดอะไรต่อทำเพียงอุ้มทิวากรเดินขึ้นชั้นสองไป
โจวไห่ที่นั่งมองเหตุการณ์ั้แ่ต้นจนจบอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา รู้ทั้งรู้ว่าอี้เฉินแพ้ทุกอย่างที่เป็ทิวากรก็ยังจะไปยั่วโมโหอีก
“เฮียทำตัวเองทั้งนั้น!” ศาเอ่ยขึ้นมาก่อนจะหัวเราะบนความทุกข์ของอี้หาน
ร่างสูงเดินเข้ามาในห้องนอนของเ้าลักยิ้ม ก้มตัวลงวางทิวากรบนเตียงแ่เบา ก่อนจะนั่งคลุกเข่าลงด้านหน้า
“ยังเจ็บจมูกอยู่หรอเปล่าครับ?” สายตาดุสอดส่องทั่วใบหน้ากลมมน สายตาเป็ห่วงเป็ใยที่ส่งออกมาทำเอาวารู้สึกผิดนิดหน่อย
“ไม่เจ็บแล้วครับ สบายมาก” แย้มยิ้มกว้างให้คนพี่เป็การปลอบ
อี้เฉินมองรอยยิ้มนั่นอยู่นานก่อนจะพยักหน้าเบาๆ
ทั้งห้องเงียบลงต่างคนต่างจ้องมองกันและกันอยู่อย่างนั้น
“ความจริง... วาแค่อยากแกล้งเฮียหานเฉยๆ” มือเบายกขึ้นเกาหน้าตนเองเบาๆ อย่างคนทำอะไรไม่ถูก
“เฮียรู้...” แต่เื่ที่อี้หานเหวี่ยงน้องเช่นนั้น หากตนรับไม่ทันจะเป็เช่นไร?
“ถ้าอย่างงั้น...” วาที่กำลังจะเอ่ยขอให้ยกเลิกบทลงโทษยังไม่ทันจะได้ขอจนจบ
“ไม่ได้ครับ อี้หานเล่นพิเรนทร์เกินไป หากเฮียรับเราไม่ทันจะไม่ใช่แค่เราเท่านั้นที่เ็ป เข้าใจไหมครับ?” หากทิวากรไม่มีคนรับไว้ก่อนแล้วตกกระแทกพื้นคนที่รู้สึกผิดและเสียใจมากที่สุดก็คืออี้หานเอง
“ครับ...”
“แค่ไปนั่งฟังการประชุมเอง ไม่เป็อะไรหรอก” อี้เฉินยกยิ้มมองทิวากรก่อนจะยกมือลูบศีรษะไปมาอย่างปลอบโยน
วาเอียงหัวถูไถมือหนาของเฮียไปมา ไว้ค่อยไปขอโทษเฮียหานทีหลังก็แล้วกัน
อี้เฉินหัวเราะเบาๆ ก่อนจะลุกขึ้น “ไปอาบน้ำได้แล้วครับ” มือหนาลูบแก้มกลมอย่างอ่อนโยน
“ครับ!” ร่างเล็กจ้อยลุกขึ้นเดินเข้าห้องน้ำไปอย่างรวดเร็ว
อี้เฉินมองตามร่างของทิวากรไปจนกระทั่งหายลับเข้าห้องน้ำ ใบหน้าคมกลับมาเรียบเฉยเหมือนคนที่ยิ้มแย้มเมื่อครู่ไม่มีตัวตนอยู่ ก่อนจะเดินออกจากห้องลงไปยังห้องนั่งเล่น
ร่างสูงนั่งลงบนโซฟาเดียวฝั่งตรงข้ามกับอี้หาน นั่งพิงหลังท่าทีสบายๆ มือขวายกขึ้นมาเท้าคางมือซ้ายวางบนตัก ขาเรียวยาวยกขึ้นไขว่ห้างกระดิกปลายเท้าเบาๆ สายตาจับจ้องไปยังบันได ถึงท่าทางที่แสดงออกจะดูสบายแต่คนเป็น้องชายทราบดีครั้งนี้เฮียโกรธจริงๆ
ภายในห้องนั่งตกอยู่ในความเงียบอีกครั้ง
“ขอโทษครับเฮีย...” ขอโทษในความไม่รู้จักคิดให้รอบคอบของตัวเอง หากตอนนั้นเฮียรับไม่ทันคนที่จะต้องรู้สึกผิดยิ่งกว่าใครก็คือตัวผมเอง ผมที่โยนน้องออกไปเองกับมือเพียงเพราะอยากจะยั่วโมโหเฮียเล่นๆ
“อืม...” อี้เฉินหันมองอีกฝ่ายตรงๆ
“พรุ่งนี้ผมจะไปเข้าประชุมครับ ให้เลขาของเฮียส่งรายละเอียดการประชุมมาให้ผมด้วยนะครับ” ถึงไม่ชอบนักแต่บทลงโทษก็คือบทลงโทษ
“เอาล่ะๆ พอกันได้แล้วทั้งสองคน” ซูหนี่ส่ายหัวไปมาหลังจากรับรู้เื่ราวตอนที่ตนเองไม่อยู่ในห้องนั่งเล่นจากสามี ก่อนจะเอ่ยบ่นลูกชายทั้งสองคนสักพักแล้วหันมาตีไหล่สามีของตน “ดูลูกชายของคุณแต่ละคนสิ”
“ครับๆ ลูกชายผมทำผิดไปแล้ว คุณก็อย่าโกรธเคืองเลยนะ” โจวไห่บีบนวดต้นแขนภรรยาเบาๆ
ก่อนที่คุณป้าจะได้เริ่มบ่นอีกครั้ง เสียงเปิดปิดประตูห้องจาก้าดังขึ้นเบาๆ ช่วยทำลายบรรยากาศน่าอึดอัดใจเมื่อครู่ให้หายไปได้บ้าง
“วามาแล้วววว” เสียงนุ่มะโดังลั่นั้แ่หน้าห้องเ้าตัวจนถึงชั้นล่าง
เสียงวิ่งลงบันไดทำเอาซูหนี่ปวดหัวไม่น้อย “เด็กคนนี้! ป้าบอกแล้วว่าอย่าวิ่งในบ้าน”
วาได้ยินเช่นนั้นก็เข้าไปนั่งบีบนวดให้เธอคลายความโมโหลง “ใช่ครับๆ วาไม่ทันระวังเองขอโทษนะครับบ”
“เด็กพวกนี้นี่มันยังไงกัน”
“โอ๊ยๆ หิวจังเลยครับบบ” วาซบใบหน้ากับแขนของคุณป้าพลางลูบท้องไปมา
ซูหนี่ถอนหายใจเล็กน้อยก่อนจะชวนทุกคนไปกินข้าว
วาวางมือบนเอวกอดประคองคุณป้าเดินไปยังห้องกินข้าว ก่อนจะหันมาส่งยิ้มขี้เล่นให้กับทุกคน
หลังจากทานอาหารเสร็จทุกคนก็แยกย้ายกันไปจัดการธุระของแต่ละคน วาเดินเข้ามาในห้องนอนของศา
ทิ้งตัวลงนอนบนเตียงกว้างกลิ้งเล่นไปมาจนเตียงที่เคยเรียบร้อยยุ่งเหยิงไปหมด
“ไปกันได้แล้ว” ศาจับมือแฝดน้องเบาๆ ก่อนจะเข้ามิติ
วายังไม่ทันตั้งตัวก็เปลี่ยนที่นอนจากเตียงหนานุ่มเป็พรมในห้องนั่งเล่นแทน ก่อนจะดันตัวลุกขึ้นยืน
“ได้เวลาทำงานแล้ว!” ทั้งคู่เดินลงชั้นใต้ดินทันที
“เริ่มจากเอาตู้ตู้คอนเทนเนอร์มาวางตรงนี้ก่อนแล้วกัน” ศาชี้ไปตรงพื้นที่ว่างตรงหน้า
วาหยิบแหวนมิติที่ใส่ตู้คอนเทนเนอร์เปล่าออกมา พลางนึกในใจตู้หลังใหญ่ก็ปรากฏออกมาจากพื้นที่ว่างเปล่าทันทีก่อนจะใช้พลังจากการเป็เ้าของมิติแห่งนี้เคลื่อนย้ายตู้ไปยังตำแหน่งที่วางเอาไว้ วางเรียงกันได้ 10 แถว 8 ชั้น ก็หยุดพัก
“เก็บพวกของใช้ในชีวิตประจำวันออกแล้วกัน...” ศาเอ่ยขึ้นก่อนจะเงยหน้ามองตู้หลากหลายสีที่ตั้งอยู่ตรงหน้าแล้วหันกลับไปมองของมากมายที่วางทับช้อนกันอยู่ด้านหลัง นี่...
“งานใหญ่...” วาเอ่ยออกมา
“เฮ้อ” “เฮ้อ”
ทั้งคู่เริ่มต้นทำงานอีกครั้ง ข้าวของมากมายถูกลำเรียงเข้าตู้คอนเทนเนอร์แยกตามหมวดหมู่ ประเภทการใช้งาน ตู้มากมายตั้งวางมากขึ้นเรื่อยๆ ใช้เวลาทำงานตรงนี้อยู่ 1 เดือนเต็มๆ ถึงจะจัดการหมด ทั้งของที่มีอยู่แล้วกับของที่ได้มาเพิ่มที่หลังมีประมาณไม่น้อยไปกว่ากัน และเพราะสามารถเข้าไปทำได้เพียงสองคนเลยเสร็จค่อนข้างช้า
หลังจากจัดพื้นที่และข้าวของเสร็จเรียบร้อยแล้ว ทำให้มีพื้นที่ในการเก็บของว่างมากขึ้นไม่น้อย วายืนมองห้องใต้ดินที่ได้รับการจัดสรรแล้วอย่างภูมิใจ
“ยังเหลือที่ว่างหน้าทางเข้าตั้งเยอะนี่ ทำไมไม่เอาตู้มาตั้งไว้ก่อน” ศาถามอย่างสงสัยหลังจากแฝดน้องเอ่ยขอให้เว้นที่ว่างด้านหน้าเอาไว้ก่อน
“วาจะเอาไว้เก็บของที่ต้องใช้ประจำน่ะ จะได้หยิบใช้ได้ง่ายๆ” เอาชั้นโล่งๆ มาตั้งเอาไว้ มองเห็นได้ง่ายๆ
เมื่อคิดภาพตามศาพยักหน้าเห็นด้วย
“เราขึ้นไปเก็บผักกันเถอะจะได้ปลูกใหม่” งานเก่าเสร็จก็มีงานใหม่มาจอดรอเลยทันที
ชีวิตมันไม่ง่ายเลย!
การจะมีชีวิตที่ดีในวันสิ้นโลกไม่ง่ายเลย!
เอาใจช่วยสองมดงานที่ทำงานหนัก(มาก)ด้วยนะคะ
พื้นที่ใต้ดินโดยประมาณค่ะ

ตอนอี้หานอุ้มน้องจะประมาณนี้
