เช้าตรู่ของวันหยุดหากแต่หนุ่มหน้าตี๋ก็ไม่ได้นอนยาวอย่างที่ตั้งใจไว้ ดวงดาราผู้เป็แม่ขึ้นมาปลุกให้ลงไปใส่บาตรแต่เช้า กับข้าวคาวหวาน ดอกกล้วยไม้สดสวย ถูกเตรียมเรียบร้อย
พระเดินเข้าใกล้สองแม่ลูกย่อตัวลงพนมมือ ก่อนใส่อาหาร แต่ครั้งนี้ หลวงพ่อเงยหน้าขึ้นมองไปยังระเบียงห้องนอนของธาวินทร์
“ระลึกถึงเขาด้วยนะโยม” แว๊บแรกธาวินทร์ไม่เข้าใจความหมายแต่ก็ฉุกคิดขึ้นได้ถึงฝันเมื่อคืน
พิมพ์พิลาศหรอ...? ไม่ว่าคุณจะมีตัวตนจริงหรือไม่ผมขออุทิศส่วนบุญนี้ให้กับคุณครับ
หลวงพ่อให้พรอย่างเช่นทุกครั้ง ร่างที่อยู่บนระเบียงประกอบกันจากเป็เงาดำ กลับแปลเปลี่ยนเป็รูปร่างงดงาม แสงสีทองสว่างขึ้นด้วยอิทธิฤทธิ์ของผลบุญ
“่นี้หนักหน่อยนะโยม ถ้าไม่ติดอะไรมากก็หมั่นทำบุญเยอะๆ” หลวงพ่อเดินจากไปพร้อมลูกศิษย์วัด
“ที่หลวงพ่อพูดก็ถูกนะวิน ยังงัยลูกต้องหาโอกาสไปทำบุญบ้างนะ”
ไหนๆก็เป็วันหยุดพอดี ธาวินทร์เลยแชทไลน์กลุ่มชวนรุ่นพี่อย่างเข็มทิศกับรดาไปไหว้พระทำบุญด้วยกันซึ่งทั้งสองก็ไม่ปฎิเสธแต่มีข้อแม้ว่าต้องพาผู้ปกครองอย่างศิวดลไปด้วย
ที่วัดเข็มทิศกับศิวดลมารออยู่แล้ว ขณะนั่งรอรดา ศิวดลอาสาไปซื้อน้ำมาให้
“แฟนพี่เขมเท่เป็บ้าเลย ผู้ชายอะไรก็ไม่รู้นอกจากจะหล่อแล้วยังเก่งอีกด้วย” เข็มทิศเลิกคิ้วสูง
“คิดอย่างนั้นหรอ”
“อะใช่สิครับ ผมชอบนะแล้วผมก็ชอบพี่ด้วย เพราะพี่ก็เก่งเหมือนกัน”
“ที่บอกว่าเท่นี่กำลังพูดถึงกูอยู่หรอ” เสียงที่อยู่ด้านหลังเข้าใจว่าเป็ศิวดลแต่กลับไม่ใช่
“ใครพูดถึงพี่กัน แล้วนี่มาได้ไง ใครเชิญมามิทราบ” ธาวินทร์ถามชลันกร เ้าตัวยังไม่ได้ตอบอะไร รดาก็ะโมาเกาะแขน ยื่นหน้าทะเล้นออกมา
“พี่เองจ้ะ พี่ชวนเอง ไม่ว่ากันนะเขม วิน ไปหลายคนสนุกดีออก” เข็มทิศยินดีแต่สำหรับธาวินทร์น่าจะไม่ใช่
ด้านในวัดมีพระประธานองค์ใหญ่สีเหลืองอร่าม ชลันกรกับรดาแยกตัวไปถ่ายรูป ศิวดลลากเข็มทิศออกไปไหว้พระอีกมุมหนึ่ง อยู่ๆเพลงพี่เบิร์ดก็ดังเข้ามาในโสตประสาท
“ฉันมาทำอะไรที่นี่”
“นั่นสิคราวหน้ามาคนเดียวก็ได้ไอ้วินเอ๊ย” ไหว้พระเสร็จก่อนคนอื่น ธาวินทร์เดินออกไปชมลวดลายภาพวาดโดยรอบของโบสวิจิตรตระการตานัก ใต้ต้นไทรให้ร่มเงาร่มรืน มีปูนก่อนอิฐขึ้นไว้สำหรับให้คนที่มาทำบุญนั่งพักผ่อน ธาวินทร์จึงเดินเข้าไปหวังจะนั่งรอพวกรุ่นพี่ที่แยกย้ายกันไปสวีทหวานแหว๋ว เดินเข้าไปใกล้ธาวินทร์พบซากตุ๊กตาเด็กหัวจุกนอนแอ่งแม้งอยู่โคนต้นไทรคิดว่าชาวบ้านคงนำมาทิ้งไว้
“น่ารักจัง ใครใจร้ายเอามาทิ้งไว้นี่นะ” ธาวินทร์จับตุ๊กตานั่งพิงต้นไทร
“เฮ้ยทำไมมาอยู่นี่คนเดียวอะ แล้วคนอื่นไปไหนกันหมด” ชลันกรเดินมาคนเดียว
“จะไปรู้ได้ไงละครับ นี่ผมยังคิดว่ามาคนเดียวซะอีก”
“ทำเป็น้อยใจไปได้” ชลันกรเชยคางธาวินทร์ส่ายไปมาอย่างนึกเอ็นดู ธาวินทร์ปัดมือออก
“เอ๊ะพี่นี่ยังไงชอบมาจับผมจัง”
“ก็มึงน่าจับ ตรงนี้” ชลันกรจับคางสวย
“ตรงนี้” แก้มบางก็ไม่เว้น
“แล้วก็ตรง...นี้” มือไม่ได้เลื่อนห่างจากแก้ม หากแต่เป็สายตาที่เลื่อนมองริมฝีปากบางได้รูปสีสด
“รันค่ะ รัน” รดาเดินตรงเข้ามาหา ชลันกรจึงปล่อยมือจากแก้มนวลของหนุ่มตี๋
“ไปกันเถอะเขมกับน้องดลรอที่รถแล้ว”
ที่รถของธาวินทร์
“ไปครับทุกคนขึ้นรถ วันนี้คุณแม่ชวนพวกพี่ทานข้าวเย็นที่บ้านด้วยนะครับ”
ที่บ้านธาวินทร์อาหารพร้อมเสร็จสรรพ ดวงดาราออกมาต้อนรับด้วยท่าทางยิ้มแย้ม เนื่องจากเริ่มคุ้นชินและสนิทกับเพื่อนของลูกชาย
“ไปครับทุกคนเข้าบ้านก่อน”ธาวินทร์เอ่ยปากชวน
“อาหารที่คุณแม่ทำอร่อยมากเลยนะครับ สงสัยผมคงต้องมาฝากท้องด้วยบ่อยๆ” ชลันกรออดอ้อนผู้เป็แม่ของธาวินทร์
“ถ้าจะฝากท้องพี่ก็ไปโรงพยาบาลสิ จะมาบ้านผมทำไม” ธาวินทร์ขัดขึ้น พร้อมโดนตีที่แขนเบาๆ
“นี่แนะวินพูดจาแบบนี้ได้ไงลูก ไม่น่ารักเลย อร่อยก็มาบ่อยๆนะ ที่บ้านแม่อยู่กับตาวินสองคนเหงา” ดวงดารายิ้มให้อ่อนโยน
“วันหลังคงต้องเชิญคุณแม่ไปทานข้าวบ้านเขมบ้างนะครับ เพราะเขมก็อยู่กับน้องสาวสองคนเหมือนกัน”
“อ้าว เขมแต่งงานกับดลแล้ว ดลไม่ได้ย้ายไปอยู่ด้วยหรอลูก”
“หลักๆก็อยู่ที่คอนโดด้วยกันครับแม่ แต่ไปค้างบ้านบ้างไม่อยากปล่อยน้องสาวไว้คนเดียว”
หันมาทางด้านชลันกรก็ตักอาหาร เทน้ำ ดูแลเทคแคร์เอาใจใส่รดาอย่างมาก ดูผิวเผินไม่ต่างจากเป็แฟนกันเท่าไหร่นัก
สวนเล็กๆหน้าบ้าน ดวงดาราให้ธาวินทร์เข้ามาหยิบของหวานในครัว ธาวินทร์กำลังเอื้อมมือยื้อจานสำหรับใส่ขนม ที่อยู่บนชั้นสูงกว่ามือเขาจะเอื้อมถึง แต่ไม่สำเร็จจึงต้องเขย่งปลายเท้าช่วย เหมือนมีร่างใครบางคนประชิดด้านหลัง จับเอวแล้วจานก็ถูกหยิบออกมาวางไว้ด้านหน้า ร่างเล็กถูกล็อคจนขยับไม่ได้
“พี่ขยับออกไปได้ละ” ธาวินทร์บอกชลันกร แต่คนตัวสูงกว่าก็ไม่ยอมขยับ ทั้งมือก็ยังวางอยู่ที่เอวเล็กทั้งสองข้าง ธาวินทร์เอี้ยวตัวมองหน้าชลันกรอย่างเอาเื่ แต่ชลันกรหาได้สะทกสะท้านไม่ กลับก้มลงมามองตอบแล้วยังทำหน้ากวนประสาทใส่ธาวินทร์ ก่อนเสียงร้องเ็ปจะดังขึ้น
“โอ๊ยวินเหยียบเท้าพี่ทำไม พี่เจ็บนะ” ชลันกรปล่อยมือจากเอวเล็ก ก้มลงดูเท้าตัวเองที่ถูก
ธาวินทร์เหยียบเข้าเต็มแรงด้วยความหมั่นไส้
“ผมไม่ใช่พี่รดานะ ที่จะยอมให้พี่ทำอะไรก็ได้ พี่แม่งเ้าชู้ไม่ว่าจะกับผู้หญิงหรือผู้ชายก็ไม่เว้น” ชลันกรยิ้มกริ่ม
“นี่อย่าบอกนะว่านายชอบรดาอ่ะ” ธาวินทร์หันหน้าจัดขนมต่อ
“ผมไม่ได้ชอบ”
“แล้วทำไมน้อยต้องทำเหมือนหึงฉันกับรดาด้วย”
“ผมเปล่าแล้วก็ไม่ได้หึงใครทั้งนั้นแหละ” ธาวินทร์ถือจานขนมจะเดินออก ชลันกรไม่วายดึงไหล่ธาวินทร์ จนต้องสะบัดตัวแต่จานขนมเกือบหก ธาวินทร์รีบคว้าจานขนมไว้เกือบล้มลงไป ชลันกรคว้าเอวบางไว้ จนปากทั้งคู่ชนกัน หัวใจธาวินทร์เต้นไม่เป็จังหวะ ตาโตอย่างใ ชลันกรเหมือนเห็นบางอย่างในสายตาคู่สวยนั้น เสือผู้หญิงอย่างเขามองมันออกว่ามันคือสายตาของความหวั่นไหว ั้แ่เมื่อไหร่กัน ก่อนธาวินทร์จะหลบตาหันหน้าหนีไป
“มึง” ธาวินทร์พยายามทรงตัว หันไปสนใจกับจานขนมต่อ
“เห็นไหมเพราะพี่เลย ผมต้องจัดจานขนมใหม่” ชลันกรทำตัวไม่ถูก
“งั้นกูไปรอข้างนอกนะ”
ได้เวลาทุกคนกลับไปแล้ว ธาวินทร์ขึ้นห้องนอนพักผ่อนหลังจากที่เหนื่อยมาทั้งวัน บนเตียงเล็กสีพาสเทล ธาวินทร์กึ่งนั่งกึ่งนอนเอนตัวพิงหมอน อยู่ๆภาพนั้นก็ลอยมา ปากเขาัักับปาก
ชลันกร มือเล็กเอื้อมมาแตะปากตัวเองเบาๆ จิตใจล่องลอย ครั้นพอได้สติก็สะบัดหัวแรงๆหวังว่าภาพนั้นจะหายไป
“ไอ้บ้านั่นจูบแรกกูเลยนะ” ว่าแล้วก็มุดลงไปในผ้าห่มหนา ข่มตาให้หลับไป