มารดาของเขา้าให้สังหารทารกน้อยทิ้งทันที แต่เขาไหนเลยจะทำได้ลงจึงได้แต่ต่อรองกับนางว่าตนจะไม่เข้าใกล้เด็กคนนี้ แม้ไม่อยากจะเชื่อถือวาจาของนักพรตผู้นั้นแต่ชื่อเสียงของอีกฝ่ายก็มิอาจดูเบาได้ หนำซ้ำท่านแม่ของเขาก็เชื่อเื่เหล่านี้มากเสียด้วย นางเชื่อเื่ผีสางเทวดาเป็อย่างมาก การสวดภาวนาขอพรแก่ทวยเทพเป็สิ่งที่นางทำเป็ประจำ ตอนแรกนางจะสังหารทารกน้อยเสียให้ได้ทว่าเมื่อนักพรตทำพิธีแก้คำสาปปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายในตระกูลแล้ว ก็ขอให้มารดาเขาละเว้นชีวิตเด็กน้อยเพื่อเป็การทำกุศลและหลีกเลี่ยงเื่อัปมงคล ซ้ำยังอ้างว่าไม่้าให้สกุลหม่ามีกลิ่นคาวเื ทารกน้อยจึงรอดชีวิตมาได้
“ท่านพี่ อย่าทิ้งข้าไป” เสียงละเมอแ่เบาดังมาจากร่างอรชรบนเตียง
หม่าจิ้งซิ่นคว้ามือบอบบางมากุมไว้ “เม่ยเอ๋อร์ พี่อยู่นี่”
จางจิ่วเม่ยแสร้งละเมอเรียกหาเขาไม่หยุด นางจับมือหนาไว้แน่นราวกับกลัวว่าเขาจะทิ้งตนไว้แล้วกลับไปหาอนุคนใหม่ นางลงทุนยอมเจ็บตัวเพื่อให้เขามาหาอย่าหวังว่าคืนนี้นางจะปล่อยให้เซี่ยเจียเฟยได้เขาไปกกกอดเลย
“ใต้เท้า ขอข้าน้อยตรวจอาการฮูหยินก่อนเถิดขอรับ” หมอชราเอ่ยอย่างนอบน้อม ลอบสบสายตากับสาวใช้คนสนิทของผู้เป็เ้าของเรือนแวบเดียว
จับชีพจรของหญิงสาวอยู่ชั่วครู่ก็ฝังเข็มให้ จากนั้นก็เขียนเทียบยาแล้วยื่นไปให้ชายหนุ่ม “เนื่องจากหม่าฮูหยินคลอดบุตรก่อนกำหนด สุขภาพของนางจึงไม่ค่อยแข็งแรงดังเดิม่นี้ยังต้องดูแลอย่างใกล้ชิด อีกทั้งนางมีเื่กลุ้มใจและเคร่งเครียดมากเกินไปจึงส่งผลให้ล้มป่วย ในระยะเวลาสามถึงสี่เดือนนี้ก็อย่าเพิ่งนำเื่เคร่งเครียดมาให้นางต้องเป็กังวลใจนะขอรับ”
เมื่อทำหน้าที่ของตนเสร็จหมอชราก็จากไป หม่าจิ้งซิ่นกลับมานั่งลงข้างเตียงด้วยสีหน้ายุ่งเหยิงพลางลูบผิวหน้าซีดเซียวของภรรยาเบาๆ พลันได้ยินเสียงทารกร้องดังขึ้นมาก็ชะงักมือเล็กน้อย คิ้วขมวดมุ่นเข้าหากันราวกับกำลังครุ่นคิดบางอย่าง
ทางด้านเรือนหอหลังงาม เซี่ยเจียเฟยกระทืบเท้าเร่าๆ อยู่ในห้องด้วยความขัดใจที่ถูกเ้าบ่าวทิ้งไปกลางดึกเช่นนี้ นางกับเขาเพิ่งจะร่วมรักกันไปได้รอบเดียวเอง นางอุตส่าห์วางยาปลุกกำหนัดที่ออกฤทธิ์อ่อนๆ ลงในสุรามงคลให้เขาดื่ม เพื่อที่คืนนี้เขาจะได้กอดนางไว้ในอ้อมแขนจนถึงเช้า นางแต่งเข้ามาในตำแหน่งอนุแล้วอย่างไร หากสามารถมีบุตรชายได้ก่อนจางจิ่วเม่ยละก็ทุกอย่างก็จะเป็ของนางและลูก ยิ่งได้ฮูหยินผู้เฒ่าหนุนหลังด้วยแล้วยังต้องมีสิ่งใดให้เกรงกลัวอีก สตรีผู้นั้นก็เป็ได้แค่ฮูหยินเอกที่แม่สามีไม่ชอบขี้หน้าเท่านั้นเอง ไม่คิดเลยว่าแผนการจะถูกขัดขวาง แต่ก็ไม่เป็ไรวันนี้ไม่สำเร็จวันหน้าก็ยังมีโอกาส
นางหมดเงินไปตั้งมากมายสำหรับการจ้างวานให้นักต้มตุ๋นผู้นั้นปลอมตัวเป็ผู้ทรงศีล ให้เขาว่าร้ายจางจิ่วเม่ยและบุตรสาวแล้วหว่านล้อมญาติผู้พี่ให้รับตนเข้าจวนในฐานะภรรยา เป่าหูฮูหยินผู้เฒ่าให้ยอมรับบุตรของนางในอนาคตไม่ว่าจะเป็หญิงหรือชาย นางแอบรู้มาว่าหลี่หลิงฟางไม่้าหลานสาวเป็อย่างมาก แต่ว่าเื่แบบนี้ใช่ว่าจะกำหนดกะเกณฑ์อันใดได้ หากภายภาคหน้านางมีบุตรสาวจะมิแย่เอาหรือ ดังนั้นก็ให้นักต้มตุ๋นผู้นั้นทำให้อีกฝ่ายล้มเลิกความคิดนี้ไปเสีย
เดิมทีตำแหน่งฮูหยินเอกสกุลหม่าจะต้องเป็ของนาง ท่านป้ารับปากเป็มั่นเป็เหมาะว่าจะมาสู่ขอนางให้แก่พี่ซิ่น นางเฝ้ารอจะได้นั่งเกี้ยวเ้าสาวแปดคนหามแต่งเข้าตระกูลหม่าอย่างสมเกียรติอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน ทว่าตำแหน่งนี้กลับถูกบุตรสาวของนายกองผู้หนึ่งตัดหน้าไปเสียก่อน นางผู้เป็บุตรีที่เกิดจากฮูหยินเอกของตระกูลขุนนางขั้นสี่ให้เสียหน้าไม่น้อย
“พรุ่งนี้ข้าจะทำให้พวกมันแม่ลูกไม่อาจอยู่อย่างสงบได้อีกเลย” ประกายตาของเซี่ยเจียเฟยมีแววมาดร้ายฉายชัดออกมา ผินหน้าไปหาสาวใช้แล้วเอ่ยสั่งความ “เ้าไปบอกให้เ้านักต้มตุ๋นนั่นเขียนจดหมายพร้อมกับส่งเครื่องรางมาให้ฮูหยินผู้เฒ่า ให้เขียนว่า มิอาจให้ท่านพี่เข้าใกล้เรือนฉางชุนได้เพราะจะได้รับโชคร้ายมาด้วย”
“เ้าค่ะ” หญิงสาววัยสิบเจ็ดปีรับคำอย่างนอบน้อม
เซี่ยเจียเฟยแค่นเสียงฮึในลำคอแล้วจึงกลับขึ้นเตียงไป พยายามคิดหาวิธีกำจัดจางจิ่วเม่ยให้กระเด็นออกจากตำแหน่งฮูหยินน้อยของจวน นางหลงรักญาติผู้พี่มาั้แ่เด็ก เฝ้าฝันว่าจะได้เคียงคู่กับเขาไปจนแก่เฒ่า นางต้องแย่งชิงสิ่งที่เป็ของตนกลับมา อย่างไรเสียั้แ่แรกแล้วหม่าจิ้งซิ่นก็เป็ของนาง นางรู้จักเขามาก่อน รักเขามาก่อนหญิงแซ่จางผู้นั้น ท่านป้าเองก็รับปากว่าจะมอบตำแหน่งฮูหยินน้อยให้แก่นาง หากจะใช้เล่ห์กลเล็กๆ น้อยๆ เพื่อนำของของตัวเองกลับคืนมาก็คงไม่เป็ไรกระมัง
่บ่ายของวันถัดมาฮูหยินผู้เฒ่าได้รับจดหมายและเครื่องรางจากนักพรต นางเรียกบุตรชายเข้ามากำชับให้เขารับปากว่าจะไม่ไปเหยียบเรือนของจางจิ่วเม่ยอีก ต้องรอให้เซี่ยอี๋เหนียงตั้งครรภ์และคลอดบุตรออกมาเสียก่อน ความโชคร้ายของตระกูลหม่าจึงจะหมดไป
หม่าจิ้งซิ่นนิ่งเงียบไม่ตอบรับหรือปฏิเสธคำขอของมารดา เขาคิดเพียงว่าต้นเหตุน่าจะเป็ที่ทารกน้อย หากแยกนางออกไปจากเรือนฉางชุนเขาก็สามารถไปเยี่ยมเยียนภรรยาเอกได้ คิดได้ดังนั้นจึงเอ่ยต่อรองกับมารดา “ท่านแม่ ข้าว่าปัญหามันไม่ได้อยู่ที่เรือนฉางชุนหรอกขอรับ หากข้าให้เด็กนั่นย้ายไปอยู่เรือนเล็กท้ายจวนก็น่าจะไม่มีอะไรแล้ว”
หลี่หลิงฟางใคร่ครวญตามวาจาของบุตรชาย เห็นจะจริงดังที่อีกฝ่ายกล่าวมา ตัวต้นเหตุของเื่ร้ายๆ ที่เกิดกับตระกูลหม่า่นี้คือทารกนั่น ในเมื่อมิอาจสังหารทิ้งได้ก็มีแต่ให้หลบไปอยู่ให้พ้นหูพ้นตาเสีย ไม่แน่ว่าเื่ที่สะใภ้เอกของนางล้มป่วยก็อาจจะเป็เพราะมีเด็กนั่นอยู่ร่วมชายคาเรือนเดียวกัน
“เอาตามที่เ้าเห็นสมควรละกัน แต่อย่าลืมว่าเ้ามีภรรยาอีกคนให้ต้องใส่ใจ เมื่อคืนก็หนีออกจากเรือนหอกลางคัน เื่นี้สร้างความอับอายให้แก่เฟยเอ๋อร์ไม่น้อย ่นี้เ้าก็ไปอยู่เป็เพื่อนเพื่อปลอบใจนางสักหน่อยก็แล้วกัน ส่วนเม่ยเอ๋อร์นั้นแม่จะดูแลให้เอง” หลี่หลิงฟางกล่าวอย่างปรานีราวกับมิได้ขุ่นเคืองในตัวจางจิ่งเม่ย นี่เป็เพียงละครฉากหนึ่งที่นางแสร้งแสดงความเมตตาให้บุตรชายเห็น เพื่อที่เขาจะได้ยอมร่วมห้องกับเซี่ยเจียเฟยอย่างไม่มีข้ออ้างอีก
“ขอรับ” หม่าจิ้งซิ่นจำต้องตกปากรับคำปกปิดอาการลำบากใจไว้ภายใต้ท่าทางสุขุม กับญาติผู้น้องนั้นเขาไม่เคยคิดเกินเลยต่อนาง แต่ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดเมื่อคืนถึงได้เผลอร่วมรักกับนางไป เขาไม่อาจหักห้ามความ้าของตัวเองได้ เื่เช่นนี้ไม่เคยเกิดขึ้นกับเขามาก่อน เืลมในกายมันพลุ่งพล่านอย่างที่ไม่เคยเป็ นับว่าแปลกยิ่งนัก
เมื่อกลับมาจากเรือนของมารดาก็เรียกหาพ่อบ้านให้ส่งคนไปทำความสะอาดเรือนเล็กท้ายจวน เพื่อให้ทารกน้อยย้ายไปอยู่เรือนหลังนั้นพร้อมกับจัดเตรียมข้าวของที่จำเป็ สั่งความเสร็จก็เตรียมจะไล่คนออกไป แต่พ่อบ้านวัยกลางคนกลับมองเขาอย่างระมัดระวังราวกับมีสิ่งใดจะกล่าว
“มีอะไรก็พูดมา อย่ามาทำท่าอมพะนำเช่นนั้น”
พ่อบ้านหลิวยิ้มแหยเมื่อถูกจับได้ “เอ่อคือ... เื่คุณหนูน้อยขอรับ คือว่า... คุณหนูยังไม่มีชื่อ ข้าน้อยเลยไม่รู้ว่าจะจัดการอย่างไรกับบัญชีทำเนียบตระกูลขอรับ”
เหมือนจะถูกวาจาของพ่อบ้านกระตุ้นความจำ เขาลืมไปเลยว่าสั่งให้พ่อบ้านไปจัดการแจ้งแก่ทางการเื่การเพิ่มชื่อคนตายลงไปในทำเนียบตระกูล แต่ก็มิได้มีแต่คนตาย คนเพิ่งเกิดก็มี หากไปหลิวฮ่าวคงแจ้งทีเดียวพร้อมกันทั้งคนเป็และคนตาย เขามิอาจเข้าไปโอบอุ้มทารกน้อยมิได้ถ้าเช่นนั้นคงทำได้เพียงมอบชื่อให้แก่นางเพื่อเป็การชดเชย
“อวิ๋นเซียง ให้นางชื่อว่า ‘หม่าอวิ๋นเซียง’ ก็แล้วกัน” เขาเอ่ยแ่เบา เหม่อมองต้นอวิ๋นเซียงในสวนข้างเรือน
“ขอรับ” พ่อบ้านรับคำแล้วล่าถอยออกไปทำตามคำสั่งของผู้เป็นาย
ถางรั่วเหวยเมื่อได้ฟังความจากพ่อบ้านก็เก็บของพาคุณหนูย้ายไปยังเรือนจื่อเถิงทันที เรือนหลังนี้เดิมทีเป็เรือนของอี๋เหนียงสี่ในนายท่านผู้เฒ่า นางผู้นั้นเป็นางรำที่ขุนนางผู้หนึ่งส่งมาให้นายท่านผู้เฒ่า นางเป็คนรักสงบและสมถะจึงขอเรือนหลังเล็กๆ เงียบสงบสักหลังอยู่อย่างสันโดษ ไม่เข้าไปแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นกับบรรดาอนุคนอื่นๆ ได้ข่าวมาว่านายท่านผู้เฒ่าโปรดปรานนางรำผู้นี้มาก แต่นางช่างอายุสั้นยิ่งนักเข้ามาอยู่ในจวนได้ไม่ถึงปีก็ป่วยตาย เรือนหลังนี้จึงถูกทิ้งร้างเรื่อยมา เพราะตั้งอยู่ไกลถึงท้ายจวนจึงไม่ค่อยมีผู้ใดอยากจะเหยียบย่างมาในสถานที่แห่งนี้สักเท่าใดนัก
แอ้! แอ้!
ทารกน้อยส่งเสียงอ้อแอ้เบาๆ ยามรับรู้ได้ถึงความเงียบสงบ ไม่มีความวุ่นวายเหมือนดั่งเรือนพักของมารดา นางยังคงหลับตาพริ้ม กินแล้วก็นอนตามประสาเด็ก
ถางรั่วเหวยมองบรรยากาศโดยรอบเรือนอีกครั้ง อย่างน้อยเรือนหลังนี้ก็ไม่ได้ทรุดโทรมจนเกินไป แลดูจะดีกว่าเรือนพักบ่าวไพร่เล็กน้อย นอกจากนางแล้วก็ไม่มีบ่าวรับใช้คนใดยอมมาอยู่ที่เรือนหลังนี้เลย นางได้รับหน้าที่เป็แม่นมของคุณหนู และอีกคำสั่งหนึ่งจากฮูหยินผู้เฒ่าคือ ห้ามพาคุณหนูออกจากบริเวณเรือนจื่อเถิงเด็ดขาด อย่านำเด็กน้อยไปใกล้ผู้ใดก็แล้วแต่ในจวนโดยเฉพาะนายท่านและเซี่ยอี๋เหนียง
“ไม่ต้องกลัวนะเ้าคะ บ่าวจะดูแลคุณหนูเอง จะไม่ปล่อยให้ใครมารังแกคุณหนูเป็อันขาด” ถางรั่วเหวยก้มมองเด็กน้อยในอ้อมแขนด้วยประกายตาอ่อนโยน ในเมื่อไม่มีใคร้าเด็กคนนี้เช่นนั้นนางจะเป็แม่