ตอนที่80 เอาคืน
เสิ่นอี้รู้สึกไม่กังวลใจหากต้องเผชิญหน้ากับตระกูลคอชอันทรงอิทธิพลของที่นี่เนื่องจากในตอนนี้เขามีเหมียวน้อยเป็นตัวช่วยสำคัญแล้ว
เสิ่นอี้เหล่ตามองดูท็อดด์ซึ่งนั่งสังเกตการณ์อยู่บนโซฟาโดยมีรุ่นพี่คนสวยนั่งอยู่เคียงข้างใกล้ชิด เขาหันกลับมาตั้งสติในการเตรียมตัวยิงเป้าด้วยใจมุ่งมั่น
ระยะทางจากตำแหน่งยืนในการยิงจนถึงเป้ายิงเป็นระยะทางห้าสิบหลาหรือสี่สิบห้าเมตร ซึ่งเป็นระยะหวังผลความแม่นยำในการยิงปืนพกทั่วไป
เสิ่นอี้สไลด์ขึ้นลำปืนสมิธแอนด์เวสสันขนาดเก้ามิลลิเมตรเพื่อเตรียมยิงในทันทีเขายกแขนข้างถือปืนขึ้นมาด้วยท่วงท่าที่สังเกตและเลียนแบบจากท็อดด์โดยตรงทว่าเขาปรับองศาการจับวางและการยืนเล็กน้อยเพื่อให้เหมาะสมสำหรับความสูงของตัวเอง
อนึ่งท็อดด์มีความสูงเกือบหนึ่งร้อยเก้าสิบเซนติเมตรในขณะที่เสิ่นอี้รูปร่างผอมบางมากกว่าอีกฝ่าย และมีส่วนสูงเพียงหนึ่งร้อยแปดสิบห้าเซนติเมตร
ชายหนุ่มหรี่ตาเล็งตำแหน่งตรงกลางเป้ายิงให้แม่นยำก่อนเหนี่ยวไกเขาตั้งจุดศูนย์ถ่วงให้พอดีแล้วบรรจงยิงออกไปอย่างมั่นใจก่อนหนึ่งนัด
ปัง !
เสิ่นอี้ไม่เร่งรีบยิงนัดที่เหลือแต่เขากำลังรอผลคะแนนเพื่อประเมินทักษะตนเองก่อนยิงนัดที่เหลือออกไป
พลันคะแนนนัดแรกของเสิ่นอี้แสดงผลออกมาบนหน้าจอซึ่งได้เรียกเสียงฮือฮาแสดงความประหลาดใจจากหลายคนออกมาในทันทีว่า
“ฮ้า! เป็นไปได้ยังไง?นั่นมันเทียบเท่ากับพระเจ้าท็อดด์เลยนะเนี่ย”
“พระเจ้า! บ้าไปแล้ว!น้องใหม่เก่งขนาดนี้ได้ยังไง?”
“โอ้! พระเจ้า!ได้เก้าคะแนน! นี่มันยิ่งกว่านักกีฬายิงปืนระดับชาติเสียอีก”
เสิ่นอี้ยิ้มมุมปากด้วยความพอใจในการทดลองยิงนัดแรก ซึ่งเขาประมวลผลและคิดหาทางปิดจุดอ่อนในการยิงนัดที่เหลือทันที
เสิ่นอี้รู้สึกมั่นใจมากขึ้นและคิดว่าการยิงอีกสี่นัดที่เหลือเขาย่อมมีคะแนนเทียบเคียงได้กับท็อดด์แน่นอน
จากนั้นเสิ่นอี้สูดลมหายใจเข้าปอดลึกแล้วตัดเสียงกรีดร้องของผู้ชมออกไป เขากำลังตั้งสมาธิเพื่อเล็งตำแหน่งยิงกระสุนในอีกสี่นัดที่เหลืออย่างตั้งใจ
เมื่อค้นพบตำแหน่งและท่วงท่าอันเหมาะสมมากกว่าเดิมแล้วเขาเหนี่ยวไกยิงออกไปก่อนสองนัด
ปัง ! ปัง !
เมื่อได้เวลาตามการคาดหมายเขาเหลือบตามองป้ายคะแนน พลันแสดงตัวเลขคะแนนได้อีกยี่สิบคะแนน แสดงว่าเขาสามารถยิงเข้าเป้าในตำแหน่งกึ่งกลางทั้งสองนัด
เสียงฮือฮาของผู้ชมต่างพากันส่งเสียงดังมากขึ้นกว่าเดิมเพราะไม่มีใครคาดคิดว่าน้องใหม่จะกลายเป็นม้ามืดแสดงผลงานได้เกินความคาดหมายได้มากขนาดนี้
ท็อดด์ไม่สามารถนั่งชมอยู่ที่โซฟาได้เหมือนเดิมเขาผุดลุกขึ้นเดินมายืนประกบใกล้ตำแหน่งยิงปืนของเสิ่นอี้ในทันทีโดยหวังที่จะสร้างความกดดันให้กับชายหนุ่มชาวจีนโดยตรง
“ไม่ต้องมากดดันฉันหรอก”เสิ่นอี้เหล่ตามองท็อดด์แล้วเอ่ยบอกอีกฝ่ายอย่างดูแคลน
เขาไม่เป็นกังวลต่อการแสดงความไม่พอใจด้วยท่าทางจ้องมองตนเองเขม็งเนื่องด้วยเวลานี้เขาค้นพบจุดสมดุลในการยิงปืนให้แม่นยำได้แล้ว ซึ่งเกิดจากการแก้ไขข้อผิดพลาดทั้งหมดที่เกิดขึ้นจากสามนัดก่อนหน้าโดยอาศัยการวิเคราะห์ผ่านเทคโนโลยีขั้นสูงในตัวเหมียวน้อย
“อย่ามั่นใจนักไอ้น้องแกอาจพลาดในสองนัดสุดท้ายก็ได้”
ท็อดด์เอ่ยออกมาอย่างดูแคลนเพื่อข่มขวัญเสิ่นอี้โดยตรงเขาไม่ต้องการให้มีน้องใหม่อัจฉริยะเกิดขึ้นเพื่อมากลบรัศมีตนเองในเวลานี้แต่ต้องการให้มีคนเก่งขึ้นมาหลังจากผ่านการฝึกฝนอันหนักหน่วงเหมือนที่เขาเคยประสบมาก่อน
เสิ่นอี้ไม่ได้สนใจท็อดด์อีกเขาตั้งท่าเล็งเป้ายิงอย่างมั่นใจ แล้วเหนี่ยวไกยิงออกไปด้วยท่าทางผ่อนคลายมากกว่าเดิมด้วยจำนวนกระสุนอีกสองนัดที่เหลือตามกติกาทันที
ปัง ! ปัง !
ชั่วครู่หนึ่งตัวเลขพลันแสดงบนป้ายขึ้นมาทันทีซึ่งเขายิ้มกว้างอย่างพอใจเพราะมองเห็นผลคะแนนได้ยี่สิบคะแนนสำหรับสองนัดสุดท้ายหมายความว่าในตอนนี้เขามีคะแนนเท่ากับท็อดด์พอดี
ท็อดด์ยืนนิ่งตกตะลึงเขามองเห็นชัดเจนว่าเสิ่นอี้ไม่ได้ใช้เทคนิคหรือแผนลับใด ทว่าอาศัยทักษะด้วยท่วงท่าคล้ายคลึงกับตนแล้วสามารถยิงเข้าเป้าได้คะแนนเท่ากับตนอย่างไม่น่าเชื่อ
ผู้คนในอาคารชมรมยิงปืนต่างส่งเสียงฮือฮากันดังสนั่นเนื่องจากไม่มีใครคาดคิดว่าน้องใหม่จะสามารถเก่งกาจเทียบเท่ากับนักกีฬาโอลิมปิกผู้เป็นอันดับหนึ่งของโลกได้
อย่างไรก็ตามท็อดด์ยังแสดงน้ำใจต่อเสิ่นอี้ต่อหน้าผู้คนเขายื่นมือออกมาเพื่อแสดงความยินดีด้วยอย่างมีนัย ทว่าแววตาเขาเปล่งประกายโหดเหี้ยมออกมาอย่างชัดเจน
เสิ่นอี้ยิ้มน้อยๆ อย่างเข้าใจเกมอ่อนหัดชั้นต่ำ เขายื่นมือออกไปจับกับท็อดด์อย่างผ่อนคลาย โดยปล่อยให้อีกฝ่ายออกแรงบีบฝ่ามือตนเองได้อย่างเต็มที่
“นายจะแข่งยิงปืนอีกตอนไหน?” จู่ ๆเสิ่นอี้ถามท็อดด์ขึ้นมาในทันทีทันใด
“อีกเดือนนึง.....ถามทำไม?” ท็อดด์ตอบเสิ่นอี้กลับคืนด้วยความแปลกใจ
ทันใดนั้นเขาเบิกตาโตด้วยความตกใจพร้อมด้วยใบหน้าสีขาวซีดกลายเป็นแดงก่ำและแดงเข้มร่วมกับมีเหงื่อออกเต็มใบหน้าและตามท่อนแขนสองข้างซึ่งสังเกตเห็นได้ชัดเจนเนื่องจากท็อดสวมใส่เสื้อโปโลแขนสั้นในทันใด
ท็อดด์ไม่สามารถส่งเสียงกรีดร้องให้อับอายได้เขาพยายามข่มความเจ็บปวดฝ่ามืออย่างคาดไม่ถึง โดยพยายามไม่แสดงความเจ็บปวดออกทางสีหน้าด้วย
เมื่อเสิ่นอี้ปล่อยมือของท็อดด์แล้วท็อดด์พลันเอาฝ่ามือข้างที่เคยจับมือกับเสิ่นอี้ไปซ่อนไว้ด้านหลังเพื่อหลบซ่อนจากสายตาผู้คนในทันที
“เห็นแก่ที่นายจะต้องแข่งในอีกเดือนนึงฉันแค่สั่งสอนเบาะ ๆ หากนายคิดจะเอาคืนฉัน คิดดูให้ดีนะเพราะฉันสามารถจัดการนายจากระยะไกลได้ ลองดูหน่อยไหม?เอาเป็นรถหรูคันใหม่ที่เพิ่งขับมาที่นี่เป็นไง?”
เสิ่นอี้พูดเสียงแผ่วเบาโดยตั้งใจข่มขู่ท็อดด์โดยตรงเขาไม่ต้องการให้เกิดปัญหาในภายหลัง จึงเลือกที่จะกำราบอีกฝ่ายให้อยู่ในการควบคุมของตนเองในทันที
บึ้ม ! บึ้ม ! บึ้ม!
พลันเกิดเสียงระเบิดดังสนั่นหน้าอาคารชมรมยิงปืนรถซูเปอร์คาร์ยี่ห้อฟอร์ดรุ่นมัสแตงสีดำเกิดระเบิดขึ้นกะทันหันโดยไม่มีใครรู้ตัวมาก่อนโชคดีที่บริเวณจอดรถยนต์ไม่มีผู้คนหรือรถคันอื่นจอดอยู่ใกล้เคียง
ท็อดด์เบิกตากว้างมากกว่าเดิมเขาไม่สนใจอาการเจ็บปวดของฝ่ามือขวาแล้ว แต่รีบวิ่งออกไปดูรถยนต์หน้าอาคารชมรมยิงปืนในทันทีเพราะหวาดกลัวในคำขู่ของชายหนุ่มชาวจีนขึ้นมา
ผู้คนในอาคารยิงปืนต่างไม่สนใจดูผลการประลองยิงปืนอีกแต่วิ่งกรูกันออกไปดูเหตุระเบิดที่เกิดเสียงดังสนั่นอยู่หน้าอาคารชมรมยิงปืนแทน
เสิ่นอี้เดินทอดน่องตามหลังคนอื่นไปอย่างเชื่องช้าเพราะสภาพบรรยากาศโดยรอบล้วนรับรู้ได้จากการมองและส่งผ่านเข้ามายังความคิดจากเหมียวน้อยโดยตรง
“เจ้านายให้เล่นอะไรแบบนี้ค่อยน่าสนุกหน่อย ที่นี่ไม่มีสงครามจักรวาล มันน่าเบื่อชะมัดเลย”
เหมียวน้อยสื่อสารกับเสิ่นอี้ด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นยินดีมันอุตส่าห์ดีใจที่จะได้ยืดเส้นยืดสายด้วยการทำร้ายกลุ่มของโอลิเวอร์เพื่อช่วยเหลือเพื่อนของเสิ่นอี้
ทว่ามันกลับต้องมาตรวจสอบร่างกายและให้ความช่วยเหลือเจคอบแทนทำให้มันรู้สึกผิดหวังและเบื่อหน่ายเป็นอย่างยิ่ง
พอได้รับคำสั่งจากเสิ่นอี้ให้ตรวจสอบภายในอาคารยิงปืนและภายนอกกระทั่งมองเห็นผู้คุ้มกันและรถยนต์ของท็อดด์ จึงได้กระโดดเข้าไปซ่อนตัวอยู่ด้านล่างรถยนต์เพื่อตัดต่อวงจรในรถใหม่จนทำให้เกิดระเบิดขึ้นมาหลังจากมันพุ่งตัวเข้าไปหลบอยู่ในพุ่มไม้เรียบร้อยเพื่อความปลอดภัย
เสิ่นอี้เดินพ้นมาจากอาคารชมรมยิงปืนแล้วเขารีบเดินหนีออกจากที่เกิดเหตุอย่างรวดเร็วเพราะไม่ต้องการถูกตำรวจควบคุมตัวไว้สอบสวนเนื่องจากเหมียวน้อยแจ้งเตือนในเรื่องของเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังขับรถเข้ามายังที่เกิดเหตุภายในสถาบันแล้ว
เขากลับไปดูอาการของเจคอบในอาคารสำนักงานของสถาบันโดยชั้นล่างมีห้องปฐมพยาบาลที่ตกแต่งให้กลายเป็นคลินิกผู้ป่วยนอก ซึ่งมีเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์อันทันสมัย
“ขอบใจมากเสิ่นอี้”เจคอบเหลือบมองเห็นเพื่อนผู้ช่วยชีวิตตนเองเดินเข้ามาในห้องพักฟื้นพอดี
เขารีบกล่าวขอบคุณเสิ่นอี้ด้วยความซาบซึ้งใจในความช่วยเหลือจากทักษะพิเศษจนทำให้เขามีอาการดีขึ้นและหายชักเกร็งในเวลาอันรวดเร็ว
“ไม่เป็นไรว่าแต่หมอว่าไงบ้างละ?”เสิ่นอี้กวาดตามองรอบห้องพักฟื้น
เขาพบว่าไม่มีแพทย์หรือนักศึกษาแพทย์อยู่ให้บริการประจำจึงสอบถามเพื่อนด้วยความสงสัย