บทที่ 05
สุดท้ายเอิงก็ป่วยเข้าจนได้ อาการไข้เล่นงานเพราะพักผ่อนไม่เพียงพอ อีกทั้งสืบเนื่องจากที่ต้องตากแดดจัดเป็เวลานานในวันที่วินน์ไล่ลงจากรถในวันก่อน
"หาหมอหน่อยมั้ย? " ไวน์เดินมาหาเอิงที่ยังคงฝืนทำงาน เขาสังเกตเห็นว่าอาการเอิงไม่ค่อยดีนัก
เอิงละสายตาจากจอคอมพิวเตอร์ เงยหน้ามองคนที่ยืนอยู่หลังจอคอมพิวเตอร์ เอิงอดคิดไม่ได้ หากวินน์มีสายตาที่เป็ห่วงกันแบบนี้ คงจะดีไม่น้อย
"ผมกินยาแล้วครับ" เอิงบอก
"พี่รู้แล้ว แต่เรายังดูไม่ค่อยดีเลย" ไวน์เป็ห่วง เขาดูนาฬิกาที่ข้อมือ
"พี่อนุญาตให้เลิกงานก่อนเวลา"
"อีกนิดเดียวก็จะเสร็จแล้วครับ" เอิงบอกอย่างเกรงใจ ไม่อยากให้ใครมามองไม่ดีด้วยว่าไวน์ใจดีกับพนักงานคนเดียวเกินไป
"ถ้าอย่างนั้นพี่สั่ง" ไวน์บอกด้วยน้ำเสียงจริงจัง
"โธ่คุณไวน์" เอิงโอดครวญ แต่เมื่อไวน์จริงจังเช่นนี้ เอิงจึงทำตามที่เขาบอก และเริ่มเก็บของ
ไวน์เดินกลับเข้าไปที่ห้องทำงาน เขาต่อสายหาน้องชายทันที
"อยู่ไหน? " ไวน์ถาม
"อยู่มอ."
"เลิกกี่โมง? " ไวน์ถามต่อ
"เลิกแล้ว" วินน์ตอบกลับมา ไวน์เหลือบดูนาฬิกาเป็เวลาบ่ายสามโมงกว่า
"ถ้างั้นมารับเอิงด้วย"
"ไม่! " วินน์ปฏิเสธทันควัน
"เอิงไม่สบาย" ไวน์บอก คนที่อยู่ปลายสายนิ่งไปนิด ก่อนจะเอ่ยต่อ
"ผมไม่ใช่หมอ"
"จะให้แกพาเอิงไปหาหมอไง" ไวน์พยายามใจเย็น
"พี่ห่วงมันมาก ก็พามันไปเองดิ"
"แกเป็ว่าที่คู่หมั้นเอิงนะวินน์! " ไวน์เริ่มไม่พอใจ ส่วนวินน์ก็ถอนหายใจดังมาตามสายอย่างไม่พอใจเช่นเดียวกัน
"พี่ก็รู้ว่าผมเกลียดมัน! "
"ไอวินน์! " ไวน์เสียงดัง "แล้วแกไปยุ่งกับเค้าั้แ่แรกทำไมวะ! "
วินน์เงียบไป ก่อนจะถอนหายใจอีกครั้ง
"โอเค ถ้างั้นให้มันรอที่นั่น เดี๋ยวไปรับ" วินน์บอก
ไวน์แปลกใจที่อยุ่ ๆ น้องชายของเขาก็เปลี่ยนใจ แต่ถึงอย่างไร การที่วินน์มารับเอิงถือเป็เื่ดี เขาจึงเดินไปบอกเอิงด้านนอกว่าวินน์จะมารับ
"คุณวินน์จะมารับจริง ๆ เหรอครับ? " เอิงอีกครั้ง ดวงตามีประกายของความหวัง
"อืม มันบอกให้รอ" ไวน์บอกพร้อมกับรอยยิ้ม เขาเห็นสายตาของเอิงสดใสขึ้นก็ดีใจ "รถของเอิง จอดไว้ที่นี่แหละ ไว้ค่อยมาเอาวันหลัง"
"ครับคุณไวน์ ขอบคุณคุณไวน์มากนะครับ" เอิงยิ้มออกมา เป็ยิ้มที่สดใสใน่หลายวันที่ผ่านมา
"น้องสะใภ้พี่ พี่ก็อยากดูแลไง" มือหนาวางบนศีรษะเล็ก ไวน์ขยี้ผมเอิงอย่างที่เขาชอบทำมาั้แ่เด็ก
เสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้น เบอร์ที่โทรเข้ามาไม่คุ้นนัก เอิงหยิบขึ้นมากดรับสาย
"สวัสดีครับ" เอิงกรอกเสียงทักทายลงไป
"สวัสดีครับ ผมไกด์นะพี่" เสียงคนที่อยู่ปลายสายดังเข้ามา
เอิงนิ่วหน้าแปลกใจ ชื่อไกด์นั้นรู้สึกเหมือนเคยได้ยินที่ไหนมาก่อน
"ไกด์ไหนครับ? "
"เพื่อนไอวินน์"
คำตอบของอีกฝ่ายทำให้เอิงนึกหน้าคนที่อยู่ปลายสายขึ้นมาได้ เอิงเคยเห็นไกด์ เขาเป็ในกลุ่มของวินน์ ถึงจะเป็เพื่อนกับวินน์ ไกด์ก็ไม่ได้ล่วงรู้ถึงความสัมพันธ์อันลึกซึ้งระหว่างวินน์กับเอิง แต่สิ่งที่เอิงแปลกใจในตอนนี้ คือ ไกด์ได้เบอร์ของตนมาได้อย่างไร และโทรมาหาทำไม
"คุณไกด์โทรหาผม มีอะไรหรือเปล่าครับ? หรือว่าเกิดอะไรขึ้นกับคุณวินน์? " เอิงรู้สึกเป็ห่วงวินน์ขึ้นมา เพราะก่อนหน้านี้ เขาบอกจะมารับ แต่ก็ยังไม่เห็นมาเสียที
"ไม่หรอกครับ ไอวินน์มันแค่ให้ผมมารับพี่" ไกด์บอก
"มารับผม? " เอิงเลิกคิ้วแปลกใจ
"ใช่ ผมรออยู่หน้าออฟฟิศพี่ไวน์แล้ว" ไกด์บอก
"ไหนคุณวินน์บอกจะมารับไงครับ" เอิงถามเสียงแ่ รู้สึกเสียใจลึก ๆ
"ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน" ไกด์บอกปัด เขาไม่อยากจะพูดให้ยืดยาวว่านี่คือสิ่งที่วินน์้าให้ตนเข้าหาเอิง "ตอนนี้ผมรอยู่หน้าออฟฟิศแล้ว พี่จะลงมาหรือให้ผมขึ้นไปรับครับ"
"ไม่รบกวนคุณไกด์ดีกว่าครับ ผมกลับเองได้"
"ไม่รบกวนหรอกครับ พี่ลงมาเถอะ ผมอุตส่าห์มาถึงแล้ว" ไกด์บอกเช่นนี้ จนเอิงรู้สึกเกรงใจ สุดท้ายจึงไปบอกลาไวน์ แล้วลงมา โดยที่ไวน์เองก็ไม่รู้ว่าคนที่รับเอิงไม่ใช่วินน์
ก่อนจะไปส่งเอิงที่คอนโด ไกด์ตั้งใจจะพาเอิงไปหาหมอตามที่วินน์บอกว่าเอิงไม่ค่อยสบาย แต่เอิงเลือกที่จะปฏิเสธ ไกด์ตื้ออยู่หลายรอบ แต่เอิงยังคงปฏิเสธ บอกเพียงให้ไปส่งที่คอนโดเท่านั้น
"อย่าปฏิเสธเลย ผมจะขึ้นไปส่ง" ไกด์บอก เมื่อเขาจอดรถเรียบร้อย เอิงไม่ว่าอะไร ไกด์จึงเดินตามขึ้นมา
"ขอบคุณมากนะครับ" เอิงบอก เมื่อไกด์ขึ้นมาส่งถึงหน้าห้อง
ไกด์ยิ้ม เมื่อได้ยืนตรงหน้าเอิง เขาใช้โอกาสนี้สำรวจใบหน้าของเอิงชัด ๆ แม้ใบหน้าอีกฝ่ายจะซีดเซียวเพราะอาการไข้ แต่ก็ยังคงความดูดี ยิ่งได้มองใกล้ๆ ก็ยิ่งเห็นว่าเอิงน่ารัก ยิ่งดวงตาเป็ประกายนั่นยิ่งน่ารักเข้าไปใหญ่ เขานึกถึงคำพูดของวินน์
"เอิงมันง่าย แค่มึงเอาใจนิดหน่อย มันก็ยอมแล้ว" วินน์บอก
"มึงพูดเหมือนเคยได้เค้ามาแล้ว" ไกด์ว่า
วินน์เงียบ ไม่ตอบ
"แล้วถามจริง มีสิทธิ์อะไรในตัวเค้า ถึงกล้าพูดว่ายกเค้าให้กู" ไกด์ถาม
"พ่อกูจะให้กูหมั้นกับมัน และไม่ต้องถามกูนะว่าเพราะอะไร" วินน์บ่ายเบี่ยงที่จะพูดถึงเหตุผลจริง ๆ
"ห๊ะ! " ไกด์ใ
"กูไม่อยากหมั้นกับมัน เลยยกมันให้มึง ถ้ามึงชอบมัน กูยกให้! "
"คนนะไอวินน์! ยกให้กันง่าย ๆ แบบนี้เลยเหรอวะ! "
"ตกลงมึงจะเอามั้ย? " วินน์เริ่มรำคาญ
"ขอดูอีกทีก่อนละกัน ถ้าถูกใจ กูก็เอา! "
ไกด์บอกวินน์ไปแบบนั้น ในตอนแรกที่เลือกไม่ปฏิเสธ เพราะเขาเองก็เคยเห็นหน้าเอิงมาก่อน ยอมรับว่าถูกใจรูปร่างหน้าตาของอีกฝ่าย แต่ก็ไม่เคยไปยุ่งเกี่ยวมาก่อน
"มีอะไรหรือเปล่าครับ? " เอิงถาม เมื่อเห็นว่าไกด์เอาแต่มองหน้า
ไกด์ยิ้มออกมา "เปล่าครับ แค่เห็นว่าน่ารักดี"
เมื่อถูกชมตรง ๆ เอิงก็รู้สึกเขินนิด ๆ กล่าวขอบคุณเขาไป ก่อนจะหาทางขอตัวเข้าห้อง อยากจะพักเต็มทีแล้ว
"ไว้ผมโทรหาได้มั้ย? " ไกด์ถามก่อนกลับ
เอิงไม่รู้ว่าทำไมเขาต้องโทรหา แต่ยังพอมีมารยาทที่จะไม่ปฏิเสธให้เขาเสียหน้า
"แล้วแต่เลยครับ"
หลังจากไกด์กลับไปแล้ว เอิงเก็เปิดประตูเข้ามาในห้อง กลับเห็นวินน์นั่งดูทีวีอยู่ตรงโซฟา เอิงเจ็บจี๊ดเข้าไปข้างในเมื่อเห็นเขานั่งดูทีวีสบายใจ แต่กลับให้คนอื่นไปรับ ทั้ง ๆ ที่วินน์ก็รู้ว่าตนไม่สบาย คิดจะเป็ห่วงกันบ้างหรือเปล่า เอิงไม่รู้ว่าตัวเองจะทนอยู่ในสภาพแบบนี้ไปนานแค่ไหน ความหวังที่ว่าวินน์จะรักตนบ้าง มองไปเห็นปลายทาง หัวใจที่มันพยายามเข้มแข็ง เหมือนใกล้จะแตกสลายเต็มที
เอิงเดินไปเปิดตู้เย็นดื่มน้ำในครัว ก็ต้องชะงัก เมื่อเห็นว่าในถังขยะมีอาหารที่ตนทำให้วินน์ถูกเททิ้งเป็จำนวนมาก ราวกับว่าเขาไม่ได้กินแม้แต่คำเดียว เอิงกล้ำกลืนด้วยความอดทน เดินมาหาวินน์ อยากจะพูดคุยกับเขา
"คุณวินน์กลับมานานหรือยังครับ? " เอิงถาม
วินน์เงียบไปตอบ เขาหยิบบุหรี่เดินออกไปสูบนอกระเบียง ส่วนเอิงจึงเดินเข้าไปในห้องนอน ล้มตัวลงนอนด้วยความรู้สึกเหนื่อยล้าทั้งกายและใจ น้ำตาไหลออกมาด้วยความเสียใจ ก่อนจะผล็อยหลับไปทั้งคราบน้ำตานั้น
วินน์ดูทีวีอยู่ด้านนอกจนเกือบสามทุ่ม เขามองประตูห้องนอนอยู่หลายรอบ แต่เอิงก็ยังไม่มีวี่แววที่จะออกมา ข้าวเย็นก็ดูเหมือนจะไม่ได้กิน ก่อนหน้านี้วินน์คุยกับไกด์ผ่านมือถือ และได้รู้ว่าเอิงไม่ยอมให้ไกด์พาไปหาหมอ
ร่างสูงเดินงุ่นง่านอยู่ในครัว ก่อนหน้านี้เขาสั่งอาหารจากด้านนอกมาสำหรับตัวเองคนเดียว แต่สุดท้ายวินน์ก็ไม่กิน เขากำลังจะทิ้งมันลงถังขยะแต่ก็ต้องชะงัก เมื่อเห็นอาหารที่เขาเททิ้งเมื่อเช้า วินน์นึกขึ้นได้ว่าตอนที่เอิงกลับมา เอิงเดินมาในครัว คิดว่าคงต้องเห็นมันแน่ ๆ
วินน์บอกไม่ถูกเหมือนกันว่าตัวเองรู้สึกอย่างไร หรือบางทีลึก ๆ เขาก็ไม่อยากยอมรับว่าตัวเองก็เสียใจอยู่เหมือน แต่เท่าที่วินน์รู้ตอนนี้ เอิงก็คงเสียใจกว่า ถึงจะคิดออกไปแบบนั้น วินน์ก็ไม่คิดที่จะเปลี่ยนแปลงอะไรอยู่ดี
"แม่งเอ๊ย! " วินน์สบถออกมาอย่างหงุดหงิด เขาโยนอาหารที่สั่งมาลงถังขยะ ไม่รู้ว่าตัวเองหงุดหงิดอะไรเหมือนกัน ก่อนจะเดินเปิดประตูเข้าไปในห้องนอน เห็นเอิงยังคงนอนหลับอยู่ภายใต้ผ้าห่มผืนหนา
วินน์วางมือบนหน้าผากของอีกฝ่าย เขาสะดุ้งเมื่อพบว่าตัวของเอิงร้อนจัด ใบหน้าซีดเซียวนั้นเมื่อเหงื่อซึม ทั้งที่เครื่องปรับอากาศในห้องนอนทำงานเป็อย่างดี
"เอิง" วินน์เรียกอีกฝ่าย เมื่อไม่มีเสียงตอบรับ เขาจึงตบแก้มอีกฝ่ายเบา ๆ
เอิงยังคงนิ่ง ริมฝีปากบางซีดเซียวพึมพำออกมาไม่เป็ภาษา อาการเพ้อเพราะพิษไข้ของอีกฝ่ายทำให้วินน์หัวใจกระตุก
"เอิง! " เขาเรียกอีกฝ่ายเสียงดังขึ้น แต่เอิงยังคงไม่ยอมตื่น วินน์จึงลุกเข้าไปในห้องน้ำ ออกมาพร้อมกับกะละมังและผ้าขนหนูผืนเล็ก
วินน์เช็ดหน้าเช็ดตัวให้เอิงอยู่นาน กว่าอีกฝ่ายจะสะลึมสะลือขึ้นมา
"เป็ไงบ้าง? " วินน์ถามเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายตื่นแล้ว
"แม่เหรอ? " เอิงถาม ภาพตรงหน้าไม่ชัดเจนนัก เอิงจำได้ว่า ตอนเด็ก ๆ ที่ตนไม่สบาย ก็มีแม่ที่คอยดูแล เช็ดตัวให้
"กูเอง" วินน์ตอบ แต่เหมือนเอิงจะยังไม่รู้อยู่ดีว่าเป็ใคร
"แม่ เอิงคิดถึง" เอิงบอกกับคนตรงหน้า มือเรียวจับมือของอีกฝ่ายไว้
วินน์รับรู้ผ่านัันี้ว่าเอิงยังคงตัวร้อนจัด หากยังปล่อยไว้อย่างนี้ เขาเกรงว่าจะเป็อะไรไปมากกว่านี้
"ลุกขึ้น ไปหาหมอ" วินน์บอก พร้อมพยุงให้เอิงลุกขึ้น
"ไม่เอา" เอิงปฏิเสธน้ำเสียงอ่อนแรง พยายามดิ้นหนี สุดท้ายก็ล้มไปอยู่ในอ้อมกอดของวินน์
วินน์ไม่ได้ปฏิเสธ จะถือว่าเอิงไม่สบาย เขาจึงยอมกอดอีกฝ่ายไว้หลวม ๆ
"ถ้าไม่ไปหาหมอ จะไม่หายนะ" วินน์บอกกับคนในอ้อมกอด น้ำเสียงของเขาอ่อนโยนกว่าที่เคยเป็ แววตาคู่นี้ก็ฉายชัดไปด้วยความห่วงใย แต่เอิงก็ไม่ได้รับรู้มันอยู่ดี
"แม่ เอิงไม่อยากฉีดยา" เอิงบอก และเริ่มร้องไห้ออกมา งอแงเหมือนเด็ก ๆ
วินน์ยิ้มออกมานิด ๆ เขายกมือขึ้นเช็ดน้ำตาให้อีกฝ่าย เขาคิดในใจว่าเอิงโตป่านนี้แล้ว เวลาไม่สบายยังจะมาร้องไห้เป็เด็ก ๆ ไปได้
"นิดเดียว" วินน์บอกเสียงนุ่ม เหมือนคุณหมอที่กำลังหลอกล่อเด็ก ๆ
"ฮึก! " เอิงสะอื้นทั้งที่ยังหลับตาอยู่
วินน์กระชับอ้อมกอด ก้มลงจูบที่ขมับเปียกชื้นของอีกฝ่าย ราวกับ้าปลอบโยน
"เหมือนมดกัด เจ็บเหมือนกันมดกันเอง"
วินน์บอกแบบนั้น เหมือนตอนที่เขายังเด็ก ตอนนั้น วินน์ไม่สบาย คุณหมอต้องฉีดยา หากตอนนั้นเอิงไม่อยู่ด้วย วินน์ก็คงไม่ยอมให้หมอฉีดยาง่าย ๆ หรอก
“นิดเดียวครับ คุณวินน์คนเก่ง เจ็บเหมือนมดกันเอง”
“เอิงอยู่กับผมนะ”
“ครับ...ผมอยู่ตรงนี้แหละ”
"ฮึก! เอิงกลัว ฮึก! "
คนร้องไห้โผเข้ากอดอีกฝ่ายแน่น วินน์กอดปลอบสักพัก จนกระทั่งอีกฝ่ายหลับไปทั้งน้ำตา เขาจึงอาศัยโอกาสนี้อุ้มอีกฝ่ายไปโรงพยาบาลทันที
เอิงตื่นขึ้นมาพบว่าตัวเองนอนอยู่ที่โรงพยาบาล แต่ไม่รู้ว่าตัวเองมาที่นี่ได้อย่างไร กระทั่งเห็นไวน์เปิดห้องพักเข้ามาพร้อมกับข้าวของมาวางไว้ที่โต๊ะข้างเตียง
"ตื่นแล้วเหรอ? " ไวน์ถาม
เอิงขยับตัวลุกขึ้นนั่ง มองไวน์ที่ใส่ชุดธรรมดา ไม่ใช่ชุดที่เขาจะใส่ไปทำงาน
"ครับ...แล้ววันนี้คุณไวน์ไม่ทำงานเหรอครับ? "
"เดี๋ยวค่อยเข้าไป่บ่าย วันนี้พี่อนุญาตให้ลางาน" ไวน์บอกพร้อมกับเอื้อมมือไปวางที่หน้าผากของเอิง "ตัวไม่ร้อนเท่าไหร่แล้ว"
เอิงยิ้ม ก่อนจะเอ่ยถาม "ผมมาที่นี่ได้ยังครับ? "
"ไอวินน์พามา"
คำตอบของไวน์ทำให้แววตาของเอิงมีประกายขึ้นมา ยิ้มออกมาอย่างมีความหวัง
"แล้วตอนนี้คุณวินน์ไปไหนแล้วครับ? "
"กลับไปอาบน้ำน้ำ แล้วไปเรียนเลย ตอนเย็นมันคงแวะเข้ามาแหละ" ไวน์บอก เขาจำได้ว่าเมื่อเช้าน้องชายโทรหาเขา บอกว่าเอิงไม่สบาย ไวน์จึงรีบมาโรงพยาบาล จึงรู้ว่าวินน์อยู่เฝ้าเอิงทั้งคืน
"ครับ" เอิงพยักหน้ารับคำ ในใจก็เฝ้ารอให้ถึงตอนเย็นไม่ไหวแล้ว
เอิงตื่นมาใน่เย็น ก่อนหน้านี้มีเพื่อน ๆ มาเยี่ยมเมื่อรู้ว่าเอิงป่วย แต่เอิงก็ยังคงรอคอยเพียงแค่วินน์เสมอ นี่ก็เกือบจะหกโมงแล้ว เมื่อไหร่เขาจะมาสักทีนะ
คิดถึงได้ไม่นาน ประตูห้องพักก็ดังขึ้นสองสามครั้ง ก่อนที่มันจะถูกเปิดเข้ามา ไกด์เดินยิ้มเข้ามาพร้อมกับช่อดอกไม้ในมือ เลยไปด้านหลัง เอิงเห็นวินน์ แต่เขากลับเดินควงแขนมากับเด็กหนุ่มที่เอิงเคยเห็นที่คอนโดในครั้งนั้น
"สวัสดีครับพี่เอิง" ไกด์เอ่ยทักทาย สีหน้าของเขาแสดงออกถึงความรู้สึกดีใจที่ได้เจอเอิง ดอกไม้ในมือถูกยื่นให้คนป่วยตรงหน้า เอิงรับมาพร้อมกับรอยยิ้ม
"ขอบคุณคุณไกด์ครับ"
"เดี๋ยวผมเก็บให้นะ" ไกด์รับดอกไม้กลับคืนมาแล้วเก็บไว้ที่โต๊ะหัวเตียง แล้วนั่งลงที่เก้าอี้ข้างเตียง ส่วนวินน์และเมยเดินไปนั่งที่โซฟา แนบชิดติดกันไม่เกรงใจใครทั้งนั้น
"พี่เอิงเป็ยังไงบ้างครับ ผมเป็ห่วงแทบแย่" ไกด์ถาม เขาแสดงความรู้สึกอย่างไม่ปิดบัง
"ดีขึ้นแล้วครับ" เอิงยิ้มนิด ๆ รู้สึกอึดอัดที่ไกด์แสดงท่าทีเช่นนี้ ทั้งที่ไม่ได้สนิทกันมาก่อน ไม่อยากจะคิดเข้าข้างตัวเองว่าเขากำลังจีบ
"แล้วหมอจะให้ออกจากโรงพยาบาลเมื่อไหร่ครับ"
"พรุ่งนี้ครับ"
"ถ้าอย่างนั้น ให้ผมมารับนะ" ไกด์เสนอตัวเข้ามา ทำน้ำเสียงออดอ้อน
วินน์คิ้วกระตุก เหลือบมองเพื่อนเล็กน้อย แต่ไม่พูดอะไรออกมา...
"ผมกลับเองได้ครับ ไม่รบกวนคุณไกด์ดีกว่า" เอิงปฏิเสธ ในใจก็นึกหวังให้วินน์เป็คนตัดบทขึ้นมาว่าจะมารับตน แต่ก็หมดหวัง เพราะแม้แต่หางตา เขายังไม่แล ที่เขาพามาส่งโรงพยาบาลเมื่อคืน ก็แค่มนุษยธรรมเท่านั้น คงไม่ได้มีความรู้สึกอื่นเข้ามาประปน
ส่วนไกด์ก็ยังไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ "นะครับ"
เอิงนิ่งไปนิด เหลือบมองวินน์ที่แทบรวมร่างกับเมย แล้วหันกลับมาหาไกด์
"ก็ได้ครับ รบกวนคุณไกด์ด้วยนะครับ"
ไกด์ยิ้มออกมาด้วยความดีใจ แล้วเหลือบมองวินน์ที่นั่งคลอเคลียกับเมย เขาไม่เข้าใจเหมือนกัน ว่าทำไมวินน์จะต้องโทรตามเมยมาด้วย ก่อนหน้านี้วินน์บอกกับไกด์ว่าเอิงไม่สบาย แนะนำให้ไกด์มาเยี่ยมเอิง ไกด์จึงชวนวินน์มาด้วยกัน จะได้ไม่รู้สึกแปลก ๆ ที่เขาไม่สนิทกับเอิง แต่มาเยี่ยมที่นี่ หลังจากที่ชวนวินน์มาด้วยกัน วินน์เองก็ไม่ปฏิเสธ แต่เขากลับโทรหาเมยให้มาโรงพยาบาลด้วยกัน
"จะนั่งจู๋จี๋กันอยู่อย่างนั้นหรือไงวะ? " ไกด์เอ่ยขึ้น
วินน์เหลือบมองเพื่อน เลยผ่านไปหาเอิงเล็กน้อย เขาเห็นแววตาแห่งความเ็ปที่มองมา
"แล้วมึงจะให้กูทำอะไร กูไม่ได้อยากจะมาสักหน่อย" วินน์พูดอย่างไม่สนใจว่าคนที่ได้ยินจะรู้สึกอย่างไร
ไกด์นิ่งอึ้งไปนิด เขารู้ว่าเพื่อนไม่อยากหมั้นกับเอิง เลย้าให้เขาเข้าไปยุ่งกับเอิง แต่ไกด์ไม่คิดว่าวินน์จะมีท่าทีไม่ให้เกียรติเอิงขนาดนี้ ต่อให้ไม่รักไม่ชอบกัน แต่ไกด์คิดว่าก็ควรจะไว้หน้ากันบ้าง
"คุณไกด์ครับ เค้าเป็แค่คนรับใช้ แค่คุณวินน์ให้เกียรติมาถึงที่นี่ ก็ดีเท่าไหร่แล้วครับ" เมยพูดออกมา เอิงถึงกับหน้าเสีย ดวงตาแดงก่ำ เหมือนจะร้องไห้ออกมา ยิ่งป่วยก็ยิ่งรู้สึกว่าตัวเองอ่อนไหวกว่าเดิม
"พูดให้มันดีนะเมย! " ไกด์ดุ ถึงเขาจะเคยนอนกับเมย แต่การที่เมยพูดออกมาไม่รักษาความรู้สึกของเอิง เขาเองก็ยอมไม่ได้เหมือนกัน
ไกด์ชะงักกับความรู้สึกของตัวเองที่อยากจะปกป้องเอิง ก่อนหน้านี้เขาคิดว่าแค่อยากจะได้ร่างกาย ดูเหมือนตอนนี้คงไม่ใช่แล้ว
"ผมพูดผิดตรงไหนเหรอครับคุณวินน์? " เมยหันไปออดอ้อนให้วินน์ช่วย
"ไม่ผิดหรอก นายพูดถูก" วินน์ลูบแก้มเด็กหนุ่มแล้วก้มลงจูบที่แก้มใส ไม่สนสายตาของใครทั้งนั้น
"คุณวินน์ช่วยกลับไปก่อนได้มั้ยครับ ผมอยากพักผ่อน! " เอิงโพล่งออกมาในที่สุด เพราะรู้สึกทนไม่ได้ที่จะต้องอยู่ในบรรยากาศแบบนี้
"มึงมีสิทธิ์อะไรมาไล่กู! " วินน์ลุกขึ้นพรวดเสียงดังใส่
"เป็อะไรของมึงวะ! " ไกด์ถามขึ้นอย่างไม่เข้าใจ ลุกขึ้นขวางวินน์ที่เดินมาหาเอิง เขากลัวว่าวินน์จะทำร้ายเอิงเข้า
"กูไม่ได้เป็อะไร! " วินน์พูดออกมาเสียงดัง เมยลุกขึ้นมาเกาะแขน แต่ก็ถูกสะบัดออก เด็กหนุ่มหน้าเสีย แต่กลับตวัดสายตามองเอิงอย่างไม่พอใจ
วินน์มองเอิงตาเขม็ง ไกด์ยังคงยืนขวาง เขามองหน้าเพื่อนอย่างไม่ค่อยเข้าใจนัก
"เป็อะไรของมึงวะไอวินน์" ไกด์พูดกับเพื่อน "ถ้ามึงอารมณ์ไม่ดีก็กลับไปก่อน"
"ไล่กูกลับ คงอยากจะทำอะไรสะดวกสินะ! " สายตาของวินน์มองไปยังเอิง บอกให้รู้ว่าพูดกับใครอยู่
"พูดอะไรของมึงวะ! พี่เอิงเขาไม่สบายอยู่นะมึง" ไกด์พูดขึ้น
วินน์ถอนหายใจออกมาเสียงดัง เขาเดินออกไปอย่างจากห้องทันที ไม่สนใจเมยที่เขาเป็คนโทรตามมาด้วยซ้ำ เมยเลิ่กลั่กทำตัวไม่ถูก ก่อนจะรีบตามวินน์ออกไป
เมยวิ่งตามวินน์ออกมา รู้สึกไม่พอใจที่วินน์ทิ้งตัวเองออกมา แล้วยังก่อนหน้านี้ที่สะบัดตนอีก
"คุณวินน์รอผมด้วย"
"นายกลับไปได้แล้ว! " น้ำเสียงวินน์บ่งบอกถึงความไม่พอใจ
"อะไรนะครับ? "
"ฉันบอกให้กลับไปไง ส่วนเงิน จะโอนให้ทีหลัง" วินน์บอกอย่างไม่ใส่ใจ แล้วเดินหนีไป เมยเองก็ยังคงเดินตามเขา อย่างไม่ยอมง่าย ๆ
"แล้วคืนนี้เราไม่อยู่ด้วยกันเหรอครับ? "
วินน์ไม่พูดอะไร เขาก้าวเข้าไปในลิฟท์อย่างไม่สนใจ สายตาคมของเขาจ้องมองเด็กหนุ่มที่อยู่หน้าลิฟท์ เมยขนลุกเกรียว ไม่กล้าตามวินน์เข้าไป คงต้องทำตามที่เขาบอก
ประตูลิฟท์ปิดลง เมยยังคงนิ่งอึ้ง ก่อนจะนึกถึงคนที่นอนป่วยอยู่ และเมยก็นึกออกแล้วว่า ตอนที่เมยนอนกับวินน์ วินน์เรียกชื่อเอิงออกมาด้วย
เมยส่ายหน้าน้อย ๆ ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าวินน์ทำทุกอย่างไปเพื่ออะไร แต่คนอย่างเมยก็ไม่สนอยู่แล้ว ถ้าวินน์เรียกใช้ เมยก็อยู่ดี เมยทำทุกอย่างแลกเงิน ส่วนเื่สลับซับซ้อน เมยขอไม่ยุ่งดีกว่า