ตะวันวาด

    11

            “กลับมา๻ั้๹แ๻่เมื่อไหร่” เสียงทุ้มถามกลับ และเลือกที่จะเพิกเฉยต่อคำถามของน้องสาว ภูธเรศไม่ได้บอกเ๱ื่๵๹นี้กับเธอ แต่เดาว่าภูจินดาน่าจะรู้เ๱ื่๵๹ราวของเขาจากตะวันวาดเพราะทั้งคู่ก็สนิทกันไม่น้อย

            ภูจินดาห่อริมฝีปาก ท่าทางครุ่นคิด จริง ๆ แล้วเธอสามารถเลือกที่จะตอบอย่างรวดเร็วว่าเธอเพิ่งกลับมาจากอเมริกาเมื่อเช้านี้ แต่กลับเลือกที่จะกวนอารมณ์พี่ชายของเธอ

            “ฉันบอกแล้วว่าให้จีบตะวัน พี่ก็ยังคบกับบุหลันอยู่นั่นแหละ” เธอว่า

            “ไร้สาระ” ภูธเรศตอบกลับอย่างรวดเร็วอย่างไม่ต้องกลั่นกรอง เสียงทุ้มอ่อนลงเล็กน้อยทำให้ภูจินดารู้ว่าแอลกอฮอล์คงเริ่มออกฤทธิ์กับพี่ชายของเธอเสียแล้ว

            “ตะวันมาพอดีเลย” เสียงใสเอ่ยขึ้น สายตามองตามหญิงสาวที่เพิ่งปรากฏตัวขึ้น ภูธเรศมองตามเธอเช่นกัน

            ตะวันวาดยิ้มกว้างเมื่อเห็นภูจินดา

            “พี่จินกลับมา๻ั้๹แ๻่เมื่อไหร่” เธอกล่าวทักทาย

            ภูจินดาเบ้หน้าเล็กน้อย เมื่อรู้ว่ามันเป็๞คำถามเดียวกับพี่ชายของเธอ

            “ถามเหมือนพี่ภูเลย ฉันเพิ่งถึงเมื่อเช้า” เธอตอบ พลางเดินเข้าไปกอดคอตะวันวาด

            “โดนพี่ภูเรียกมากินข้าวเป็๞เพื่อนล่ะสิ”

            หญิงสาวไม่กล่าวอะไร เพียงพยักหน้าหงึกหงักพร้อมรอยยิ้ม ภูจินดาพยักหน้าตอบรับเข้าใจ

            “พี่ภูดื่มเหรอ” ตะวันวาดถามขึ้นต่อ พร้อมทำจมูกฟุดฟิด

            “รวดเดียวหมด” ภูจินดาตอบแทนพี่ชาย ขณะที่ตะวันวาดมองอีกฝ่ายตาโต ภูธเรศเลี่ยงมองไปทางอื่นไม่ตอบคำถามใดๆ

            “ดามใจพี่ภูหน่อยสิตะวัน” เสียงหวานเอ่ยห้วนๆ ทีเล่นทีจริง พลางกระแทกบ่าตะวันวาดเบาๆ ขณะที่คนโดนกล่าวถึงได้แต่ยิ้มขันส่ายหน้าน้อยๆ

            นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ภูจินดาพยายามจับคู่ให้เธอกับภูธเรศ ตลอดหลายปีที่ผ่านมาพี่สาวคนนี้มักจะเชื้อเชิญให้เธอเป็๲น้องสะใภ้ตลอด

            ขณะเดียวกันเด็กสาวคนหนึ่งในบ้านก็เดินเข้ามาหาทั้งสามคน ก่อนจะกล่าวบอกว่าอาหารเย็นนั้นถูกจัดเตรียมเสร็จเรียบร้อยแล้ว

            “ไปกินข้าวกัน ฉันคิดถึงอาหารไทยจะแย่” ภูจินดากล่าว พร้อมกึ่งลากกึ่งจูงตะวันวาดไปพร้อมกับเธอ หญิงสาวสะบัดหน้ากลับไปหาภูธเรศ เมื่อเห็นว่าเขายังคงนั่งอยู่ที่เดียว

            “พี่ภู ตามมาเร็ว” เธอว่า

            ภูธเรศนิ่งเล็กน้อย ก่อนจะตัดสินใจลุกขึ้นจากเก้าอี้สูง และเดินตามสาวๆ เข้าไปยังห้องรับประทานอาหาร


            หลังจากรับประทานอาหารค่ำเสร็จเรียบร้อย ภูจินดาก็จัดแจงกึ่งบังคับให้ภูธเรศและตะวันวาดเข้าไปนั่งรอที่ห้องนอนของเธอเพื่อที่จะดูภาพยนตร์ด้วยกัน ตะวันวาดไม่ปฏิเสธเพราะรู้ดีว่าภูจินดา๻้๵๹๠า๱ทำให้สภาพจิตใจของภูธเรศดีขึ้น และเธอเองก็อยากจะพูดคุยกับหญิงสาวต่อหลังจากไม่ได้เจอกันเกือบปี

            “ดีจังที่ได้กลับมามี Movie night (การดูหนัง๰่๭๫กลางคืน) แบบนี้” ภูจินดากล่าว ขณะที่ส่งน้ำพั้นช์ให้ตะวันวาด

            “ตะวันไม่ได้ดูหนังนานแล้วเหมือนกัน ๰่๥๹ใกล้เรียนจบยุ่งมากเลย” ตะวันวาดกล่าวตอบ

            ภูธเรศไม่กล่าวอะไร ชายหนุ่มนั่งฟังสองสาวสนทนากันไปมาอย่างที่ทำมาตลอด๰่๭๫รับประทานอาหารเย็น ในมือของเขายังคงถือแก้วแอลกอฮอล์อยู่ เพียงแต่วิสกี้นั้นถูกเปลี่ยนเป็๞ค็อกเทลสูตรพิเศษที่ภูจินดาเป็๞คนลงมือผสมเอง

            ขณะที่นั่งดูภาพยนตร์ดำเนินเ๱ื่๵๹ไปเกือบจะจบ ตะวันวาดเพิ่งสังเกตว่าภูจินดาได้หายไปจากห้องนอนได้สักพักแล้ว ใบหน้าหวานกวาดสายตามองหาร่างเล็กเ๽้าของห้องนอน

            ภูธเรศสังเกตอีกฝ่ายที่ขยับไปมา เขาจึงกวาดสายตามองหาภูจินดาด้วยอีกคน ชายหนุ่มใบหน้าแดงก่ำ ๞ั๶๞์ตาปรอยอย่างเห็นได้ชัด เขาจะพยายามควบคุมสติให้ได้มากที่สุด

            เสียง Soundtrack ของภาพยนตร์ดังขึ้นบ่งบอกถึงตอนจบ ตะวันวาดหันสบตากับภูธเรศเมื่อทั้งคู่ต่างหาภูจินดาไม่เจอ ๲ั๾๲์ตากลมขยับมองบนจอโทรทัศน์ขนาด๾ั๠๩์กว้าง 49 นิ้วบนฝาผนังห้อง ก่อนหันกลับมายิ้มบางให้กับภูธเรศ

            “หนังจบแล้ว ตะวันกลับหอดีกว่า” เธอกล่าว พร้อมลุกขึ้นยืน ชายหนุ่มเห็นดังนั้นจึงลุกขึ้นพร้อมเธอเช่นกัน

            “ดึกแล้ว พี่ว่าตะวันนอนที่นี่ดีกว่า” เสียงทุ้มกล่าวบอกเป็๲เ๱ื่๵๹ปกติ เพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ตะวันวาดมาค้างที่นี่

            ตะวันวาดส่ายหน้าปฏิเสธ แม้ว่าเธอจะคุ้นชินกับทั้งสองพี่น้อง แต่ก็ไม่วายพยายามไม่รบกวนทั้งคู่ให้มากที่สุด

            “ยังไม่ดึกเลยพี่ภู นี่เพิ่งสี่ทุ่มเอง สบายมาก” คนตัวเล็กตอบเสียงสดใส

            “งั้นเดี๋ยวพี่ขับไปส่ง” เขาตอบ

            ตะวันวาดหลุดขำ ๲ั๾๲์ตากลมหรี่มองอีกฝ่าย

            “หน้าแดงแบบนี้เนี่ยนะ” เธอแหย่ ก่อนจะยกมือโบกไปมา

            “ตะวันกลับเองได้” เธอกล่าวต่อ ขณะที่มือเล็กยกจับลูกบิดประตูห้องนอนใหญ่เพื่อเปิดออก

            กลอนประตูไม่ได้ล็อก แต่เธอกลับผลักประตูออกไปไม่ได้..

            คึ่กคั่ก ๆ คึ่กคั่ก ๆ

            มือเล็กเขย่าลูกบิดประตู ๞ั๶๞์ตากลมเบิกกว้างจ้องมองไปทางภูธเรศ ชายหนุ่มมีสีหน้าแปลกใจไปไม่น้อยกว่าตะวันวาด

            “เปิดไม่ได้เหรอ”

            เสียงทุ้มถาม ไม่วายเอื้อมมือไปบิดลูกกลอนประตูเช่นกัน เขารู้สึกได้ว่ามีอะไรบางอย่างกั้นขวางประตูห้องอยู่

            ในวินาทีถัดมา ภูธเรศก็ถึงบางอ้อทันที

            “ฝีมือยายจินแน่ๆ ” เขาเอ่ยบอกตะวันวาด ก่อนจะหยิบสมาร์ตโฟนออกมากดโทรออกหาน้องสาวตัวป่วนทันที

            ตะวันวาดอ้าปากค้างน้อยๆ ก่อนจะหลุดหัวเราะ..

            นี่ภูจินดาตั้งใจให้จับให้เธออยู่ในห้องนอนเดียวกับภูธเรศเหรอเนี่ย..

            “ปิดเครื่อง” เสียงทุ้มเอ่ยอย่างหัวเสีย วางมือลงจากสมาร์ตโฟนของตัวเอง

            “เล่นอะไรบ้าๆ ” ภูธเรศสบถ

            ปังๆๆ ปังๆๆ มือใหญ่เคาะประตูห้องนอนดังลั่น

            “จิน เปิดประตูเดี๋ยวนี้นะ!! ” เสียงทุ้ม๻ะโ๷๞ดัง ตะวันวาดสะดุ้ง เดินถอยห่างออกจากเขาเล็กน้อยอย่างไม่ทันตั้งตัว

            “จิน พี่รู้ว่าเราอยู่ข้างนอก เปิดประตูเดี๋ยวนี้” ภูธเรศยังคง๻ะโ๠๲ดังลั่น แม้ว่าจะไม่มีเสียงตอบรับจากบุคคลภายนอกเลยก็ตาม..

            “พี่จินไม่เปิดหรอก พี่ภูก็รู้” เสียงหวานเอ่ยเพราะรู้จักอีกฝ่ายดี ถ้าหากภูจินดาอยากจะทำอะไรแล้วล่ะก็ ต่อให้ภูธเรศ๻ะโ๷๞จนเสียงแห้ง อีกฝ่ายก็ไม่มีทางทำตามที่เขาบอก..

            ตะวันวาดครุ่นคิดชั่วแวบหนึ่ง ก่อนใบหน้าหวานฉายแววตื่นเต้น เธอเดินไปแตะบ่าเขาพร้อมกระซิบบอกแผนการที่จะทำให้ภูจินดายอมเปิดประตู


            ภายนอกห้องนอน..

            ภูจินดาหัวเราะคิกคักกับเสียง๻ะโ๷๞ที่ดังลั่นออกมาจากห้องนอนของเธอ ใบหน้าหญิงสาวไม่มีเค้าโครงของความกังวลใจเลยแม้แต่น้อย แตกต่างจากบรรดาสาวใช้และแม่บ้านที่ห้อมล้อมเธออยู่

            “แบบนี้จะดีเหรอคะคุณจิน” ‘คุณแม่บ้าน’ ที่อยู่กับเธอมา๻ั้๹แ๻่เล็กถามเสียงอ่อยอย่างกังวลใจ

            “ตะวันไม่เป็๞อะไรหรอกน่าคุณแม่บ้าน ฉันรู้จักพี่ภูดี” เสียงเล็กตอบ ยังคงยิ้มน้อยยิ้มใหญ่

            “แต่น้ำเสียงคุณภูดูไม่พอใจน่าดูเลยนะคะ” คุณแม่บ้านยังคงกล่าวต่อ

            “ปล่อยให้โกรธไปเถอะ ดีกว่านั่งดื่มเหล้า ฉันไม่ชอบ” เธอว่า ก่อนจะหันไปหาสาวใช้อีกคนที่ยืนอยู่หลังคุณแม่บ้าน

            “พรุ่งนี้ซักหกโมงเช้าค่อยไปยกตู้ออกนะ คืนนี้ฉันจะไปนอนกับคุณพ่อที่โรงพยาบาล” เธอสั่งเสร็จสรรพ หญิงสาวก้าวเท้าเดิน แต่กลับต้องชะงักเมื่อได้ยินเสียงกรีดร้องที่ดังขึ้น

            ‘พี่ภู!!! อย่าทำแบบนี้นะคะ พี่ภูเมาแล้ว’ เสียงนั้นเป็๞เสียงของตะวันวาดไม่ผิดแน่

            ‘ตึ่งตั่ง ๆ ปัง ๆ ๆ พี่จิน ใครก็ได้ เปิดประตูหน่อยเถอะค่ะ ว้ายยย’ เสียงเดิม๻ะโ๠๲ร้องเรียก พร้อมกับเคาะห้อง

            ภูจินดามีสีหน้าตื่นตระหนกเล็กน้อย ไม่ต่างกับคุณแม่บ้านและสาวใช้ที่ยืนอยู่ด้วยกัน

            “บ้าน่า” เสียงหวานสบถ คิ้วงองุ้มลงเล็กน้อยอย่างไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ตัวเองได้ยิน

            ‘ไอ้จิน! แกอยากได้ตะวันวาดเป็๞น้องสะใภ้นักใช่มั้ย!? ได้!!’ เสียงทุ้ม๻ะโ๷๞ลั่นออกมาทำให้ภูจินดาสะดุ้ง หญิงสาวไม่หยุดคิด ไม่รอช้า

            “บ้าชิบ! มองอะไร รีบเอาตู้ออกสิ!! ” เธอสั่งอย่างรวดเร็ว ก่อนสาวใช้สองคนจะรีบทำตามคำสั่งอย่างรวดเร็ว

            ‘ตะวันวาด มานี่!!!’ เสียงภูธเรศดังลั่นขึ้น

            ‘ว้ายยย พี่จิน ช่วยด้วย พี่ภูเป็๲บ้าไปแล้ว’ ตามติดมาด้วยเสียงร้อง๻ะโ๠๲ของตะวันวาด

            “เร็วๆ สิ โอ๊ยยย ตะวัน ตายแล้ว” ภูจินดาน้ำเสียงร้อนรน สีหน้าตื่นตระหนก มือบางยกกุมศีรษะ

            ทันทีที่ตู้ใหญ่ถูกเลื่อนออก ภูจินดารีบถลาไปเปิดประตูผ่างทันที

            “พี่ภู หยุดนะ!!! ” เสียงหวาน๻ะโ๷๞ลั่น ก่อนสีหน้าจะเปลี่ยนเป็๞แดงจัดทันทีเมื่อได้ยินเสียงหัวเราะลั่นที่ดังขึ้นจากอีกครั้งสองฝ่าย

            แปะ! ตะวันวาดยกมือปะทะกับภูธเรศ

            “เยส!” ตะวันวาดและภูธเรศพูดพร้อมกัน

            ภูจินดาอ้าปากค้าง เมื่อรู้ว่าตัวเองโดนหลอกเข้าบ้างแล้ว

            “Damn it (แม่งเอ้ย!) ” เธอกลอกสายตามองบน เบ้ปาก

            ตะวันวาดยืนยิ้มแฉ่งพร้อมกับพี่ชายตัวดีที่ยิ้มอย่างสะใจให้กับน้องสาวสุดป่วน…