“กลับมาั้แ่เมื่อไหร่” เสียงทุ้มถามกลับ และเลือกที่จะเพิกเฉยต่อคำถามของน้องสาว ภูธเรศไม่ได้บอกเื่นี้กับเธอ แต่เดาว่าภูจินดาน่าจะรู้เื่ราวของเขาจากตะวันวาดเพราะทั้งคู่ก็สนิทกันไม่น้อย
ภูจินดาห่อริมฝีปาก ท่าทางครุ่นคิด จริง ๆ แล้วเธอสามารถเลือกที่จะตอบอย่างรวดเร็วว่าเธอเพิ่งกลับมาจากอเมริกาเมื่อเช้านี้ แต่กลับเลือกที่จะกวนอารมณ์พี่ชายของเธอ
“ฉันบอกแล้วว่าให้จีบตะวัน พี่ก็ยังคบกับบุหลันอยู่นั่นแหละ” เธอว่า
“ไร้สาระ” ภูธเรศตอบกลับอย่างรวดเร็วอย่างไม่ต้องกลั่นกรอง เสียงทุ้มอ่อนลงเล็กน้อยทำให้ภูจินดารู้ว่าแอลกอฮอล์คงเริ่มออกฤทธิ์กับพี่ชายของเธอเสียแล้ว
“ตะวันมาพอดีเลย” เสียงใสเอ่ยขึ้น สายตามองตามหญิงสาวที่เพิ่งปรากฏตัวขึ้น ภูธเรศมองตามเธอเช่นกัน
ตะวันวาดยิ้มกว้างเมื่อเห็นภูจินดา
“พี่จินกลับมาั้แ่เมื่อไหร่” เธอกล่าวทักทาย
ภูจินดาเบ้หน้าเล็กน้อย เมื่อรู้ว่ามันเป็คำถามเดียวกับพี่ชายของเธอ
“ถามเหมือนพี่ภูเลย ฉันเพิ่งถึงเมื่อเช้า” เธอตอบ พลางเดินเข้าไปกอดคอตะวันวาด
“โดนพี่ภูเรียกมากินข้าวเป็เพื่อนล่ะสิ”
หญิงสาวไม่กล่าวอะไร เพียงพยักหน้าหงึกหงักพร้อมรอยยิ้ม ภูจินดาพยักหน้าตอบรับเข้าใจ
“พี่ภูดื่มเหรอ” ตะวันวาดถามขึ้นต่อ พร้อมทำจมูกฟุดฟิด
“รวดเดียวหมด” ภูจินดาตอบแทนพี่ชาย ขณะที่ตะวันวาดมองอีกฝ่ายตาโต ภูธเรศเลี่ยงมองไปทางอื่นไม่ตอบคำถามใดๆ
“ดามใจพี่ภูหน่อยสิตะวัน” เสียงหวานเอ่ยห้วนๆ ทีเล่นทีจริง พลางกระแทกบ่าตะวันวาดเบาๆ ขณะที่คนโดนกล่าวถึงได้แต่ยิ้มขันส่ายหน้าน้อยๆ
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ภูจินดาพยายามจับคู่ให้เธอกับภูธเรศ ตลอดหลายปีที่ผ่านมาพี่สาวคนนี้มักจะเชื้อเชิญให้เธอเป็น้องสะใภ้ตลอด
ขณะเดียวกันเด็กสาวคนหนึ่งในบ้านก็เดินเข้ามาหาทั้งสามคน ก่อนจะกล่าวบอกว่าอาหารเย็นนั้นถูกจัดเตรียมเสร็จเรียบร้อยแล้ว
“ไปกินข้าวกัน ฉันคิดถึงอาหารไทยจะแย่” ภูจินดากล่าว พร้อมกึ่งลากกึ่งจูงตะวันวาดไปพร้อมกับเธอ หญิงสาวสะบัดหน้ากลับไปหาภูธเรศ เมื่อเห็นว่าเขายังคงนั่งอยู่ที่เดียว
“พี่ภู ตามมาเร็ว” เธอว่า
ภูธเรศนิ่งเล็กน้อย ก่อนจะตัดสินใจลุกขึ้นจากเก้าอี้สูง และเดินตามสาวๆ เข้าไปยังห้องรับประทานอาหาร
หลังจากรับประทานอาหารค่ำเสร็จเรียบร้อย ภูจินดาก็จัดแจงกึ่งบังคับให้ภูธเรศและตะวันวาดเข้าไปนั่งรอที่ห้องนอนของเธอเพื่อที่จะดูภาพยนตร์ด้วยกัน ตะวันวาดไม่ปฏิเสธเพราะรู้ดีว่าภูจินดา้าทำให้สภาพจิตใจของภูธเรศดีขึ้น และเธอเองก็อยากจะพูดคุยกับหญิงสาวต่อหลังจากไม่ได้เจอกันเกือบปี
“ดีจังที่ได้กลับมามี Movie night (การดูหนัง่กลางคืน) แบบนี้” ภูจินดากล่าว ขณะที่ส่งน้ำพั้นช์ให้ตะวันวาด
“ตะวันไม่ได้ดูหนังนานแล้วเหมือนกัน ่ใกล้เรียนจบยุ่งมากเลย” ตะวันวาดกล่าวตอบ
ภูธเรศไม่กล่าวอะไร ชายหนุ่มนั่งฟังสองสาวสนทนากันไปมาอย่างที่ทำมาตลอด่รับประทานอาหารเย็น ในมือของเขายังคงถือแก้วแอลกอฮอล์อยู่ เพียงแต่วิสกี้นั้นถูกเปลี่ยนเป็ค็อกเทลสูตรพิเศษที่ภูจินดาเป็คนลงมือผสมเอง
ขณะที่นั่งดูภาพยนตร์ดำเนินเื่ไปเกือบจะจบ ตะวันวาดเพิ่งสังเกตว่าภูจินดาได้หายไปจากห้องนอนได้สักพักแล้ว ใบหน้าหวานกวาดสายตามองหาร่างเล็กเ้าของห้องนอน
ภูธเรศสังเกตอีกฝ่ายที่ขยับไปมา เขาจึงกวาดสายตามองหาภูจินดาด้วยอีกคน ชายหนุ่มใบหน้าแดงก่ำ ั์ตาปรอยอย่างเห็นได้ชัด เขาจะพยายามควบคุมสติให้ได้มากที่สุด
เสียง Soundtrack ของภาพยนตร์ดังขึ้นบ่งบอกถึงตอนจบ ตะวันวาดหันสบตากับภูธเรศเมื่อทั้งคู่ต่างหาภูจินดาไม่เจอ ั์ตากลมขยับมองบนจอโทรทัศน์ขนาดั์กว้าง 49 นิ้วบนฝาผนังห้อง ก่อนหันกลับมายิ้มบางให้กับภูธเรศ
“หนังจบแล้ว ตะวันกลับหอดีกว่า” เธอกล่าว พร้อมลุกขึ้นยืน ชายหนุ่มเห็นดังนั้นจึงลุกขึ้นพร้อมเธอเช่นกัน
“ดึกแล้ว พี่ว่าตะวันนอนที่นี่ดีกว่า” เสียงทุ้มกล่าวบอกเป็เื่ปกติ เพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ตะวันวาดมาค้างที่นี่
ตะวันวาดส่ายหน้าปฏิเสธ แม้ว่าเธอจะคุ้นชินกับทั้งสองพี่น้อง แต่ก็ไม่วายพยายามไม่รบกวนทั้งคู่ให้มากที่สุด
“ยังไม่ดึกเลยพี่ภู นี่เพิ่งสี่ทุ่มเอง สบายมาก” คนตัวเล็กตอบเสียงสดใส
“งั้นเดี๋ยวพี่ขับไปส่ง” เขาตอบ
ตะวันวาดหลุดขำ ั์ตากลมหรี่มองอีกฝ่าย
“หน้าแดงแบบนี้เนี่ยนะ” เธอแหย่ ก่อนจะยกมือโบกไปมา
“ตะวันกลับเองได้” เธอกล่าวต่อ ขณะที่มือเล็กยกจับลูกบิดประตูห้องนอนใหญ่เพื่อเปิดออก
กลอนประตูไม่ได้ล็อก แต่เธอกลับผลักประตูออกไปไม่ได้..
คึ่กคั่ก ๆ คึ่กคั่ก ๆ
มือเล็กเขย่าลูกบิดประตู ั์ตากลมเบิกกว้างจ้องมองไปทางภูธเรศ ชายหนุ่มมีสีหน้าแปลกใจไปไม่น้อยกว่าตะวันวาด
“เปิดไม่ได้เหรอ”
เสียงทุ้มถาม ไม่วายเอื้อมมือไปบิดลูกกลอนประตูเช่นกัน เขารู้สึกได้ว่ามีอะไรบางอย่างกั้นขวางประตูห้องอยู่
ในวินาทีถัดมา ภูธเรศก็ถึงบางอ้อทันที
“ฝีมือยายจินแน่ๆ ” เขาเอ่ยบอกตะวันวาด ก่อนจะหยิบสมาร์ตโฟนออกมากดโทรออกหาน้องสาวตัวป่วนทันที
ตะวันวาดอ้าปากค้างน้อยๆ ก่อนจะหลุดหัวเราะ..
นี่ภูจินดาตั้งใจให้จับให้เธออยู่ในห้องนอนเดียวกับภูธเรศเหรอเนี่ย..
“ปิดเครื่อง” เสียงทุ้มเอ่ยอย่างหัวเสีย วางมือลงจากสมาร์ตโฟนของตัวเอง
“เล่นอะไรบ้าๆ ” ภูธเรศสบถ
ปังๆๆ ปังๆๆ มือใหญ่เคาะประตูห้องนอนดังลั่น
“จิน เปิดประตูเดี๋ยวนี้นะ!! ” เสียงทุ้มะโดัง ตะวันวาดสะดุ้ง เดินถอยห่างออกจากเขาเล็กน้อยอย่างไม่ทันตั้งตัว
“จิน พี่รู้ว่าเราอยู่ข้างนอก เปิดประตูเดี๋ยวนี้” ภูธเรศยังคงะโดังลั่น แม้ว่าจะไม่มีเสียงตอบรับจากบุคคลภายนอกเลยก็ตาม..
“พี่จินไม่เปิดหรอก พี่ภูก็รู้” เสียงหวานเอ่ยเพราะรู้จักอีกฝ่ายดี ถ้าหากภูจินดาอยากจะทำอะไรแล้วล่ะก็ ต่อให้ภูธเรศะโจนเสียงแห้ง อีกฝ่ายก็ไม่มีทางทำตามที่เขาบอก..
ตะวันวาดครุ่นคิดชั่วแวบหนึ่ง ก่อนใบหน้าหวานฉายแววตื่นเต้น เธอเดินไปแตะบ่าเขาพร้อมกระซิบบอกแผนการที่จะทำให้ภูจินดายอมเปิดประตู
ภายนอกห้องนอน..
ภูจินดาหัวเราะคิกคักกับเสียงะโที่ดังลั่นออกมาจากห้องนอนของเธอ ใบหน้าหญิงสาวไม่มีเค้าโครงของความกังวลใจเลยแม้แต่น้อย แตกต่างจากบรรดาสาวใช้และแม่บ้านที่ห้อมล้อมเธออยู่
“แบบนี้จะดีเหรอคะคุณจิน” ‘คุณแม่บ้าน’ ที่อยู่กับเธอมาั้แ่เล็กถามเสียงอ่อยอย่างกังวลใจ
“ตะวันไม่เป็อะไรหรอกน่าคุณแม่บ้าน ฉันรู้จักพี่ภูดี” เสียงเล็กตอบ ยังคงยิ้มน้อยยิ้มใหญ่
“แต่น้ำเสียงคุณภูดูไม่พอใจน่าดูเลยนะคะ” คุณแม่บ้านยังคงกล่าวต่อ
“ปล่อยให้โกรธไปเถอะ ดีกว่านั่งดื่มเหล้า ฉันไม่ชอบ” เธอว่า ก่อนจะหันไปหาสาวใช้อีกคนที่ยืนอยู่หลังคุณแม่บ้าน
“พรุ่งนี้ซักหกโมงเช้าค่อยไปยกตู้ออกนะ คืนนี้ฉันจะไปนอนกับคุณพ่อที่โรงพยาบาล” เธอสั่งเสร็จสรรพ หญิงสาวก้าวเท้าเดิน แต่กลับต้องชะงักเมื่อได้ยินเสียงกรีดร้องที่ดังขึ้น
‘พี่ภู!!! อย่าทำแบบนี้นะคะ พี่ภูเมาแล้ว’ เสียงนั้นเป็เสียงของตะวันวาดไม่ผิดแน่
‘ตึ่งตั่ง ๆ ปัง ๆ ๆ พี่จิน ใครก็ได้ เปิดประตูหน่อยเถอะค่ะ ว้ายยย’ เสียงเดิมะโร้องเรียก พร้อมกับเคาะห้อง
ภูจินดามีสีหน้าตื่นตระหนกเล็กน้อย ไม่ต่างกับคุณแม่บ้านและสาวใช้ที่ยืนอยู่ด้วยกัน
“บ้าน่า” เสียงหวานสบถ คิ้วงองุ้มลงเล็กน้อยอย่างไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ตัวเองได้ยิน
‘ไอ้จิน! แกอยากได้ตะวันวาดเป็น้องสะใภ้นักใช่มั้ย!? ได้!!’ เสียงทุ้มะโลั่นออกมาทำให้ภูจินดาสะดุ้ง หญิงสาวไม่หยุดคิด ไม่รอช้า
“บ้าชิบ! มองอะไร รีบเอาตู้ออกสิ!! ” เธอสั่งอย่างรวดเร็ว ก่อนสาวใช้สองคนจะรีบทำตามคำสั่งอย่างรวดเร็ว
‘ตะวันวาด มานี่!!!’ เสียงภูธเรศดังลั่นขึ้น
‘ว้ายยย พี่จิน ช่วยด้วย พี่ภูเป็บ้าไปแล้ว’ ตามติดมาด้วยเสียงร้องะโของตะวันวาด
“เร็วๆ สิ โอ๊ยยย ตะวัน ตายแล้ว” ภูจินดาน้ำเสียงร้อนรน สีหน้าตื่นตระหนก มือบางยกกุมศีรษะ
ทันทีที่ตู้ใหญ่ถูกเลื่อนออก ภูจินดารีบถลาไปเปิดประตูผ่างทันที
“พี่ภู หยุดนะ!!! ” เสียงหวานะโลั่น ก่อนสีหน้าจะเปลี่ยนเป็แดงจัดทันทีเมื่อได้ยินเสียงหัวเราะลั่นที่ดังขึ้นจากอีกครั้งสองฝ่าย
แปะ! ตะวันวาดยกมือปะทะกับภูธเรศ
“เยส!” ตะวันวาดและภูธเรศพูดพร้อมกัน
ภูจินดาอ้าปากค้าง เมื่อรู้ว่าตัวเองโดนหลอกเข้าบ้างแล้ว
“Damn it (แม่งเอ้ย!) ” เธอกลอกสายตามองบน เบ้ปาก
ตะวันวาดยืนยิ้มแฉ่งพร้อมกับพี่ชายตัวดีที่ยิ้มอย่างสะใจให้กับน้องสาวสุดป่วน…