คืนนั้นเซี่ยลี่หยางเข้าไปนอนในมิติ เพราะสภาพในเรือนพักของเขามันไม่อาจจะนอนพักได้จริงๆ
“เรือนพักของข้ายังทรุดโทรมขนาดนี้ แล้วเรือนของท่านแม่กับน้องๆ จะขนาดไหนกัน ไม่เป็ไร...ตื่นมาพรุ่งนี้ค่อยบอกความจริงกับทุกคน ไม่งั้นเราจะเอาของในมิติออกมาใช้ได้ยังไง ดีนะที่ยุคนี้ต่างก็มีเื่เล่าเกี่ยวกับดินแดนและผู้วิเศษอยู่มากมาย ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว คุณชายขี้เมาอย่างข้าก็กลายเป็เทพเซียนในสายตาคนอื่นไปเลยก็แล้วกัน” เซี่ยลี่หยางล้มตัวลงนอนบนที่นอนอ่อนนุ่มแสนสบายด้วยความพอใจ
นาฬิกาบนผนังบอกเวลาเที่ยงคืน แต่เซี่ยลี่หยางกลับไม่ได้ยินเสียงนั้นเลยแม้แต่น้อย อาจจะเป็เพราะความอ่อนเพลียที่เพิ่งทะลุมิติมา หรืออาจจะเป็เพราะเขาเพิ่งกินยาแก้ปวดและยาแก้อักเสบหลังจากที่เอาหินก้อนเล็กนั้นออกจากหน้าผากก็เป็ได้
ขณะเดียวกัน ในห้องทำงานที่เขาเก็บหนังสือหลากหลายประเภททั้งของเขาและของหลี่เหิงเยว่ไว้ ก็เกิดแสงสีเหลืองนวลออกมาจากหนังสือแต่ละเล่ม ก่อนที่มันจะเคลื่อนตัวไปหยุดที่กล่องเก็บแหวนแต่งงาน จากนั้นแสงเ่าั้ก็หลั่งไหลเข้าไปในแหวนทั้งสองวงนั้นอยู่เป็เวลานาน และก่อนที่แสงสุดท้ายจะหมดลง เสียงะเิในห้องหนังสือก็ดังนั้น คราวนี้เซี่ยลี่หยางถึงกับใตื่น เขากลัวเหลือเกิน....
“ไม่ได้นะโว้ย! ข้าเพิ่งทะลุมิติมาและได้เข้ามาอยู่ในนี้ได้แค่วันเดียว เ้าจะะเิแล้วทิ้งให้ข้าใช้ชีวิตอย่างลำเค็ญในยุคนี้ไม่ได้” เซี่ยลี่หยางรีบวิ่งไปยังทิศทางที่เกิดเสียงะเิทันที และก็เห็นว่าห้องนั้นคือห้องทำงานของเขา
เมื่อเปิดประตูห้องทำงาน เซี่ยลี่หยางเข่าทรุดและร้องไห้ออกมาทันที “ขอบคุณมากเ้ามิติวิเศษ ข้านึกว่าข้าจะสูญเสียเ้าไปเสียแล้ว เทพเซียนทั้งหลาย ยอดมนุษย์ทั้งหลาย ฮีโร่ทั้งหลาย Idol และ Girl group ทั้งหลาย ข้าขอบคุณพวกท่านมากจริงๆ”
มิติวิเศษ : เอ่อ...นายท่าน ท่านเคยเป็ถึงหัวหน้าหน่วยรบพิเศษ ท่านโปรดรักษาภาพลักษณ์ของท่านให้ดีกว่านี้ทีเถิด
เมื่อเห็นว่ามิติไม่ได้รับความเสียหาย เซี่ยลี่หยางจึงเดินเข้าไปในห้องทำงาน และเขาก็เห็นว่ากล่องใส่แหวนแต่งงานที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานของเขาถูกเปิดออก เพราะความคิดถึงคนรัก เขาหยิบแหวนแต่งงานขึ้นมาสวม ก่อนที่ร่างกายของเขาจะรับรู้ถึงการไหลเวียนของพลังงานบางอย่าง ตัวอักษรหลายแสนล้านตัวหมุนวนอยู่ในหัว จนเขาเริ่มมึนขึ้นมาบ้างแล้ว ยังดีที่ใช้เวลาไม่นาน ความรู้สึกนั้นก็สงบลง
เซี่ยลี่หยางหัวเราะออกมาอย่างกับคนเสียสติ “ความรู้ในหนังสือเหล่านี้ถูกยัดเข้าไปอยู่ในหัวของข้าหมดแล้วล่ะสิ ไหนมาลองดูซิว่าหนังสือการ์ตูนไอ้หนุ่มหมัดมวยกับจอมกระบี่หมื่นิญญาที่ข้าอ่านมาั้แ่เด็กจะเป็จริงได้ไหม”
เซี่ยลี่หยางลองออกกระบวนท่าตามรูปภาพในการ์ตูนที่เขานึกได้ และกระบวนท่าเ่าั้ก็ดูไหลลื่นและทรงพลัง คราวนี้เซี่ยลี่หยางไม่คิดจะกลับไปนอนอีกแล้ว เขาวิ่งตรงไปยังลานที่เขาใช้ฝึกฝนร่างกาย จากนั้นก็เริ่มออกหมัดตามแบบในการ์ตูนอีกครั้ง และยังลองหยิบไม้ขึ้นมาแทนกระบี่ แล้วเริ่มรำกระบี่ก่อนที่เขาจะฟันกระบี่ไม้เข้าใส่ต้นเสาที่ตั้งอยู่ตรงหน้า ปรากฏว่าเสาต้นนั้นถูกฟันขาดเป็สองท่อน
“ฮ่าๆๆ ตอนนี้ข้ากลายเป็คนมีวรยุทธ์แล้วหรือเนี่ย”
เช้าวันต่อมา เซี่ยลี่หยางเดินไปสำรวจที่เรือนของน้องชายและน้องสาว ก่อนที่เขาจะไปหยุดที่เรือนของมารดา
เซี่ยฮูหยินเดินออกจากห้องมาก็เป็ลูกชายนั่งยิ้มอยู่อย่างอารมณ์ดีที่ห้องโถงเล็กในเรือนของนาง “ทำไมเ้ามาหาแม่แต่เช้า”
“ท่านแม่ เมื่อคืนข้านอนไม่หลับเพราะห้องนอนของข้ามัน...” เซี่ยลี่หยางส่ายหัว “ข้ารึก็เป็ห่วงกลัวว่าท่านกับน้องๆ จะนอนไม่สบาย แต่ดูแล้วความกังวลของข้าคงจะเป็เื่ไร้สาระไปแล้ว เพราะเรือนพักของพวกท่านมันไม่ขาดเหลือสิ่งใดเลย”
จริงอยู่ว่าสภาพภายนอกเรือนพักของมารดาและน้องชายน้องสาวต่างก็ทรุดโทรมซึ่งไม่ต่างจากเรือนพักของเขา แต่ข้าวของเครื่องใช้กลับยังอยู่ในสภาพดี ไม่สิ..เพราะสิ่งของเ่าั้กลับดูหรูหราอลังการสุดๆ เซี่ยลี่หยางอยากจะโมโหก็โมโหไม่ออกจริงๆ
“เอ่อ...ข้าวของพวกนี้ล้วนเป็สินเดิมของแม่ นอกจากแม่จะเอามันมาตกแต่งในเรือนแล้วแม่ก็แบ่งให้น้องๆ เพียงแต่เ้าบอกว่าเ้าไม่ชอบให้แม่ไปยุ่งในเรือนของเ้า แม่ถึงไม่มีโอกาสเข้าไปทำความสะอาดและตกแต่งในเรือนของเ้าอย่างไรเล่า” เซี่ยฮูหยินอธิบาย
“อืม...เป็เพราะข้าไม่้าให้ใครเข้าไปยุ่งในเรือนของข้าเองสินะ” เซี่ยลี่หยางพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ
“เ้ามาหาแม่แต่เช้าด้วยเื่ใด” เซี่ยฮูหยินรีบเปลี่ยนเื่
“เราไปที่ห้องโถงด้านหน้ากันก่อนเถิดขอรับ ข้ามีเื่สำคัญอยากจะบอกให้ท่านกับน้องๆ ได้รู้”
สองแม่ลูกจึงเดินตามกันไปที่ห้องโถงด้านหน้า โดยเซี่ยเหวินซูและเซี่ยหรงซิ่งนั่งรออยู่ก่อนแล้ว วันนี้ฝาแฝดกำลังคาดหวังอาหารรสเลิศที่พี่ชายกำลังจะทำเป็มื้อเช้า
“เหวินซู ซิ่งเอ๋อ วันนี้พี่ใหญ่ของเ้าไปเดินสำรวจทุกเรือนมาแล้วนะ” เซี่ยฮูหยินบอกลูกแฝดทั้งสองเป็นัยเพื่อให้พวกเขามีข้ออ้างบอกกับพี่ชายคนโต เื่ที่พวกเขาปล่อยให้เรือนพักของพี่ชายคนโตทรุดโทรมจนแทบจะใช้อาศัยไม่ได้
เซี่ยหรงซิ่งเดินไปกอดแขนพี่ชายคนโต แล้วมองเขาด้วยท่าทางน่าสงสาร “ท่านบอกว่าท่านเป็ห่วงกลัวว่าสตรีเช่นข้าจะทำงานบ้านจนมือหยาบกร้าน หากเป็เช่นนั้นแล้วข้าจะหาสามีที่ดีแต่งงานด้วยไม่ได้ ข้าก็เลยไม่ได้ไปทำความสะอาดที่เรือนของท่านเ้าค่ะ”
เซี่ยเหวินซูเห็นน้องสาวพูดจบ เขาก็มองพี่ใหญ่อย่างสำนึกผิด “ท่านเคยบอกว่าท่านไม่อยากให้พวกเราไปยุ่งที่เรือนของท่าน ั้แ่ที่เราย้ายมาอยู่ที่บ้านหลังนี้ ข้ากลัวว่าท่านจะโมโหและยังกลัวว่าสิ่งของในเรือนของท่านจะหาย ข้าก็เลยไม่เคยไปที่เรือนของท่านเลยขอรับ”
“ตกลงแล้วที่เรือนของข้าทรุดโทรมจนยากที่จะอยู่อาศัยก็เพราะข้าห้ามไม่ให้ทุกคนเข้าไปวุ่นวายที่เรือนของข้าสินะ อืม...ทุกอย่างล้วนเป็ความผิดของข้าเอง” เซี่ยลี่หยางไม่ได้นึกโกรธ เพราะหากเป็เขาที่ต้องเผชิญหน้ากับคนเกเรและไม่มีเหตุผลอย่างเ้าของร่างเดิม เขาก็จะหนีไปให้ไกลเหมือนที่ทุกคนทำเหมือนกัน
“ขอบคุณเ้าค่ะพี่ใหญ่ ว่าแต่เช้านี้เราจะกินอะไรกันดีหรือเ้าคะ” เซี่ยหรงซิ่งยิ้มถามพี่ชาย ั้แ่ที่พี่ชายทำของอร่อยให้กิน นางก็ไม่นึกกลัวเขาเหมือนเดิมแล้ว
“ก่อนจะกินข้าว ข้ามีบางอย่างอยากจะบอกกับทุกคน” เซี่ยลี่หยางทำท่าทางจริงจัง “ต่อไปนี้ไม่ว่าข้าจะนำสิ่งของแปลกประหลาดหรือของมีค่าใด หรือแม้แต่อาหารหน้าตาแปลกๆ ออกมาให้พวกเราได้กินได้ใช้ ทุกคนห้ามออกไปป่าวประกาศให้ใครรู้เป็อันขาด”
เมื่อเห็นว่าทุกคนพยักหน้ารับ เซี่ยลี่หยางดีดนิ้วขึ้นหนึ่งครั้ง นมจืด UHT 3 กล่องและนมเสริมแคลเซียมหนึ่งกล่องก็ปรากฏขึ้นที่กลางโต๊ะกินข้าว เซี่ยฮูหยินและฝาแฝดทั้งสองต่างก็อึ้งจนพูดไม่ออก
“ตอนที่ข้าหมดสติไปในห้องเก็บฟืน ิญญาของข้าถูกส่งให้ไปอยู่ในโลกอนาคตที่ห่างจากยุคของเราไปอีกหมื่นปี ที่นั่นมีสิ่งของและเครื่องอำนวยความสะดวกมากมาย ข้านำมันติดตัวมาด้วย”
“ท่าน...ท่านไปอยู่ในโลกอนาคตมาจริงหรือขอรับ แค่คืนเดียวนั่นหรือขอรับ” เซี่ยเหวินซูถาม เขาพยายามจะยื่นมือไปหยิบนมกล่องขึ้นมาดู แต่ก็ไม่กล้า
เซี่ยลี่หยางยิ้ม “ทั้งหมดต้องขอบคุณเ้ากับซิ่งเอ๋อที่ตีข้าจนิญญาของข้าออกจากร่างและได้ไปอยู่ในสถานที่แสนศิวิไลซ์แบบนั้น”
“เอ่อ...ข้าไม่ได้ตั้งใจจะตีท่านจนิญญาออกจากร่างเสียหน่อย” เซี่ยเหวินซูรู้สึกผิดกับพี่ชายจริงๆ เขาไม่คิดว่าการสู้กับพี่ชายครั้งนั้นจะทำให้ิญญาของพี่ชายหลุดจากร่าง ยังดีที่ิญญาของพี่ชายกลับมาเข้าร่างแล้ว หากไม่เป็เช่นนั้นก็เท่ากับเขาเป็ฆาตกรที่ฆ่าพี่ชายตัวเอง “ข้า...ข้าขอโทษขอรับ”
“ข้าก็ขอโทษพี่ใหญ่เช่นกันเ้าค่ะ แต่ตอนนั้นพี่ใหญ่กำลังจะทำร้ายท่านแม่ เราสองคนไม่มีทางเลือก” เซี่ยหรงซิ่งยังพยายามอธิบาย
“เ้าไม่ต้องไปโทษน้องๆ หรอก และเื่ทั้งหมดนี้ เ้าต้องขอบคุณแม่” เซี่ยฮูหยินบอกกับลูกชายคนโต
“ขอบคุณท่านแม่หรือขอรับ?”
“ก็ใช่น่ะสิ หากวันนั้นเ้าไม่คิดที่จะทำร้ายแม่ น้องๆ ก็จะไม่เข้าไปตีเ้าจนิญญาของเ้าต้องออกจากร่างแล้วกลายมาเป็คนพิเศษเช่นนี้ เ้าคงสงสัยใช่ไหมว่าเื่นี้เกี่ยวกับแม่ยังไง ก็เพราะถ้าไม่มีแม่ เ้าจะไปทำร้ายใครจนน้องๆ ต้องออกมาสู้กับเ้ากันล่ะ”
สามพี่น้องหันไปมองหน้ากัน เหตุผลมันก็พอจะฟังได้อยู่นะ แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ยังดูแปลกๆ อยู่ดี
เซี่ยลี่หยางอยากจะหัวเราะกับความคิดของมารดา แต่พอคิดอีกที การที่มารดากับน้องๆ มีนิสัยเช่นนี้ก็ดีเหมือนกัน มันดูน่ารักและอบอุ่นดี
“ในเมื่อข้าบอกความลับของข้ากับทุกคนไปหมดแล้ว ทุกคนก็ไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับเื่อาหารการกินอีกต่อไป แต่ถึงอย่างนั้นข้าก็ไม่สามารถดึงของออกจากมิติมาได้ทุกครั้ง อย่างไรเราก็ต้องหาเงินจากภายนอกเพื่อที่จะเอามาใช้จ่าย ไม่เช่นนั้นผู้อื่นอาจจะสงสัยเอาได้” เซี่ยลี่หยางบอก
“ในเมื่อเ้าเป็พี่ใหญ่และเป็คนดูแลครอบครัวของเรา ไม่ว่าเ้าจะบอกให้เราทำอะไร เราจะฟังเ้าทุกอย่าง” เซี่ยฮูหยินรับคำ
“เช่นนั้นก็เริ่มจากวันนี้เหวินซูจะต้องออกไปโรงสุรากับข้า ส่วนท่านแม่กับซิ่งเอ๋อก็ศึกษาตำราทำอาหารทั้งสองเล่มนี้” เซี่ยลี่หยางหยิบตำราทำอาหารที่เขาคัดลอกและปรับให้เป็ภาษาของยุคนี้ส่งให้มารดา “ต่อไปหน้าที่ทำอาหารจะเป็ของท่านกับซิ่งเอ๋อจนกว่าข้าจะหาบ่าวรับใช้มาได้นะขอรับ”
“หากเ้าไม่กลัวว่าแม่กับซิ่งเอ๋อจะเผาห้องครัวจนเหลือแต่ซาก แม่กับซิ่งเอ๋อก็ตกลงที่จะทำ”
“ไม่มีอะไรต้องกลัวขอรับ เอาไว้ข้ากับเหวินซูหาเงินได้มากๆ ข้าจะซื้อที่ดินที่อยู่ติดกันเพื่อขยายอาณาเขตของบ้านเราให้กว้างขึ้น และข้ายังจะสร้างบ้านที่ทันสมัยและสวยงามให้ท่านแม่และน้องๆ ได้อยู่อาศัยด้วย”