ในความเงียบสงบนั้น เมฆ กำลังนั่งอยู่บนโขดหินใต้ต้นไม้ใหญ่อย่างหดหู่
"จะทำยังไงต่อไปดีวะเนี่ย ที่นี่มันที่ไหนวะแล้วดูยังไงแม่งก็กลางป่าชัดๆ แล้วยิ่งดูไอ้ดาวที่มันเรียงๆกันบนฟ้านี่ยิ่งเข้าใจเลยว่าไม่ใช่โลกแน่ๆ ขนาดป่าปกติแม่งยังอันตราย นี่ป่าอะไรก็ไม่รู้ คาดว่าอัตราการตายแม่งสูงแน่นอน แล้วไอตัวที่มันบินผ่านไปบนฟ้าเมื่อกี้มันใหญ่จังวะ สิ้นหวังจริงๆโว้ยย เฮ้ออ"
เมฆ ได้แต่บ่นพึมพำกับตัวเองไปเรื่อย ไม่กล้าเดินต่อไปไหน เพราะกลัวอันตรายอย่างมาก เมฆ สังเกตุได้ว่าสัตว์ที่นี่มีขนาดใหญ่กว่าที่เคยเจอมากมายนัก แม้เป็ตัวที่มีขนาดเล็กแต่ดูอันตรายจนไม่กล้าเข้าใกล้เลยทีเดียว ครึ่งชั่วโมงที่แล้ว เมฆ ได้เห็นสัตว์ตัวน้อยน่ารักขนปุยขนาดเท่าฝ่ามือ เลยคิดจะไปจับเล่น แต่ก่อนจะไปถึงตัวมันนั้น เค้าต้องใตาแทบถลนเมื่อเห็นว่าเ้าตัวน้อยพึ่งเขมือบสัตว์บางชนิดด้วยฟันอันแหลมคมไป สัตว์ที่ว่ามีขนาดตัวใหญ่กว่าเมฆอีกด้วยซ้ำ โชคดีที่เหมือนมันจะอิ่มแล้วเลยไม่สนใจเมฆนัก
เวลาได้ล่วงเลยไปหลาย ชั่วโมง ไม่มีทีท่าว่าจะมืดลงเลย
"ถ้าไม่โดนสัตว์ที่นี่ฆ่าตายก็หิวตายแน่ หิวว่ออยๆ อยากกลับบ้านแล้วแม่จ๋าา"
เมฆ ได้แต่ขยี้หัวตนเอง พร้อมบ่นพึมพำอยู่ตลอดเวลาคล้ายคนบ้าเข้าไปทุกที
ในเวลานั้นเอง
"เ้า!!"
เสียงชายชราที่เย็นเฉียบลอยเข้ามาที่หูเมฆ พอได้ยินเสียงดังกล่าวขนทั่วตัวเมฆก็ตั้งลุกชันขึ้นทันที พร้อมหันไปซ้ายที ขวาทีอย่างเงอะๆงะๆ
"เสียงใครวะ สงสัยหูฝาด นี่กูจิตตกจนใกล้บ้าแล้วหรอวะเนี่ย"
เมฆ คิดว่าคงเป็เพราะเครียดมากเกินไปจนทำให้เกิดอาการหูฝาดขี้นมา
"เ้า!! เ้าโง่!!"
เมื่อได้ยินอีกครั้ง เมฆตัวกระเด้งขึ้นทันที
ครั้งนี้รู้แล้วว่าหูไม่ได้ฝาด แต่มีคนกำลังเรียกอยู่จริงๆ แต่ใครหละ!?
"นะ นั่น ใครอย่าเข้ามานะ กูมีพระนะว่อยไม่กลัวผีหรอก เหวออ"
เมฆ รีบหันไปรอบๆพร้อมหยิบพระที่คอขึ้นมาชู
"ผี?! ข้าไม่ใช่ผี เ้าโง่ แล้วพระคืนอันใด ใยข้าต้องเกรงกลัวมัน?!"
เสียงนั้นดังเข้ามาในหูของ เมฆ อย่างต่อเนื่อง
"นั่นใคร ออกมานะ กะ กูเป็มวยนะว่อย k1 อะรู้จักไหม?"
เมฆ พูดอย่างสั่นเครือขณะตั้งท่าพร้อมชก ขึ้นมาโดยที่ยังมีน้ำตาปริ่มๆ
"เฮ้ออ ทำไมหนออ นี่เป็ชะตาหรือยังไงกัน ถึงได้นำพาไอ้ขี้ไก่นี่มาหาข้านะ อย่างน้อยหวังว่าจะได้เผ่าัแท้ๆ"
เสียงดังกล่าวได้แต่ถอนหายใจออกมา
"มะ หมายความว่า แกเป็คนพามางั้นหรอ เอากูกลับไปเดี๋ยวนี้เลยนะ!!"
เมฆ รีบตอบกลับด้วยความโมโห อีกใจนึงก็กลัวอยู่หลายส่วน
"กลับได้สิ แต่รออีกสัก3 แสนปี นะจนกว่าดาวมันจะเรียงกันอีกทีหนะ"
เสียงดังกล่าวตอบกลับทันที คำตอบนั้นทำให้ เมฆแข็งค้างไปทันที.......3แสนปีงั้นหรอ? เื่ตลกอะไรกัน กว่าจะถึงตอนนั้นตัวมันเองคงไปนอนคุยกับรากมะม่วงแล้วแน่นอน..........
"จะบ้ารึไงพูดเป็เล่น 3แสนปี กูไม่ตายห่ากลายเป็ปุ๋ยใต้ดินแล้วหรออ!!"
เมฆ ตอบกลับด้วยความโมโหขึ้นทันที ถ้าไม่ใช่เพราะเ้าของเสียงนี้ มันคงได้ไปเที่ยวเล่นกับสาวน้อยน่ารักสมใจแล้ว
"อ้อ เกือบลืมไปมีอีกวิธีนึงที่จะเ้าจะกลับไปได้ ถ้าอยากรู้เ้าจงไปตามทางที่ข้าบอกเสียดีๆ"
เมื่อได้ยินดังนั้น เมฆก็ดีใจอย่างมาก ทำให้ตัวมันมีกำลังใจขึ้นมาทันที แต่ก็ยังคงระแวงตลอดเวลา
"อย่ามาหลอกกันให้ยาก ขนาดตัวยังไม่มาให้เห็นแล้วจะให้ไปตามที่บอก เชื่อก็บ้าแล้ว
อีกอย่างนะ ดีไม่ดีอาจจะโดนหลอกไปฆ่าก็ได้!?"
เมฆ ตอบกลับไปด้วยความสงสัยปน ระแวง
"ก็อยู่ที่เ้าแล้ว ถ้าไม่อยากมาก็ตามใจ แต่ข้าสาบานได้เลย ไม่เกินรุ่งสางของอีกวันเ้าตายในป่านี้แน่นอน ด้วยร่างกายบางๆของเ้าแม้แต่สัตว์ป่าธรรมดาๆก็ตบเ้าแหลกได้ง่ายๆ"
เมื่อได้ยินดังนั้น หน้าของเมฆก็ซีดเผือดทันที
"หรือจะไม่มีทางเลือกจริงๆ ลองทำตามมันดูก็ได้วะ ดีกว่าโดนแดกตายอยู่นี่"
เมฆได้แต่พึมพำกับตัวเอง เพราะดูจากสัตว์ป่าแถวนี้แล้วคงเป็อย่างที่เสียงนั้นบอกแน่นอน ว่ามันต้องตายแน่ๆ
"ในเมื่อเข้าใจก็ดีแล้ว ไปตามทางที่ข้าบอกเ้า
เ้าจะเจอกับช่องแคบูเา เมื่อถึงจุดที่ข้าบอกไว้ จงเข้าไปในนั้นแล้วเ้าจะได้คำตอบเอง"
เสียงนั้นได้บอกเส้นทางแก่ เมฆ อย่างละเอียด บางจุดก็จะย้ำถึงอันตรายต่างๆให้ระวังอย่างมาก
"จากที่ฟังมาคงไม่รอดถึงที่นั่นแน่ คงโดนแดกตายห่าก่อน เห้อ"
เมฆพึมพำกับตัวเองอีกครั้ง
"จะไม่มีอะไรเกิดขึ้นกับเ้าแน่นอนข้าสัญญา ข้าได้ทำบางอย่างไว้กับเ้าแล้ว จะไม่มีสัตว์ร้ายเข้ามาใกล้เ้าภายใต้รัศมีนี้ ดังนั้นเ้ารีบเดินทางได้แล้วยิ่งมืดจะยิ่งอันตราย"
เสียงดังกล่าวตอบกลับทันทีหลังจากที่เมฆพึมพำ
"เหวออ อย่ามาแอบฟัง หรือ อ่านใจกันนะเว้ยย โครตน่ากลัวเลย"
เมฆ สะดุ้งทันทีเมื่อทราบว่าเ้าของเสียงได้ยิน หรือ รู้ แม้ว่าตัวมันเองจะพูดเบาๆ หรือคิดก็ตาม
หลังจากที่เข้าใจเส้นทางต่างๆแล้ว เมฆ ก็รีบออกเดินทางทันที ฟังจากที่เสียงนั้นพูดมามักจะย้ำเสมอว่าให้ถึงก่อนมืด น่าจะต้องมีอะไรบางอย่างอันตรายมากแน่ นอน เพื่อความปลอดภัยจึงได้แต่รีบทำตามที่เสียงนั้นบอก เมฆได้ออกเดินไปยังทิศเหนือของป่า อย่างไม่หยุดหย่อน จนผ่านไปหลายชั่วโมง ก็ใกล้จะถึงจุดหมายที่บอกแล้ว
ระหว่างเดินทาง เป็อย่างที่เสียงนั้นบอกจริงๆ ไม่ว่าจะเป็ตัวอะไรเข้ามาใกล้ พวกมันมักจะใรีบวิ่งหนีไปอย่างไม่คิดชีวิตเลยทันที
"เ้าใกล้จะถึงูเาที่ข้าบอกแล้ว ตรงนี้เ้าต้องเดินข้ามเนินในแม่น้ำนี้ไปให้ได้ จำคำข้าไว้ไม่ว่าจะเห็นอะไร อย่าเชื่อเด็ดขาด!! เดินตรงไปเท่านั้นจำไว้ให้ดี"
เสียงนั้นกำชับเป็อย่างมาก เป็เสียงที่จริงจังกว่าตอนไหนๆที่เมฆเคยได้ยินมา
"เข้าใจแล้ว แค่ข้ามๆไปก็พอใช่ไหม"
เมฆ ได้แอบกังวลอยู่บ้างเมื่อได้ฟังน้ำเสียง หลังจากที่เดินไปบนเนินในแม่น้ำนั้นได้สักพักนึง ได้มีเศษน้ำกระเด็นมาเข้าตาเมฆ
มันได้หลับตาลงแล้วขยี้ตาเบาๆ หลังจากลืมตา เมฆต้องใทันที เมื่อพบว่าตนเองอยู่ข้างถนน ตรงที่กำลังรอรถTaxi อยู่นั่นเอง
ในเวลานั้น Taxi. ที่เรียกไว้ก็มาถึง
เอี๊ยดด
"คุณ เมฆ รึปล่าวครับ? ผมรถที่คุณ เมฆ เรียกไว้ครับ"
เสียงดังกล่าวดังผ่านกระจกรถมา
เมฆซึ่งกำลังยืนงงๆ อยู่นั้นก็ตอบกลับไปอย่างตะกุกตะกัก
"ชะ ใช่ครับ ช่วยไปส่งที่ห้าง เซ็นมอล ทีครับ"
หลังจากที่พูดจบ ก็ขึ้นมานั่งบนรถอย่าง งงๆ
"เมื่อกี้มันเกิดอะไรขึ้น เราเหม่อหรอ หรือฝันกลางวัน ยืนฝันเนี่ยนะ เหมือนจริงชิบหาย"
เมฆ ได้แต่คิดไปเรื่อยเปื่อย ว่าสงสัยจะมโนไปเอง หลังจากนั่งรถมาซักพักก็ถึงห้างดังกล่าว เมฆรีบวิ่งไปชั้นโรงหนังทันที พอไปถึงก็พบกับอนันที่ยืนอยู่ข้างกับน้องพลอย ด้านหลังของพลอยนั้นมีสาวน่ารักคนนึงยืนอยู่ด้วย
เมฆ รีบเดินไป อนัน ทันที
"ขอโทษนะ ที่มาช้า เกือบไม่ทันเสียแล้ว"
เมฆ รีบกล่าวขอโทษทันควัน
"ยังดีนะที่มาทัน ไม่งั้นพวกเราคงต้องเข้าไปดูหนังกันแค่สามคนแน่ๆ"
ในระหว่างที่ อนัน บ่นอยู่ก็ได้แนะนำทั้งสองคนให้ เมฆ รู้จักอีกครั้ง
"นี่น้องพลอย ที่ฉันเคยพูดไว้ ส่วนข้างๆนี่เพื่อนน้องพลอยชื่อ ดาว ทำความรู้จักกันไว้หละ"
เมื่อเมฆเห็น ดาว ชัดๆก็หน้าแดงทันทีเพราะ ดาวมีความน่ารักอย่างมาก เมฆนั้นด้วยหน้าตาธรรมดาๆ จึงไม่ค่อยได้สุงสิงกับสาวน่ารักแบบนี้มากนัก ในระหว่างที่กำลังจะพูดอะไรกับดาวอยู่นั้นเอง
"เ้าโง่!!"
หืมม เมฆ ได้คิดว่าตนนั้นหูฝาด หลังจากแนะนำตัวกัับดาวเสร็จนั้น เหมือนดาวกำลังจะพูดบางอย่างทำให้ เมฆแข็งค้างทันที
"เ้าโง่!!"
เมฆ สับสนว่าทำไมต้องโดนด่าแบบนี้ด้วย
"ดาวไม่พอใจอะไรเมฆรึปล่าวครับ ต้องขอโทษจริงๆนะ"
เมฆรีบขอโทษทันทีเพราะไม่อยากจะมีปัญหากับสาวน่ารักแบบนี้
"เ้าโง่ ถ้ายังไม่รีบรู้สึกตัวขึ้นละก็ เตรียมตัวตายได้เลย!!"
พอได้ยินแบบนั้น เมฆก็ใจตกไปที่ตาตุ่มทันที ตาย? ทำไมต้องตาย ภาพที่ตัวเองไปโผล่ในที่แปลกๆก็ผุดขึ้นมาเรื่อยๆ คำพูดที่ดาวพูดออกมาก็ชั่งคุ้นๆ เหมือนเคยได้ยินที่ไหน ใช่แล้วเป็คำพูดของชายชราน่ากลัว ในตอนนั้นเองเป็ตอนที่เค้ากำลังจะข้ามแม่น้ำแล้วภาพก็ตัดไป
หลังจากที่นึกได้ ภาพตรงหน้าก็เริ่มบิดเบี้ยว ไปเรื่อยๆ พอรู้สึกตัวเมฆก็กลับมาอยู่บนแม่น้ำอีกครั้ง
เมฆ ได้มองไปรอบๆ สังเกตุเห็นได้ว่ามักจะมีสัตว์หลายชนิด เดินลงไปในน้ำแบบงงๆ แล้วก็หายลงไปไม่ขึ้นมาอีกเลย ที่ๆตนเองยืนอยู่นั้นก็ถึงขอบของทางที่พอจะเดินได้แล้วเช่นกัน
พอคิดว่าตนเองจะเป็แบบสัตว์พวกนั้นก็หน้าซีดเผือดทันที พร้อมทั้งรีบเดินออกจากแม่น้้ำนี้ให้ไวที่สุดเท่าที่จะทำได้
ภาพที่เห็นก่อนหน้านี้ทำให้ เมฆ ดีใจอย่างมาก แต่ในตอนนีี้นั้นมันรู้สึกเหมือนต้องกลับมาอยู่ในฝันร้ายอีกครั้งนึง
.............
จบตอน
(ขอบคุณที่อ่านนะครับ จะลงอย่างต่อเนื่องแน่นอนครับ)