หลังจากที่รอยทำภารกิจฝึกฝนร่างกายจากโลกแห่งความจริงเสร็จสิ้นแล้วก็ไม่มีเสียงตอบรับหรือของรางวัลความสำเร็จอะไรปลอบใจเป็ชิ้นเป็อันให้เลย ซึ่งตอนนี้รอยก็ไม่ต้องไปทดสอบผู้มีพลังพิเศษสายควบคุมอีกแล้ว แต่รอยก็ยังคงฝึกใช้พลังจิตที่เจมักจะคอยมาสอนอยู่ตลอดเวลาใน่ที่เขาว่าง ๆ การฝึกพลังจิตที่รอยฝึกอยู่ทุกวันก็คือการฝึกยกลูกเหล็กทั้งสองที่ติดอยู่กับตัวเขานั่นเอง ซึ่งตอนนี้รอยสามารถขยับลูกเหล็กทั้งสองไปมาได้ตามใจนึกแล้วซึ่งทำให้การวิ่งในแต่ละวันของรอยง่ายดายมากขึ้น
ส่วนเื่การการทดสอบประจำเดือนของรอยต้องเปลี่ยนไปสอบที่สาขาผู้ฝึกยุทธ์แทน ซึ่งการทดสอบของสาขาผู้ฝึกยุทธ์ก็ไม่ได้มีอะไรซับซ้อนมากนัก เพียงแค่ต้องไปต่อสู้กับรุ่นพี่ผู้ฝึกยุทธ์ชั้นปีที่ 5 เท่านั้น แล้วรอยยังได้รู้อีกว่าปรมาจารย์ที่มาเปิดสำนักผู้ฝึกยุทธ์ส่วนใหญ่ต่างก็้าลูกศิษย์ไปอยู่ที่สำนักหลักของประเทศตัวเองทั้งนั้น การเรียนการสอนของแต่ละสำนักเลยไม่ค่อยจริงจังอะไรมากถ้าไม่ได้ชื่อว่าเป็ศิษย์สายตรงของสำนักนั้น ๆ ซึ่งนักเรียนหลายคนที่ไม่มีภูมิหลังเป็ตระกูลนักสู้ต่างก็้าที่จะเข้าสำนักเหล่านี้ด้วยกันทั้งสิ้นหรือถึงแม้ว่าพวกเขาจะไม่สามารถไปเป็ศิษย์สายตรงเพียงแค่ได้ใบรับรองจบการศึกษาโรงเรียนศิลปะการต่อสู้Sนี้ก็สามารถทำให้พวกเขาออกไปต่างโลกได้สร้างงานสร้างอาชีพฝึกความแข็งแกร่งของตัวเองต่อได้ เพราะที่ต่างโลกเองก็มีภารกิจต่าง ๆมากมายให้ทำและยังสามารถรวบรวมวัตถุดิบที่มีค่ามหาศาลมาขายได้อีกด้วย
่วันหยุดสุดสัปดาห์ภายในหอพักห้อง 203
“ว่าแต่รอย เมื่อไหร่อาจารย์ของนายจะถอดกำไลเหล็กพวกนี้ออกไปจากนายสักทีหล่ะ?” ต้าเดินไปถามรอยและหยิบลูกเหล็กขึ้นมาโยนเล่นไปมา
รอยยังคงคิดหาวิธีการที่จะเอาลูกเหล็กนี้ออกอยู่ทุกวี่วันแต่ก็ไม่พบหนทางเลย เพราะหลังจากทดสอบประจำเดือนเสร็จนักเรียนชั้นปี 4 ทุกคนจะได้เวลาพักกลับบ้าน 2 วันซึ่งรอยได้วางแผนเอาไว้ก่อนหน้าที่จะถูกติดกำไลข้อมือข้อเท้าว่าจะกลับบ้านเก่าเพื่อไปเอาสมุดบันทึกมาไว้ติดตัว เพราะจะได้รู้ความคืบหน้าของรอยอีกคนว่าเป็ตายร้ายดียังไงบ้าง แต่แผนที่วางเอาไว้ก็พังไม่เป็ท่าเพราะเ้าภูติแห่งฝันร้ายไปทำให้เื่มันยุ่งยากขึ้นมาซะได้ แค่คิดว่าเดินออกไปข้างนอกโรงเรียนด้วยสภาพนี้แล้วก็แทบอยากจะเอาหัวมุดดินหนีจริง ๆ
“เห็นอาจารย์ฉันบอกว่าเมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น”
“นั่นมันคือคำตอบเหรอนั่น”
“ก็นี่แหละคำตอบที่อาจารย์บอกฉันมา แต่ฉันก็เริ่มชินกับมันไปแล้วนะ ดูซิถ้าวันไหนพวกนายกวนฉันบ่อย ๆก็เอาลูกเหล็กนี่เคาะหัวพวกนายเข้าให้ ไหนจะใช้มันช่วยต่อสู้หรือใช้มันเป็โล่ป้องกันได้ดีอีกด้วย ขนาดวิชาหมัดเหล็กของต้ายังโจมตีผ่านลูกเหล็กของฉันเข้ามาไม่ได้เลย” รอยบังคับลูกเหล็กให้ลอยไปมาเพื่อยั่วโมโหต้าที่ยืนอยู่ข้าง ๆ
“พูดอย่างนี้ก็สวยซิ”
“หรือนายอยากจะสู้กับฉันอีกครั้งหรือไงกัน?” รอยเข้าไปกอดคอต้าพร้อมกับทำหน้ายั่วยุ
“ไม่เอาด้วยหรอก รอให้นายไม่มีไอ้ลูกเหล็กบ้านี่ก่อนเถอะแล้วค่อยมาสู้กันใหม่”
“ฮ่า ๆถึงรอยไม่มีลูกเหล็กนายลืมไปแล้วหรือไงว่ารอยยังเป็ผู้ใช้พลังพิเศษอีกด้วย ตอนนี้พลังโซ่ของรอยน่ากลัวกว่าลูกเหล็กนั่นอีกนะ”
ต้านึกย้อนกลับไปถึงตอนที่ซ้อมต่อสู้กับรอยเมื่อไม่นานมานี้ที่รอยใช้โซ่ิญญาพันธนาการต้าเอาไว้โดยที่ต้ายังไม่ทันได้ขยับตัวไปไหนเลย เพราะรอยสามารถควบคุมให้โซ่ิญญาเคลื่อนที่ไปมาได้ตามใจนึกแล้ว ไม่ว่าคู่ต่อสู้จะรวดเร็วแค่ในก็ตาม ถ้าคู่ต่อสู้ยังอยู่ในอาณาเขตของโซ่ิญญาตัวโซ่ก็จะสามารถโผล่ออกมาจากร่างกายของคู่ต่อสู้ได้เลย ซึ่งตรงจุดนี้รอยก็เผลอใช้มันได้โดยบังเอิญ เพราะถ้ารอยมีความเข้าใจในทักษะมากขึ้นก็จะสามารถทำอะไรมากมายหลายอย่างได้ตามที่ทักษะนั้น ๆมีความเกี่ยวข้องกับความสามารถของตัวผู้ใช้
“จริงซิ! ว่าแต่นายได้เลือกหรือยังว่าจะต่อสู้กับรุ่นพี่สำนักไหนตอนที่ทำการทดสอบ” จีโอที่กำลังนั่งอยู่หน้าโน๊ตบุ๊คเงยหน้าขึ้นมาถาม
“ฉันยังไม่ได้คิดเลยและก็ไม่มีความรู้อะไรเกี่ยวกับเื่พวกนี้ด้วย พวกนายแนะนำฉันหน่อยซิว่าสำนักที่เข้าทดสอบมีความสามารถอะไรบ้าง?” รอยมองไปที่รูมเมททั้ง 3 คนเพื่อขอความช่วยเหลือ
“เอาเป็รุ่นพี่สำนักหมัดเหล็กของเ้าต้าเป็ไง ขนาดเ้าต้ายังทำอะไรนายไม่ได้เลยแล้วพวกรุ่นพี่เ่าั้ยังจะทำอะไรนายได้อีกกัน เพียงแค่นายไม่เข้าไปประชิดตัวพวกรุ่นพี่สำนักหมัดเหล็กก็หมดความน่ากลัวลงไปกว่าครึ่งแล้ว”
“จีโอนายอย่าพึ่งดูถูกพวกเขาไป วิชาการต่อสู้และพลังปราณของฉันยังน้อยอยู่ก็จริงแต่พวกรุ่นพี่เ่าั้ต่างก็ได้รับคำแนะนำจากปรมาจารย์โดยตรงหลายคน มีหรือจุดอ่อนที่เห็นได้ชัดเจนแบบนั้นจะไม่ถูกแก้ไข ถึงฉันจะไม่เคยได้ลองสู้กับพวกรุ่นพี่เ่าั้มาก่อนเลยก็เถอะนะ แต่ขอบอกนายไว้เลยนะว่าพวกเขาไม่ได้ง่ายอย่างที่นายคิดหรอกนะ”
“จ้า ๆแต่คำแนะนำของจีโอก็ไม่เลวนะ ต้านายมีวิดีโอการต่อสู้ของเหล่ารุ่นพี่สำนักหมัดเหล็กบ้างหรือเปล่า เพราะถ้าได้ศึกษาดูแล้วค่อยตัดสินใจเลือกคู่ต่อสู้ว่าจะเป็สำนักไหนก็ยังไม่สาย”
“ถ้าเื่แค่นี้ล่ะก็ฉันพอจะหาได้อยู่เดี๋ยวฉันจัดการให้นายเอง” ต้าพูดเสร็จก็เปิดโน๊ตบุ๊คเข้าไปหาข้อมูลที่สำนักหมัดเหล็กเคยบันทึกไว้ทันที
“โชคดีของฉันจริง ๆเลยที่ไม่ต้องมาศึกษาคู่ต่อสู้อะไรแบบนี้เหมือนผู้ฝึกยุทธอย่างพวกนาย” แจ็คเป็เพียงคนเดียวในหอพักห้อง 203 ที่เป็ผู้มีพลังพิเศษสายโจมตี อาวุธที่เขาใช้คือธนูยาวและบททดสอบที่แจ็คได้รับในเดือนนี้ก็คือ การโจมตีเป้าหมายให้ได้ตามเป้าที่กำหนดไว้ในขณะที่ถูกรบกวนสมาธิจากการโจมตีของเพื่อนนักเรียนร่วมชั้นและแจ็คเองก็พูดได้เต็มปากเลยว่าเป็ผู้มีพลังพิเศษสายโจมตีระยะไกลที่น่ากลัวที่สุดในชั้นเรียนตอนนี้เลยก็ว่าได้ เพราะลูกศรพลังของแจ็คสามารถเคลื่อนที่ไปโจมตีเป้าหมายไม่เคยพลาดเป้ามาก่อนเลย แถมการเคลื่อนที่ของเขายังรวดเร็วจนแม้แต่ผู้ฝึกยุทธในชั้นเรียนเดียวกันยังอยากที่จะยอมแพ้เพราะการไล่ตามแจ็คก็เหมือนกับการไล่จับผีดี ๆนี่เอง
“บททดสอบของเราก็แค่เลือกหาคู่ต่อสู้เป็รุ่นพี่เท่านั้น ผลแพ้ชนะไม่ได้มีผลอะไรกับคะแนนการทดสอบเลย ขอแค่โจมตีรุ่นพี่โดนสักกระบวนท่าเดียวก็ทำให้สอบผ่านแล้ว”
“แต่ถ้าเลือกแล้วแพ้กลับมาในสภาพยับเยินก็ไม่ไหวนะ เอาเถอะ ๆเดี๋ยวฉันขอไปห้องแคปซูลจำลองการต่อสู้ก่อนก็แล้วกัน ไม่รบกวนพวกนายหาข้อมูลคู่ต่อสู้กันแล้ว”
ห้องแคปซูลจำลองการต่อสู้คือห้องฝึกฝนในโลกเสมือนจริงที่สามารถใช้บัตรผู้มีพลังพิเศษเป็ไอดีการ์ดสร้างตัวตนของเราเชื่อมต่อเข้ากับเครือข่ายผู้มีพลังพิเศษที่มีอยู่ทั่วโลก ใช้ในการฝึกซ้อมจำลองการต่อสู้ที่เสมือนจริงไม่ว่าจะเป็ใครหรืออยู่ส่วนไหนของโลกก็สามารถต่อสู้กันได้และห้องแคปซูลจำลองการต่อสู้นี้ก็มีเครื่องแคปซูลอยู่หลายร้อยเครื่องให้นักเรียนศิลปะการต่อสู้Sได้เข้าไปใช้งาน โดยแลกกับการใช้คะแนนแต้มสะสมที่ได้รับจากการทดสอบในแต่ละเดือนเท่านั้น
“โอเค เย็น ๆไว้เจอกัน”
“แจ็คฉันขอไปด้วยคนซิ ั้แ่อยู่ที่นี่มายังไม่เคยไปห้องแคปซูลจำลองการต่อสู้มาก่อนเลย มีบัตรผู้มีพลังพิเศษทั้งทีก็ขอไปใช้งานมันสักครั้งก็ยังดี”
“ได้ซิ ถ้างั้นรีบไปกันเถอะเดี๋ยวเครื่องแคปซูลจะเต็มเอาซะก่อนถ้าไปสายมากกว่านี้”
ณ ห้องแคปซูลจำลองการต่อสู้ที่อยู่ส่วนกลางของโรงเรียนศิลปะการต่อสู้Sที่อยู่ใกล้กับหอสมุดแผนกม.ต้นและม.ปลาย
ภายในอาคารมีนักเรียนม.ต้นและม.ปลาย กำลังยืนต่อคิวเพื่อลงทะเบียนใช้งานที่หน้าเคาน์เตอร์ซึ่งรอยก็ยังคงเป็จุดสนใจของผู้คนไม่เปลี่ยนแปลง จนแจ็คเองก็อยากที่จะตีตัวออกห่างแต่ก็ถูกรอยกอดคอไว้ไม่ให้หนีไปไหนได้
“ปล่อยนะเฟ้ยเ้าบ้า! นายนี่ไปไหนมาไหนก็เป็จุดสนใจได้ตลอดเวลาจริง ๆเลยเชียว”
“ใช่ว่าฉันอยากจะเป็จุดสนใจสักหน่อยหนินายก็รู้ รีบเข้าไปต่อแถวกันเถอะอย่ามัวมายืนคุยเสียเวลาไปเปล่า ๆเลย”
ระยะเวลาการใช้เครื่องแคปซูลจำลองการต่อสู้ของนักเรียนสามารถใช้มันได้คนล่ะไม่เกิน 2 ชั่วโมงในแต่ล่ะวัน แต่เอาเข้าจริงนักเรียนส่วนใหญ่มักจะใช้เวลาไม่ถึงชั่วโมงเลยด้วยซ้ำก็ถูกให้ออกจากแคปซูลมาก่อนแล้ว เพราะยิ่งต่อสู้าเ็ภายในโลกเสมือนจริงมากเท่าไหร่ก็ยิ่งสร้างภาระให้กับร่างกายมากตามไปเท่านั้น ถึงแม้จะไม่ได้รับาเ็จริง ๆก็ตามก็จะถูกบังคับให้ออกมาจากแคปซูลอยู่ดี
บัตรผู้มีพลังพิเศษของรอยที่ไปทำมาได้รับการประเมินให้เป็ผู้ใช้พลังพิเศษสายควบคุมระดับ E ซึ่งในโลกจำลองการต่อสู้ก็จะถูกสุ่มให้ต่อสู้กับผู้มีพลังพิเศษระดับ E ด้วยกันทั้งหมด แต่ถ้ายิ่งชนะมากขึ้นจนถึงเกณฑ์ก็สามารถต่อสู้กับผู้มีพลังพิเศษข้ามระดับได้ ระดับต่ำสุดคือ F สูงสุดคือ SS ซึ่งระบบแคปซูลของโรงเรียนเชื่อมต่ออยู่นี้มีแค่พวกวัยรุ่นผู้มีพลังพิเศษจากโรงเรียนทั่วโลกเท่านั้นที่ได้เจอกัน ถ้า้าที่จะต่อสู้กับผู้มีพลังพิเศษที่อยู่ระดับสูงกว่านี้คงต้องใช้แคปซูลส่วนตัวเท่านั้น
รอยรอต่อแถวอยู่ไม่นานก็ได้เข้าไปใช้เครื่องแคปซูลซึ่งการใช้ครั้งแรกจะไม่ถูกหักคะแนนเพราะรอยเองยังไม่มีคะแนนทดสอบรายเดือนอยู่เลยเพราะเพิ่งเข้ามาเรียน เครื่องแคปซูลถูกแยกเป็หมายเลขเอาไว้ตามจุดต่าง ๆไว้อย่างเป็ระเบียบ ซึ่งเครื่องแคปซูลก็มีขนาดใหญ่พอที่จะให้ผู้ใหญ่ใช้งานได้ รอยมองดูเครื่องแคปซูลว่าพอจะมีช่องให้เอาลูกเหล็กวางไว้ข้างนอกได้หรือเปล่า ซึ่งตรงด้านข้างทั้งสองมีช่องว่างพอที่จะวางโซ่ลอดผ่านไว้ได้พอดี รอยจึงโชคดีไปที่ไม่ต้องนอนให้ลูกเหล็กทับอยู่บนตัวถ้าเป็อย่างนั้นคงอึดอัดน่าดู แถมในแคปซูลยังมีช่องใส่กล่องเก็บของพิเศษเพื่อที่จะให้นักเรียนวางกล่องเก็บของที่มีชุดต่อสู้หรือว่าอาวุธเอาไปใช้งานได้ในโลกเสมือนจริงอีกด้วย
รอยเข้าไปนอนลงในเครื่องแคปซูลหลับตาพร้อมกับเปิดการใช้งาน เครื่องแคปซูลปล่อยสารบางอย่างคล้ายหมอกควันกระจายไปทั่วเครื่องและทำการสแกนรอยั้แ่หัวจรดเท้า เพราะเครื่องจะจำลองรูปลักษณ์ทั้งหมดของผู้ใช้งานให้เหมือนจริงมากที่สุดเท่าที่จะเป็ไปได้ ทันทีที่หมอกในเครื่องสลายหายไปก็ทำให้รอยเหมือนตกอยู่ในภวังค์และเข้าสู่โลกการต่อสู้เสมือนจริงทันที
รอยเข้ามาอยู่ในโลกเสมือนจริงที่มีโมเดลสามมิติรูปร่างของรอยปรากฏอยู่ตรงหน้า พร้อมกับให้ตั้งชื่อไม่ต่างอะไรกับการที่เข้าเกมมาสร้างตัวละครเลย
รอยเลือกที่จะตั้งชื่อตัวเองว่า Reaper แต่ก็มีคนตั้งชื่อนี้ไปก่อนแล้ว รอยเลยเติม XX ต่อท้ายเพื่อจะได้ไม่ต้องคิดชื่อใหม่ให้เสียเวลาอีกและก็ได้ชื่อนี้มาเป็ของรอย ReaperXX รอยเลือกเข้าโหมดตกแต่งตัวละครเพื่อที่จะปิดบังหน้าตาตัวเองเอาไว้โดยใช้โมเดลหน้ากากหัวกะโหลกมาใส่และลบกำไลข้อมือกับข้อเท้าออกให้หมดเพราะถ้าไปเจอคนในโรงเรียนเดียวกันเข้าคงรู้ตัวตนของเขาเป็แน่
ถึงระบบแคปซูลนี้จะเก็บรักษาความลับของตัวตนผู้ใช้งานไว้เป็อย่างดี แต่ก็มีหลายคนเลือกที่จะไม่ปิดบังตัวตนเพราะ้าที่จะมีชื่อเสียงเป็ที่รู้จักไปทั่วโลกแต่รอยเลือกที่จะปิดบังตัวตนเอาไว้ก็เพื่อความปลอดภัยและสบายใจของตัวเขาเอง
“อื้มแค่นี้ก็น่าจะพอ ถึงจะเปลี่ยนแปลงร่างกายไม่ได้ แต่ถ้ามีอะไรปิดบังหน้าตาเอาไว้แบบนี้ก็ไม่น่ามีปัญหาอะไร แค่นี้เราก็สามารถแสดงพลังออกมาเต็มที่ในการต่อสู้ได้แล้ว”
รอยเลือกที่จะเข้าสู่ระบบทันทีที่สร้างตัวละครเสร็จ โลกจำลองการต่อสู้ที่ว่างเปล่าก็ถูกเปลี่ยนไปเป็ลานประลองที่ใช้แบบจำลองของโคลอสเซียมมาเป็ต้นแบบ รูปแบบการต่อสู้มีทั้งแบบเดี่ยวและแบบกลุ่มให้เลือกหลายรูปแบบ
รอยเลือกประลองการต่อสู้แบบเดี่ยวซึ่งสามารถใช้อาวุธและอุปกรณ์ที่เตรียมมาได้ ทันทีที่รอยเลือกก็ถูกจับคู่ต่อสู้แบบสุ่มทันที ระบบใช้เวลาสุ่มไม่นานรอยก็ได้คู่ต่อสู้ที่มีชื่อว่า เฟยหยางซึ่งในระบบทำให้เห็นเพียงแค่รูปลักษณ์กับข้อมูลที่บอกว่าเป็ผู้มีพลังพิเศษสายโจมตีเท่านั้น แต่ไม่มีข้อมูลบอกว่าชายคนนี้มีพลังพิเศษอะไร
รอย กับ เฟยหยางถูกจับคู่กันแล้วก็ถูกพามาที่สนามประลองโคลอสเซียมทันที ซึ่งรอบ ๆไม่มีคนดูอยู่เลย ซึ่งก็เป็เื่ปกติของนักสู่มือใหม่ที่ไม่มีใครรู้จัก การต่อสู้จะวัดกันที่ว่าใครหมดสติก่อนหรือว่าหลอดพลังชีวิตหมดลงก็จะถูกปรับแพ้ทันที
เฟยหยางเป็ชายหนุ่มสูงกำยำแต่งกายในชุดนักรบจีนโบราณซึ่งมีเกราะเหล็กสีเงินปกคลุมอยู่ทั่วทั้งตัวและเฟยหยางใช้ง้าวเป็อาวุธคู่กาย
รอยมองดูด้วยสายตาที่ตกตะลึง
“อะไรมันจะจัดเต็มกันขนาดนี้วะเนี่ย!!”
รอยย้อนมามองดูตัวเองที่ใส่ชุดฝึกธรรมดาของโรงเรียนดูไม่พร้อมรบเลยสักนิดถ้าเทียบกับฝ่ายตรงข้าม
เฟยหยางมองดูรอยพร้อมกับเลียริมผีปากเพราะคิดว่าได้เจอคู่ต่อสู้ที่อ่อนกว่าตัวเอง การต่อสู้ครั้งนี้คงไม่ยากอะไรสำหรับเขา
เสียงนับถอยหลัง
“3 2 1 เริ่มการต่อสู้ได้”