วันเวลาเคลื่อนคล้อยผ่านไป ในที่สุดวันเดินทัพก็วนมาถึง บัดนี้หน้าประตูเมืองหลวง คลาคล่ำไปด้วยผู้คนตลอดสองฝั่งถนนที่มายืนรอส่งเหล่าทหารกล้า ถังหลี่ในชุดเกราะสีเงินบนหลังอาชาสีดำ ดูสง่างามองอาจอย่างยิ่ง ประกบซ้ายขวาด้วยหยวนอิงและลู่อู๋ซูซึ่งยามนี้อยู่ในชุดเกราะเช่นกัน ด้านหลังเป็ขบวนทัพทหารนับหมื่นยืนรออยู่อย่างเป็ระเบียบ เสียงะโของชาวเมืองทั่วทั้งสองข้างทางดังกระหึ่ม สะท้อนก้องทั่วทั้งเมืองหลวง
“ทัพแคว้นถังต้องชนะ องค์ชายห้าต้องชนะ นำชัยกลับมา นำชัยกลับมา” คำอวยพรประโยคแล้วประโยคเล่า ดังไม่ขาดสาย จนในที่สุดขบวนทัพก็เคลื่อนมาถึงประตูเมือง ซึ่งขณะนี้มีเหล่าขุนนางชั้นผู้ใหญ่และเหล่าองค์ชายมายืนรอส่ง
ถังหลี่ควบม้าตรงไป กล่าวทักทายองค์ชายรอง องค์ชายสาม องค์ชายสี่ซึ่งมารอส่งกองทัพที่หน้าประตูเมืองตามธรรมเนียม
องค์ชายรองกับองค์ชายสี่ ยามนี้กำลังใส่หน้ากากพูดคุยกัน อย่างที่ชอบทำเป็ประจำ
“อ้าว พี่รองก็มาด้วยหรือ ตำหนักเราอยู่ใกล้กันแค่นี้ แต่่นี้ข้ากลับไม่ได้พบหน้าพี่รองเลย เป็ไปได้อย่างไรกัน” องค์ชายสี่ที่มาถึงคนสุดท้าย เอ่ยทักทายด้วยรอยยิ้ม
องค์ชายรองยิ้มรับ “คงเพราะข้าเก็บตัว เพราะเสียใจที่ต้องสูญเสียองครักษ์คนสำคัญไปคนหนึ่ง โดยใช่เหตุ”
องค์ชายสี่ตีหน้าซื่อ “จริงหรือ ข้าเสียใจด้วยจริง ๆ แต่เื่เป็ตาย ฝืนธรรมชาติไม่ได้ ท่านก็หักอกหักใจเสียเถิด ว่าแต่ ท่านออกมาครั้งนี้ เสด็จพ่อทรงทราบหรือไม่”
“น้องสี่ เ้าไม่ต้องกังวลแทนข้าหรอก เสด็จพ่อทรงมีรับสั่งด้วยพระองค์เอง ให้ข้าออกมาส่งเ้าห้า”
“ถ้าเป็อย่างนั้นก็ดี ข้าก็หลงกังวลแทนท่าน ตอนข้าได้ข่าวว่าท่านอาจเกี่ยวข้องกับพวกฏ จนทำให้เสด็จพ่อพิโรธหนัก ข้าก็อดเป็ห่วงแทนไม่ได้”
องค์ชายรองยิ้ม ก่อนจะกล่าว “คำเล่าลือย่อมเป็แค่คำเล่าลือ ผู้ใดก็ย่อมกุเื่เท็จออกมาได้ ข้าทำใจได้แล้ว โลกก็เป็เช่นนี้ ผู้คิดร้ายปล่อยเื่เหล่านี้ออกมา ไม่ช้าข้าต้องให้พวกมันชดใช้เป็แน่ น้องสี่ไม่ต้องกังวล”
องค์ชายสี่เงียบไปเล็กน้อย แวบหนึ่งเผยจิตสังหารออก มา แต่กลบเกลื่อนมันด้วยการหัวเราะร่วน ก่อนจะกล่าว
“ข้าก็ขอให้ท่านหาตัวคนกุข่าวให้ได้ในเร็ววัน หากชักช้าไป ท่านอาจพลั้งพลาดอีกครา คราวนี้อาจยากจะรักษาชีวิตไว้ได้”
องค์ชายรองและองค์ชายสี่ปะทะคารมกันอยู่สักพัก โดยที่องค์ชายสามเดินมาอวยพรองค์ชายถังหลี่ และเอ่ยถาม
“น้องห้า เ้าได้ไปลาองค์รัชทายาทแล้วหรือยัง”
องค์ชายถังหลี่ตอบว่า “ลาแล้ว”
ถังหลี่หวนนึกถึงสีหน้าแววตาของเสด็จพี่ ยามจ้องมองตนขณะกล่าวคำอวยพร ทำให้เขาเกิดความรู้สึกกังวลแปลกๆ
“พี่หวังว่าเ้าจะคว้าชัยมาได้อย่างสวยงาม ดูแลตนเองให้ดี จำไว้ พี่รักและเป็ห่วงเ้าเสมอ” ถังหงกล่าวด้วยรอยยิ้มแต่แววตากลับเศร้าสร้อยแปลกๆ ในความรู้สึกของถังหลี่ นี่เป็คำกล่าวสุดท้ายของเสด็จพี่ ก่อนที่เขาจะต้องออกเดินทางควบม้ามายังหน้าประตูเมือง
“ดีแล้ว จากกันวันนี้ คงอีกนานกว่าจะได้กลับมาพบกัน ข้าขอให้เ้าชนะศึก เดินทางกลับมาอย่างปลอดภัย อย่างไรก็เป็น้องข้า ข้าย่อมห่วงเป็ธรรมดา”
องค์ชายถังหลี่ยิ้มรับ “ขอบคุณพี่สาม”
ลากันเสร็จสรรพ องค์ชายสี่ก็เรียกหยวนอิงเข้าไปกระซิบกระซาบอะไรบางอย่าง
องค์ชายถังหลี่มองอย่างไม่ไว้ใจ ยิ่งเห็นหยวนอิงสีหน้าดูไม่ดีนักก็ยิ่งเคลือบแคลงสงสัย แต่ยังไม่ทันถามไถ่อะไร เนื่องจากได้เวลาเคลื่อนทัพแล้ว ถังหลี่จึงกระตุกบังเหียนม้า ก่อนจะะโก้อง
“ทุกคน ข้าไปก่อน ข้าจะพยายามอย่างดีที่สุดเพื่อนำชัยชนะมาสู่แคว้นถัง” หลังพูดจบ ถังหลี่ก็ควบม้ามุ่งตรงไปยังกองทัพนับหมื่นซึ่งบัดนี้ตั้งแถวยาวรออยู่นอกเมือง โดยมีหยวนอิง ลู่อู๋ซู และเหล่าแม่ทัพควบม้าตามหลังมาติดๆ
เสียงโห่ร้องอวยพรของชาวเมืองดังไล่หลังมา จนเมื่อม้าค่อยๆ ควบห่างออกจากตัวเมืองไป เสียงก็เบาลงจนกลายเป็เสียงแว่วล่องลอยตามสายลมมาเพียงแ่เบา
ใช้เวลาเพียงแค่จิบชา ถังหลี่และคณะก็ควบม้ามาอยู่หน้ากองทัพ ถังหลี่ชักม้าให้หันไปทางเหล่าทหารกล้าซึ่งมีทั้ง ทหารม้า ทหารโล่ ทหารราบ… ก่อนจะะโก้อง
“พี่น้องทุกท่าน ถึงเวลาแล้วที่เราจะทำให้พวกมันรับรู้ ว่าใครก็ตามที่คิดคดทรยศต่อแคว้นถัง จะได้รับการตอบแทนอย่างสาสม ใช่หรือไม่”
“ใช่” เสียงะโก้องตอบรับจากเหล่าทหารดังกระหึ่มอย่างพร้อมเพรียง ด้วยจิตใจอันฮึกเหิม
“เช่นนั้น ออกเดินทาง” หลังคำพูดของถังหลี่ ทุกฝ่ายก็เริ่มเคลื่อนทัพทันที