หยางซินซินมองออกไปด้านนอกเห็นความมืดปกคลุมท้องฟ้า แต่ก็ไม่อาจสู้กับแสงไฟจ้าที่สนามบินทำให้ค่ำคืนนี้ไม่เงียบเหงาวังเวง
“กลับมาอีกครั้งแล้วนะ พี่ไป๋หยูชิง พี่สบายดีไหมคะ” เธอคิดในใจเพียงแ่เบาอย่างเหม่อลอย
“มองอะไรอยู่ ลุกได้แล้ว จะนั่งใจลอยอีกนานไหมครับคุณผู้หญิง ยืนรออยู่นานแล้วนะ” หญิงสาวเงยหน้าขึ้นไปเห็นสายตาของคุณหมอหนุ่มก้มมองลงมาอย่างกวน ๆ ส่งยิ้มบาง ๆ ให้เขา แล้วหยิบกระเป๋าสัมภาระเดินไปทางประตูทางออก
หลังจากที่ทั้งสองเดินเคียงคู่กันมาจนถึงจุดรอรับสัมภาระ
“ซินซิน วันนี้คุณพักที่ไหน แล้วรายงานตัวเมื่อไหร่”
“มีในเอกสารตอบรับของโครงการอยู่นะคะ” เธอล้วงเข้าไปหยิบเอกสารจากกระเป๋าออกมา
“รายงานตัวพรุ่งนี้ พักกับโฮสที่ “คฤหาสน์แสงแดดฤดูร้อน” จะมีเ้าหน้าที่มารับที่ประตูทางออก ชื่อที่พักแปลกดีเหมือนกันนะคะ ไม่มีรู้ว่าโฮสเ้าของบ้านเป็ยังไงบ้าง หมอสือเคยได้ยินบ้างไหมคะ” ซินซินหันไปสอบถาม
“เอ่อ คือ เอ่อ......” ชายหนุ่มอ้ำ ๆ อึ้ง ๆ จะบอกว่ายังไงดี ไม่ใช่แค่เคยได้ยิน แต่รู้จักดี ถึงดีมาก เป็เพื่อนบ้าน เป็พี่ชายด้วยนะ แต่ว่าทำไมซินซินถึงจะได้ไปพักที่นั่นนะ เท่าที่เขารู้ พี่รองไม่เคยเปิดรับคนแปลกหน้าเข้าไปพักนี่นะ มีอะไรผิดพลาดหรือเปล่านะ
“ยังไงคะ เอ่อ คือ เอ่อ ของหมอนี่คือ รู้จักหรือไม่รู้จักนะคะ”
“ก็ไม่เชิงนะ เป็เพื่อนบ้านใกล้ ๆ กัน นิสัยก็น่าจะดีอยู่” มู่หรงสือพูดไปพลาง มือไม้ไม่รู้จะไปวางไว้ตรงไหนของร่างกายดีดูขัดไปหมดด้วยความกังวล
หยางซินซินเห็นท่าที และหน้าตาของมู่หรงสือแล้วคาดว่าน่าจะมีบางอย่างที่เอ่ยออกมาได้ไม่เต็มที่ ก็ไม่ได้ติดใจอะไร เพราะบางเื่ราวรับรู้ผ่านคนอื่นอาจจะไม่เหมือนกับที่เราได้พบเจอเองเนื่องจากประสบการณ์ในชีวิตแต่ละคนที่พบเจอมา และเพาะบ่มตัวเราจนเป็ตัวเราในวันนี้ของแต่ละคนไม่เหมือนกัน มุมมองที่จะใช้ประเมินนั้นก็มาจากพื้นฐานที่แตกต่างกัน
หยางซินซินนึกไปถึงตอนที่เป็นักศึกษาพยาบาลขึ้นฝึกงานแผนกสูตินรีเวช เนื่องด้วยจำนวนนักศึกษาที่มีมากไม่สามารถขึ้นฝึกงานพร้อมกันได้ทั้งหมด จำต้องแบ่งเวียนกันไปฝึกงานที่ ห้องคลอด หอผู้ป่วยหลังคลอด หอผู้ป่วยพิเศษ หอผู้ป่วยนรีเวช เพื่อน ๆ ที่ได้ไปฝึกที่ห้องคลอดก่อนกลุ่มอื่น บอกว่าอาจารย์ และพี่พยาบาลที่ห้องคลอดนี่ดุมาก เข้มงวดและโหดกับนักศึกษาสุดเกินจะบรรยาย แต่เมื่อถึงครั้งที่เธอต้องวนไปฝึกงานที่ห้องคลอดนั้นก็พบว่าอาจารย์ และพี่พยาบาลดุและเข้มงวดจริง แต่ก็มีเหตุผลที่รองรับได้ เนื่องจากเกี่ยวเนื่องกับความปลอดภัยหญิงตั้งครรภ์ที่มีทั้งแม่และเด็กอยู่ในความรับผิดชอบของเรา หากย่อหย่อนไปแล้วมีผลอันตรายต่อคนไข้ นั่นย่อมไม่ใช่สิ่งที่ใครอยากให้เกิดขึ้นแน่นอน ดังนั้นเมื่ออยู่ด้วยความเข้าใจก็สามารถผ่านการฝึกงานไปได้อย่างไม่ลำบากใจ
“ไม่เป็ไรค่ะ เดี๋ยวลองไปดูที่หน้างานจริงอีกทีก็ได้ค่ะ” หยางซินซินหยิบกระเป๋าเดินทางใส่ลงในรถเข็นเตรียมที่จะออกไปด้านนอกอาคาร
สายตาเหลือบไปท่ามกลางผู้คนที่จอแจ มองเห็นแผ่นหลัง และเสี้ยวหน้าอันคุ้นเคยอยู่ไม่ไกล แต่เขาไม่ได้มองมาทางนี้
“คุณหมอคะ ฝากของแป๊บนึงนะคะ” หญิงสาวผละออกเดินไปทิศทางนั้นอย่างรวดเร็ว ขณะนั้นยังเห็นหลังอยู่ไวไว แต่จำนวนคนที่มากทำให้ทำความเร็วไม่ได้เท่าที่ควร จนแผ่นหลังนั้นกำลังจะไปไกลเธอรีบคว้าเสื้อเชิ้ตสีขาวนั้นไว้
“พี่ไป๋หยูชิง รอด้วยค่ะ” เสียงไม่เบาไม่ดัง ทำให้ชายหนุ่มในเสื้อเชิ้ตสีขาวหันหลังมาสบตากับเ้าของมือที่ดึงเขาไว้
หยางซินซินมองเสื้อที่ถูกขยุ้มอยู่ในมือจนยับ ค่อย ๆ ทอดสายตาขึ้นไป แววประกายในดวงตาสวยที่ดีใจในตอนแรกนั้นค่อย ๆ หม่นแสงลงไปด้วยความผิดหวัง ซึ่งการเปลี่ยนแปลงนั้นไม่รอดพ้นไปจากสายตาเข้มคู่นั้น
“ขอโทษค่ะ ดิฉันจำคนผิด ขออภัยเป็อย่างสูงนะคะ” หยางซินซินตั้งสติได้ รีบปล่อยเสื้อของเขาที่อยู่ในมือ ก้มตัวลงสุดเพื่อแสดงความจริงใจในการขอโทษขอโพย
ระหว่างนั้นไม่ไกลกัน มีชายหนุ่มอีกคนหนึ่งกำลังหันกลับมามองดูด้านหลังด้วยความสงสัย
“มองอะไรอยู่หรือคะ” สาวสวยในชุดเดรส สอบถามชายหนุ่มภูมิฐานที่ยืนเคียงข้าง
“เมื่อกี๊เรียกพี่หรือเปล่า”
“เปล่านี่คะ เดินมาก็เห็นพี่หันหลังมาเหมือนกำลังหาอะไรอยู่”
“สงสัยพี่หูแว่วไปเอง เหมือนได้ยินใครเรียกชื่อพี่”
“ถ้าไม่มีอะไรรีบไปกันเถอะค่ะ เดี๋ยวต้องรีบตามคุณพ่อไปที่โรงพยาบาลอีก”
“ตกลง เราไปกันเถอะ” ชายหนุ่มช่วยหญิงสาวเข็นรถที่บรรจุกระเป๋าเดินทางจำนวนมากออกไปยังประตูทางออก
หยางซินซิน เงยหน้าขึ้นมาอีกครั้ง เห็นหลังไวไวของชายหญิงคู่หนึ่งกำลังพ้นประตูทางออกไป ตวัดสายตากลับมาก็พบกับชายหนุ่มคนเดิมที่ยังจ้องเธอไม่วางตา
“ผมให้อภัย ขอตัวก่อนผมมีธุระจริง ๆ แต่คุณน่าสนใจนะ ไว้ว่างแล้วค่อยพบกัน” เขาขยับแว่นตาของตนเองให้เข้าที่หยิบมือถือของเธอออกจากกระเป๋า บันทึกเบอร์ของเขา กดโทรออก แอดแชท ส่งสติ๊กเกอร์ใส่ห้องแชทของเขา
ส่งมือถือคืนเธอแล้วเดินจากไปทางฝั่งผู้โดยสารขาออก ทิ้งให้เธอยืนอึ้งอยู่ที่เดิม
หยางซินซินหยิบมือถือขึ้นมาดู ดอกไม้ผลิบานมีเพื่อนเพิ่มมาอีกหนึ่งคน วีรบุรุษจอมโจร รูปประจำตัวเป็รูปเงาสวมหมวกคาวบอยมีปืนลูกโม่ในมือปลายกระบอกปืนจิ้มอยู่ที่ปลายหมวก มีข้อความจากมือถือเธอส่งเข้าห้องแชทเขา “ผู้หญิง น่ารัก น่าสนใจ ตาแป๋วแหว๋ว เจอที่สนามบิน”
“นี่คุณซินซิน จะมาหาหนุ่มก็ไม่บอก ตัวผมยังมีสาว ๆ อีกหลายคนที่ต้องดูแล ไม่สามารถดูแลทรัพย์สมบัติของคุณเพียงคนเดียวได้หรอกนะ มารับคืนไปเลย เดี๋ยวนี้”
หยางซินซิน มองไปทางมู่หรงสือ คิดว่านอกจากหน้าตาหล่อ และหน้าที่การงานที่ดีของมู่หรงสือแล้ว คำพูดหรือฝีปากนี่ช่างเกินกว่าที่คิดไว้มากมายนัก แต่คนแบบนี้ก็ดูเป็คนจริงใจอยู่มาก น่าจะเป็อย่างที่คิดใช่ไหมนะ
“ขอโทษทีค่ะหมอ ซินซินจำคนผิด คิดว่าเป็คนที่เคยรู้จัก เลยรีบร้อยไปหน่อย ขอบคุณนะคะ” หยางซินซินเอื้อมมือไปรับรถเข็นกลับมา
“ซินซิน รอคนมารับใช่ไหม เดี๋ยวรอผมแป๊บนึงนะ เดี๋ยวผมพาพวกเธอออกไปส่งที่รถก่อนแล้วเดี๋ยวจะกลับมารอรถที่จะมารับเป็เพื่อนด้วย อย่าเพิ่งออกไปนะ เธอเป็ผู้หญิงคนเดียว” มู่หรงสือหันมาย้ำกับเธออีกครั้ง ก่อนจะผลักดันต้อนประดาสาว ๆ ที่มาล้อมหน้าล้อมหลังเขาออกไปทางด้านนอกอย่างทุลักทุเล
ผ่านไปไม่นานมู่หรงสือก็กลับมายังจุดที่หยางซินซินรออยู่
“ไปกันเถอะ ถ้าคุณพักที่ คฤหาสน์แสงแดดฤดูร้อน เดี๋ยวผมจะขอติดรถไปด้วยเพราะอยู่ใกล้กัน คุณจะได้มีเพื่อนนั่งไปด้วย ปลอดภัยไม่อันตราย” เขาส่งสายตาเอ็นดูมาให้เธอ พร้อมรับรถเข็นแล้วผลักเดินนำไปด้านหน้าเพื่อออกประตูไป
หยางซินซินรีบวิ่งตามออกมายังหน้าประตูทางออก แต่ต้องชนเข้ากับหลังของมู่หรงสือที่หยุดเดินอย่างกะทันหัน เธอคลำหัวเบา ๆ เห็นตัวเบาบางแต่กล้ามเนื้อแข็งเหมือนกันนะเนี่ย
เธอโผล่หัวออกมาจากด้านหลังของมู่หรงสือ ด้วยความอยากรู้อยากเห็นว่าอะไรทำให้เขาต้องหยุดยืนนิ่งอยู่เฉย ๆ สายตาของเธอมองเห็นผู้ชายรูปร่างสูงใหญ่คนหนึ่ง ใส่สูทสีดำ เสื้อเชิ้ตด้านในเป็สีขาว รูปร่างสันทัด ดูเป็หุ่นแข็งแรงกล้ามเนื้อแน่นเปรี้ยะทะลุสูทออกมา มองสูงไปอีกนิดต้องบอกว่าถ้าเทียบกันคนที่เธอเคยพบว่าหน้าตาดีแล้ว มู่หรงสือเป็อันดับที่สาม อันดับที่สองยกให้มู่หรงเทียน ส่วนคนนี้ต้องยกไว้ให้เป็อันดับหนึ่ง แต่ว่าท่าทีที่เ็า สีหน้าที่บอกบุญไม่รับ ทำให้โดยรวมความน่าสนใจน่าจะลดลงไปกว่าสามสี่ส่วน
แต่บังเอิญในมือของเขาถือป้ายชื่อ “ขอต้อนรับ หยางซินซิน” ไว้ในมือ ที่แท้เค้าเป็คนที่มารับเธอในวันนี้นี่เอง
หญิงสาวเดินไปยังด้านหน้าของชายหนุ่มเ็าคนนี้ ยื่นมือแสดงการทักทาย
“ฉันค่ะ หยางซินซิน คุณเป็ตัวแทนโครงการที่มารับฉันใช่ไหมนะคะ ขอบคุณค่ะ”
เขามองหน้าเธอ เหลือบมองมู่หรงสือทางด้านหลัง ไม่มีคำพูดใดใด หันหลังกลับไปเปิดประตูฝั่งคนขับ แล้วสตาร์ทรถ ปล่อยให้เธอยื่นมือแข็งค้าง กับยิ้มเก้อไปเลย
มู่หรงสือย่นคอลงด้วยความตระหนกใ ทำไมถึงได้เป็พี่ชายของเขามารับซินซิน เื่ราวมันจะประหลาดไปไหมนะ
เธอพักกับพี่รอง แต่พี่ใหญ่เป็คนมารับ มีเขาน้องสามเป็คนนั่งเครื่องบินมาด้วยกัน อะไรมันจะบังเอิญเกินไปหรือเปล่า
แต่เขามองสายตาอันขุ่นเคืองของพี่ชายแล้วคาดว่าน่าจะไม่ได้เต็มใจมา ซึ่งเป็ไปได้หลายกรณีตอนนี้ไม่ต้องรีบคิดเพราะไม่ด่วน
แต่ว่าพี่ชายของเขาสตาร์ทรถแล้ว ถ้าช้าเป็ไปได้ว่าจะถูกทิ้งไว้โดยไม่รอ เค้าจึงรีบผลักหยางซินซินขึ้นรถนั่งคู่กับคนขับ ส่วนเขารีบไปจับจองที่นั่งทางด้านหลังแทน
มู่หรงเซียว อารมณ์ไม่ค่อยจะดีนัก ยัยผู้หญิงคนนี้เครื่องลงตั้งนานแล้ว เพิ่งจะโผล่มา และยังโผล่มาพร้อมน้องชายตัวดีที่เค้าใช้ให้ไปทำงาน แล้วต้องไปส่งเธอที่บ้านน้องรอง อย่างนี้มันหมายความว่ายังไง
จริง ๆ แล้วเค้าไม่ต้องทำหน้าที่สารถีขับรถด้วยซ้ำ เพราะเขาเป็เ้าของ และผู้บริหารด้านขนส่งของธุรกิจตระกูล แต่ลูกน้องตัวดี
“พี่เซียว พี่ก็รู้ เมียผมจะคลอดแล้ววันนี้ เมื่อกี๊เธอบอกว่ากำลังจะไปโรงพยาบาล พี่เซียวเป็คนใจดีมีเมตตา รักลูกน้อง เห็นใจว่าที่คุณพ่ออย่างผมด้วยนะ ปลายทางก็บ้านประธานเทียน ส่งเสร็จพี่ก็กลับคฤหาสน์พี่ได้เลย ไม่มีอะไรสะดวกไปกว่านี้แล้ว พี่ว่าไหม ขอบคุณพี่มากนะครับ” หลังจากที่ลูกน้องร่ายยาว ก็จบลงที่เขามาอยู่ตรงนี้