ธนบัตรสีเทาสองสามใบในมือเล็กถูกขยำจนยับย่นตามแรงอารมณ์ มินตรายืนนิ่งอยู่หน้าโรงแรมหรูใจกลางเมือง ผู้คนเดินขวักไขว่ผ่านไปมา แต่เธอกลับรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังยืนเคว้งคว้างอยู่กลางทะเลทรายที่เหน็บหนาว
ภาพแผ่นหลังกว้างของอาชวินที่เดินเคียงคู่ไปกับหญิงสาวไฮโซผู้เพียบพร้อม ยังคงฉายชัดอยู่ในหัว มันตอกย้ำสถานะของเธอได้อย่างสมบูรณ์แบบ... เธอเป็แค่ความลับที่น่าอับอาย เป็ของเล่นฆ่าเวลาที่เขาไม่มีวันเชิดหน้าชูตาให้ใครเห็น
ท้องฟ้าที่เคยมืดครึ้มเริ่มส่งหยาดฝนโปรยปรายลงมา มินตราไม่ยอมใช้เงินที่เขาโยนให้ราวกับเศษทาน เธอเดินฝ่าสายฝนที่เริ่มตกหนักขึ้นเรื่อยๆ ไปยังป้ายรถเมล์ที่อยู่ห่างออกไปเกือบกิโลเมตร น้ำตาอุ่นๆ ไหลปะปนไปกับน้ำฝนที่เย็นเฉียบ ชุดนักศึกษาเปียกลู่แนบไปกับลำตัว แต่ความหนาวเหน็บภายนอกไม่อาจเทียบได้กับความปวดร้าวในอกซ้าย
กว่ามินตราจะกลับมาถึงคฤหาสน์ตระกูลธนพ ร่างกายของเธอก็สั่นสะท้านและเย็นเฉียบราวกับก้อนน้ำแข็ง โชคดีที่คุณพลอยออกไปสมาคมกับกลุ่มภรรยานักธุรกิจ จึงไม่มีใครเห็นสภาพอันน่าสมเพชของเธอ เด็กสาวรีบวิ่งขึ้นห้อง ล็อกประตู แล้วพาตัวเองเข้าไปซุกอยู่ใต้สายน้ำอุ่นในห้องน้ำ ปล่อยโฮออกมาอย่างสุดเสียงเพื่อระบายความอัดอั้นตันใจทั้งหมด
เวลาล่วงเลยจนเข้าสู่วิกาล
เสียงเข็มนาฬิกาที่แขวนอยู่บนผนังเดินดังก้องกังวานในความเงียบ... ติ๊ก... ติ๊ก...
มินตรานอนขดตัวอยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนา ดวงตากลมโตที่บวมช้ำจากการร้องไห้จ้องมองเข็มสั้นที่ชี้บอกเวลาเที่ยงคืนตรง กฎของคนเถื่อนที่เขากำหนดไว้ดังก้องอยู่ในหัว ‘ทุกคืนหลังเที่ยงคืน เธอต้องมาที่ห้องนี้... หรือไม่ก็ปลดล็อกประตูห้องเธอทิ้งไว้ เพื่อให้ฉันเข้าไป’
มือเล็กกำขอบผ้าห่มแน่น ความน้อยเนื้อต่ำใจและความหึงหวงที่เธอพยายามปฏิเสธว่ามันไม่มีอยู่จริง กำลังออกฤทธิ์อย่างหนัก ป่านนี้เขาอาจจะกำลังหัวเราะต่อกระซิกอยู่กับคุณริน หรืออาจจะกำลังมอบััเร่าร้อนแบบเดียวกับที่เคยทำกับเธอให้กับผู้หญิงคนนั้น... ผู้หญิงที่คู่ควรกับเขาทุกอย่าง
มินตราตัดสินใจพลิกตัวหันหลังให้ประตูห้อง เธอไม่ลุกไปปลดล็อกกลอน และไม่เดินไปหาเขาที่ห้อง คืนนี้เธอจะขอประท้วง ขอทวงคืนศักดิ์ศรีที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิด แม้จะต้องแลกกับความโกรธเกรี้ยวของเขาก็ตาม
สิบห้านาทีผ่านไป... ความเงียบยังคงปกคลุม มินตราเริ่มถอนหายใจด้วยความโล่งอก คิดว่าคืนนี้เขาคงไม่ได้กลับมา หรืออาจจะไปค้างคืนกับผู้หญิงคนนั้นแล้ว
ทว่าลางสังหรณ์นั้นผิดถนัด
แกร๊ก...
เสียงปลดล็อกกลอนประตูดังขึ้นทำลายความเงียบ ตามมาด้วยเสียงบานประตูที่ถูกผลักออก มินตราสะดุ้งเฮือก เบิกตากว้างในความมืด เธอจำได้แม่นยำว่าเธอกดล็อกประตูแล้ว แต่เขากลับมีกุญแจสำรอง!
ฝีเท้าหนักๆ ก้าวเข้ามาในห้อง กลิ่นแอลกอฮอล์ราคาแพงผสมผสานกับกลิ่นน้ำหอมผู้หญิงที่ลอยติดมากับเสื้อผ้าของเขา แผ่ซ่านเข้ามาเตะจมูกมินตรา กลิ่นน้ำหอมนั้น... กลิ่นเดียวกับที่คุณรินใช้เมื่อตอนกลางวัน มันจุดไฟความน้อยใจในอกของเด็กสาวให้ลุกโชน
“คิดจะลองดีกับฉันงั้นเหรอ” เสียงทุ้มแหบพร่าและเย็นเยียบดังขึ้นที่ข้างเตียง
มินตราหลับตาปี๋ แสร้งทำเป็หลับ ไม่ยอมตอบโต้
อาชวินหรี่ตามองร่างที่นอนขดตัวอยู่ใต้ผ้าห่ม เขารู้ดีว่าเธอตื่นอยู่ ความหงุดหงิดที่อัดอั้นมาั้แ่ตอนบ่ายปะทุขึ้น เขาต้องทนนั่งปั้นหน้าคุยเื่ธุรกิจกับรินทั้งที่ในหัวมีแต่ภาพของเด็กกะโปโลที่ยืนตากฝนเดินออกจากโรงแรม ยิ่งกลับมาถึงบ้านแล้วพบว่าประตูล็อก ทั้งที่เขาสั่งไว้ชัดเจน มันยิ่งทำให้สัญชาตญาณการอยากเอาชนะของเขาพลุ่งพล่าน
มือหนากระชากผ้าห่มผืนหนาออกจนพ้นร่างเล็ก มินตราร้องอุทานด้วยความใ รีบผุดลุกขึ้นนั่ง ถอยกรูดไปจนแผ่นหลังชิดพนักเตียง
“คุณคินน์... ออกไปนะ ฉันจะนอน” เธอไล่เสียงสั่น
“ฉันสั่งว่ายังไงมินตรา” อาชวินโน้มตัวลงมา มือข้างหนึ่งยันพนักเตียง ขังเธอไว้ในวงแขน “ฉันบอกให้เปิดประตูทิ้งไว้... หรือการที่ฉันไม่ได้โยนเศษเงินให้เธอเพิ่ม มันทำให้เธอไม่พอใจจนต้องแข็งข้อ?”
คำพูดดูถูกเหยียดหยามนั้นเหมือนเข็มที่ทิ่มแทงใจ มินตราเงยหน้าขึ้นสบตากับดวงตาคมกริบที่สะท้อนแสงไฟสลัวจากด้านนอก “ใช่ค่ะ! เงินแค่นั้นมันไม่พอหรอก... คุณรวยล้นฟ้าขนาดนั้น ทำไมไม่ไปหาผู้หญิงที่เขาเต็มใจขายล่ะคะ หรือถ้าอยากได้ความตื่นเต้น ทำไมไม่ไปหาคุณรินของคุณล่ะ กลิ่นน้ำหอมเธอยังติดตัวคุณอยู่เลยนี่!”
อาชวินชะงักไปชั่ววินาที ก่อนที่มุมปากหยักจะกระตุกยิ้มร้ายกาจ ความขุ่นมัวในใจมลายหายไปครึ่งหนึ่งเมื่อตระหนักได้ว่า ที่แท้เด็กนี่ก็แค่กำลัง... หึง
“ประชดประชันเก่งขึ้นนะ” เขากดเสียงต่ำ ขยับใบหน้าเข้าไปใกล้จนจมูกแทบชนกัน “ทำไม... หึงฉันหรือไง? ลืมสถานะตัวเองไปแล้วเหรอมินตรา ว่ากาฝากอย่างเธอไม่มีสิทธิ์มาแสดงอาการหวงก้างเ้าของ”
“ฉันไม่ได้หึง!” มินตราเถียงกลับคอเป็เอ็น น้ำตาคลอเบ้า “ฉันแค่ขยะแขยง! คุณเพิ่งไปกอดไปจูบกับผู้หญิงคนอื่นมา แล้วจะมาทำแบบเดียวกันกับฉัน คุณมันมักมาก คุณมันสกปรก!”
ความอดทนของอาชวินขาดผึงทันทีที่ได้ยินคำว่า ‘สกปรก’ จากปากเธอ เขาอาจจะเ้าเล่ห์ ปากร้าย และชอบกลั่นแกล้งเธอ แต่ตลอดเวลาที่ผ่านมา เขากลับไม่เคยแตะต้องผู้หญิงคนไหนอีกเลยนับั้แ่คืนนั้น รินก็เป็เพียงคู่ค้าทางธุรกิจที่พ่อพยายามจับคู่ให้ การที่เธอมาตราหน้าเขาแบบนี้ มันหยามอีโก้ของเขาอย่างรุนแรง
“งั้นเรามาดูกัน ว่าคนสกปรกอย่างฉัน จะทำให้คนสะอาดอย่างเธอแปดเปื้อนได้มากแค่ไหน!”
อาชวินพุ่งตัวเข้าโถมทับร่างเล็ก บังคับให้เธอนอนหงายราบลงกับที่นอน มือหนารวบข้อมือทั้งสองข้างของเธอตรึงไว้เหนือศีรษะด้วยมือเพียงข้างเดียว ส่วนมืออีกข้างก็จัดการกระชากชุดนอนกระโปรงสีครีมของเธอจนขาดวิ่น เสียงผ้าฉีกขาดดังก้องไปพร้อมกับเสียงร้องห้ามของมินตรา
“อย่า! ปล่อยฉันนะคุณคินน์! ฉันเกลียดคุณ!” มินตราดิ้นรนสุดแรง แต่เรี่ยวแรงของเธอเปรียบเหมือนมดที่สู้กับราชสีห์
“ปากบอกเกลียด แต่ร่างกายเธอมันเรียกร้องหาฉัน!”
เขาโฉบใบหน้าลงมาบดขยี้ริมฝีปากที่กำลังก่นด่าเขาอย่างดุดัน จูบของเขาเต็มไปด้วยความป่าเถื่อนและเอาแต่ใจ เรียวลิ้นร้อนสอดแทรกเข้าไปกวาดต้อนความหวาน บังคับให้เธอต้องรับััของเขา รสชาติฝาดเฝื่อนของเืจากการขบเม้มปะปนไปกับหยาดน้ำตาของมินตราที่ไหลรินลงมาอาบแก้ม
ความรู้สึกดึงดูดทางเพศก่อตัวขึ้นอย่างหนักหน่วงในจังหวะที่มือหนาเลื่อนลงไปลูบไล้ส่วนโค้งเว้า บีบเค้นต้นขาเนียนอย่างหนักมือเพื่อสร้างร่องรอยแสดงความเป็เ้าของ มินตราหอบหายใจสะท้าน ร่างกายที่ถูกเขาััเริ่มทรยศต่อสมอง มันสั่นสะท้านและตอบสนองต่อเพลิงปรารถนาที่เขาจุดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
อาชวินผละริมฝีปากออก เลื่อนลงมาซุกไซ้ที่ซอกคอหอมกรุ่น ขบเม้มแรงๆ เพื่อลบรอยเก่าและสร้างรอยใหม่ทับลงไป เขาตั้งใจจะประทับตราให้ทั่วตัวเธอ เพื่อไม่ให้มีพื้นที่ไหนเหลือรอดสายตาไปได้
“อ๊ะ... คุณคินน์... เจ็บ...” เธอครางประท้วง น้ำเสียงอ่อนระทวยลงอย่างเห็นได้ชัด
เขาไม่ตอบ แต่กลับปลดเปลื้องเสื้อผ้าของตัวเองออกอย่างรวดเร็ว โยนมันทิ้งลงบนพื้นห้องอย่างไม่ไยดี ก่อนจะแทรกกายเข้ามาอยู่ตรงกลางระหว่างเรียวขางาม
ในจังหวะที่เขากำลังจะหลอมรวมร่างกายเข้ากับเธอ มินตราก็เบิกตากว้าง มือเล็กที่หลุดจากการเกาะกุมรีบดันแผงอกกว้างของเขาไว้ สติสัมปชัญญะที่ยังหลงเหลืออยู่ร้องเตือนถึงอันตรายร้ายแรง
“เดี๋ยว... คุณคินน์ ถุงยาง... คุณไม่ได้ใส่...” เธอละล่ำละลักบอก แววตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว
อาชวินชะงักไปชั่วครู่ เขาก้มมองใบหน้าตื่นตระหนกของคนใต้ร่าง ั์ตาสีเข้มวาววับขึ้นมาอย่างมีนัยยะ ลึกๆ แล้วเขาเสพติดการได้ััเธอโดยไม่มีอะไรขวางกั้น เขาเกลียดความรู้สึกที่ต้องมีเครื่องป้องกันเมื่ออยู่กับเธอ
“ฉันไม่ชอบใส่” เขาตอบหน้าตาเฉย พร้อมกับกดน้ำหนักตัวลงไปแนบชิดยิ่งขึ้น
“ไม่ได้นะคะ! ถ้าเกิด... ถ้าเกิดฉันท้องขึ้นมาจะทำยังไง!” มินตราดิ้นรนอีกครั้ง คราวนี้เป็การดิ้นรนเพื่อปกป้องอนาคตของตัวเอง เธอจะตั้งท้องกับพี่ชายบุญธรรมไม่ได้เด็ดขาด!
คำว่า ‘ท้อง’ ทำให้สันกรามของอาชวินนูนขึ้นเป็ริ้วๆ เขากดนิ้วหัวแม่มือลงบนริมฝีปากของเธอเพื่อหยุดคำพูดเ่าั้ รอยยิ้มเย็นเยียบที่เหมือนกับมัจจุราชปรากฏขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลา
“ก็กินยาคุมซะสิ” เขากระซิบเสียงต่ำ ลมหายใจร้อนรุ่มเป่ารดใบหน้า “หน้าที่ป้องกันเป็ของเธอ ไม่ใช่ของฉัน... แต่จำคำฉันไว้ให้ดีนะมินตรา”
เขาก้มลงมากระซิบชิดใบหูของเธอ น้ำเสียงเด็ดขาดและเืเย็นจนมินตราหนาวสะท้านไปถึงกระดูก
“ถ้าเธอพลาด... ปล่อยให้มีมารหัวขนเกิดมาประจานความสัมพันธ์ของเราล่ะก็ ฉันจะลากเธอไปเอาออกด้วยมือของฉันเอง”
สิ้นคำขู่อันโหดร้าย อาชวินก็กระแทกกระทั้นความปรารถนาเข้าหาเธอโดยไม่ให้ตั้งตัว มินตราร้องครางออกมาด้วยความเ็ปที่ผสมปนเปไปกับความซ่านสยิว น้ำตาแห่งความหวาดกลัวไหลทะลักออกมาไม่ขาดสาย
คำพูดของเขาดังก้องอยู่ในหัวซ้ำไปซ้ำมา... เขาเกลียดเธอ เกลียดจนไม่อยากให้สายเืของเขามาเกิดในท้องของเธอ เขาเห็นเธอเป็แค่ที่ระบายความใคร่ที่ไร้ค่า
ในค่ำคืนที่พายุอารมณ์โหมกระหน่ำ มินตราจำยอมตกเป็เบี้ยล่างของคนใจร้ายครั้งแล้วครั้งเล่า โดยไม่รู้เลยว่า ภายใต้คำขู่ที่โหดร้ายนั้น กงล้อแห่งโชคชะตากำลังหมุนไปสู่ความลับที่ยิ่งใหญ่ที่สุด... ความลับที่กำลังค่อยๆ ก่อตัวขึ้นในร่างกายของเธอเอง