บทที่ 30 ตอบแทนที่ช่วยชีวิต (รีไรท์)
“แกจะทำอะไร เหวินโหร่ว!”
“คิดว่าฉันจะทำอะไรพวกแกกันล่ะ คนต่ำต้อยแบบฉันจะทำอะไรพวกแกได้” คล้ายจะเป็นถ้อยคำที่เอ่ยออกไปอย่างประชดประชัน
ความกรุ่นโกรธที่อีกฝ่ายเหยียดหยามกันราวกับไม่ใช่คนยังคงสุมอยู่เต็มอก แม้จะถูกระบายออกไปบ้างแต่ก็เทียบไม่ติดกับความเจ็บช้ำทางจิตใจที่ถูกดูแคลน
“คนที่เอาแต่ดูถูก หยามเหยียดเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน พูดจาข่มให้คนอื่นตกต่ำ ปากแบบนี้มันน่าตีจนต้องไปนอนหยอดข้าวต้มที่โรงพยาบาลเสียจริง” ประโยคที่เอ่ยออกไปยิ่งปลุกกระตุ้นความใจเสาะขึ้นไปอีกเกือบเท่าตัว
สายตาที่จับจ้องไปยังต้าเหวินโหร่วในตอนนี้คล้ายสายตาที่กำลังหวาดกลัวปีศาจร้ายอย่างไรอย่างนั้น
“ยะ อย่าเข้ามา”
เหมือนจะเป็นประโยคร้องขอที่ช่างดูไร้ค่าเสียจริง
“ฟังภาษาคนไม่รู้เรื่องหรือไง ต้าเหวินโหร่ว” แม้จะเต็มไปด้วยความหวาดกลัวแต่ชายฉกรรจ์ก็ยังเอ่ยออกไปด้วยวาจาอวดดี
คนเช่นนี้จะอยู่ไปให้มันหนักแผ่นดินทำไม หากตายไปแผ่นดินอาจจะสูงขึ้นกว่านี้ก็เป็นได้ มือแกร่งที่เต็มไปด้วยเส้นเลือด ซ้ำยังกำไม้หน้าสามเอาไว้อย่างแน่นหนัด ง้างขึ้นสูงสุดมือหมายจะฟาดใส่คนที่นั่งกอดกันตัวกลม
ดวงตาลุกโชนไปด้วยเปลวไฟ ก้มลงมองชายฉกรรจ์ที่เขาหมายจะเอาชีวิตให้สาสมกับที่พวกมันดูแคลนเขามาเป็นเวลานับปี เพื่อสะสางความแค้นที่สั่งสมและช่วยเหลือหญิงสาวบุคคลอันเป็นที่รักในคราเดียวกัน
“เหวิน…โหร่ว” คล้ายเสียงแผ่วเบาที่ลอยมากับสายลมจนเจ้าของชื่อไม่อาจที่จะหยุดการกระทำ ในขณะที่ไม้หน้าสามเปื้อนเลือดสีแดงสดนั้น กำลังฟาดลงมา
“อึก ต้าเหวินโหร่ว” อีกเพียงไม่กี่เซนติเมตรเท่านั้นที่ไม้หน้าสามจะได้ฟาดลงไปบนใบหน้าช้ำเลือด แต่ทว่าทุกอย่างพลันหยุดชะงัก เมื่อต้าเหวินโหร่วจำได้ดีว่าน้ำเสียงที่เอ่ยเรียกชื่อของเขาในตอนนี้คือหลิวไป๋ฮวา
ตุบ
เสียงไม้หล่นลงกระทบพื้น ก่อนที่ชายหนุ่มจะหมุนตัวกลับไปหาร่างเล็กที่ตอนนี้กำลังมีสีหน้าที่ตื่นกลัวอย่างเห็นได้ชัด
ทุกการกระทำ และท่าทีของต้าเหวินโหร่วล้วนตกอยู่ในสายตาของหญิงสาวทั้งสิ้น ในขณะที่เจ้าของการกระทำเดินข้ามร่างแน่นิ่งนั้นไปอย่างไม่ไยดี และไม่สนใจแม้ว่าชายฉกรรจ์เลวทรามที่เหลือจะรีบลุกไปประคอง หอบหิ้วร่างกายของจางไฉ่หง
เลขาธิการพรรคหมู่บ้านแล้วพากันหลบหนีหายออกไป ทิ้งไว้เพียงคราบเลือดและฟันที่กระเด็นหลุดออกมาอยู่ตรงนั้น เพื่อตอกย้ำว่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านั้นมันย่ำแย่มากเพียงใด
…
“เป็นอย่างไรบ้างไป๋ฮวา บาดเจ็บตรงไหนหรือเปล่า” ต้าเหวินโหร่วเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง ในขณะที่หลิวไป๋ฮวามองชายหนุ่มตรงหน้าด้วยสายตาที่หวาดหวั่น เพราะภาพที่ต้าเหวินโหร่วทุบตีคนพวกนั้นอย่างบ้าคลั่งยังคงติดตาเธออยู่
อีกอย่างเธอเองก็ไม่รู้จะตอบต้าเหวินโหร่วอย่างไร เพราะเธอไม่ได้บาดเจ็บตรงไหนเลยแม้แต่น้อย ดวงตาคู่สวยทอดมองร่างกายของชายตรงหน้าด้วยสายตาเป็นห่วงเป็นใย
“ไม่ใช่เลือดผมหรอก” แม้ใบหน้าและร่างกายจะเต็มไปด้วยร่องรอยฟกช้ำและหยาดเลือดมากแค่ไหนก็ตาม แต่ทว่าเลือดที่เปรอะเปื้อนตามร่างกายไม่ใช่ของเขาเลยแม้แต่น้อย หญิงสาวที่ได้ยินเช่นนั้นก็รู้สึกโล่งใจอย่างน่าประหลาด
หลิวไป๋ฮวาพร่ำคิดเมื่อมีโอกาสได้ย้อนกลับมาเกิดใหม่อีกครั้ง เธอจึงตัดสินใจที่จะเปลี่ยนแปลงเรื่องราวในอดีตเพื่อลบล้างความผิดพลาด และเปลี่ยนแปลงเรื่องราวทั้งหมดที่เคยเกิดขึ้น
แต่เหมือนกับว่าความแค้นของเธอจะไม่ได้จางหายไปเสียทีเดียว เพราะคนที่เป็นต้นเหตุทำให้เธอได้พบพานกับเรื่องเลวร้ายพวกนั้นยังไม่ถูกกำจัด ความแค้นเคืองที่เธอมีต่อจ้าวหนิงเซี่ยเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ยิ่งเห็นวิธีการที่อีกฝ่ายวางแผนเพื่อทำร้ายเธออย่างแยบยลเช่นนี้ก็ยิ่งเพิ่มความคับแค้นภายในใจ
หลิวไป๋ฮวากำหมัดแน่นอย่างกรุ่นโกรธ เธอจะรอวันที่จ้าวหนิงเซี่ยพลั้งพลาด ถ้าถึงตอนนั้นเธอจะชำระแค้นอย่างสาสมแน่นอน
“ว่าอย่างไรไป๋ฮวา คุณไม่ได้บาดเจ็บตรงไหนใช่ไหม” ต้าเหวินโหร่วเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง ทำให้หลิวไป๋ฮวาได้สติกลับมาอีกครั้ง หญิงสาวส่ายหน้าไปมา ก่อนที่เธอจะจับตัวต้าเหวินโหร่วนั่งลงบนเก้าอี้ ทั้งยังเอ่ยออกคำสั่งเสียงเข้มเพราะเธอรู้ดีว่าต้าเหวินโหร่วนั้นดื้อแค่ไหน
“คุณนั่งรอฉันตรงนี้ก่อนนะเหวินโหร่ว เดี๋ยวฉันมา”
ต้าเหวินโหร่วมองแผ่นหลังเล็กที่เดินหายเข้าไปในห้องครัวด้วยสายตาที่งุนงง เพียงไม่นานหลิวไป๋ฮวาก็กลับออกมาพร้อมกับกล่องยา ผ้าขาวบาง และถังไม้เล้ก ๆ ที่ใส่น้ำเอาไว้เพียงเล็กน้อย เธอบรรจงวางของในมือลงบนโต๊ะ ก่อนจะหันกลับมามองร่างกายกำยำของต้าเหวินโหร่วอย่างตรวจตรา
“ฉันจะทำแผลให้” หลิวไป๋ฮวาเอ่ยออกไปด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาอย่างประหม่า ขณะที่ต้าเหวินโหร่วซึ่งได้ยินเช่นนั้นก็ยกยิ้มบางออกมา ทั้งยังเอ่ยปฏิเสธออกไปอย่างนอบน้อม
“ไม่เป็นไรหรอก เดี๋ยวผมกลับไปให้คุณหมอซ่งทำให้ก็ได้ คงไม่รบกวนคุณหรอก”
แม้น้ำเสียงที่เอ่ยออกมานั้นจะเป็นการปฏิเสธที่นุ่มนวลที่สุด หากแต่ก็ทำให้คนที่หวังดีหน้าเสียได้ไม่ใช่น้อย
“คุณ…ไม่อยากรบกวนฉัน หรือเพราะรังเกียจฉันกันแน่เหวินโหร่ว” ชายหนุ่มที่ก่อนหน้านี้หยักยิ้มด้วยความดีใจเพราะรู้สึกดีไม่น้อยที่หลิวไป๋ฮวาเป็นห่วงเขาเช่นนี้
ทว่าตอนนี้รอยยิ้มนั้นกลับจางหายไปครั้นที่หลิวไป๋ฮวาคิดไปไกลว่าการที่เขาปฏิเสธเธอเช่นนั้นเป็นเพราะความรังเกียจ
“ไม่ใช่ไป๋ฮวา ผมไม่ได้รังเกียจคุณเลยแม้แต่น้อย”
“งั้นเหรอ หรือคุณไม่ไว้ใจฉัน” หญิงสาวยังคงเอ่ยถาม แม้ต้าเหวินโหร่วจะปฏิเสธทุกอย่างที่เธอคิดแต่ความกังวลก็ไม่ได้จางหายเลย
“ไม่ใช่หรอก…”
“งั้นคุณก็บอกมาสิว่าทำไมถึงไม่ยอมให้ฉันทำแผลให้น่ะ! คุณก็พูดมาเลยสิว่าทำไมถึงไม่อยากให้ฉันดูแลเพื่อตอบแทนที่คุณช่วยชีวิตฉันน่ะ พูดออกมาเลยสิเหวินโหร่วว่าเป็นเพราะอะไร!” ต้าเหวินโหร่วชะงัก มองหลิวไป๋ฮวาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความตกใจ ครั้นที่เธอตะคอกถามเขาเสียงดัง
จนบรรยากาศภายในบ้านของหญิงสาวเงียบสงัดครั้นที่สิ้นประโยคนั้น และเหมือนเธอจะเริ่มรู้ตัว ว่าเมื่อครู่ตนได้เผลอแสดงท่าทีที่ไม่ดีออกไป
“ฉะ ฉันขอโทษ” เธอละล่ำละลัก ก้มหน้าก้มตาเอ่ยคำขอโทษออกมาไม่ขาดปาก จนไม่ได้เห็นว่าบนใบหน้าคมคายบัดนี้นั้นคลี่ยิ้มออกมาทั้งยังมองเธอด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความเอ็นดูมากเพียงใด
หลิวไป๋ฮวาในตอนนี้ไม่กล้าที่จะช้อนตาขึ้นมองอีกฝ่ายเลย ยิ่งเห็นว่าต้าเหวินโหร่วที่เงียบไปนานก็ยิ่งทำให้เธอประหม่า ผ้าขาวบางที่อยู่ในมือถูกวางลงบนโต๊ะไม้
“ถะ ถ้าอย่างนั้นคุณก็ให้คุณหมอซ่งทำแผลก็ได้” แต่ยังไม่ทันที่หลิวไป๋ฮวาจะได้เดินหนีออกไป มือแกร่งกลับคว้าข้อมือของเธอเอาไว้
“ถ้าต้องลากสังขารเช่นนี้เดินทางไปหาคุณหมอซ่งที่ท้ายหมู่บ้าน ผมก็เกรงว่าจะตายก่อนที่จะได้รักษาน่ะ ถ้าอย่างนั้นคุณพอจะช่วยทำแผลให้ผมได้ไหม”