บทที่9 : ห้ามตกหลุมรัก
แสงแดดยามเย็นเริ่มทอประกายสีส้มทองฉาบไล้ไปทั่วหุบเขา่เวลาที่ช่างภาพทั่วโลกต่างยกย่องว่าเป็ 'Golden Hour' หรือชั่วโมงทองคำที่ไม่ว่าจะถ่ายอะไรก็สวย ถ่ายหมายังดูแพง ถ่ายกองขยะยังดูอาร์ต
แต่สำหรับอัศวินและนับดาว... มันคือชั่วโมงแห่งการ 'วัดใจ'
หลังจากผิดใจกันไปพักใหญ่โดยที่นับดาวเป็ฝ่ายสะบัดสะบิ้งอัศวินจึงต้องเอาสัญญาเื่เงินสองล้านมาหลอกล่อแกมบังคับ สุดท้ายทั้งคู่ก็กลับมายืนประจันหน้ากันอีกครั้งที่ระเบียงไม้ไผ่ริมผา
บรรยากาศตอนนี้ช่างเป็ใจสุด ๆ ลมหนาวพัดเอื่อย ๆหอบเอากลิ่นดอกนางพญาเสือโคร่งจาง ๆ มาเตะจมูกแสงอาทิตย์อัสดงสาดส่องลงมากระทบผิวน้ำในโอ่งัจนเป็ประกายระยิบระยับ
"เอาล่ะ... "อัศวินกระแอมไอ ปรับโหมดจากครูฝึกจอมโหด มาเป็ผู้กำกับหนังรักโรแมนติก
"แสงกำลังสวย ผมไม่อยากพลาดช็อตนี้...เรามาเข้าสู่บทเรียนสุดท้ายของวันนี้กัน"
เขาวาง 'ไม้เกาหลัง' คู่ชีพลงบนโต๊ะม้าหินอ่อนข้าง ๆซึ่งยังคงอยู่ในระยะใกล้มือเผื่อมีเหตุฉุกเฉิน พลางกอดอกมองนับดาว
"บทเรียนที่ 3 สายตาคลั่งรัก"
นับดาวถอนหายใจเฮือกใหญ่
"ต้องทำตาหวานหยดย้อยเหมือนคนเมากัญชาอีกแล้วเหรอ? "
"ไม่ใช่เมากัญชา! เมาความรัก!" อัศวินแก้
"ฟังนะ... ดวงตาคือหน้าต่างของหัวใจ ต่อให้เราไม่ได้พูดอะไรแต่ถ้าสายตาของเราสื่อสารได้ คนดูก็จะเชื่อ... โจทย์คือ คุณต้องจ้องตาผม 10 วินาที ห้ามหลบตา ห้ามกะพริบตาถี่ๆ และห้ามทำหน้าเหมือนปวดอึ! "
"แค่จ้องเฉย ๆ เหรอ?"
"จ้องแบบมีความหมาย! "อัศวินย้ำ
"จินตนาการว่าผมคือสิ่งที่มีค่าที่สุดในชีวิตคุณ...คือผู้ชายที่คุณรักหมดหัวใจ คือโลกทั้งใบของคุณ...สื่อความรู้สึกนั้นออกมาผ่านสายตา เข้าใจไหม?"
นับดาวพยักหน้าส่ง ๆ
"เออ ๆ เข้าใจแล้ว จ้องก็จ้อง"
"ดี... งั้นเริ่ม"อัศวินขยับตัวเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด จนระยะห่างเหลือเพียงหนึ่ง่แขนซึ่งถือว่าใกล้มากสำหรับมาตรฐานของอัศวิน
"3... 2... 1... เริ่ม!"
วินาทีที่ 1...นับดาวเงยหน้าขึ้นสบตาอัศวิน เธอพยายามเบิกตาให้กว้างที่สุดเพื่อให้ดูหวาน แต่ผลที่ได้คือดูเหมือนเธอกำลังถลึงตาใส่เ้าหนี้
"ลดตาลงหน่อย! "อัศวินกระซิบดุโดยไม่ขยับปาก
"อย่าถลึงตา! ผ่อนคลายกล้ามเนื้อตาหน่อย!"
วินาทีที่ 3...นับดาวค่อย ๆ ผ่อนคลายเปลือกตาลงตามคำสั่ง เธอสูดหายใจเข้าลึก ๆพยายามจินตนาการตามที่อัศวินบอก สิ่งที่มีค่าที่สุดในชีวิต... ภาพในหัวของเธอไม่ใช่ใบหน้าของอัศวินแต่เป็ภาพ 'เงินปึกใหญ่' และ 'โฉนดที่ดิน' ที่กำลังลอยวิ้งวับอยู่รอบศีรษะเขา พอคิดได้แบบนั้นแววตาแข็งกร้าวของเธอก็เริ่มอ่อนลง กลายเป็แววตาที่เป็ประกายระยิบระยับ...ประกายแห่งความโลภที่ดูคล้ายความรักอย่างน่าประหลาด
วินาทีที่ 5...ลมูเาพัดมาวูบหนึ่งปอยผมสีน้ำตาลเข้มที่หลุดลุ่ยของนับดาวปลิวมาปรกใบหน้าอัศวินที่กำลังจ้องตาเธออยู่ เผลอไล่สายตามองตามเส้นผมนั้น แสงสีส้มทองของพระอาทิตย์ตกดินตกกระทบเสี้ยวหน้าด้านข้างของนับดาวพอดิบพอดีทำให้ผิวสีน้ำผึ้งเนียนละเอียดของเธอดูเปล่งประกายขึ้นมา
จู่ ๆ อัศวินก็ชะงัก... เขาเพิ่งสังเกตเห็นอะไรบางอย่างที่เขาเคยมองข้ามไปเพราะอคติภายใต้คราบฝุ่นและความมอมแมมนั้น... ผู้หญิงคนนี้มีเครื่องหน้าที่คมชัดมากคิ้วดกดำเรียงตัวสวยโดยไม่ต้องเขียน จมูกรั้นนิด ๆ ที่ดูดื้อรั้นเหมือนนิสัยและริมฝีปากอิ่มสีระเรื่อที่เป็สีธรรมชาติจริง ๆ ไม่ใช่สีลิปสติก Dior เบอร์ 999 ที่เขาคุ้นเคย
ยัยนี่... ถ้าจับมาล้างหน้าล้างตาดี ๆ...ก็สวยเหมือนกันนี่หว่าความคิดประหลาดผุดขึ้นมาในหัวของซูเปอร์สตาร์หนุ่ม
วินาทีที่ 7...นับดาวเองก็เริ่มรู้สึกแปลก ๆ ปกติเธอจะเห็นอัศวินผ่านฟิลเตอร์ความ 'หมั่นไส้' เสมอ เห็นเขาเป็ผู้ชายขี้เก๊ก ปากจัดเื่มาก แต่ ณ วินาทีนี้ที่เขาเงียบเสียงลงและจ้องมองมาที่เธอด้วยแววตานิ่งสงบ... เธอเห็นเงาสะท้อนของตัวเองในดวงตาสีดำสนิทคู่นั้นดวงตาของเขา... สวยมาก มันมีประกายบางอย่างที่ดูเศร้าลึก ๆแต่ก็อบอุ่นเหมือนกาแฟยามเช้า ขนตายาวงอนขนาดที่ผู้หญิงยังต้องอิจฉา
ทำไม... ทำไมหัวใจต้องเต้นแรงขนาดนี้นะ?นับดาวถามตัวเองในใจ มือที่กำชายเสื้อเริ่มชื้นเหงื่อ
วินาทีที่ 9...โลกทั้งใบราวกับหยุดหมุน เสียงนกร้องเงียบหายไปเสียงลมพัดใบไผ่กลายเป็ดนตรีประกอบฉากรัก ระยะห่างระหว่างทั้งสองคนดูเหมือนจะหดสั้นลงเรื่อยๆ โดยที่ไม่มีใครขยับตัว อัศวินเผลอโน้มหน้าลงมาเล็กน้อย... นิดเดียวเท่านั้น ราวกับมีแรงดึงดูดที่มองไม่เห็นนับดาวลืมเื่เงินสองล้าน หรือโฉนดที่ดินไปหมดสิ้น ในหัวขาวโพลนเหลือเพียงภาพใบหน้าหล่อเหลาตรงหน้าที่กำลังใกล้เข้ามา
ตึกตัก... ตึกตัก... ตึกตัก... เสียงหัวใจใครบางคนดังโครมครามจนแทบทะลุออกมานอกอก
วินาทีที่ 10...
"เฮ้ย!!! "
อัศวินร้องลั่นเหมือนเหยียบโดนตะปูเขาดีดตัวะโถอยหลังออกไปสามเมตรด้วยความเร็วแสง ชนเก้าอี้ม้าหินอ่อนจนเกือบล้ม
นับดาวสะดุ้งเฮือกหลุดออกจากภวังค์ทันที ใบหน้าเหวอเหมือนคนเพิ่งตื่นจากฝัน
"อะ... อะไร!อะไรของคุณเนี่ย! " นับดาวโวยวาย หัวใจยังเต้นรัวเร็วไม่หยุด
"ผีหลอกเหรอ! "
"คุณ! คุณนั่นแหละ! "อัศวินชี้หน้าเธอ นิ้วสั่นพั่บ ๆ ใบหน้าแดงเถือกไปจนถึงใบหู
"คุณทำอะไรกับตาผม! คุณเล่นของใส่ผมใช่ไหม!ทำไม... ทำไมผมถึงรู้สึก... รู้สึกขนลุกแบบนี้! "
"ขนลุกบ้าอะไร!ฉันก็แค่จ้องตาตามที่คุณสั่ง! " นับดาวะโแก้เขิน ใบหน้าของเธอก็แดงไม่แพ้กัน
"ใครเล่นของกัน! มีแต่คุณนั่นแหละจ้องเหมือนกับจะกินหัวฉันอยู่แล้ว! "
"ผมไม่ได้จะกินหัว! ผมแค่...แค่ตรวจเช็กรูขุมขนบนหน้าคุณต่างหาก! " อัศวินแถจนสีข้างถลอกปอกเปิกเขาคว้าไม้เกาหลังขึ้นมาถือไว้เหมือนอาวุธป้องกันตัว
"กฎข้อที่ 3! " อัศวินะโลั่น
"จำได้ไหม! ห้าม-ตก-หลุม-รัก-ผม-เด็ด-ขาด! "
"โอ๊ย! ใครเขารักคุณกัน!คนหลงตัวเอง! "
"เมื่อกี้!สายตาเมื่อกี้มันไม่ใช่การแสดง! " อัศวินพูดจับผิดเสียงสั่น
"มันมีความเรียล! มันมีความวูบวาบ!คุณกำลังเคลิ้มใช่ไหม! ยอมรับมาซะดี ๆ ยัยชาวดอย! "
"บ้า! บ้าไปกันใหญ่แล้ว!" นับดาวกระทืบเท้า
"ฉันแค่ตาลาย! แดดมันแยงตา!ใครจะไปเคลิ้มกับคนปากปีจอแบบคุณ! "
"ระวังตัวไว้เถอะ! "อัศวินชี้ไม้เกาหลังมาที่หน้าเธอ
"ถ้าผมจับได้ว่าคุณแอบใจเต้นกับผมแม้แต่ครั้งเดียวนะ...ปรับสองเท่า! สี่ล้านบาท! จำไว้! "
พูดจบ อัศวินก็ทิ้งไม้เกาหลังลงพื้นแล้วหมุนตัวเดินจ้ำอ้าวกลับไปที่เรือนชมจันทร์ทันทีท่าทางการเดินดูรีบร้อนและเสียทรงเล็กน้อย เหมือนคนกำลังหนีความผิด
ปัง! เสียงประตูปิดลงอย่างแรง
นับดาวยืนคว้างอยู่บนระเบียงเพียงลำพังท่ามกลางแสงสุดท้ายของวันที่กำลังลับขอบฟ้า เธอยกมือขึ้นทาบหน้าอกข้างซ้าย...
ตึกตัก... ตึกตัก...
มันยังเต้นแรงอยู่เลย... เต้นแรงจนน่าโมโห
"บ้าจริง... "นับดาวเม้มริมฝีปากแน่น ทั้งยังแอบเบะปากไปทางประตูห้องของอัศวิน
"ใครเขาจะไปชอบคนแบบนั้น...หลงตัวเอง เื่มาก ปากเสีย... "
เธอสะบัดหน้า พยายามปัดความรู้สึกแปลก ๆที่ก่อตัวขึ้นในใจออกไป
"หิวข้าว! ใช่!ต้องเป็เพราะหิวข้าวแน่ ๆ เลยใจสั่น! " นับดาวสรุปกับตัวเองก่อนจะเดินกระแทกเท้าเข้าครัวไปหาอะไรกินดับความฟุ้งซ่าน
...
ภายในเรือนชมจันทร์
อัศวินนั่งหอบหายใจอยู่บนเตียงนุ่นแข็ง ๆ หลังพิงกำแพงไม้ไผ่มือข้างขวากุมหน้าอกตัวเองไว้แน่น
"เป็บ้าอะไรวะเนี่ย..." เขาพึมพำกับตัวเองในความมืด
หัวใจของซูเปอร์สตาร์ผู้ผ่านร้อนผ่านหนาวผ่านนางเอกสวยระดับประเทศมานับไม่ถ้วน... กำลังเต้นแรงราวกับกลองเพลเพียงเพราะจ้องตากับ 'ยัยชาวดอยหน้ามอม'แค่สิบวินาทีเนี่ยนะ?
"ไม่จริง... เป็ไปไม่ได้..." อัศวินส่ายหัวดิก
"ต้องเป็เพราะกาแฟโบราณเมื่อเช้าแน่ ๆคาเฟอีนมันดีด! หรือไม่ก็... โรคความดัน! หรือโรคหัวใจ! "
เขาพยายามหาเหตุผลร้อยแปดมาอธิบายอาการประหลาดนี้แต่ภาพดวงตากลมโตสีน้ำตาลเข้มที่สะท้อนแสงแดดอุ่น ๆ คู่นั้น ยังคงติดตรึงอยู่ในความทรงจำไม่ยอมจางหายไป
"ยัยแม่มด... "อัศวินกัดฟัน
"ยัยนั่นต้องมีน้ำมันพรายแน่ ๆ...ต้องระวังตัวให้มากกว่านี้แล้วไอ้วิน ไม้เกาหลังเอาไม่อยู่แล้ว...พรุ่งนี้ต้องหาไม้หน้าสามมาป้องกันตัว! "
ซูเปอร์สตาร์หนุ่มล้มตัวลงนอน คลุมโปงหนีความจริงแต่ในความมืดมิดใต้ผ้าห่ม... เขากลับเผลอยิ้มมุมปากออกมาโดยไม่รู้ตัว
าประสาทเพิ่งจะเริ่ม... แต่าหัวใจดูเหมือนจะเปิดฉากขึ้นเงียบ ๆ ท่ามกลางแสงสีทองของยามเย็นเสียแล้ว
นิยายเรื่องนี้มี E-book แล้วนะคะสำหรับใครที่ไม่อยากรออ่านรายตอนสามารถสั่งซื้อได้ผ่าน Meb เพื่อรับชมความตลกโปกฮาได้ก่อนใครลดราคา 25% ถึงวันที่ 15 ก.พ. 69 ค่ะ