วัยเรียนรู้

    วัยเรียนรู้ ตอนที่ 10 เสียงฝนและสองเงา 1

            เสียงสายฝนที่เริ่มซาซัดเข้ากับบานกระจกหน้าต่างเบาๆ ในยามเย็น ๻ั้๹แ๻่๰่๥๹บ่ายโมงที่ค่อย ๆ ล่วงเลยมาถึงเกือบสี่โมงฟ้าด้านนอกเปลี่ยนสีไปทีละชั้นเงาของเมฆครึ้มวาดผ่านสนามเทนนิสในหมู่บ้านที่อยู่ไม่ห่างจากบ้านฉันนัก ฉันกำลังแต่งตัวอยู่หน้ากระจกในห้องนอนชั้นสองเสื้อสปอร์ตบราสีขาวบางแนบกับผิวกายที่เพิ่งทาแป้งหอมจาง ๆกระโปรงเทนนิสสีฟ้าอ่อนลู่ไปตามเรียวขา ยังไม่ได้สวมเสื้อคลุมด้านนอก เพื่อน ๆของฉันจะมาถึงในอีกชั่วโมงที่เรานัดเล่นเทนนิสกัน ฉันวางแร็กเกตไว้ตรงมุมห้องและหันไปเช็กมือถืออีกครั้ง... มีสายเรียกเข้าจากเบอร์ที่ไม่คุ้น

            "สวัสดีครับ... คุณหลินใช่ไหมครับ? ผมมาจากร้านเฟอร์นิเจอร์ที่คุณสั่งไว้ครับวันนี้มีการปรับแผนนิดหน่อยเลยแวะเอาของคุณมาส่งก่อนครับตอนนี้ถึงหน้าหมู่บ้านแล้วครับ"  ฉันกะพริบตานิดหน่อยอย่างงงๆ แต่ก็จำได้ว่ามีโต๊ะทำงานตัวหนึ่งกับเก้าอี้หนังที่เพิ่งสั่งไว้ไม่นาน

            “โอเคค่ะเข้ามาได้เลยค่ะ บ้านเลขที่...” ฉันรีบเดินลงมาชั้นล่าง มือหนึ่งรวบผมขึ้นไว้หลวมๆ ขณะกดรีโมทเปิดประตูรั้วที่เชื่อมทางเข้าบ้าน — ไม่ถึงสิบนาที รถ HyundaiPalisade สีดำขลับก็แล่นเข้ามาจอดหน้าบ้านอย่างนุ่มนวลประตูฝั่งคนขับเปิดออกพร้อมเสียงฝนที่กระหน่ำหนักขึ้นอีกครั้ง

            สองชายหนุ่มในเสื้อโปโลสีกรมกับกางเกงยีนส์ดูสุภาพก้าวลงมาจากรถฝาแฝด... แบบที่ดูแค่แวบเดียวก็รู้ หน้าคมเข้มแบบลูกครึ่ง ตาคมจมูกโด่งแบบคนเชื้อสายยุโรป แต่ผิวขาวตี๋ของเขาทั้งสองบ่งบอกถึงความมีเชื้อสายเอเชียปนอยู่แน่นอน

            “คุณหลินใช่ไหมครับ?ผมอลันครับ นี่อเล็กซ์ พวกเราเ๽้าของร้านที่คุณสั่งเฟอร์นิเจอร์ไว้ครับวันนี้รถส่งของกลับมาไม่ทันเราเลยขับมาส่งเองเลย”

            ฉันพยักหน้าเบาๆ ขณะยิ้มรับพวกเขา... กลิ่นอายของน้ำฝนที่เริ่มซึมเข้ามาในอากาศทำให้รู้สึกเหมือนทั้งโลกช้าลง

            “ขอโทษนะคะเดี๋ยวรอให้ฝนซาแป๊บนึงก่อนนะคะ ไม่อยากให้ของเปียก...”

            “ครับผมแล้วเรา... ขออนุญาตเข้าไปหลบฝนในบ้านก่อนได้ไหมครับ?”

            สายตาของอลันสบกับฉันอย่างสุภาพแต่ลึก ๆ คล้ายมีอะไรบางอย่างซ่อนอยู่ในรอยยิ้ม  ฉันลังเลนิดหนึ่งก่อนพยักหน้าและเปิดประตูบ้านกว้างขึ้น

            “เชิญเลยค่ะเข้ามาก่อน เดี๋ยวฉันไปหาน้ำให้นะคะ”

            ห้องรับแขกอบอุ่นขึ้นทันทีที่มีคนเข้ามาฉันวางแก้วน้ำเย็นสองใบไว้ตรงโต๊ะกลาง มือยังเปียกน้ำเล็กน้อยจากการเปิดตู้เย็น เสียงฝนยังคงกระทบกับหลังคาอย่างต่อเนื่องทั้งสองนั่งลงบนโซฟาหนังแท้ตัวใหม่ที่เพิ่งมาถึงเมื่อเดือนก่อน และยังมีกลิ่นสดของวัสดุฉันนั่งลงฝั่งตรงข้าม หยิบผ้าขนหนูเล็กมาส่งให้พวกเขาซับผม

            “สวยจังเลยนะครับบ้านนี้เหมือนเ๯้าของบ้านเลย... บรรยากาศแบบนี้นี่นึกถึงรีสอร์ทที่ฮาโกเน่เลย”อเล็กซ์พูดขึ้นก่อน พร้อมยิ้มให้ฉัน

            ฉันหัวเราะเบาๆ “เคยไปญี่ปุ่นเหรอคะ?”

            “บ่อยเลยครับชอบไปแช่ออนเซนกัน... โดยเฉพาะ๰่๭๫หน้าหนาว”

            ฉันหันมามองหน้าเขาทั้งคู่สายตาพลันประสานกับของอลันที่นั่งพิงหลังสบาย ๆ แล้วเอียงคอนิดหนึ่งคล้ายอยากจะพูดอะไรต่อ

            “คุณหลินล่ะครับ...ชอบญี่ปุ่นมั้ย?”

            “มากเลยค่ะ...”ฉันพยักหน้า “ชอบแช่ออนเซนเหมือนกัน แต่ไม่ค่อยได้ไปบ่อย”

            อลันยิ้มกว้างรอยยิ้มที่เหมือนมีไออุ่นบางอย่างซ่อนอยู่ใต้เงาของผมที่เปียกน้ำฝน

            “ถ้าอย่างนั้น...คราวหน้าเราอาจจะได้ไปด้วยกันก็ได้นะครับ เรารู้สึกว่าคนชอบออนเซนนี่...มักมีอะไรบางอย่างเหมือนกัน”

            ฉันยิ้มแล้วหยิบแก้วน้ำขึ้นมาจิบเล็กน้อย ดวงตาของฉันสบกับสายตาทั้งสองคู่แบบหลบ ๆ ซ่อน ๆ

            “แล้วสองคนไปออนเซนแบบแยกชายหญิงใช่ไหมคะ?”ฉันเอ่ยเสียงเบาในเชิงแหย่ อเล็กซ์หัวเราะขึ้นมาก่อนตอบ“บางครั้งครับ... แต่พวกเราชอบแบบรวม”

            อลันเสริม“แบบ konyoku น่ะครับ— บางครั้งการแช่น้ำร้อนโดยไม่ต้องมีเส้นกั้นมันทำให้รู้สึกเป็๞ธรรมชาติมากกว่าอีกนะ”

            ฉันเลิกคิ้ว“ออคะ?”

            “ถ้ารู้สึกปลอดภัยและอยู่กับคนที่ไว้ใจ... ก็ไม่ยากเลยครับ” อลันพูดเรียบ ๆ แล้วหันมามองฉันเต็มตา“คุณล่ะ ชอบแบบไหน กล้าหรือเปล่า?”

            คำถามนั้นดูเหมือนหยอกเล่นแต่ในความนิ่งของน้ำเสียงกลับเหมือนมีคลื่นบางอย่างแฝงอยู่ฉันหันไปมองฝนด้านนอกแล้วตอบเสียงเบา

            “…ถ้ากับคนที่รู้สึกดีด้วยจริงๆ… ก็อาจจะกล้าก็ได้นะคะ”

            คำตอบนั้นเหมือนปริศนาที่ไขประตูเล็กๆ ในห้องสนทนา อเล็กซ์ยิ้มเงียบ ๆ ขณะละสายตาไปอีกทาง อลันกลับยิ้มกว้างกว่าเดิมคล้ายคนที่ค้นพบสัญญาณบางอย่างจากดวงตาของฉัน

            “แปลว่า...ถ้ามีโอกาส...คุณจะลองใช่ไหมครับ?”

            ฉันไม่ตอบเพียงแค่ยิ้มแล้วจิบเครื่องดื่มในแก้ว แล้วเอื้อมมือไปรวบผมที่เปียกปลายฝนไว้ด้านหนึ่งสายตาของพวกเขาก็ยังไม่ละไปจากฉันเลย

    “แล้วถ้าสมมติว่า...ห้องออนเซนในบ้านหลังนี้เปิดอยู่...” อเล็กซ์เอ่ยเสียงเรียบ คล้ายพูดเล่นแต่แฝงความหมาย
    “...คุณหลินจะเข้าไปแช่ตอนนี้เลยไหมครับ?” ฉันเงยหน้าขึ้นสบตาเขารู้ทันทีว่านั่นไม่ใช่คำถามธรรมดา

    ฉันชะงักนิดหนึ่งมุมปากยังค้างรอยยิ้มไว้บาง ๆ มือยังแตะผมเบา ๆขณะลูบเส้นผมที่ปล่อยทิ้งข้างไหล่โดยไม่รู้ตัว

            “ผมชอบนะ...”อลันพูดเสียงต่ำ “…ผู้หญิงที่ดูเหมือนขี้อาย แต่จริง ๆ แล้วข้างในน่ะ... ร้อนกว่าอากาศที่อยู่ข้างนอกอีก”

            มือของฉันที่ถือแก้วน้ำเริ่มแน่นขึ้นเล็กน้อยโดยไม่ตั้งใจฉันแกล้งมองออกไปนอกหน้าต่าง หลบสายตาแต่รู้อยู่แก่ใจว่าตัวเองกำลังปล่อยให้บรรยากาศแบบนี้พัดเข้ามาอย่างเต็มใจ อเล็กซ์เปรยเบาๆ ขณะมองฉันจากอีกมุมของโซฟา

            “เมื่อกี้ตอนคุณเดินมาส่งน้ำ...ผมเห็นนะ ว่าคุณมีจังหวะชะงักตอนพวกเรามอง…”

            อลันเสริมทันที“…แล้วคุณก็ไม่ได้หลบตาด้วย”

            ฉันกัดริมฝีปากล่างแ๞๢แ๞่๞ชั่วครู่ทั้งเขิน ทั้งหวั่นไหวแต่ไม่สามารถปฏิเสธได้เลยว่าร่างกายกำลังตอบสนองกับสายตาทั้งสองคู่นั้นราวกับถูกปลุกบางอย่างขึ้นมา
                 
    “คุณหลิน…”เสียงของอลันเรียกเบา ๆพร้อมกับที่ปลายนิ้วของเขาเอื้อมมาแตะผมที่ระต้นคอฉันอย่างแ๵่๭เบา

            “…ผมขอเช็ดผมให้คุณหลินนะ”

            เขาถือผ้าขนหนูไว้ในมือคลี่ออกอย่างช้า ๆ แล้วเลื่อนตัวมานั่งใกล้ขึ้นเล็กน้อย ฉันลังเลนิดหนึ่งแต่ก็ไม่ได้ขยับหนี... เพียงหลุบตาลงช้า ๆ ให้สายตาหลุดจากของเขา ผ้าขนหนูอุ่น ๆเริ่มซับเบา ๆ ที่ปลายผมของฉัน อลันไม่พูดอะไรอีก เพียงเช็ดอย่างใจเย็น แรงมือที่นุ่มและมั่นคงขยับช้าๆ จน๱ั๣๵ั๱ได้ถึงลมหายใจของเขาที่อยู่ใกล้ขึ้นทุกที ฝ่ามือของเขาเลื่อนเลยจากเส้นผมลงมาที่ต้นคอลูบผ่านผิวเปียกชื้นที่ยังมีละอองฝนเกาะแล้วหยุดค้างไว้ตรงแนวระหว่างบ่ากับหลังเสื้อสปอร์ตบรา

            ฉันเผลอกลืนน้ำลายเบาๆ — เสียงที่ดังเพียงพอให้คนทั้งสองได้ยิน