ในมิติห้วงนภานั้นหาใช่ที่ราบกว้างใหญ่ไร้ซึ่งขอบเขต หากแต่มีเทือกเขาและภูเขาอยู่มากมาย
ภูมิประเทศในโลกภายนอกนั้นคล้ายคลึงกับที่นี่มาก
“มิติห้วงนภานี่ดูเหมือนโลกภายนอกเลยนะ! ยากที่จะบอกได้ว่ามันเป็นห้วงมิติขนาดเล็ก ช่างน่าทึ่งจริง ๆ!”
เมื่อได้เห็นห้วงมิติแห่งนี้ หลงเฉินก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกทึ่ง ทั้งขนาดอันมหึมาและความลึกลับของโลกใบนี้ช่างไกลเกินความคาดหมายของเขามากนัก
“ถูกแล้ว อย่างไรก็ตามเมื่อเจ้าไปถึงสุดขอบของห้วงมิติขนาดเล็กแห่งนี้ เจ้าก็จะได้เห็นกำแพงของห้วงมิติในขณะที่โลกภายนอกนั้นไม่มีใครสามารถบอกได้เลยว่ากำแพงของมันอยู่ที่ใด”
หลงเฉินตระหนักได้ว่า ‘กำแพง’ ที่ว่านั้นคงห่างไกลเกินกว่าที่เขาจะจินตนาการได้
เวลานี้เขาเข้ามาในหุบเขาแห่งหนึ่งที่เกิดจากก้อนหินรูปร่างประหลาดมากมาย หลงเฉินเดินไปข้างหน้าด้วยความระมัดระวังและในที่สุดก็พบสถานที่ที่เขาสามารถซ่อนตัวได้
มันเป็นรอยแยกที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ หลังจากขยับหินก้อนใหญ่สองสามก้อนออกไปหลงเฉิน ก็เข้าไปในรอยแยกและใช้ก้อนหินก้อนใหญ่ก้อนหนึ่งมาปิดทับเอาไว้
“ข้ากลายเป็นหนูไปแล้วสินะที่ซ่อนอยู่ในที่เช่นนี้!”
หลงเฉินรู้สึกเคร่งเครียดเล็กน้อยที่เขาต้องซ่อนตัวแต่ในเมื่อทุกคนข้างนอกกำลังตามหากระบี่แก้วสิขร เห็นได้ชัดว่าพวกเขาจะต้องเสาะหาไปทั่วทุกที และหากหลงเฉินต้องการจะดูดกลืนผลึกแก้วเพลิงอัสนีชิ้นที่สิบ เขาจำเป็นจะต้องอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เงียบเชียบที่สุด
หากมีใครเข้ามารบกวนหรือบังเอิญเจอเข้ากับเฟิงอู่เทียน ชีวิตของเขาคงถึงจุดสิ้นสุดอย่างแน่นอน
“หลงเฉินเจ้าต้องการจะผสานผลึกแก้วเพลิงอัสนีชิ้นที่สิบจริงๆ หรือ?”
เมื่อคิดว่าหลงเฉินอาจจะทนไม่ไหว หลิงซีจึงรู้สึกเป็นกังวลอย่างมาก
อย่างไรก็ตาม ขณะที่นางพูดนั้นหลงเฉินก็ใช้วิชา [แปลงร่างวิญญาณมังกร] แล้วและในตอนนี้เขาก็อยู่ในสภาวะที่แข็งแกร่งที่สุด จากนั้นเขาก็นั่งขัดสมาธิและนำผลึกแก้วเพลิงอัสนีชิ้นที่สิบออกมาจากถุงมิติ
ขณะที่เขามองผลึกแก้วเพลิงอัสนีอยู่นั้น แววตาของหลงเฉินแสดงถึงความแน่วแน่
“อย่าห่วงไปเลยข้ารู้ขีดจำกัดของตัวเองดี และหากข้าไม่สามารถรับมือกับมันได้ข้าจะยังเป็นหลงเฉินอยู่ได้อย่างไรล่ะ? นอกจากนี้เมื่อครู่ข้าก็ทำเรื่องร้ายกาจไปมาก พวกนั้นคงต้องอยากกำจัดข้ามากกว่าเดิมและหากข้าทำไม่สำเร็จละก็ ข้าคงต้องตายอย่างน่าสมเพชแน่ ๆ”
เมื่อนางเห็นว่าไม่สามารถโน้มน้าวเขาได้ หลิงซีจึงทำได้เพียงถอนหายใจ
“ระวังตัวด้วยล่ะ”
หากหลงเฉินทนไม่ไหวขึ้นมา นางจำต้องคิดหาทางช่วยเขาให้ได้
หลงเฉินมองผลึกแก้วเพลิงอัสนีในมือ เขายิ้มเล็กน้อยและรีบดูดกลืนมันเข้าไปในร่างโดยไม่ลังเล
ขณะที่มันเข้าไปในร่างของเขา ผลึกแก้วก็แปรเปลี่ยนเป็นกระแสสายฟ้าและเปลวเพลิงและผสานเข้ากับพลังเปลวเพลิงและสายฟ้าในจุดตันเถียนของเขา พวกมันผสานเข้าด้วยกันและทำให้เกิดการระเบิดอย่างรุนแรง!
‘พลังของผลึกแก้วเพลิงอัสนีช่างน่าสะพรึงกลัวจริงๆ!’
นี่เป็นเพียงแค่เริ่มต้นเท่านั้น ทว่าหลงเฉินกลับรู้สึกตกใจที่สัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดสั้นๆ เป็นระยะ จากบริเวณเล็ก ๆ จนขยายกว้างขึ้นและกลืนกินร่างกายของเขา แม้จะแปลงร่างแล้วหลงเฉินก็ยังรู้สึกว่ามันยากเกินรับไหว!
เขาสัมผัสได้ว่าพลังนี้ทำลายองค์ประกอบของร่างกายของเขาอยู่ตลอดเวลาการทำลายล้างในระดับนี้เกินกว่าอัตราที่เขาสามารถฟื้นฟูขึ้นใหม่ได้ และในเวลาไม่นานหลงเฉินก็รู้สึกถึงความเจ็บปวดที่รุนแรงยิ่งกว่าที่เขาสัมผัสได้จากผลึกแก้วชิ้นที่เก้าความเจ็บปวดนั้นฉีกทึ้งไปทั่วทุกอณูของร่างกายและราวกับมีใบมีดเล็ก ๆแฝงเร้นอยู่ทั่วทั้งตัวและกำลังบิดไปมาอย่างรุนแรง
การบิดตัวนั้นมากพอที่จะทำให้คนเสียสติได้เลยทีเดียว เวลานั้นหลิงซีเห็นเลือดไหลออกมาจากมุมปากของหลงเฉิน แต่ถึงกระนั้นเขาก็ยังกัดฟันทน
กระแสสายฟ้าและเปลวเพลิงบิดตัวอยู่ภายในร่างของหลงเฉินระลอกแล้วระลอกเล่า แม้แต่เกล็ดมังกรของเขาก็ได้รับความเสียหายในระดับหนึ่ง
“ขืนเป็นเช่นนี้ ไม่ว่าเขาจะอดทนได้มากแค่ไหนก็คงหนีไม่พ้นความตายไปได้ ข้าจะทำอย่างไรดี?”
หลิงซีกำลังคลุ้มคลั่งด้วยความเป็นกังวล
เมื่อตระหนักถึงสถานการณ์ในตอนนี้ หลงเฉินอดทนต่อความทุกข์ทรมานจากพลังทำลายล้างของผลึกแก้วและพยายามคิดหาทาง
‘ร่างกายของข้าได้รับความเสียหายอย่างหนัก ด้วยการบ่มเพาะและการเผาไหม้ของสายฟ้าและเปลวเพลิง มันอาจจะมากเกินกว่าที่ร่างกายของข้าจะรับได้!’
เมื่อคิดได้เช่นนั้น จู่ ๆหลงเฉินก็มีความคิดบรรเจิดปรากฏขึ้นมา
‘[กายาย้อนกลับ]มีผลต่อการฟื้นฟูที่ยอดเยี่ยมสำหรับการบาดเจ็บเล็ก ๆ น้อยๆ ในร่างกาย!ข้าน่าจะลองทดสอบประสิทธิภาพของมันที่นี่!’
เมื่อคิดได้เช่นนี้ หลงเฉินก็เริ่มใช้เคล็ดวิชา[กายาย้อนกลับ] มันคือทักษะยุทธ์ระดับลึกล้ำขั้นกลาง ต่อให้เขาได้รับบาดเจ็บสาหัส หลงเฉินก็สามารถใช้เคล็ดวิชานี้เยียวยาตนเองได้
ความอบอุ่นเริ่มแผ่ซ่านไปมาระหว่างเปลวเพลิงและสายฟ้าในร่างกายของหลงเฉิน ไม่ว่ามันจะโคจรไปที่ใดมัดกล้ามและเนื้อหนังของเขาก็ดูราวกับจะได้รับการเยียวยาและค่อย ๆ ฟื้นตัวอย่างช้าๆ
“มันได้ผลจริง ๆ ด้วย!”
หลงเฉินรู้สึกเบิกบานใจและรีบเพิ่มพลังให้กับเคล็ดวิชานี้อย่างรวดเร็ว ความร้อนหลั่งไหลเข้าไปในร่างของเขา บริเวณที่ถูกทำลายโดยสายฟ้าและเปลวเพลิงและไม่สามารถฟื้นตัวได้ด้วยร่างกายของตนเองกลับได้รับเยียวยาด้วยผลจาก[กายาย้อนกลับ]
สิ่งนี้ทำให้เนื้อหนังที่ฟื้นฟูขึ้นใหม่และถูกเผาไหม้มีความทนทานยิ่งขึ้น
เมื่อเริ่มผสานผลึกแก้วเพลิงอัสนีชิ้นที่สิบ หลงเฉินก็มีสภาพที่น่าสังเวชนัก อย่างไรก็ตาม หลังจากเวลาชั่วครู่ผ่านไป หลิงซีก็เห็นว่าสีผิวของเขาค่อยๆ กลับมามีเลือดฝาดมากขึ้น
“น... นี่มันคลื่นพลังของ [กายาย้อนกลับ]”
หลิงซีนึกขึ้นได้ว่าเคล็ดวิชา [กายาย้อนกลับ]น่าจะมีประโยชน์ในการช่วยลดความเจ็บปวดให้กับหลงเฉิน
หากเขากินสมุนไพรวิญญาณเข้าไป เขาจำต้องย่อยสลายสมุนไพรนั้นก่อนที่จะใช้ประโยชน์จากพลังของมัน ในตอนนี้พลังปราณของหลงเฉินจดจ่ออยู่กับการต้านทานพลังของสายฟ้าและเปลวเพลิง จะเป็นไปได้อย่างไรหากเขาจะแบ่งสมาธิมาย่อยสลายสมุนไพรเหล่านั้น?
อย่างไรก็ตาม [กายาย้อนกลับ] อยู่ในร่างกายของหลงเฉินอยู่แล้ว เพียงแค่ใช้ความคิดเขาก็สามารถใช้ประโยชน์จากมันได้ทันที
นี่คือความน่าอัศจรรย์ของเคล็ดวิชาบัญญัติชีวา มันทั้งรวดเร็ว สะดวกและมีประสิทธิภาพอย่างมาก ที่สำคัญที่สุดก็คือมันมีไร้ซึ่งขีดจำกัดและไม่ต้องเสียเงินเสียทองเลยสักแดง
“ตาคนนี้โชคดีชะมัด”
หากไม่ใช่เพราะ [กายาย้อนกลับ]หลิงซีก็ไม่รู้ว่าจะช่วยหลงเฉินให้ผ่านพ้นสภาวะนี้ไปได้อย่างไร ตอนนี้สถานการณ์ดีขึ้นมาบ้างแล้วหลิงซีจึงรู้สึกโล่งใจขึ้นเล็กน้อย
เมื่อมี [กายาย้อนกลับ] หลงเฉินจึงสามารถทนต่อไปได้ อย่างไรก็ตามการที่ต้องทนอยู่ในสภาพเช่นนี้ห้าถึงหกวันนั้นเป็นเรื่องที่หนักหนาสาหัสอย่างมาก และด้วยสถานการณ์ของเขาก็เรียกได้ว่าไม่ใช่เรื่องที่ดีเลยสักนิด
นอกจากนี้ การที่เขาใช้พลังของ [กายาย้อนกลับ] ทำให้สิ้นเปลืองปราณมังกรและช่วงเวลาที่พลังปราณมังกรลดลงก็เป็นโอกาสให้เปลวไฟและสายฟ้านั้นได้เปรียบ หลงเฉินมีความเฉียบแหลมและคาดการณ์ถึงปัญหานี้เอาไว้แล้ว ขณะที่พลังปราณมังกรลดลงก็ผ่านไปราวสองวัน
ในช่วงสองวันนี้ ร่างกายของหลงเฉินค่อย ๆแข็งแกร่งทนทานมากขึ้น เขาเกือบจะได้ครอบครองร่างเพลิงอัสนีแล้วเต็มที
ด้วยปราณมังกรที่ลดลง พลังเปลวเพลิงและสายฟ้าก็เริ่มจู่โจมอย่างต่อเนื่องก่อนหน้านี้มันอยู่ในสภาวะนิ่งเฉย แต่แล้วจู่ ๆ ก็กลับรุนแรงขึ้นราวกับฝูงผึ้งแตกรังที่แพร่กระจายไปทั่วร่างของหลงเฉิน
หลิงซีสังเกตได้ว่าร่างกายของหลงเฉินนั้นสงบลง สายฟ้าและเปลวไฟค่อยๆ บ่มเพาะร่างกายของเขาอย่างเงียบ ๆ แต่อย่างไรก็ตาม จู่ ๆพลังเหล่านี้ก็ก่อกบฏขึ้น มันรุกล้ำร่างกายและพุ่งเข้าสู่แก่นมนุษย์สีแดงของเขา!
“ท่าไม่ดีแล้ว!มันจะทำให้ร่างกายระเบิดได้!”
หลงเฉินชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อ ความรุนแรงของสายฟ้าและเปลวเพลิงอยู่เหนือแก่นมนุษย์ในจุดตันเถียนของเขา ปราณแท้จริงที่หลงเหลืออยู่นั้นไม่เพียงพอที่จะทำให้เขาต้านทานมันได้ หากพลังนั้นเข้าสู่จุดตันเถียนและหลงเฉินไม่สามารถทนรับไหวโดยปราศจากพลังปราณ จุดตันเถียนของเขาจะถูกทำลายลงในที่สุด ผู้ที่ผสานผลึกแก้วจนร่างระเบิดก็เจอกับสถานการณ์เดียวกันกับหลงเฉินในตอนนี้
‘ข้าไม่สามารถผสานผลึกแก้วชิ้นที่สิบได้อย่างนั้นรึ? ข้า...ข้าไม่ยอมรับหรอก!’
เมื่อคิดถึงสิ่งต่าง ๆ ที่เขายังไม่ได้ทำ ความรู้สึกของหลงเฉินจึงเต็มไปด้วยความไม่ยอมจำนน ตระกูลหยางยังคงรอคอยความช่วยเหลือจากเขาอยู่และหลิงซีก็เช่นกัน นางจำเป็นต้องมีเขา
เมื่อเขาเลือกที่จะผสานผลึกแก้วชิ้นที่สิบ หลงเฉินก็ใคร่ครวญเรื่องนี้ไว้แล้ว ทุกสิ่งที่มีความเสี่ยงมาพร้อมกับความเป็นไปได้ที่จะล้มเหลวเสมอ หลงเฉินประมาทพลังของผลึกแก้วเพลิงอัสนีชิ้นที่สิบมากเกินไป ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องไม่คาดฝันหากเขาต้องตายในที่สุด
“ไม่มีวัน! ข้าจะไม่ยอมตายที่นี่!”
แสงเป็นประกายระเบิดออกมาจากดวงตาของหลงเฉิน ความดื้อรั้นของเขานั้นแข็งแกร่งเสียจนหาที่เปรียบมิได้ หากเขาต้องตายเพราะผลึกแก้วเพลิงอัสนีทุกสิ่งที่ผ่านมาก็ล้วนเสียเปล่า!
“ข้า...หลงเฉิน...จะตายได้อย่างไรกัน!”
หลงเฉินคำรามออกมาด้วยคำพูดนั้น เสียงของเขาดังก้องไปทั่วหุบเขาเล็ก ๆแห่งนี้
ตอนนั้นเอง พลังของเปลวเพลิงและสายฟ้าก็แปรเปลี่ยนเป็นลำแสงที่พุ่งเข้าไปหมายจะทำลายจุดตันเถียนของเขา
ภายในจุดตันเถียนมีเพียงแก่นมนุษย์อยู่ในนั้น ขณะที่เขาใช้พลังปราณมากเกินไป แก่นมนุษย์ของเขาจึงใช้ประโยชน์ได้ไม่มากนัก
ภายในแก่นมนุษย์สีโลหิต ลวดลายมังกรสีเข้มก็ปรากฏขึ้นมา
เมื่อเห็นว่าพลังนั้นกำลังจะพุ่งเข้าไปในจุดตันเถียน หลงเฉินก็กัดฟันแน่นและเตรียมขัดขวางการโจมตีด้วยทุกสิ่งทุกอย่างที่เขามี ทันใดนั้น ณจุดตันเถียน ลวดลายมังกรกลับมีชีวิตและพลันเปล่งแสงสว่างเจิดจ้า
ลำแสงสีโลหิตคู่หนึ่งพุ่งออกมาจากดวงตาของลวดลายมังกรและพุ่งไปยังพลังรุนแรงนั้น
หมอกโลหิตแพร่กระจายไปยังสายฟ้าและเปลวเพลิง และภายใต้การควบคุมของพลังรุนแรงนั้น หลงเฉินรู้สึกราวกับว่าพลังของสายฟ้าและเปลวเพลิงเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก
ไม่นานหลังจากนั้น หลงเฉินก็เห็นพลังสีฟ้าของสายฟ้าและเปลวเพลิงที่อยู่ในจุดตันเถียนกลับกลายเป็นสีแดงอย่างสมบูรณ์และแฝงอยู่ในจุดตันเถียนของเขา
*************************