เสียงวิทยุหลอดแก้วดังอยู่เบา ๆ ในห้องแต่งตัวส่วนตัวของดัชเชส
เครื่องรับวิทยุสีดำเงาวางอยู่บนโต๊ะไม้โรสวูด ข้างหน้าต่างสูงที่มองออกไปเห็นสวนตะวันออกของแบล็คโรสฮอลล์(Blackrose Hall) หน้าปัดกลมของมันเรืองแสงสีอำพัน เข็มความถี่สั่นเล็กน้อยทุกครั้งที่คลื่นจากมหาวิหารกลางเมือง(Central Cathedral) แทรกเข้ามา
เสียงผู้ประกาศชายในวิทยุเรียบนิ่ง สุภาพ และไร้อารมณ์
“กรมศรัทธาสาธารณะประกาศย้ำว่า การตรวจเยี่ยมครอบครัวขุนนางในฤดูนี้เป็มาตรการตามปกติของศาสนจักรแห่งกฎบริสุทธิ์(The Church of the Pure Edict) ประชาชนไม่ควรตื่นตระหนกเมื่อเห็นขบวนรถศาสนจักรเคลื่อนผ่านเขตขุนนาง…”
เซราฟิน่า แบล็คธอร์น(Seraphina Blackthorne) ยืนฟังอยู่หน้ากระจกเต็มตัว
เธอไม่พูดอะไร
ในข่าว วิทยุใช้คำว่า “ตรวจเยี่ยม” ราวกับศาสนจักรเพียงมาเยือนบ้านขุนนางเพื่อทักทาย ดื่มชา และถามไถ่ความเป็อยู่
แต่เซราฟิน่า(Seraphina) รู้ดีว่า นั่นไม่ใช่ความหมายจริง
ในออเรเลียม(Aurelium) คำสุภาพมักเป็ผ้าคลุมของอำนาจ
คำว่า “ตรวจเยี่ยม” อาจหมายถึงการสอบสวน
คำว่า “ความปลอดภัย” อาจหมายถึงการสอดแนม
คำว่า “ศีลธรรม” อาจหมายถึงการควบคุม
และคำว่า “ความบริสุทธิ์” มักถูกใช้ก่อนใครบางคนจะถูกทำให้เปื้อนด้วยข้อกล่าวหา
เธอเอื้อมมือไปหมุนปุ่มปิดวิทยุ
เสียงซ่าหายไป
ห้องแต่งตัวกลับมาเงียบ
แต่ความเงียบนั้นไม่ใช่ความสงบ มันเป็ความเงียบของบ้านใหญ่ที่คนรับใช้ ทหารยาม พ่อบ้าน แม่บ้าน และเด็กฝึกงานทุกคนรู้ว่ามีบางอย่างกำลังจะเกิดขึ้น แต่ไม่มีใครพูดออกมาตรง ๆ
ด้านนอกหน้าต่างสูง แสงแดดยามสายลอดผ่านหมอกฤดูฝนสีทองซีดลงมาแตะหลังคาหินดำของแบล็คโรสฮอลล์(Blackrose Hall)
คฤหาสน์ตระกูลแบล็คธอร์น(Blackthorne) ตั้งอยู่บนเนินทางตะวันตกของเมืองออเรเลียม(Aurelium) ห่างจากเขตราชสำนักพอให้ดูเหมือนแยกตัวจากอำนาจกลาง แต่ใกล้พอให้ข่าวลือจากเมืองหลวงมาถึงก่อนค่ำเสมอ
จากหน้าต่างห้องแต่งตัว เซราฟิน่า(Seraphina) มองเห็นส่วนหนึ่งของคฤหาสน์และสวนด้านนอก
เสาไฟฟ้าทรงสูงตั้งเรียงตามทางเดินหิน
สายโทรศัพท์พาดผ่านแนวกำแพงดำ
รถยนต์สีดำของตระกูลจอดนิ่งใต้ชายคาหิน
ทหารยามถือปืนพกเวทเดินตรวจตามจุด
และไกลออกไป เรือนกระจกกุหลาบหลัก(Main Rose Conservatory) ส่องแสงซีดอยู่กลางหมอก
แบล็คโรสฮอลล์(Blackrose Hall) ไม่ใช่ปราสาทยุคเก่า
มันคือคฤหาสน์ขุนนางยุคใหม่ที่ยังเก็บิญญาของอดีตไว้ในผนัง
ตัวอาคารสร้างจากหินอ่อนดำ หน้าต่างสูงทรงโค้ง และเหล็กดัดลายเถากุหลาบแบบกอธิก แต่ภายในมีโทรศัพท์หมุน เครื่องพิมพ์ดีด วิทยุสื่อสาร เครื่องบันทึกเสียง ห้องควบคุมไฟฟ้า และระบบเตือนภัยซ่อนอยู่ใต้พื้นหินอ่อน
ทุกอย่างในบ้านหลังนี้งดงาม
แต่ไม่มีสิ่งใดไร้เขี้ยวเล็บ
เซราฟิน่า(Seraphina) หันกลับมามองตัวเองในกระจก
วันนี้เธอสวมเดรสทรงสอบสีขาวมุกแบบราชสำนักยุค 1960 คอเรือสูง แขนสามส่วน ปลายกระโปรงคลุมเข่าพอดีตัว ผ้าซาตินเนื้อหนาทอเส้นเงินบาง ๆ เมื่อเธอขยับ แสงจากโคมไฟผนังจะไหลผ่านชุดเหมือนน้ำเย็น
บนโต๊ะเครื่องแป้งมีถุงมือผ้าไหมสีงาช้าง หมวกทรง pillbox สีเดียวกับชุด และเข็มกลัดกุหลาบดำประจำตระกูลแบล็คธอร์น(Blackthorne)
ทุกอย่างถูกเลือกอย่างตั้งใจ
เดรสสีขาวมุกบอกว่าเธอสงบและบริสุทธิ์
ถุงมือบอกว่าเธอสุภาพและแตะต้องได้ยาก
หมวก pillbox บอกว่าเธอเป็สตรีชั้นสูงที่รู้ระเบียบ
เข็มกลัดกุหลาบดำบอกว่าเธอเป็ภรรยาของดยุกลูเซียส แบล็คธอร์น(Duke Lucius Blackthorne)
เสื้อผ้าของผู้หญิงในเมืองนี้ไม่เคยเป็เพียงเสื้อผ้า
มันคือภาษาทางสังคม
มันบอกว่าผู้หญิงคนหนึ่งควรถูกมองอย่างไร ควรพูดมากแค่ไหน ควรยืนตรงไหน และใครมีสิทธิ์ตัดสินว่านางเหมาะสมหรือไม่
เซราฟิน่า(Seraphina) ยกเข็มกลัดกุหลาบดำขึ้นมา
โลหะเย็นเฉียบแตะปลายนิ้ว
เธอติดมันลงบนอกซ้ายช้า ๆ
ในกระจก ดัชเชสแห่งแบล็คธอร์น(Blackthorne) ดูงดงาม สงบ และพร้อมต้อนรับแขก
แต่เซราฟิน่า(Seraphina) รู้ดีว่าผู้หญิงในกระจกกำลังกลัว
กลัวศาสนจักร
กลัวเอกสาร
กลัวรอยยิ้มของมาเธอร์สุพีเรียร์ แอกเนส มอร์แคนต์(Mother Superior Agnes Morcant)
กลัวว่าลูก ๆ ของเธอจะถูกเรียกด้วยคำว่า “ทายาท” แทนคำว่า “เด็ก”
กลัวว่าตัวเองจะเงียบในเวลาที่ควรพูด
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสองครั้ง
“คุณผู้หญิง”
เอลีนอร์ ครอส(Eleanor Cross) หัวหน้าแม่บ้านใหญ่ของแบล็คโรสฮอลล์(Blackrose Hall) เปิดประตูเข้ามาอย่างเงียบกริบ นางเป็หญิงวัยหกสิบต้น ๆ ผมสีเงินรวบเป็มวยต่ำ เครื่องแบบแม่บ้านสีดำตัดเย็บเฉียบคม ปกเสื้อขาวสะอาดไร้รอยยับ บนอกซ้ายติดเข็มกลัดเล็ก ๆ รูปกุหลาบดำ
ในบ้านหลังนี้ เอลีนอร์(Eleanor) ไม่ใช่แค่แม่บ้าน
คนที่ถือกุญแจห้องเอกสาร ห้องเครื่อง ห้องเก็บไวน์ และทางเดินลับ ย่อมมีอำนาจมากกว่าที่ตำแหน่งบนกระดาษบอกไว้
นางถือถาดเงินเข้ามา บนถาดมีถ้วยกาแฟดำหนึ่งถ้วย หนังสือพิมพ์เช้า และซองจดหมายสามซอง
“กาแฟค่ะ” เอลีนอร์(Eleanor) กล่าว “และข่าวเช้าที่ควรอ่านก่อนแขกมาถึง”
เซราฟิน่า(Seraphina) รับถ้วยกาแฟขึ้นมา กลิ่นขมเข้มช่วยให้ความคิดคมชัดขึ้น
“แขกแบบใดจึงต้องอ่านข่าวก่อนพบ”
“แขกที่ส่งข่าวผ่านหน้าหนังสือพิมพ์ก่อนส่งมารยาทค่ะ”
เซราฟิน่า(Seraphina) วางถ้วยลง แล้วหยิบหนังสือพิมพ์ขึ้นมา
The Aurelium Herald ฉบับเช้า พิมพ์ภาพขบวนรถยนต์สีขาวดำของศาสนจักรแล่นผ่านถนนไวท์เซปเตอร์(White Scepter Avenue) ใต้เสาไฟฟ้าและป้ายโฆษณายาแก่นพลัง
รถทุกคันสะอาดเกินไป สีขาวงาช้างตัดดำ ประตูรถติดตราดวงตาในวงแหวนหนาม ข้างรถพิมพ์ตัวอักษรสีดำว่า
PURE EDICT MORAL INQUEST
คณะผู้ตรวจศีลธรรมแห่งกฎบริสุทธิ์
พาดหัวข่าวเขียนว่า
ฤดูตรวจศีลธรรมเริ่มขึ้น: ศาสนจักรยืนยันความบริสุทธิ์ของครอบครัวขุนนาง
เซราฟิน่า(Seraphina) อ่านย่อหน้าถัดมา
แหล่งข่าวจากมหาวิหารระบุว่า ครอบครัวขุนนางที่มีบทบาททางการเมืองสูงจะได้รับการตรวจเยี่ยมเป็ลำดับแรก ศาสนจักรให้เหตุผลว่า การตรวจนี้มีไว้เพื่อยืนยันความเรียบร้อยของชีวิตสมรส การอบรมทายาท และความปลอดภัยของแก่นพลัง(Core) ภายในบ้าน
เธอหยุดตรงคำว่า “แก่นพลัง(Core)”
แก่นพลัง(Core) คือศูนย์กลางพลังที่อยู่ลึกในตัวมนุษย์ทุกคน
บางคนมีแก่นสงบนิ่ง
บางคนมีแก่นตื่นตัว
บางคนมีแก่นที่เชื่อมกับสายเืพิเศษ
บางคนมีแก่นที่รัฐและศาสนจักรไม่้าให้เติบโต
สำหรับประชาชนทั่วไป คำว่า “ตรวจแก่น” ฟังเหมือนการตรวจสุขภาพ
แต่สำหรับขุนนาง มันหมายถึงการสอดแนม
เพราะหากศาสนจักรรู้ว่าเด็กคนใดมีแก่นผิดปกติ พวกเขาจะรู้ทันทีว่าเด็กคนนั้นควรถูกจับตา ควบคุม หรือพรากออกจากบ้านเมื่อใด
เซราฟิน่า(Seraphina) อ่านบรรทัดต่อไป
รายชื่อครอบครัวที่จะได้รับการตรวจเยี่ยมจะไม่เปิดเผยต่อสาธารณะ เพื่อป้องกันความตื่นตระหนกและรักษาศักดิ์ศรีของแต่ละตระกูล
เธอเกือบหัวเราะ
ไม่เปิดเผยต่อสาธารณะ
แต่ส่งข่าวให้หนังสือพิมพ์พาดหัวก่อนรถจะมาถึง
นี่คือวิธีของศาสนจักร
พวกเขาไม่จำเป็ต้องกล่าวหาใครตรง ๆ
เพียงทำให้ประชาชนรู้ว่าบ้านหลังใดถูกตรวจ
ข่าวลือก็จะทำงานแทนพวกเขา
“ในจดหมายระบุชื่อเด็ก ๆ หรือไม่” เซราฟิน่า(Seraphina) ถาม
เอลีนอร์(Eleanor) วางซองครั่งขาวลงบนโต๊ะเครื่องแป้ง
“ระบุค่ะ เลดี้อาเธเลีย(Athelia), ลอร์ดโนอาห์(Noah), และเลดี้มิราเบล(Mirabel)”
ชื่อลูกทั้งสามทำให้ถ้วยกาแฟในท้องของเซราฟิน่า(Seraphina) เย็นลงทันที
อาเธเลีย(Athelia) อายุสิบสอง ฉลาด สุขุม และเริ่มตั้งคำถามมากกว่าที่เด็กหญิงขุนนางควรถาม
โนอาห์(Noah) อายุเก้า ชอบถอดเครื่องรับวิทยุและปืนของเล่นเพื่อดูว่ากลไกทำงานอย่างไร
มิราเบล(Mirabel) อายุห้า เด็กที่สุด อ่อนโยนที่สุด และฝันเห็นสิ่งที่ผู้ใหญ่ไม่อยากอธิบาย
สำหรับเธอ พวกเขาคือลูก
สำหรับศาสนจักร พวกเขาคือทายาท
คำว่าทายาทฟังสูงส่ง แต่เ็า
มันไม่ถามว่าเด็กกลัวอะไร
ไม่ถามว่าเด็กชอบอะไร
ไม่ถามว่าเด็กกอดตุ๊กตากระต่ายขาดหูก่อนนอนหรือไม่
มันสนใจเพียงสายเื พลัง และอนาคตทางการเมือง
เซราฟิน่า(Seraphina) เปิดซองจดหมาย
กระดาษด้านในหนา เรียบ และเย็นกว่ากระดาษทั่วไป ตัวอักษรถูกพิมพ์ด้วยเครื่องพิมพ์ดีด มีสำเนาคาร์บอนแนบไว้ด้านหลัง
ถึง ดัชเชสเซราฟิน่า แบล็คธอร์น(Duchess Seraphina Blackthorne)
ตามระเบียบแห่งฤดูตรวจศีลธรรม ศาสนจักรแห่งกฎบริสุทธิ์(The Church of the Pure Edict) ขอเข้าเยี่ยมแบล็คโรสฮอลล์(Blackrose Hall) เพื่อยืนยันความเรียบร้อยของพันธะสมรส ความประพฤติของสตรีในบ้าน การอบรมเยาวชน และความสงบของแก่นพลัง(Core) ภายใต้หลักศรัทธา
ชื่อผู้ลงนามอยู่ด้านล่าง
มาเธอร์สุพีเรียร์ แอกเนส มอร์แคนต์(Mother Superior Agnes Morcant)
ชื่อของนางทำให้เซราฟิน่า(Seraphina) นึกถึงกลิ่นธูปเย็นในห้องปิดตาย
แอกเนส(Agnes) เป็สตรีที่ยิ้มอ่อนโยน พูดเบา และไม่เคยแสดงความโกรธให้เสียรูป แต่ดวงตาของนางมองผู้หญิงทุกคนเหมือนกำลังประเมินว่าจะตัดส่วนใดออกเพื่อให้ง่ายต่อการจัดวางในกรอบศีลธรรม
เซราฟิน่า(Seraphina) เคยพบนางในพิธีแต่งงาน
วันนั้น แอกเนส(Agnes) แตะนิ้วเย็น ๆ ลงบนหน้าผากของเธอ แล้วกล่าวว่า
“ขอให้ท่านเป็ภาชนะที่สงบของพันธะอันชอบธรรม”
ภาชนะ
ไม่ใช่คน
ไม่ใช่หัวใจ
ไม่ใช่สตรีที่มีความคิดของตนเอง
ภาชนะ
เซราฟิน่า(Seraphina) วางจดหมายลง
“ลูเซียส(Lucius) รู้หรือยัง”
“ท่านดยุกอยู่ในห้องยุทธศาสตร์(War Room) ั้แ่ก่อนรุ่งสางค่ะ” เอลีนอร์(Eleanor) ตอบ “มีโทรเลขจากสภาขุนนาง(Hall of Peers) รายงานจากสถานีรถไฟเอเธอร์(Aether Rail Station) และสายโทรศัพท์จากเขตท่าเรือออเรเลียม(Aurelium Docklands) เข้ามาพร้อมกันผิดเวลาเกินไป”
“ผิดเวลาเกินไป”
ในแบล็คโรสฮอลล์(Blackrose Hall) ไม่มีใครเชื่อคำว่าบังเอิญง่าย ๆ
โดยเฉพาะเมื่อความบังเอิญนั้นดึงลูเซียส(Lucius) ออกจากบ้านชั้นในในเช้าวันที่ศาสนจักรมาเยือน
“ขบวนรถถึงไหนแล้ว”
“ยามหน้าประตูรายงานผ่านวิทยุว่า รถคันแรกใกล้ถึงถนนโรสคราวน์(Rosecrown Avenue) แล้วค่ะ”
เซราฟิน่า(Seraphina) หันไปมองนาฬิกาไฟฟ้าบนผนัง
“ก่อนเวลาหนึ่งชั่วโมง”
“ค่ะ”
ศาสนจักรไม่ได้มาเร็วเพราะรีบ
ศาสนจักรมาเร็วเพื่อให้บ้านยังไม่พร้อม
เซราฟิน่า(Seraphina) หยิบถุงมือผ้าไหมขึ้นมาสวมทีละข้าง
“เด็ก ๆ อยู่ที่ไหน”
“เลดี้อาเธเลีย(Athelia) อยู่ห้องเรียนชั้นใน ลอร์ดโนอาห์(Noah) อยู่ห้องสมุดเล็ก ส่วนเลดี้มิราเบล(Mirabel) เพิ่งตื่นจากฝันค่ะ”
เซราฟิน่า(Seraphina) หันกลับทันที
“ฝันว่าอะไร”
เอลีนอร์(Eleanor) เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนตอบเสียงต่ำ
“นางบอกว่า รถสีขาวดำเอามือสีขาวมาด้วย มือสีขาวพยายามเด็ดกุหลาบ แต่กุหลาบยังไม่รู้ว่าตัวเองมีหนาม”
ห้องแต่งตัวเงียบสนิท
มิราเบล(Mirabel) ฝันประหลาดบ่อยเกินไป
นางเคยบอกว่า “กระจกในโถงใหญ่ร้องไห้” สองวันต่อมา กระจกบานหนึ่งแตกเองโดยไม่มีใครแตะ
นางเคยวาดกุหลาบไม่มีหน้าในสมุด ก่อนที่สาวใช้คนหนึ่งจะได้ยินเสียงผู้หญิงร้องเพลงจากใต้พื้นเรือนกระจก
และตอนนี้ นางฝันถึงมือสีขาวก่อนศาสนจักรมาถึง
เซราฟิน่า(Seraphina) สูดลมหายใจเข้า
“สั่งมิสอาเรีย(Aria) พาเด็ก ๆ ไปปีกครอบครัวด้านใน ปิดทางเดินบริการชั้นสอง ใช้รหัสกุหลาบสามกลีบ”
เอลีนอร์(Eleanor) เงยหน้าขึ้นเล็กน้อย
“รหัสนั้นใช้เมื่อมีภัยต่อทายาทค่ะ”
“ใช่”
“ศาสนจักรยังไม่ได้ทำอะไร”
เซราฟิน่า(Seraphina) มองซองครั่งขาวบนโต๊ะ
“พวกเขาเขียนชื่อลูกข้าลงในเอกสารแล้ว”
เอลีนอร์(Eleanor) ก้มศีรษะทันที
“เข้าใจแล้วค่ะ คุณผู้หญิง”
เซราฟิน่า(Seraphina) หยิบหมวก pillbox ขึ้นมา ก่อนหยุดมองผ้าคลุมหน้าโปร่งบางที่ติดอยู่กับหมวก
ผ้าชิ้นนี้ทำให้เธอดูสุภาพ
ทำให้เธอดูห่างไกล
ทำให้เธอดูเหมือนภาพถ่ายข่าวของดัชเชสผู้เรียบร้อย
แต่วันนี้ เธอไม่อยากให้แอกเนส(Agnes) เห็นเธอผ่านม่าน
เธอวางหมวกกลับลงบนโต๊ะ
เอลีนอร์(Eleanor) มองการกระทำนั้น
“ไม่สวมหมวกหรือคะ”
“ไม่”
“อาจถูกมองว่าไม่ครบพิธี”
“ดี”
คำตอบนั้นสั้นจนเซราฟิน่า(Seraphina) เองก็แปลกใจ
เอลีนอร์(Eleanor) มองเธออยู่นาน ก่อนหยิบหมวกขึ้นมาถือไว้
“ข้าจะบันทึกว่า เป็ความไม่ครบพิธีที่ตั้งใจค่ะ”
เซราฟิน่า(Seraphina) เกือบยิ้ม
“ขอบใจ”
เธอเดินออกจากห้องแต่งตัว
ทางเดินฝั่งตะวันออกของแบล็คโรสฮอลล์(Blackrose Hall) ปูพรมสีดำขอบเงิน ผนังประดับภาพบรรพบุรุษตระกูลแบล็คธอร์น(Blackthorne) ในกรอบทองดำ ภาพเก่าบางภาพแสดงชายหญิงในเกราะพิธี แต่ภาพใหม่กว่าแสดงคนในสูทเข้ารูป เดรสทรงเรียบ ปืนไรเฟิลเวท และรถยนต์หุ้มเกราะเอเธอร์(Aether Armored Motorcar)
บ้านหลังนี้ไม่ได้ละทิ้งอดีต
มันเอาอดีตมาติดไฟฟ้า ใส่เครื่องยนต์ แล้วเรียกมันว่ามรดก
เมื่อผ่านหน้าต่างสูง เซราฟิน่า(Seraphina) มองเห็นขบวนรถศาสนจักรผ่านประตูเหล็กชั้นนอกเข้ามา
รถยนต์สีขาวงาช้างตัดดำสามคันแล่นช้า ๆ บนถนนกรวด เสาอากาศวิทยุสั้น ๆ ติดอยู่หลังคารถคันสุดท้าย ข้างประตูมีตัวอักษรสีดำพิมพ์ว่า PURE EDICT MORAL INQUEST
ขบวนรถของศาสนจักรไม่สวยงามแบบรถขุนนาง
มันเหลี่ยมกว่า หนักกว่า และสะอาดเกินไป เหมือนรถพยาบาล รถตำรวจ และรถศพถูกนำมารวมกันในรูปทรงเดียว
เซราฟิน่า(Seraphina) ไม่เดินไปโถงรับรองหลัก(Main Reception Hall)
เธอเดินไปเรือนกระจกกุหลาบหลัก(Main Rose Conservatory)
ถ้าแอกเนส(Agnes) ตั้งใจจะเข้ามาในพื้นที่ที่เธอหายใจได้ เธอจะยืนรออยู่ตรงนั้นก่อน
เรือนกระจกกุหลาบหลัก(Main Rose Conservatory) ตั้งอยู่สุดปีกสวน ประตูเป็เหล็กดัดสีดำ กระจกสูงโค้งมีไอน้ำบาง ๆ เกาะด้านใน โครงหลังคาดัดเป็ลายเถาหนาม แต่เส้นหลักวางสมมาตรแบบอาร์ตเดโค(Art Deco)
พื้นหินอ่อนขาวดำเป็ลายเรขาคณิต ท่อไอน้ำทองเหลืองเดินเลียบผนัง ส่งเสียงฟู่เบา ๆ เพื่อควบคุมอุณหภูมิ กุหลาบดำหลายร้อยต้นปลูกเรียงในกระบะหินดำ กลีบดอกดำอมม่วง ขอบกลีบสะท้อนแสงเป็สีแดงเข้ม
กลิ่นดอกไม้หวานขมปนกับกลิ่นดินเปียก น้ำมันเครื่อง และไอน้ำร้อน
ที่นี่งดงาม
แต่ไม่บอบบาง
เซราฟิน่า(Seraphina) รู้ดีว่าในโครงเหล็กบนหลังคามีกลไกซ่อนอยู่ ในผนังกระจกมีตราอาคมฝังไว้ และใต้พื้นหินอ่อนมีเส้นอาคมป้องกันเชื่อมกับห้องควบคุมของคฤหาสน์
เรือนกระจกนี้เป็ทั้งสวนและป้อมปราการ
เหมือนทุกอย่างในแบล็คโรสฮอลล์(Blackrose Hall)
เธอยืนกลางทางเดินกุหลาบ หายใจช้า ๆ
ไม่นานนัก กัปตันกาเร็ธ วูล์ฟ(Gareth Wolfe) หัวหน้าทหารยามของคฤหาสน์ ก้าวเข้ามา เครื่องแบบสีดำของเขาตัดกับแสงกระจก ปืนพกเวทอยู่ในซองหนังข้างเอว วิทยุสื่อสารขนาดเล็กเหน็บด้านหลังเข็มขัด
“คุณผู้หญิง” เขาก้มศีรษะ “คณะศาสนจักรขอเข้าเรือนกระจกทันที”
“ขอหรือแจ้ง”
กาเร็ธ(Gareth) เงียบไปเสี้ยววินาที
“แจ้งครับ”
“ให้เข้ามา”
เขาขมวดคิ้วเล็กน้อย
“ท่านดยุกกำลังมา หากรออีกไม่กี่นาที—”
“พวกเขามาก่อนเวลาเพื่อไม่ให้เราพร้อมกัน” เซราฟิน่า(Seraphina) กล่าว “ถ้าข้ารอ พวกเขาจะรู้ว่าจังหวะนี้ใช้ได้ผล”
กาเร็ธ(Gareth) มองเธออยู่ครู่หนึ่ง แล้วก้มศีรษะ
“ครับ คุณผู้หญิง”
ประตูเรือนกระจกเปิดกว้างขึ้น
มาเธอร์สุพีเรียร์ แอกเนส มอร์แคนต์(Mother Superior Agnes Morcant) เดินเข้ามาพร้อมผู้ติดตามสิบสองคน
นางไม่ได้แต่งตัวเหมือนนักบวชโบราณ นางสวมสูทพิธีการสีดำขาวทรงเข้ารูป กระโปรงสอบคลุมเข่า แจ็กเก็ตคอตั้งปักลายหนามเงิน ถุงมือขาว และหมวกเล็กสีดำติดตราเปลวไฟบริสุทธิ์(Pure Edict Flame)