บทที่07
ก็อาจจะเกลียดน้อยลง
เมื่อสองปีก่อน...
คืนนั้นลมหนาวพัดผ่านเงาไม้ของเรือนหลังใหญ่กลิ่นหอมของใบไม้แห้งคลอเคล้ากับเสียงหัวเราะครื้นเครงของกลุ่มเพื่อนของชวลิตที่นั่งอยู่ในด้วยกันในงานปาร์ตี้เล็กๆ ริมสระว่ายน้ำ
ตอนนั้นเป็่ที่ชวลิตกลับมาเยี่ยมบ้านคืนนั้นเขาจัดปาร์ตี้เล็ก ๆ เพื่อพบปะกับเพื่อนเก่าสมัยเรียนที่นัดรวมตัวกัน เครื่องดื่มหลายขวดถูกเปิดส่งต่อกันไม่ขาดเสียงดังคลอไปกับบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความสนุกสนาน
คืนนั้นแม่บ้านหลายคนป่วย สมจิตรจึงให้มาลารินมาคอยช่วยงานในครัวโดยคืนนั้นมาธารินจึงไปนอนกับอนงค์ที่เรือนหลังเล็ก
“ยกอาหารตรงนี้ไปเพิ่มหน่อยลารินแล้วก็รีบกลับเข้ามาล่ะ อย่าอยู่เกะกะสายตาคุณต้น เสร็จแล้วก็กลับไปพักพรุ่งนี้ค่อยมาเก็บล้างก็ได้” สมจิตรเอ่ยเสียงเรียบ
“จ้ะยาย”
แม้มาลารินจะปรากฏในงานเลี้ยงด้วยชุดเรียบๆ ผมมัดไว้อย่างลวก ๆ แต่ใบหน้าที่น่ารักจิ้มลิ้มของเธอก็ดูโดดเด่นเสียงแซวจากเพื่อนชายของชวลิตก็ดังขึ้น
“โหต้น แม่บ้านที่น่ารักเกิ๊น” เพื่อนของเขาคนหนึ่งเอ่ยขึ้นแต่ชวลิตกลับดูไม่สนใจ
“ชื่ออะไรเหรอครับ?”
มาลารินเพียงแค่ยิ้มบาง ๆ ไม่พูดอะไรรู้ว่าคนพวกนั้นคงพูดไปเพราะความคึกคะนองหลังจากที่เหล้าเข้าปากเท่านั้นเธอวางอาหารเสร็จแล้วก็รีบกลับเข้าไป
สายตาของชวลิตมองตามแผ่นหลังเล็ก ๆของหญิงสาวที่ห่างออกไปอย่างใช้ความคิด กระทั่งหญิงสาวเดินกลับมาพร้อมกับอาหารที่นำมาเพิ่ม
ผมยาวสลวยของเธอนั้นถูกมัดหลวม ๆด้านหลังอย่างไม่ตั้งใจ มีปอยเล็ก ๆ หล่นลงมาคลอเคลียแก้มใสทำให้เธอดูอ่อนโยนโดยธรรมชาติ และเขาก็เผลอมองเหมือนถูกมนตร์สะกด
ไม่เจอมาลารินหลายปีจากวันที่เขาเหยียบย่ำน้ำใจของเธอลงบนผ้าพันคอผืนนั้น วันนี้เธอเติบโตขึ้นอย่างงดงามและเหมือนว่าเขาไม่กล้าที่จะมองเธอตรง ๆ
ชวลิตไม่รู้เลยว่าเป็เพราะฤทธิ์เหล้าหรือเพราะรอยเศร้าในดวงตาคู่นั้นขอเธอทำให้มีบางอย่างเกิดขึ้นในใจของเขา
มาลารินรู้สึกได้ถึงสายตาคู่หนึ่งเธอหันไปทางชวลิต แล้วเขาก็หลบสายตาไปทางอื่นเธอเดินกลับเข้าไปด้านในพร้อมกับความรู้สึกที่ยังมีสายตาคู่นั้นของเขาตามติดไป
“ต้น ดื่มอีกสิ”
เสียงของเดียร์เพื่อนสาวที่เคยแอบชอบชวลิตั้แ่มัธยมฯ ดังขึ้น ดึงเขาออกจากความคิดบางอย่างเธอนั่งลงใกล้ ๆแอบมองใบหน้าคมคายของอีกฝ่ายด้วยแววตาที่แฝงไปด้วยความรู้สึกลึกซึ้ง
เดียร์ชงเครื่องดื่มให้กับเขาชวลิตรับไปดื่มแล้วรู้สึกว่ารสชาติของเหล้านั้นแปลกไปนิด แต่เขาก็ไม่ได้เอะใจอะไรคิดว่าอาจจะเป็เพราะส่วนผสมที่เปลี่ยนไป
เวลาผ่านไปไม่นานชวลิตรู้สึกว่าหัวใจเต้นแรงขึ้น เสียงของคนรอบข้างเริ่มห่างไกลออกไปทุกทีเขาพยายามลุกขึ้น แต่กลับเซเล็กน้อย
“ต้นไหวหรือเปล่า” เดียร์รีบเข้ามาประคอง
“ไม่เป็ไร”ชวลิตรีบเคลื่อนตัวห่างจากเดียร์ “เธอกลับไปได้แล้ว”
“ฉันว่าฉันช่วยประคองเธอเข้าบ้านดีกว่านะ”เดียร์พยายามเข้ามาใกล้เขาอีก เธอจงใจบดเบียดหน้าอกนิ่มกับแขนของเขา
“อย่ามายุ่ง!” เขาถึงกับตวาดลั่น เดียร์ชะงัก และทุกคนหันไปมอง “พวกมึงกลับไปก่อนคืนนี้พอแค่นี้”
ชวลิตโบกมือไล่เพื่อนอย่างไม่ใส่ใจเขาหันหลังเดินไปจากตรงนั้น ก่อนจะมาหยุดพิงต้นไม้ คิ้วของเขาขมวดแน่นรู้สึกว่าบางอย่างในร่างกายไม่ปกติ เพราะมันตอบสนองกับบางสิ่งเกินเหตุแม้จะมีลมพัดตลอด แต่เขากลับรู้สึกร้อนมากขึ้นทุกที
มือข้างหนึ่งยกขึ้นลูบต้นคอตัวเองไปมาเหมือนเขาจะรู้ตัวแล้วว่านี่ไม่ใช่การเมาธรรมดาเดียร์ได้ใส่อะไรบางอย่างลงไปในเครื่องดื่มจึงทำให้เขารู้สึกเหมือนจะควบคุมตัวเองไม่ได้เช่นนี้
ชวลิตหลับตาลงพยายามสูดหายใจลึกเพื่อดับความร้อนรุ่มที่กำลังแผ่ซ่านไปทั่วร่างทว่ากลับมีภาพของมาลารินปรากฏอยู่ในหัวแม้ว่าเขาพยายามขับไล่ความคิดเกี่ยวกับเธอออกไป แต่ยิ่งพยายามภาพาของเธอกลับชัดเจนยิ่งขึ้น
ขายาว ๆก้าวไปออกไปอย่างรวดเร็ว ราวกับมีแรงผลักดันบางอย่างไม่นานร่างสูงของเขาก็มาหยุดยืนที่หน้าบ้านพักหลังเล็กที่เงียบสงัด
ก๊อก ๆๆ
ประตู้ไม้ถูกแง้มออกมาลารินโผล่ใบหน้าออกมาเพียงเล็กน้อยและหญิงสาวค่อนข้างใที่เห็นชวลิตอยู่ตรงนี้
“คุณต้น...?”
“ฉันมีเื่อยากคุยกับเธอ...”เสียงพร่าเอ่ย เขาไม่รอให้รับอนุญาต แต่กลับแทรกตัวเข้าไปในห้อง
“มีอะไรเหรอคะ?” มาลารินถามเขาอย่างระแวงเธอรู้สึกว่าชวลิตดูแปลกไป
“ฉัน้าเธอ...”
หญิงสาวเบิกตากว้างกับคำพูดตรงไปตรงมาของเขาเธอถอยหลังหนีตามสัญชาตญาณ เขาก้าวตามไปอย่างรวดเร็วแผ่นหลังบอบบางชิดกับผนังห้องอันเย็นเยียบ สองแขนแกร่งค้ำยันกักขังร่างบางไม่ให้เธอหลีกหนีไปได้
“คุณต้นใจเย็น ๆ ก่อนนะคะ หนู...เอ่อคือฉันว่าคุณต้นกลับไปก่อนดีมั้ยคะ” เธอเอ่ยเสียงแ่หัวใจเต้นระรัวอย่างหวาดหวั่น ขณะที่ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารินรดผิวแก้มทำเอาขนกายเธอลุกชันไปทั้งตัว
นี่เป็ครั้งแรกในชีวิตที่ได้ใกล้ชิดกับเขาขนาดนี้ความรู้สึกบางอย่างที่เก็บซ่อนไว้มานานทำให้หัวใจสั่นไหวจนเหมือนจะะเิออก
“ทำไมล่ะ?” เขาขยับเข้ามาใกบ้ปลายจมูกโด่งคอลเคลียข้างแก้ม กลิ่นแอลกอฮอล์ฉุนจัดทำเอาเธอถึงกับมึนงง“ฉันรู้นะว่าเธอชอบฉัน...”
มาลารินอึ้งที่ถูกจับได้แก้มสองข้างของเธอร้อนผ่าว เธอคิดว่าตัวเองเก็บซ่อนความรู้สึกเอาไว้ดีแล้วไม่คิดว่าเขาจะมองออกด้วย
“ฉัน้าเธอจริง ๆ”เขาเอ่ยชิดริมฝีปาก
“ตะ...แต่คุณต้นเกลียดฉันไม่ใช่เหรอคะ”เธอถามเสียงสั่น
ชายหนุ่มมองั์ตาของหญิงสาวที่สะท้อนความหวั่นไหวอยู่ในความมืดสลัวภายในห้องเล็กๆ แห่งนี้ เขาไม่พูดอะไรอีก แต่แนบริมฝีปากลงมาจูบเธอมาลารินเบิกตากว้างด้วยความใ เธอรีบผลักชายหนุ่มออกอย่างแรงจนเขาเสียหลักและใช้โอกาสนั้นวิ่งหนี
ทว่าเขากลับไวกว่า มือหนาคว้าแขนเธอไว้ก่อนจะเหวี่ยงร่างบางลงไปบนเตียง ก่อนจะร่างสูงจะตามขึ้นคร่อมลงมา
“ฉันบอกว่า้าเธอไง”น้ำเสียงของเขาติดหงุดหงิดเล็ก ๆ ที่เธอพยายามหนีเขารวบข้อมือของเธอไว้เหนือศีรษะด้วยมือเดียว
“อย่าค่ะคุณต้น” มาลารินสั่นศีรษะรัว ๆ
“อย่าปฏิเสธเลย ฉัน้าเธอจริง ๆ”น้ำเสียงของเขาอ่อนลง ฟังดูเว้าวอน สายตาจ้องมองเธออย่างล้ำลึก
“คุณต้นเกลียดฉันไม่ใช่เหรอคะ?”มาลารินถามขึ้นมาราวกับจะย้ำเตือนความจำของเขา
ดวงตาคมฉายแววครุ่นคิด และดูสับสนก่อนจะเอ่ย “ถ้าทำให้ฉันพอใจ ฉันอาจจะเกลียดเธอน้อยลงก็ได้นะ...”
เขาพูดแค่นั้นก่อนจะกดริมฝีปากลงมาอย่างแแ่เธอหลับตาลงแล้วน้ำใส ๆ ก็ไหลรินออกทางหางตาปล่อยให้ทุกอย่างไหลไปตามแรงปรารถนาอันบิดเบี้ยวของเขา
ในความมืดสลัวเสียงลมหายใจหนักหน่วงของชายหนุ่มดังขึ้นประสานกับเสียงครางแ่เบาของหญิงสาวััร้อนแรงเกิดขึ้นอย่างไร้การควบคุม มันเริ่มต้นและจบลงและเริ่มต้นขึ้นใหม่อย่างนับครั้งไม่ถ้วน
“คุณต้น...ฉันจะไม่ไหวแล้ว พอเถอะ...”
คำร้องขอของเธอไม่มีประโยชน์ชวลิตเคลื่อนไหวอย่างรุนแรง เพื่อตอบสนองความ้าของตัวเองเขาไม่สนใจสักนิดว่าครั้งแรกของเธอต้องเ็ปและทรมานขนาดไหน
เสียงคำรามของเขาดังขึ้นครั้งสุดท้ายตอนรุ่งสางมาลารินนอนหอบหายใจมองชายหนุ่มที่ลุกขึ้นใส่เสื้อผ้าขณะที่ขาของเธอยังสั่นระริกจากบทรักมาราธอน ตรงกลางกายของเธอบวมเป่งเพราะการรุกรานที่รุนแรงน้ำสีขาวขุ่นไหลทะลักผสมกับรอยเืจากครั้งแรกของเธอ
ชวลิตเหลือบมองหญิงสาวที่ทั้งเนื้อตัวของเธอเต็มไปด้วยร่องรอยของเขาดูท่าทางเธอต้องใส่เสื้อผ้าปิดชิดปกปิดตัวเองไปอีกหลายวัน
“ฉันถูกวางยา...อย่าคิดว่าฉันพิศวาสเธอล่ะ”เขาเอ่ยอย่างเ็า
มาลารินค่อยดึงผ้าห่มคลุมกายเธอมองเขาผ่านม่านน้ำตา “ความเกลียดของคุณต้นน้อยลงบ้างหรือเปล่าคะ?”
เขาไม่ตอบ แต่เอ่ยเื่อื่นขึ้น“หายาคุมฉุกเฉินมากินด้วยล่ะ อย่าคิดจะใช้เด็กจับฉันไม่อย่างนั้นฉันจะฆ่าเธอทั้งแม่ทั้งลูกเลย” เขาชี้หน้าเธออย่างคาดโทษ
มาลารินเม้มปากแน่นเธอเองก็ไม่คิดจะปล่อยให้ตัวเองท้องอยู่แล้ว ลูกไม่ควรเกิดมาท่ามกลางความเกลียดชัง
“แล้วก็หายาคุมรายเดือนมากินไว้ด้วย”
“คุณต้นหมายความว่ายังไงคะ?”มาลารินนิ่วหน้า
“หึ! เธออยากให้ฉันเลิกเกลียดเธอไม่ใช่เหรอคิดว่าแค่ครั้งจะทำให้ความเกลียดของฉันหมดไปเลยหรือไงรู้ไว้ซะด้วยว่าฉันเกลียดเธอจนอยากให้ตาย ๆ ไปซะคิดเอาเองละกันว่าฉันเกลียดเธอขนาดไหน”
ั้แ่นั้นความสัมพันธ์ระหว่างมาลารินกับชวลิตก็ยังคงเกิดขึ้นทุกครั้งที่เขากลับมาเยี่ยมบ้านชวลิตมักจะแวะเวียนมาหาเธอในยามค่ำคืนที่ไม่มีผู้คน ระหว่างเขาและเธอไม่มีคำหวานไม่มีรอยยิ้ม มีเพียงถ้อยคำดูถูก ััเร่าร้อนที่มาพร้อมกับแรงกดดันบางครั้งก็รุนแรงจนเธอแทบกลั้นน้ำตาไม่อยู่ เขามาแล้วก็ไปเป็อยู่เช่นนั้นตลอดสองปี
กระทั่งเมื่อปีก่อนที่มาลารินได้ข่าวว่าชวลิตกลับมาเยี่ยมบ้าน ลึกลงในใจเธอก็เฝ้ารอเขาแต่ผ่านมาหนึ่งปีแล้วที่เขาไม่ได้มาหาเธอเลยเธอรู้สึกเ็ปเมื่อคิดว่าเขาอาจจะเบื่อเธอแล้วหรือไม่ก็พบใครที่ถูกใจกว่าและเธอก็ไม่กล้าที่จะเรียกร้องอะไร
ทว่าในความเป็จริงมาลารินไม่อาจรู้เลยว่า ในคืนสุดท้ายที่เขามาหาเธอ อรรณพ พี่ชายของชวลิตซึ่งเป็ลูกชายของอินทุอร น้าของเขาแอบเห็นชวลิตออกมาจากบ้านพักของแม่บ้านในยามดึก ตอนเช้าอรรณพก็เข้าไปคุยกับน้องชาย
“ทำอะไรนายก็ควรจะนึกถึงแม่ของนายบ้างอย่าลืมว่าผู้หญิงคนนั้นเป็ลูกของใคร...”
ชวลิตไม่พูดอะไร แต่สีหน้าเขาเปลี่ยนไป และจากวันนั้นเองเขาก็ไม่ได้มายุ่งเกี่ยวกับมาลารินอีกเลย...