บทที่ 11 เกือบถูกจับได้
หัวใจของผมกระตุกวูบและหล่นวูบลงไปอยู่ที่ตาตุ่มในทันควันเมื่อได้เห็นสายตาของป้าสมศรี เพื่อนบ้านสูงวัยจอมสอดรู้สอดเห็นและชอบเอาเื่คนในหมู่บ้านไปนินทา เล็งตรงไปยังพื้นพรมห้องนั่งเล่นข้างโซฟาไม้สักตัวใหญ่ ณ จุดนั้น 'กิ๊บติดผมลายดอกกุหลาบสีชมพูหวาน' ที่ผมเพิ่งซื้อให้แก้มเมื่อกลางวันตกเด่นตระหง่านสะท้อนแสงแดดอ่อนยามบ่ายอย่างเห็นได้ชัด มันเป็หลักฐานชิ้นโตที่จะเชื่อมโยงความใกล้ชิดเกินเลยของพวกเราสองคนในบ้านหลังนี้อย่างปฏิเสธไม่ได้เลยทีเดียว
เหงื่อกาฬไหลซึมจากหน้าผากและแผ่นหลังของผมเย็นะเื ผมพยายามกวาดความลนลานตื่นตระหนกทิ้งไป ขยับท่อนขากำยำก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าวเบียดกายเข้าขัดขวางรัศมีสายตาของป้าสมศรีทันทีด้วยความรวดเร็วแต่แเีที่สุดเท่าที่จะทำได้เพื่อป้องกันไม่ให้ป้าแกมองเห็น
"อ๋อ... ป้าสมศรีครับ! นี่ครับขนมกล้วยบวชชี ป้าทำเองรึครับ กลิ่นหอมมะพร้าวฉุยน่าทานเชียว ร้อนๆ แบบนี้แก้มต้องชอบแน่ๆ" ผมส่งเสียงดังทักทายกิ๊บเก๋ทำลายความเงียบพลางยื่นสองมือออกไปรับถ้วยขนมจากมือแกอย่างนอบน้อมเกรงใจ เพื่อเบี่ยงเบนสายตาและสมาธิของแกมาที่ถ้วยขนมในมือแทนพรมบนพื้น
ป้าสมศรีชะงักสายตาจากพื้นพรม หันมามองหน้าผมด้วยรอยยิ้มแป้นแล้นตามประสาคนแก่ แต่แววตายังคงวับวาวจับผิดลอบมองเข้ามา "ใช่จ้ะตาชาญ ป้าทำเสร็จร้อนๆ เลยนึกถึงตาชาญขึ้นมา เห็นปกติอยู่บ้านเดี่ยวคนเดียวเหงาๆ เลยแบ่งมาให้ทาน... ว่าแต่ แอร์ในบ้านเย็นดีเนอะ แต่ทำไมตาชาญเหงื่อท่วมตัวขนาดนี้ล่ะจ๊ะ หรือว่าเครื่องปรับอากาศมันเสียล่ะ แล้วนี่ทำไมบ้านดูเงียบๆ จัง ไอ้เอกมันยังไม่กลับมาจากไซส์งานสระบุรีรึป้าเห็นรถของมันไม่ได้จอดเลย"
"ครับป้า เอกมันงานยุ่งมาก ่นี้เร่งคุมฐานรากโครงการใหญ่น่ะครับ คงอีกเป็เดือนกว่าจะได้กลับบ้านถาวร ส่วนน้ำประปาหมู่บ้านที่ป้าว่าแตกริมถนนหน้าปากซอยน่ะ บ้านผมน้ำยังไหลดีปกติครับ ขอบคุณป้ามากนะครับที่เป็ห่วงเดินมาบอกถึงบ้าน" ผมพยายามโกหกคำโตด้วยสีหน้าเรียบเฉยราบเรียบที่สุดเท่าที่จะคุมสติและกล้ามเนื้อใบหน้าได้
"อ้าว... แล้วลูกสะใภ้คนสวยล่ะ อยู่บ้านด้วยไหม ป้าเห็นเสื้อผ้าชุดเดรสผู้หญิงตากที่ราวหลังบ้านเพียบเลย มีชุดสวยๆ ทั้งนั้น แต่ทำไมไม่เห็นน้องแก้มออกไปจ่ายตลาดหรือเดินเล่นหน้าบ้านเลยล่ะจ๊ะ่นี้ ป้าแวะมาทีไรก็เงียบเชียบยังกะไม่มีคนอยู่ ป้ากลัวน้องแก้มแกจะเหงาเอาน่ะ" ป้าสมศรีถามซอกแซก ดวงตาเพ่งมองลอดผ่านบานกระจกพยายามชะเง้อคอมองเข้าไปในห้องครัวที่อยู่ลึกเข้าไปเพื่อหาตัวสะใภ้
"แก้มล้างจานอยู่ในครัวน่ะครับป้า พอดีแกอิดโรยและไม่ค่อยสบายตัวเพราะไฟดับร้อนนอนไม่หลับเมื่อคืนน่ะครับ เลยไม่ได้ออกไปข้างนอกล้างหน้าล้างตา" ผมโกหกคำโตเพื่อปกป้องสะใภ้คนดีที่แอบยืนสั่นระริกอยู่หลังชั้นครัวปูนล้างจานในขณะนี้
"อืม... งั้นรึจ๊ะ แล้วนั่นกิ๊บผมสีชมพูตกอยู่ข้างโซฟานั่นของใครน่ะตาชาญ ป้าเห็นแวบๆ สวยดีนะ ของน้องแก้มแกหล่นไว้รึเปล่าจ๊ะ" ป้าสมศรีชี้มือมาถามน้ำเสียงสงสัยจนผมต้องเบี่ยงขาเบียดบังมิดชิดกว่าเดิม
ผมหัวเราะแห้งๆ แก้ตัวทันควัน "อ๋อ... ใช่ครับป้า กิ๊บติดผมสีชมพูอันนั้นไอ้เอกมันซื้อมาฝากแก้มก่อนไปทำงานสระบุรีน่ะครับ แก้มแกคงทำหล่นไว้ตอนจัดบ้านเมื่อวานนี้ เดี๋ยวผมค่อยหยิบส่งให้แกครับป้า ขอบคุณป้าสมศรีมากนะครับที่สังเกตเห็น"
"งั้นรึจ๊ะ แหม ไอ้เอกมันช่างเอาใจใส่เมียดีจริงนะ งั้นป้าขอตัวกลับก่อนนะตาชาญ ทานขนมให้อร่อยล่ะ มีอะไรก็บอกป้าได้นะ ป้าอยู่บ้านตรงข้ามนี่เอง คอยดูบ้านช่องให้ตลอดแหละจ้ะ" แกทิ้งท้ายด้วยสายตาเคลือบแคลงสงสัยและรอยยิ้มมีเลศนัยก่อนจะก้าวเดินหันหลังเดินกลับออกประตูรั้วไปช้าๆ
ผมรีบเลื่อนปิดประตูกระจกบานใหญ่ทันควัน ลงกลอนล็อกแ่า ปล่อยถ้วยขนมลงบนโต๊ะไม้กวาดสายตามองไปรอบห้องนั่งเล่นด้วยความโล่งอกราวยกูเาออกจากอกกว้าง
แก้มก้าวเดินขาสั่นระริกหน้าซีดเผือดออกมาจากในครัว น้ำตานองแก้มสวยด้วยความกลัวจับใจและหวั่นไหวศีลธรรม เธอวิ่งโผเข้ากอดเอวหนาของผมแน่นซบหน้าลงกับอกกว้างสะอื้นไห้ตัวโยนด้วยความกดดัน
"คุณพ่อคะ... แก้มกลัวเหลือเกินค่ะ... เกือบไปแล้วจริงๆ ป้าสมศรีแกจ้องจับผิดแก้มตลอดเลยค่ะ ถ้าแกเห็นกิ๊บอันนั้นแถมจจับพิรุธได้ แกต้องเอาเื่เราไปป่าวประกาศทั่วหมู่บ้านแน่ๆ..." เธอกระซิบกระซาบเสียงสั่นเครือระทึกใจ
ผมโอบกอดรัดร่างอวบอัดของเธอไว้แน่น ก้มลงหยิบกิ๊บติดผมลายกุหลาบสีชมพูหวานเ้าปัญหาขึ้นมาเป่าฝุ่นและเก็บใส่กระเป๋ากางเกงเลช้าๆ "ไม่เป็ไรแล้วแก้มคนดีของพ่อ ป้าแกกลับไปแล้ว พ่อบังไว้ทันหมดจ้ะ ปลอดภัยแล้วนะลูก" ผมพูดปลอบโยนพลางพรมจูบเรือนผมหอมของสะใภ้อย่างทะนุถนอมระคนหวั่นไหวในบาปสวาท
ครืดดด... ครืดดด...!
ทันใดนั้นเอง โทรศัพท์มือถือในมือของแก้มที่ถือค้างไว้ก็สั่นระงมส่งเสียงร้องลั่น หน้าจอสีครีมสว่างวาบแสดงชื่อผู้โทรเข้าอันคุ้นตา... 'เอก' โทรมาในรูปแบบ 'วิดีโอคอล (Video Call)'!
พวกเราสองคนสะดุ้งตัวผละออกจากกันสุดขีดราวกับโดนไฟช็อต แก้มเบิกตากว้างลนลานจัดแจงเสื้อเดรสเกาะอกลายดอกไม้ที่หลุดลุ่ยและใช้มือลูบเส้นผมให้เข้าที่อย่างรวดเร็ว ส่วนผมรีบถอยฉากก้าวหลบเลี่ยงมุมกล้องไปยืนอยู่หลังตู้หนังสือห้องนั่งเล่นทันที
แก้มสูดหายใจลึกๆ พยายามปรับสีหน้าและน้ำเสียงให้ราบเรียบปกติที่สุด ก่อนจะใช้นิ้วสั่นระริกกดรับสายวิดีโอคอล
"ฮัลโหลค่ะเอก... โทรมาเวลานี้มีอะไรด่วนหรือเปล่าคะ" แก้มทักทายน้ำเสียงหวานใสพยายามปกปิดความลนลานตื่นตระหนกที่ยังตกค้างในอกสะท้าน
หน้าจอเผยให้เห็นใบหน้าคมเข้มของเอกที่สวมแจ็กเกตสะท้อนแสงในไซส์งานก่อสร้างสระบุรี ท่าทางของมันเหนื่อยล้าแต่แววตากลับเปล่งประกายเบิกบานใจอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน มันไม่ได้สนใจสังเกตใบหน้าหวานที่ขึ้นสีระเรื่อปนเปเหงื่อซึมของแก้มเลยสักนิด
"แก้ม! ผมมีข่าวดีสุดๆ จะบอกครับ! งานคุมปูนและเหล็กโครงสร้างฐานราก่ที่หนึ่งผ่านการอนุมัติฉลุยจากวิศวกรใหญ่แล้วครับ หัวหน้าโครงการประทับใจงานผมมากและอนุมัติเงินโบนัสพิเศษก้อนโตให้ล่วงหน้าเลยครับ! ผมได้ลาพักร้อนพิเศษยาว 3 วันเต็มๆ!"
"คะ...เหรอคะเอก ยินดีด้วยนะคะ" แก้มฝืนยิ้มตอบน้ำเสียงสั่นพร่าสบตาผมที่แอบมองอยู่หลังชั้นหนังสือด้วยใจระทึก
"และเซอร์ไพรส์ใหญ่ที่ผมเคยไลน์บอกพ่อไว้... คือผมจองแพ็คเกจรีสอร์ทหรูริมหาดส่วนตัวที่หัวหินไว้เรียบร้อยแล้วครับ 3 วัน 2 คืน! ผมจองห้องพักวิลล่าหลังใหญ่ติดทะเล มีสระว่ายน้ำส่วนตัวด้วย ผมอยากพาแก้มและพ่อไปเที่ยวพักผ่อนร่วมกันสามคนชดเชยเวลาที่ผมบ้างานเอาแต่ทำไซส์ครับ! ผมจะบึ่งรถกลับบ้านมะรืนนี้เลยเพื่อเตรียมตัวเดินทางไปหัวหินพร้อมกันสามคนนะแก้ม! ดีใจไหมครับ! โอเค งั้นแค่นี้ก่อนนะ เดี๋ยวผมรีบไปทำสัญญาสรุปงานปูนก่อน มะรืนนี้เจอกันครับ รักแก้มนะ" เอกสั่งลาด้วยรอยยิ้มปนความรีบร้อนก่อนจะกดตัดสายไปทันที
เมื่อหน้าจอมือถือดับมืดสนิทลง บรรยากาศภายในห้องนั่งเล่นก็กลับเข้าสู่ความเงียบงันอีกครั้ง ทว่าครั้งนี้มันเป็ความเงียบสงัดที่เต็มไปด้วยความอึดอัดหนักหน่วงและตึงเครียดจนแทบจะหายใจไม่ออก
แก้มปล่อยโทรศัพท์มือถือเครื่องหรูหลุดร่วงหล่นลงบนพื้นพรมเสียงดังตุบ ร่างบางทรุดตัวลงนั่งคุกเข่าซบหน้ากอดอกร้องไห้ออกมาสะอึกสะอื้นอย่างหนักหน่วงด้วยความหวาดกลัวและกังวลใจอย่างที่สุดในศีลธรรม
"คุณพ่อคะ... แก้มจะทำยังไงดีคะ... ทริปหัวหินตั้ง 3 วัน 2 คืน เราสามคนต้องนั่งรถคันเดียวกัน เดินทางไปด้วยกัน และนอนร่วมวิลล่าหลังเดียวกัน... แก้มไม่มีวันสบตาเอกได้ตรงๆ แน่เลยค่ะ และถ้าเอกพยายามกอดหรืออยากมีอะไรกับแก้มตามประสาสามีภรรยา แก้มคงทรมานและทนบำเรออารมณ์ไม่ได้จริงๆ ค่ะคุณพ่อ..." เธอกระซิบพร่ำร้องไห้โฮกอดขาผมไว้แน่นตัวสั่นระริก
ผมทรุดตัวลงคุกเข่าบนพรมเคียงข้างสะใภ้ รวบกอดร่างอวบอัดของเธอเข้ามาซบแนบอกกว้างอย่างปลอบประโลม ดึงใบหน้าสวยของเธอขึ้นสบตา จ้องมองดวงตากลมอุ่นฉ่ำที่ชุ่มไปด้วยน้ำตาของเธอหนักแน่น
"ใจเย็นๆ นะแก้มคนดีของพ่อ เชื่อใจพ่อนะลูก... พ่อจะไม่ยอมให้เกิดเื่ร้ายแรงขึ้น และจะไม่ให้เอกจับพิรุธใดๆ ได้เด็ดขาด เราต้องเข้มแข็งและแสดงละครตบตาไอ้เอกให้แเีที่สุด เพื่อปกป้องอนาคตของหนูและปกป้องแก้มสะใภ้คนรักของพ่อคนนี้..." ผมกระซิบพร่าปลอบโยนพลางก้มลงกดจูบหน้าผากและเปลือกตาชื้นน้ำตาของเธออย่างอ่อนโยนลึกซึ้งหวิวไหว
แก้มพยักหน้ารับคำหวาน ค่อยๆ พยุงร่างก้าวเดินขึ้นบันไดกลับขึ้นห้องนอนไปพักผ่อนเงียบๆ ด้วยจิตใจที่หมองหม่นหนักอึ้ง ทว่าในใจของผมกลับเต้นระทึกกระวนกระวายไม่เป็จังหวะ ปมตราบาปความรักต้องห้ามที่กำลังจะก้าวเข้าสู่การเดินทางท่องเที่ยวร่วมกันสามคนในอีกไม่กี่วันข้างหน้า เปรียบเสมือนะเิเวลาที่กำลังนับถอยหลังรอวันพังพินาศคอยทดสอบหัวใจพ่อยผัวและสะใภ้อย่างเร้าใจปนหวาดเสียวระทึกที่สุดในชีวิต!
คืนนี้จึงกลายเป็อีกหนึ่งค่ำคืนที่พวกเราสองคนนอนไม่หลับ ต่างคนต่างนอนจ้องมองเพดานห้องนอนอันมืดมิดของตัวเองด้วยหัวใจที่เต้นไม่เป็จังหวะ คาดเดาถึงพายุร้ายและคลื่นลูกใหญ่ที่กำลังจะซัดเข้าถล่มวิมาน์รังรักของเราสองคนในเร็วๆ นี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เลย!