บทที่ 25 ปกป้องตัวเอง
หลังจากแปะกลอนคู่แล้ว เหวินหน่วนก็ทำอาหารในครัวิญญาต่อ เธอเตรียมเนื้อ กะหล่ำปลี และส่วนผสมอื่น ๆ เพื่อปรุงเป็บะหมี่ จากนั้นก็ล็อคประตูและไปหาแม่เฒ่าจ้าว
“คืนนี้หนูจะทำขนมจีบให้คุณย่า” เธอใช้น้ำอุ่นล้างมือและหน้าให้แม่เฒ่าจ้าวอย่างระมัดระวัง “ไม่ต้องห่วงเื่ของหนูนะคะ เมื่ออากาศดีขึ้นหลังปีใหม่ หนูจะเตรียมบ้านให้พร้อมแล้วพาคุณย่าไปอยู่ด้วย”
"ย่าแอบได้ยินพวกเขาพูดกัน" แม่เฒ่าจ้าวจับมือของเหวินหน่วน "คนบ้านนั้นจะให้หลานแต่งงานกับลู่กัวจื่อเมื่อเขากลับมา ่นี้พวกเขาไม่ได้เคลื่อนไหวใด ๆ เพราะ้าให้หลานทนทุกข์อยู่ข้างนอกนั่นตามลำพัง แล้วค่อยพากลับมา”
เหวินหน่วนยิ้มออกมาอย่างเย้ยหยัน
"หลานย่า บอกย่าทีว่าหลานมีวิธีอะไรเพื่อรับมือกับคนบ้าคนนั้น" แม่เฒ่าจ้าวจับมือของเธอ "วิธีนั้นคืออะไร"
“คุณย่าจะได้รู้เองเมื่อถึงฤดูใบไม้ผลิปีหน้าค่ะ" เหวินหน่วนยิ้ม “เดี๋ยวหนูจะไปเอาของอร่อยจากโรงอาหารมาให้ตอนเย็น แต่ถ้าหนูกลับดึก คุณย่ากินของว่างรอหนูไปก่อนก็ได้นะคะ"
“หลานไม่ต้องกังวล ย่าสบายดี ไม่ต้องห่วง ตั้งใจทำงานนะลูก” แม่เฒ่าจ้าวดึงมือของเธอเอาไว้ "เหวิน
หน่วน หลานพบชายหนุ่มดี ๆ ใน่ไม่กี่วันที่ผ่านมานี้ใช่ไหม?"
เหวินหน่วนตกตะลึง
“ย่าตาบอดแบบนี้จึงทำอะไรไม่ค่อยได้ ดังนั้น หลานต้องดูแลตัวเองดี ๆ โดยเฉพาะการตัดสินใจต่าง ๆ ในชีวิต ไม่เช่นนั้น คนบ้านั่นจะไม่ปล่อยหลานไปและเขาจะบังคับหลานต่อไปอีกเรื่อย ๆ ” แม่เฒ่าจ้าวจับมือหลานสาวไว้แน่น “ย่าได้ยินมาว่าที่ฐานทัพมีคนหนุ่มสาวดี ๆ มากมาย หลานของย่าป็นคนดีมาก ย่ามั่นใจว่าในอนาคตย่าจะต้องได้หลานเขยที่ดีแน่นอน”
เหวินหน่วนรู้ว่าแม่เฒ่าจ้าวกังวลเื่การแต่งงานของเธอมาก
“คุณย่า” เหวินหน่วนหน้าแดง “หนูต้องรีบไปแล้ว เดี๋ยวจะสาย"
“ไปเถอะ” แม่เฒ่าจ้าวยิ้มและโบกมือให้เธอ
แต่งงานเหรอ?
หลังออกจากบ้านไป เหวินหน่วนััใบหน้าแดงของเธอ
ไม่ เธอยังไม่อยากแต่งงาน
หลังการแต่งงานที่ล้มเหลวเมื่อชีวิตที่แล้ว เธอจึงยังไม่อยากจะมีความรักหรือแต่งงานกับใครใหม่ในตอนนี้
"เหวินหน่วน" จู้ตงิปรากฏตัวขึ้นจากที่ไหนไม่รู้ "เป็อะไรหรือเปล่า"
เขามองดูเธอครู่หนึ่งและเห็นเธอทำหน้าตาไม่ปกติ
"หรือว่าเธอกังวลคนที่มาเมื่อวานนี้เหรอ?" จู้ตงิถามด้วยโทนเสียงต่ำ
เหวินหน่วนส่ายหัวก่อนจะทักทายเขาด้วยรอยยิ้ม "พี่ตงิ พี่จะไปไหน"
“แม่ให้พี่นำของไปที่บ้านลุง" จู้ตงิตอบกลับ "เธอล่ะ กำลังจะไปที่ฐานทัพใช่ไหม"
"คืนนี้มีงานเลี้ยงอาหารค่ำที่โรงอาหาร" เหวินหน่วนพยักหน้า "ฉันขอตัวก่อนนะ"
“เหวินหน่วน" จู้ตงิหยุดเธอจากด้านหลัง "พี่มีอะไรจะบอกเธอ"
"พี่ตงิ” เหวินหน่วนหันหน้ามา เธอยิ้มแล้วพูดว่า “ถ้ามีอะไรจะพูดไว้คุยกันวันหลัง ตอนนี้ฉันต้องรีบไปแล้ว ไม่อย่างนั้นฉันจะสาย”
หลังจากเธอพูดจบเธอก็วิ่งไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว
ดูเหมือนจะรีบจริง ๆ
ทว่าในขณะนั้นเอง มีรถยนต์คันหนึ่งแล่นสวนมา
ด้วยเหตุผลบางอย่าง เหวินหน่วนรู้สึกว่ามีสายตาเ็าจ้องมองมาที่เธอจากในรถ
อาจเป็คนที่เธอรู้จัก?
แต่เธอก็ปฏิเสธความคิดของเธออย่างรวดเร็ว
กลุ่มคนที่เธอรู้จักที่สามารถนั่งรถออกจากฐานทัพได้คือพวกพ่อครัวในโรงอาหาร ซึ่งพวกเขาน่าจะยุ่งอยู่ในขณะนี้
นอกจากนี้ ยังมีลู่จินฉวน แต่ตอนนี้เขาได้รับาเ็และนอนอยู่ที่โรงพยาบาล เขาจึงไม่สามารถนั่งอยู่ในรถคันนั้นได้อย่างแน่นอน
ในรถคันนั้น ลู่จินฉวนซึ่งควรจะนอนอยู่บนเตียงในสถานพยาบาลมองหญิงสาวในกระจกมองหลังอย่างเ็า
สาวน้อยขี้โกหก!
ใช่ เหวินหน่วนไม่รู้ว่าเธอมีชื่อเช่นนี้อยู่ในใจของลู่จินฉวนแล้ว
โรงอาหารเตรียมอาหารไว้มากมายในวันนี้ เหวินหน่วนยุ่งตลอดบ่ายและเธอก็เหนื่อยเอามาก ๆ หลังจากเตรียมอาหารให้ลู่จินฉวนในตอนเย็นแล้ว เหวินหน่วนก็กลับบ้านพร้อมอาหารและซองแดงที่หัวหน้าเจาเตรียมไว้เพื่อเธอ
เดิมทีเซียวจาง้าให้เหวินหน่วนช่วยส่งอาหารไปที่สถานพยาบาล แต่ผู้เฒ่ากั่วทำให้เขาลำบากในขณะที่เขาพูดแบบนี้
“เธอทำอาหารไว้แล้วและมันไม่ปลอดภัยสำหรับเธอที่จะกลับช้าเกินไป เธอเป็แค่หญิงสาวตัวเล็ก ๆ ” ผู้เฒ่ากั่วตบไหล่เขา “นายอย่ากลัวไปเลยน่า”
ไม่กลัวเหรอ?
เขาไม่กล้าแม้แต่จะมองผู้กองลู่ตรง ๆ ด้วยซ้ำ
"ผู้กองลู่เป็คนดีมาก" เหวินหน่วนพูดด้วยรอยยิ้ม "เขาแค่เป็คนพูดน้อย ไม่ต้องกลัวเขาหรอก"
หากไม่ใช่ว่าตอนนี้ใกล้ค่ำแล้ว เธอคงไปส่งอาหารให้ลู่จินฉวนด้วยตัวเอง
"ฝากสวัสดีปีใหม่ผู้กองลู่ให้ฉันด้วย" เหวินหน่วนยิ้มและโบกมือให้ทุกคน "สวัสดีปีใหม่ทุกคน เจอกันใหม่ปีหน้าค่ะ"
คนในโรงอาหารรู้สึกขบขันกับคำพูดของเธอ "เจอกันปีหน้า!"
นี่เป็ปีแรกหลังจากเหวินหน่วนเกิดใหม่ เธอให้ความสำคัญกับมันมาก
แม้ว่ากระดาษสีแดงจะมีราคาแพงมาก แต่เธอก็ยังกัดฟันซื้อมันมา และขอให้ผู้เฒ่าผู้แก่ในหมู่บ้านเขียนกลอนคู่ให้ เพื่อประดับบ้านของเธออย่างพิถีพิถันก่อนจะออกไปที่ฐานทัพ
แต่เมื่อเธอกลับมาบ้าน กลับมีรอยเท้าขนาดใหญ่สองสามรอยที่ประตูบ้าน ตัวล็อคที่เคยคล้องอยู่ก็ถูกทำลายและโยนทิ้งไป เธอคงใช้มันไม่ได้อีกแล้ว
เหวินหน่วนเห็นป้ายกลอนคู่ที่ขาดวิ่นก็ใจไม่ดี
ไม่ต้องสืบก็รู้ว่าใครทำ
ยิ่งเหวินเฟิงฉีเป็แบบนี้ เธอยิ่ง้าแสดงให้พวกเขาเห็นว่าเธอจะมีชีวิตที่ดีแค่ไหนในอนาคต
เธอไม่ได้้าทำเกี๊ยวเท่านั้น แต่เธอยังต้องทำอาหารเย็นวันส่งท้ายปีเก่าด้วย
ในขณะที่เธอกำลังงุนงง เธอได้ยินเสียงคนเคาะประตูที่สนามหน้าบ้าน
“ทำไมคุณมาอยู่ที่นี่” เหวินหน่วนรู้สึกประหลาดใจ “นี่คือ..."
“ไม่มีอะไรที่ฉันจะให้คุณได้” ผู้เฒ่ากั่วเดินถือหม้อเข้ามา “หัวหน้าเจากับฉันคุยกัน หม้อนี้เป็ของขวัญปีใหม่ให้คุณ”
ดวงตาของเหวินหน่วนแดงยิ่งขึ้น
“เป็อะไรหรือเปล่า” เขาเดินเข้ามาหาเหวินหน่วน “ร้องไห้ทำไม”
"ไม่ค่ะ" เธอพูดด้วยดวงตาสีแดง "หนูจะทำเกี๊ยวคืนนี้ ทำไมคุณไม่อยู่กินเกี๊ยวด้วยกันล่ะคะ"
“ไม่ได้หรอก" ผู้เฒ่ากั่วพูด "คืนนี้จะมีงานเลี้ยงอาหารค่ำ ฉันมาแค่ส่งหม้อและต้องกลับไปแล้ว”
พอส่งหม้อให้เหวินหน่วน สายตาของเขาแข็งค้าง
เขาเพิ่งเห็นกองกระดาษสีแดงกองอยู่ที่พื้นหน้าประตู เขารู้ได้ทันทีว่ามันคืออะไร เมื่อเห็นหน้าตาของเธอตอนนี้ เด็กน้อยคนนี้น่าจะถูกรังแกอีกแล้ว!
ผู้เฒ่ากั่วรู้สึกโกรธมาก
พ่อแม่แบบนี้ใช้ได้ที่ไหน? ต้องเกลียดชังกันมากแค่ไหนถึงขนาดมาฉีกกระดาษสีแดงที่เด็กหญิงตัวเล็ก ๆ คนนี้ต้องทำงานหนักเพื่อซื้อมัน?
เมื่อเห็นว่าเธอกำลังลำบาก ผู้เฒ่ากั่วก็ไม่ได้อยู่นานและรีบกลับไปที่ฐานทัพ
เขามีอารมณ์ร่วมมากมายเหมือนกับหัวหน้าเจา
เหวินหน่วนใส่เกี๊ยวที่ทำเสร็จแล้วใส่ตะกร้า และเก็บของบางอย่างที่นำกลับมาจากฐานทัพเพื่อส่งไปยังครอบครัวของหูเสี่ยวหลิงและครอบครัวของจู้ตงิ
เป็ของขวัญตอบแทนที่พวกเขาช่วยเธอ
ในตอนเย็นเหวินหน่วนกินเกี๊ยวกับแม่เฒ่าจ้าว เธอไม่ได้จุดตะเกียงน้ำมัน พวกเธอนั่งคุยกันบนเตียง
ไม่รู้ว่าตอนนี้เป็เวลาเท่าไหร่ จู่ ๆ เกล็ดหิมะก็ลอยอยู่บนท้องฟ้า
แม้อากาศจะหนาวเย็นแต่ใจเธอกลับอบอุ่น
อีกไม่ช้าก็จะเข้าปี 1977 และจะมีหลาย ๆ อย่างเกิดขึ้นในปีนี้ โดยเฉพาะจะมีการเปิดสอบเข้ามหาวิทยาลัยอีกครั้ง
พวกคนที่ไม่ชอบเธอในชาติที่แล้วจะได้เห็นว่าเธอจะไม่มีวันพลาดโอกาสดี ๆ ในชีวิตนี้อีก
เธอยัดฟืนเข้าไปใต้เตียงและหญิงสาวก็หลับไปในผ้าห่มอุ่น ๆ
ข้างนอกหิมะกำลังตกอย่างเงียบ ๆ
ในคืนที่มืดมิด ร่างหนึ่งปีนข้ามกำแพงสวนหลังบ้านและค่อย ๆ เข้าหาคนที่อยู่บนเตียง
เหวินหน่วนที่กำลังหลับอยู่บนเตียงก็ลืมตาขึ้น
กรรไกรในอ้อมแขนของเธอแทงไปที่ร่างนั้นทันที!