คุณหนูรองฉินอวี้จือเป็บุตรสาวคนรองของบ้านใหญ่ มีนิสัยอ่อนหวานมาั้แ่เล็ก เมตตากับผู้คน ทั้งยังเป็เลิศด้านการเรียนและศิลปะการดนตรีต่างๆ เป็ที่รักของคนในจวนตระกูลฉิน แม้แต่คนนิสัยเผด็จการเช่นฉินหนิงจือยังไม่เคยโกรธนางเลยสักครั้ง เหวินเกอร์นั้นชื่นชอบพี่หญิงรองผู้มีใจโอบอ้อมอารีคนนี้มาก ไท่ไท่ผู้เฒ่าฉินนั้นโปรดปรานหลานที่รู้ความ ใจกว้าง และรู้กาลเทศะคนนี้ที่สุด ต่อมาได้อาศัยความสัมพันธ์เป็ธุระช่วยจัดการเื่คู่ครองให้ฉินอวี้จือ
เื่ก็เป็เช่นนี้ ชะตาชีวิตของฉินอวี้จือจึงแตกต่างจากฉินหนิงจืออย่างสิ้นเชิง
ในตอนนั้นที่ฉินหนิงจือตกระกำลำบากไร้ซึ่งหนทาง ฉินอวี้จือกลับมีความสุขใบหน้าระรื่น
หากนางไม่ไร้ซึ่งหนทาง เผชิญกับเคราะห์กรรมเ่าั้ด้วยตัวเองมาแล้วละก็ คงไม่มีวันรู้ธาตุแท้ของฉินอวี้จือ
ผ่านเื่ราวมามากมายขนาดนั้น แล้วนางจะโง่พอที่จะเชื่อว่าฉินอวี้จือเป็คนอ่อนหวานจริงๆ ได้อย่างไร
เหมือนกับตอนนี้ ฉินอวี้จือคล้ายกับกำลังพูดแก้ต่างให้เหวินเกอร์ แต่คนฉลาดเช่นนางมีหรือที่จะไม่รู้นิสัยของฉินอวี้จือ
ยิงนกกระจอกรึ! คำพูดโกหกไร้สาระเช่นนี้มีแต่จะทำให้นางยิ่งโมโหและอยากลงไม้ลงมือ พอนางตีเหวินเกอร์เข้าจริงๆ ฉินอวี้จือนั้นก็คงไม่เข้ามาห้ามแต่อย่างใด
และทุกคนก็จะคิดว่านางที่เป็คนอาละวาดนั้นไม่มีเหตุผล แต่ฉินอวี้จือกลับใจดีและรู้ความ พอเปรียบเทียบกัน เห็นได้ชัดว่านางแย่กว่า
ไม่ใช่เพราะแบบนี้หรอกหรือที่ทำให้เหวินเกอร์นับวันยิ่งถอยห่างจากนาง แล้วไปนับเอาฉินอวี้จือเป็พี่สาวแท้ๆ ของตนแทน พอตอนสุดท้ายคนที่วิ่งเต้นช่วยเขาเื่สอบจอหงวนคือใครกัน แล้วคนที่ทำให้เขาสอบไม่ผ่านคือใครกัน!
“เช่นนั้นหรือ เยี่ยงนั้นข้าคงต้องขอบใจเหวินเกอร์เป็อย่างดีแล้วละ” ฉินหนิงจือหยุดความคิดแล้วยิ้มร่าใส่ฉินอวี้จือ ทำเอาอีกฝ่ายถึงกับอึ้ง
ฉินหนิงจือหันไปสั่งชิงเหยา “ไปเอาหยกเหอเถียน17 รูปกระต่ายที่วางในกล่องไม้แก่นจันทน์แดงใบนั้นมาให้ข้า”
ชิงเหยานิ่งไปและไม่ตอบสนอง ได้แต่ยืนอึ้งอยู่ตรงนั้น
เหวินเกอร์ที่อยู่ข้างหลังฉินอวี้จือถึงกับเบิกตาโต โผล่หน้าออกมาครึ่งหนึ่ง จ้องนางพลางเอ่ย “หยกรูปกระต่ายที่ท่านน้ายางเอาให้นั่นหรือ”
ท่านน้ายางที่เหวินเกอร์เอ่ยถึงนั้นเป็บุตรชายคนเล็กของมารดาเลี้ยงของฟางซื่อ ตอนนี้อายุเพียงแค่ยี่สิบต้นๆ ชื่นชอบการผูกมิตร ท่องเที่ยวไปในที่ต่างๆ ไม่ได้สนิทกับฟางซื่อมาก แต่กลับดีต่อหลานชายหลานสาวสองคนนี้ หากพบเจอของดีก็ไม่เคยลืมเอามาฝากพวกเขา
หยกเหอเถียนรูปกระต่ายเป็ของขวัญที่ฟางยางมอบให้ฉินหนิงจือในวันเกิดครบสิบสองปี เหวินเกอร์นั้นอิจฉามาโดยตลอด แต่กลับไม่กล้าเอ่ยปากขอฉินหนิงจือ ฉินหนิงจือเห็นโดยบังเอิญว่าเหวินเกอร์ไปถามฟางยางว่ายังมีหยกรูปกระต่ายแบบนี้อีกหรือไม่ นางถึงได้เข้าใจเหตุการณ์
ฉินหนิงจือมองไปยังน้องชายหน้าตาน่าเอ็นดูที่อายุเพียงสี่ห้าขวบแล้วก็รู้สึกอ่อนไหวและปวดใจ รีบพยักหน้าหงึกๆ และเอ่ย “ใช่ พี่ว่าจะให้เหวินเกอร์ั้แ่แรกแล้ว”
ที่นางพูดนั้นเป็ความจริง นางได้ยินเื่ที่เหวินเกอร์พูดกับฟางยางจึงคิดไว้ว่าจะเอาหยกชิ้นนั้นไปให้เขา แต่ภพที่แล้วเพราะเหวินเกอร์ผลักนางตกน้ำเสียก่อน ซ้ำยังโทษว่าเป็ความผิดของนาง ด้วยความโมโหนางเลยเขวี้ยงหยกนั้นทิ้ง
เหวินเกอร์ตาลุกวาว ทว่าก็ยังไม่เชื่อว่าฉินหนิงจือจะใจดีกับเขาขนาดนี้
เขาผลักพี่สาว นางยังจะเอาหยกมาให้เขา พี่สาวไม่ใช่พี่หญิงสามที่เป็คนสติปัญญาน้อยเสียหน่อย!
แต่เขาชอบหยกรูปกระต่ายนั้นมากจริงๆ เหวินเกอร์ตัวน้อยเริ่มรู้สึกลำบากใจขึ้นมา
ส่วนฉินอวี้จือ ชิงเหยา และซีจ้าว ต่างก็จ้องฉินหนิงจือราวกับเห็นผี
แผน...นี่ต้องมีแผนซ่อนอยู่เป็แน่! ไม่ก็ฉินหนิงจือคงเพี้ยนไปแล้ว
ไม่รู้ว่าฉินอวี้จือกำลังคิดอะไรอยู่ นางยิ้มและเอ่ยกับเหวินเกอร์ “ถ้าเหวินเกอร์อยากได้หยกละก็ พี่เองก็มี อย่าไปรบกวนพี่หญิงสี่ของเ้าเลย”
ฟังดู คำพูดนี้ช่างฉลาดเจรจาและเหมาะสม ทั้งยังโอบอ้อมอารียิ่งนัก!
ชิงเหยาที่เป็คนรับใช้เคียงกายฉินหนิงจือยังซาบซึ้งใจแทน โดยไม่ได้ไตร่ตรองลึกๆ ว่าหยกนี้ ฉินหนิงจือนั้นเป็ฝ่ายเต็มใจให้ แต่ทำไมจู่ๆ กลายเป็ฉินอวี้จือที่ได้หน้าไปเสียเล่า ทำให้ฉินหนิงจือดูกลายเป็คนตระหนี่ แถมยังทำให้เหวินเกอร์กลายเป็คนก่อเื่โดยไร้เหตุผล!
เื่นี้ต้องยกความดีความชอบให้แก่ภาพลักษณ์ของฉินหนิงจือ ทุกคนต่างไม่เชื่อว่านางจะยอมมอบหยกให้เหวินเกอร์จริงๆ หลังจากที่เขาผลักนางตกน้ำ ทุกคนต่างพากันคิดว่าเป็แผนของฉินหนิงจือที่อาจจะใช้หยกชิ้นนี้ก่อเหตุ เช่นหลังจากที่เหวินเกอร์รับไปแล้ว นางคงจะเปลี่ยนไปพูดว่า เหวินเกอร์ขโมย อีกทั้งผู้ใหญ่ต่างก็ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์นี้ด้วย ใครจะรู้
และที่ฉินอวี้จือพูดออกมาท่ามกลางสถานการณ์เช่นนี้ นอกจากจะเป็การป้ายสีฉินหนิงจือแล้ว ยังคาดเดาได้จากการที่เหวินเกอร์เป็ปฏิปักษ์กับฉินหนิงจือมาตลอด ไม่แน่ว่าหลังจากนั้นนางอาจจะโวยวายอยากได้หยกคืนขึ้นมา ฉินหนิงจือเองก็ไม่ชอบให้ใครบังคับ ดังนั้นหากไม่เป็ใครคนหนึ่งโวยวายไม่พอใจขึ้นมา ก็เป็เหวินเกอร์เองที่ได้หยกไปแล้วตกหลุมพรางของฉินหนิงจือ
ฉินอวี้จือวางแผนได้ดี เพราะอย่างไรนางก็ไม่ได้เสียอะไรอยู่แล้ว เพียงแต่นางคงนึกไม่ถึงว่าฉินหนิงจือที่อยู่ตรงหน้าคนนี้ ไม่ใช่ฉินหนิงจือในวัยสิบสองปีคนเดิมอีกต่อไปแล้ว!
คิดได้ถึงตรงนี้ ฉินหนิงจือก็อยากพูดเหน็บแนมขึ้นมา แต่พอจะเอ่ยออกมาก็ต้องห้ามใจเอาไว้
ตอนนี้ทุกคนยังไม่เชื่อใจนาง เพราะยังคงฝังใจกับภาพลักษณ์หยิ่งทะนงของนาง นิสิยนั้นใช่ว่าจะเปลี่ยนได้ในวันเดียว นางไม่สามารถพลิกเป็คนละคนได้ในทันที เกรงว่าทุกคนจะหาว่านางโดนผีเข้า
นับเวลาตอนนี้ยังห่างจากโศกนาฏกรรมในภพที่แล้วอีกสี่ปี นางยังมีเวลาอีกสี่ปีให้ค่อยๆ เปลี่ยนแปลง
“ไม่เป็ไร ข้าตั้งใจว่าจะให้เหวินเกอร์ั้แ่แรกอยู่แล้ว” ฉินหนิงจือรีบพูดก่อนที่เหวินเกอร์จะโต้เถียง ทั้งยังกำชับชิงเหยาอีกครั้งให้ไปหยิบหยกมา
เป็ครั้งแรกที่ฉินอวี้จือมองความในใจของฉินอวี้จือไม่ออก ได้แต่ยืนมองอย่างประเมินอยู่เงียบๆ
ฉินหนิงจือนั้นถือว่าหน้าตาใช้ได้ ใบหน้าเรียว คิ้วโก่ง ตาโต ผิวขาวเนียน ริมฝีปากแดงระเรื่อราวกับน้ำทับทิม ดูมีเสน่ห์ยิ่งนัก
แต่เนื่องจากนางมักอารมณ์ร้าย เอะอะก็ตี เอะอะก็ฆ่า เลยทำให้ทุกคนมองข้ามใบหน้านาง ตอนนี้นางกำลังป่วย จึงลดความหยิ่งทะนงลงไปนิด เผยให้เห็นความละมุนเล็กน้อย
แลดูสบายตายิ่งนัก
เหตุใดฉินหนิงจือที่เป็แบบนี้ถึงได้เผยความดีของนางออกมาได้นะ!
ฉินอวี้จือขมวดคิ้วไม่ชอบใจท่าทางที่เปลี่ยนแปลงของฉินหนิงจือเป็อย่างมาก แม้ว่าจะเป็การแกล้งทำก็เถอะ
เวลานี้ฉินหนิงจือควรจะทะเลาะกับเหวินเกอร์สิถึงจะถูก!
มิน่าล่ะ เมื่อคืนหมอหลี่ว์มารายงานให้ท่านแม่ฟังว่าฉินหนิงจือยากจะต่อกรเช่นแต่ก่อน ท่าทางล้ำลึกสุดหยั่ง นางก็นึกว่าฉินหนิงจือป่วยจนบ้าไปแล้ว อุตส่าห์เรียกเหวินเกอร์ให้มาหยั่งเชิงดู ที่ไหนได้ กลับดูฉลาดกว่าเมื่อก่อนเสียอีก
เ้าอำนาจแบบดุร้ายไม่รู้ความ กับเ้าอำนาจแบบฉลาดนั้นไม่เหมือนกัน
ชิงเหยาหยิบเอาหยกแล้วเดินมา พลางชำเลืองมองฉินหนิงจืออย่างระแวดระวังแวบหนึ่ง ก่อนจะยื่นให้นางและเอ่ย “คุณหนู นี่คือหยกที่ท่านน้ามอบให้คุณหนูเ้าค่ะ”
ฉินหนิงจือพยักหน้า นางไม่รับและเอ่ยเพียง “เ้าเอาไปให้คุณชายเถอะ”
ฉินหนิงจือเกรงว่าหากนางเอาไปให้เอง เหวินเกอร์อาจไม่กล้ารับเอาไป
ชิงเหยาไม่รู้ว่าฉินหนิงจือกำลังคิดอะไรอยู่ นางลังเลอยู่ครู่หนึ่ง สุดท้ายก็ไม่กล้าขัดคำสั่ง ทำได้เพียงยื่นหยกให้เหวินเกอร์
เหวินเกอร์ที่หลบอยู่ข้างหลังฉินอวี้จือไม่กล้ารับ ทว่าดวงตากลับจ้องหยกรูปกระต่ายในมือชิงเหยาไม่วางตา ท่าทางดูน่าสงสาร
ฉินหนิงจือทั้งปวดใจและอึดอัด ความสัมพันธ์ระหว่างนางกับเหวินเกอร์เริ่มแย่ั้แ่ตอนนี้แล้วหรือ นางไม่มีสิทธิ์กระทั่งจะให้ของผู้เป็น้องแม้สักชิ้นเลยหรือ...
“คุณชาย...” ชิงเหยาเองก็รู้สึกว่าสถานการณ์ตอนนี้ค่อนข้างน่าอึดอัด อย่างไรเสียก็เป็พี่สาวน้องชายกัน เหตุใดพี่สาวจะให้ของแก่น้องชาย แต่น้องชายกลับไม่กล้ารับเอาเสียนี่ หากไท่ไท่มาเห็นเข้าละก็ ไม่รู้ว่าจะเสียใจมากเพียงใด
“ข้าไม่เอาของของเ้าหรอก!” เหวินเกอร์กลับเชิดหน้าแล้ววิ่งตึงตังออกไป
สถานการณ์ค่อนข้างน่าอึดอัด ชิงเหยากำหยกไว้ในมือ รู้สึกเหมือนกำลังกำปัญหาเอาไว้ หันไปมองฉินหนิงจือที่ยืนทำหน้าเศร้า เหงื่อผุดซึมด้วยความใกลัวเต็มหน้าผาก
“น้องสี่ เหวินเกอร์ยังเด็ก เขา...” ฉินอวี้จือมีท่าทางกล้ำกลืน ลองเอ่ยหยั่งเชิงดูอีกครั้ง
“ไม่ใช่เื่ของเ้า” ฉินหนิงจือตัดบทอีกฝ่ายอย่างเ็า
หาว่านางเป็คนเผด็จการและเอาแต่ใจไม่ใช่รึ! เช่นนั้นก็เชิดใส่คนที่ควรเชิดใส่เลยก็แล้วกัน!
**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/e8c39af2eb995c5d8c97da730cbb055e
17 หยกเนไฟรต์