เสียงฝีเท้าของลี่หยาและสาวใช้เสี่ยวลี่สตรีสองนางเดินตามกัน ดังก้องไปตามตรอกซอกซอยรกร้าง บ่งบอกถึงความกังวลและความตื่นเต้นของทั้งสอง
ดวงจันทร์ครึ่งเสี้ยวลอยเด่นอยู่บนท้องฟ้าราตรี ห่มคลุมเมืองหลวงด้วยความมืดมิดราวกับผืนผ้าไหมสีดำ ตรอกซอกซอยแคบ ๆ ที่เรียงรายไปด้วยบ้านเรือนเก่าแก่ เงียบกริบไร้เสียงรบกวน ยกเว้นเสียงฝีเท้าเบา ๆ ของพวกนางที่ลอบเดินอย่างระมัดระวังราวกับแมวป่าในค่ำคืน
ดวงตาคมกริบของลี่หยาเหลือบมองไปทางด้านหลังอย่างระมัดระวัง นิ้วเรียวของนางกำแน่นรอบผ้าไหมสีแดงที่ใช้คลุมศีรษะ นางไม่้าให้ใครรู้ว่านางแอบออกจากจวนในยามวิกาล เพราะเกรงว่าหากท่านพ่อและท่านแม่ทราบจะเป็เื่ใหญ่
“คุณหนู เร็วเข้าเถิด” เสี่ยวลี่สาวใช้ประจำตัวของลี่หยา กล่าวอย่างร้อนรน ท่าทางตื่นเต้นจนมือไม้สั่น นางจ้องมองไปยังประตูจวนที่อยู่ไม่ไกล
ลี่หยาพยักหน้ารับ ก่อนจะเร่งฝีเท้า นางรู้สึกอึดอัดและผิดหวังกับตัวเองที่ต้องแอบออกจากจวน แต่ความปรารถนาที่จะได้อ่านนิยายเล่มใหม่นั้นแรงกล้ากว่าความกลัว
" เสี่ยวลี่ ท่านแม่ของเราคงไม่ทราบเื่ที่เราแอบออกมาใช่ไหม" ลี่หยาถามอย่างหวาด ๆ
" ฮูหยินไม่ทราบหรอกเ้าค่ะ คุณหนู" เสี่ยวลี่ตอบอย่างมั่นใจ
" หากท่านแม่รู้ เราคงโดนดุแน่" ลี่หยา กล่าวด้วยน้ำเสียงหวั่นๆ
"ไม่เป็ไรหรอกเ้าค่ะ คุณหนู คุณหนูออกไปไม่นานคงไม่มีใครสังเกตุ" สาวใช้นามเสี่ยวลี่ปลอบโยน ลี่หยา
ลี่หยาพยักหน้ารับ แม้จะรู้สึกกังวลแต่ก็อดที่จะมีความสุขไม่ได้
เมื่อลี่หยาและเสี่ยวลี่มาถึงห้องพักของลี่หยา คุณหนูลี่หยาพลิกดูนิยายประโลมโลกเล่มใหม่ ใบหน้าหวานๆของนางแดงระเรื่อด้วยความสุข
"ช่างนี้สนุกจริงๆ นะ เสี่ยวลี่" ลี่หยา กล่าวอย่างตื่นเต้นเมื่อเปิดอ่านสิ่งที่นางเพิ่งเสี่ยงไปรับมา
"นั่นสิเ้าคะคุณหนู เื่ราวช่างสนุกยิ่งนัก" เสี่ยวลี่ที่แอบอ่านอยู่เื้ัคุณหนูเอ่ยเห็นพ้องอย่างยินดี
" ข้าชอบจังหวะที่... " ลี่หยายกมือขึ้นปิดปากตัวเองอย่างเขินอาย
เสี่ยวลี่หัวเราะเบา ๆ นางชอบมองลี่หยาในยามเช่นนี้ นางเป็สาวใช้ของลี่หยามาั้แ่เยาว์วัย ทั้งสองสนิทสนมกันดุจพี่น้องร่วมสายเื
คุณหนูลี่หยาที่เพิ่งอ่านจบนิยายประโลมโลกเล่มใหม่ที่นางเพิ่งซื้อมา นางยื่นนิยายเล่มนั้นให้แก่สาวใช้คนสนิท เสี่ยวลี่ ด้วยสีหน้าอิ่มเอมใจ
"เสี่ยวลี่ เ้าช่วยนำนิยายเล่มนี้ไปห่อด้วยผ้าสีทึบด้วย" ลี่หยากล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล "พรุ่งนี้ข้าจะนำไปมอบให้หยางหนิงยืมอ่านที่งานเลี้ยงในวัง"
เสี่ยวลี่รับคำสั่งด้วยความนอบน้อม นางรู้ดีว่าหยางหนิงคือสหายสนิทของคุณหนูของนาง เป็บุตรีเพียงคนเดียวของขุนนางหยาง เ้ากรมพิธีการผู้สูงศักดิ์ ซึ่งมีความสนิทสนมกับท่านขุนนางลี่ บิดาของคุณหนูลี่หยา
ขณะที่เสี่ยวลี่กำลังห่อนิยายด้วยผ้าไหมอย่างประณีต นางนึกถึงภาพของคุณหนูหยางหนิง สตรีร่างท้วม แก้มแดงระเรื่อ ผู้มักจะขี้อายแต่ก็ชอบ กล่าวคุยเมื่อคุ้นเคย นางทราบดีว่าหยางหนิงนั้นหลงใหลในนิยายประโลมโลกไม่แพ้คุณหนูของนาง ทว่าด้วยฐานะอันสูงส่งจึงไม่อาจไปซื้อหามาอ่านเองได้ จำต้องรอคอยยืมอ่านต่อจากคุณหนูลี่หยาเท่านั้น
เสี่ยวลี่ห่อนิยายเสร็จแล้วจึงนำไปเก็บในหีบไม้แกะสลักลายัและหงส์อันงดงามใต้เตียงของคุณหนู นางอดบ่นเบาๆ มิได้ "คุณหนูเ้าคะ หีบลับที่เก็บนิยายของเราจะเต็มแล้วนะเ้าคะ"
ลี่หยาฟังคำบ่นของสาวใช้แล้วหัวเราะคิกคักเบาๆ ราวกับสายลมพัดผ่าน นางเดินเข้าไปใกล้หีบไม้ใต้เตียง มองดูด้วยความภาคภูมิใจในสมบัติล้ำค่าของตน "ไม่เป็ไรหรอก เสี่ยวลี่" นางตอบด้วยรอยยิ้มกว้าง "หากหีบนี้เต็ม เราก็หาหีบใหม่มาเก็บได้"
ว่าแล้วลี่หยาก็หยิบตะเกียงน้ำมันทองเหลืองขึ้นมาเปิด แสงสลัวสีส้มทอประกายวับวาวบนผิวไม้แกะสลักของหีบ นางมองดูหีบที่บรรจุนิยายหลากหลายเื่ราวด้วยแววตาเปี่ยมสุข ราวกับกำลังล่องลอยไปในโลกแห่งจินตนาการอันไร้ขอบเขต
แสงไฟอ่อน ๆ จากตะเกียงส่องสว่างไปทั่วห้องพัก เผยให้เห็นสิ่งของที่เรียงรายอยู่บนโต๊ะเครื่องแป้ง ลี่หยานั่งลงบนเตียง ขณะที่เสี่ยวลี่หยิบหวีไม้หอมมาสางผมให้นาง ผมดับขลับเส้นเล็กละเอียดสะท้อนกับแสงไฟประดุจแพรไหม
“คุณหนู พรุ่งนี้คุณหนูต้องตามท่านขุนนางลี่เข้าไปงานเลี้ยงในวังหลวง” เสี่ยวลี่เอ่ยขึ้นเพื่อเตือนลี่หยา
“ข้ารู้ แต่ข้าไม่ชอบงานเลี้ยงพวกนี้เลย” ลี่หยาตอบอย่างหงุดหงิด
ลี่หยา ไม่ชอบงานเลี้ยงในวัง นางเบื่อหน่ายกับบรรดาขุนนางที่มากันเพื่อหาคู่ให้บุตรสาว นางอยากใช้ชีวิตอิสระ เหมือนคนทั่วไป
“พวกเขาจะจับคู่ให้พวกเรา แต่ข้าไม่คิดที่จะแต่งงานในเร็ววันนี้” ลี่หยาบ่น
“คุณหนูอย่าเพิ่งคิดมากเลยเ้าค่ะ เดี๋ยวท่านพ่อและท่านแม่ก็คงจะหาคู่ที่ดีให้คุณหนู” เสี่ยวลี่ปลอบโยน
ลี่หยาถอนหายใจ นางรู้ว่าหนีความจริงไม่ได้ การแต่งงานเป็สิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
เสี่ยวลี่ เริ่มจัดเตรียมเครื่องแต่งกายสำหรับลี่หยา สำหรับงานเลี้ยงในวันพรุ่งนี้ นางเลือกชุดผ้าไหมสีเขียวอ่อน ประดับด้วยดอกไม้สีทอง
" คุณหนู ดูชุดนี้สิเ้าคะ" เสี่ยวลี่หยิบชุดผ้าไหมขึ้นมาให้ลี่หยา
ลี่หยาพยักหน้าอย่างพอใจ กับชุดนี้
" ข้ารู้สึกอึดอัดใจกับพวกขุนนางเ่าั้" ลี่หยา กล่าวอย่างกังวล
"อย่าห่วงไปเลยเ้าค่ะ คุณหนู " เสี่ยวลี่ปลอบ " ข้ากลัวเหลือเกินว่า เมื่อถึงวันนั้น บุรุษผู้อาจจะมาเป็คู่เคียงของคุณหนูจะรู้ความลับเื่คัมภีร์ที่คุณหนูเก็บซ่อนไว้นะซิเ้าคะ"
แล้วทั้งสองก็หัวเราะเบาๆ อย่างมีความสุข เสียงหัวเราะแ่เบาดุจสายลมพัดผ่านใบไม้