สะพานที่ 2 ผ่านมา
ปี๊น
เฮือก
“อะ ขอโทษครับ” เสียงบีบแตรของรถมอเตอร์ไซด์ที่ขับมาบนสะพานปูนเรียกสติของฮัมที่ยืนเหม่อมองใบหน้าหวานของพ่อค้าร้านน้ำปั่นในร้านสีฟ้าตุ่นที่ตั้งอยู่ริมคลอง เขาก้มหัวลงเล็กน้อยเพื่อเป็การขอโทษที่ยืนขวางทาง ก่อนจะกระเถิบตัวแอบไปข้างหนึ่งของสะพานปูนจนชิดขอบ เพื่อเว้นช่องให้รถมอเตอร์ไซด์ได้ขับผ่านไปได้ จากนั้นชายหนุ่มก็ขึ้นคร่อมรถจักรยานของตัวเองอีกครั้ง หลังจากที่ตัดสินใจได้แล้วว่าวันนี้
ขอกลับไปตั้งหลักก่อน
“เขาหลงทางหรือเปล่าพี่ผ่าน เห็นจอดตั้งนานแล้ว”
“ไม่รู้สิ” ผ่านเพลงเอ่ยตอบเด็กน้อยวัยสิบขวบลูกค้าประจำของร้าน ก่อนจะหันไปมองตรงจุดที่คนขี้จักรยานคนเมื่อกี้เคยจอดอยู่ แต่ตอนนี้คนที่จอดจักรยานยืนมองมาที่ร้านของเขาอยู่ได้สักพัก ขี่รถจักรยานออกไปไกลพอสมควรแล้ว แต่ก็ยังพอมองเห็นแผ่นหลังกว้างอยู่นิดหน่อย “คงมาขี่รถเล่นละมั่ง”
ตอนแรกเขาไม่ได้สนใจอะไรนักหรอก เพียงแต่ว่าตอนที่เขากำลังจะยื่นแก้วบลูฮาวายที่เพิ่งปั่นเสร็จส่งไปให้กับเด็กชายเขาก็มีความรู้สึกเหมือนกับใครบางคนกำลังมองมาที่เขาอยู่ ผ่านเพลงเลยเลือกที่จะใช้ปลายหางตาชำเลืองมองไปตรงจุด ๆ นั้น เขาเลยได้เห็นว่าผู้ชายคนที่เพิ่งขี่จักรยานผ่านหน้าร้านของเขาไปเมื่อกี้จอดรถห่างจากร้านเขาไปเพียงเล็กน้อย ผู้ชายตัวสูงใส่เสื้อสีขาวกำลังยืนมองมาที่ร้านของเขาและเหมือนกับว่าจะมองมาที่เขาด้วยนั้นแหละ
ในตอนนั้นผ่านเพลงเลือกที่จะไม่สนใจผู้ชายคนนั้น เขาคิดว่าน่าจะเป็พวกนักปั่นจักรยานทั่วไปอย่างที่เคยได้เห็นอยู่บ่อย ๆ ถึงแม้ว่าจะมีแวบหนึ่งที่รู้สึกว่าคุ้นหน้าผู้ชายคนนั้นเล็กน้อยก็ตาม แต่เขาก็ไม่ได้เก็บมาใส่ใจอะไรหรอก เพราะแถวนี้มีนั่งปั่นจักรยานผ่านไปผ่านมาตลอดอยู่แล้ว
แต่เมื่อเขาปั่นน้ำทั้งสามแก้วเสร็จผู้ชายคนนั้นก็ยังยืนอยู่ เขาเลยมองผ่านกระจกใสบานเล็กที่ติดอยู่ข้าง ๆ บานหน้าต่างตรงที่คว่ำแก้วเพื่อสังเกตว่าคน ๆ นั้นกำลังแสดงท่าทางอย่างไร สิ่งแรกที่สะดุดตาของผ่านเพลง คือตาคมคู่นั้นมองมาที่ร้านของเขาด้วยสายตาที่ผ่านเพลงไม่สามารถอธิบายได้
มันเหมือนจะดีใจ หรือ เสียใจไปในที
ตอนนั้นมันเลยทำให้เขาเริ่มรู้สึกสนใจอีกคนขึ้นมาเล็กน้อย เขาอยากรู้ว่าคน ๆ นั้นกำลังคิดอะไรอยู่ถึงได้แสดงแววตาน่าสับสนแบบนั้นออกมาได้
และในแวบหนึ่งที่คิดขึ้นมาได้ว่าผู้ชายตัวสูงคนนั้นอาจจะหลงทางหรือว่าหาอะไรสักอย่างอยู่ เลยแสดงแววตาอธิบายยากแบบนั้นออกมา
ตอนนั้นเ้าของร้านหน้าหวานก็เลยว่าจะเดินไปถามดูว่า้าความช่วยเหลืออะไรไหม แต่พอคิดไปคิดมาอีกทีเ้าตัวเขายังไม่ได้เอ่ยขอร้องอะไรออกมาเลย แล้วเราจะเข้าไปยุ่งทำไม? ก็เลยไม่ไปดีกว่า
เดี๋ยวโดนด่าว่าเสือกแล้วจะหน้าหงายกลับมา
H U M P L E N G
‘เพลง เพลง น้องผ่านเพลง รอพี่ด้วยสิครับ’ เสียงทุ้มของใครบางคนะโเรียกชื่อของผ่านเพลงในตอนที่เขากำลังจะเดินออกจากรั้วประตูของโรงเรียนพอดี เสียงคุ้นหูที่ดังมาจากด้านหลังทำให้เด็กชายชั้นม.4 ที่มีชื่อเดียวกันกับที่ถูกเรียกหยุดฝีเท้าตรงหน้าประตูรั้ว รอยยิ้มหวานปรากฏบนใบหน้าของเขาก่อนที่เ้าตัวจะค่อย ๆ หันหลังกลับไปมองคนที่เรียกกัน
เฮือก
แฮร่ก แฮร่ก แฮร่ก
ร่างบางกระตุกฮวบเด้งตัวลุกขึ้นนั่งหลังจากที่หลุดออกจากความฝันเดิม ๆ นี้อีกครั้ง หัวใจของเขาเต้นแรงจนตัวสั่นเทา จมูกโด่งรั้งรีบสูดเอาอากาศเข้าปอดอย่างรวดเร็วเมื่อรู้สึกเหมือนกำลังหายใจไม่ออก หน้าอกบางกระเพื่อมขึ้นลงถี่เร็วไปตามแรงสูดลมหายใจของโพรงจมูก
“ใครกัน” เมื่อหัวใจและร่างกายของเขาเริ่มกลับมาเป็ปกติ ปากสวยได้รูปก็เอ่ยถามคำถามเดิม ๆ กับตัวเองขึ้นมาอีกครั้ง
แม้รู้ดีว่าเขาจะไม่ได้คำตอบจากใคร
แต่ก็ยังถามซ้ำ ๆ อยู่อย่างนั้น
หลังจากเวลาผ่านไปได้สักพัก ผ่านเพลงก็ลุกขึ้นจากที่นอน เขาเดินออกจากประตูห้องมาหยุดยืนรับลมอยู่ที่ระเบียงไม้ของบ้านหลังเล็กที่อยู่ติดกับร้านขายน้ำสีฟ้า สายลมเย็นหลังฝนตกพัดผ่านร่างกายของเขาไปทิศทางเดียวกันกับกระแสน้ำในลำคลอง มันทำให้คนร่างบางรู้สึกสบายใจมากขึ้นมาบ้าง
เขาเงยหน้าขึ้นไปมองท้องฟ้าสีดำมืดที่ไร้ซึ่งดวงดาวและดวงจันทร์ ดวงตาหวานสวยที่ดูจะหม่นหมองลงไปเล็กน้อยเมื่อคิดทบทวนความฝันที่เพิ่งผ่านพ้นไปอีกครั้ง
มันเป็ความฝันที่เขาฝันถึงมันซ้ำแล้วซ้ำเล่าในเกือบทุก ๆ ค่ำคืนเป็เวลานานกว่าสองปีได้แล้ว เสียงอบอุ่นทุ้มหูของผู้ชายในฝันคนนั้นที่เอ่ยเรียกชื่อเขา ผ่านเพลงยังจำได้มาจนถึงตอนนี้
ชื่อของเขาที่ถูกเสียงทุ้มนั้นเอ่ยเรียก เป็ชื่อหลังที่ไม่มีใครใช้เรียกเขาเลยสักคน
‘เพลง
ใช่คน ๆ นั้นเรียกเขาว่า เพลง
แต่ตลอดชีวิตที่ผ่านมาจนถึงตอนนี้ ผ่านเพลงก็ยังคิดไม่ออกเลยว่า ใครกันที่เคยเรียกชื่อเขาแบบนั้น โดยส่วนมากทุกคนจะเรียกเขาว่าผ่าน หรือไม่ก็เรียกชื่อเต็มทั้งสองพยางค์ไปเลย
คงจะมีแต่ผู้ชายคนนั้น คนที่ไม่ว่าจะฝันถึงกี่ครั้ง ก็ไม่เคยจะได้เห็นหน้าเลยสักที
ความรู้สึกในความฝัน เขารับรู้มันได้เป็อย่างดี ปากของเขาที่เผยรอยยิ้มกว้างเหมือนกับว่าตัวของผ่านเพลงในตอนนั้นรู้ดีเลยว่าคนๆ นั้นเป็ใคร หัวใจที่เต้นแรงด้วยความรู้สึกตื่นเต้น มักจะหลงเหลือมาจนถึงตอนที่เขาสะดุ้งตื่นเสมอ
มันเป็ความรู้สึกดี และ ดีมาก
ความรู้สึกใน่เวลานั้นมันคงมีอะไรบางอย่างระหว่างเราสองคนแน่ ๆ
ระหว่าง เขา กับ คนในความฝันคนนั้น
“ตีห้าแล้วหรอเนี่ย” คนตาสวยที่ยืนรับลมอยู่ที่ริมระเบียงจนเพลิน เอ่ยพูดขึ้นมาเมื่อหูของเขาเริ่มได้ยินเสียงเปียโนที่ดังลอยตามลมมาจากอีกฟากหนึ่งของกำแพงหมู่บ้าน กำแพงที่กั้นระหว่างบ้านไม้หลังเล็กริมคลองของเขา กับบ้านปูนหลังใหญ่ราคาแพง
“ฮื่อ ฮือ ฮือ ฮื่อ ฮือ...” ผ่านเพลงยืนฮัมเพลงคลอไปกับเสียงเปียโนที่กำลังบรรเลงเพลงเดิมเหมือนเช่นทุกวันในเวลาตีห้าแบบนี้ เขาจำเนื้อเพลงที่คนเล่นเปียโนเล่นไม่ได้ เลยทำได้แค่ฮัมเพลงตามไปเบา ๆ แต่ก็รู้สึกว่ามันคุ้นหูมากและคิดว่าเขาคงรู้จักเพลงนี้มาก่อนแน่ๆ
ร่างกายของเขาที่ขยับโยกตัวเบา ๆ ไปตามจังหวะของเสียงเปียโนที่ลอยมาตามสายลมนั้น บ่งบอกให้คนที่ร้องเพลงไม่ได้อย่างเขา เชื่อว่าเขาคงรู้จักเพลง ๆ นี้เป็อย่างดี
เพราะมันเป็เพลง ๆ เดียวในโลกใบนี้ ณ ตอนนี้ที่ ผ่านเพลง สามารถฮัมเพลงคลอตามไปได้อย่างไม่ผิดเพี้ยน
นอกนั้น แม้แต่อ่านเนื้อเพลง เขายังเสียงเพี้ยนเลยคิดดู
ณ บ้านปูนหลังใหญ่อีกฟากของกำแพงสูง
นิ้วเรียวของคิมหันต์กำลังกดลงบนคีย์บอร์ดสีขาวสีดำตัวแล้วตัวเล่า ทำให้เสียงดนตรีดังก้องกังวานไปทั่วทั้งห้องกระจก คนตัวสูงที่มักจะตื่นขึ้นมาเล่นเปียโนในเวลาเดิมทุกวันที่ห้องกระจกแห่งนี้ ซึ่งเป็ห้องที่ถูกสร้างเอาไว้เพื่อเป็ห้องซ้อมดนตรีของเขาโดยเฉพาะ
ตัวห้องกระจกสร้างยื่นออกไปทางกำแพงสูงหลังบ้าน มีประตูเชื่อมต่อกับห้องนอนของฮัมเพียงบานเดียวเท่านั้น ภายในห้องมีหน้าต่างกระจกบานใหญ่ที่ตอนนี้ถูกแง้มเปิดเอาไว้ เพื่อให้สายลมเย็นจากภายนอกได้พัดผ่านเข้ามา
คิมหันต์เล่นเพลงเดิมซ้ำ ๆ เพียงเพลงเดียวแบบนี้มาตลอดสองปี
มันเริ่มั้แ่วันนั้น วันที่ใครบางคนหายไปโดยไม่มีคำบอกลา
‘พี่ฮัมว่าเพลงนี้เพราะไหมครับ
‘ถ้าเพลงเป็คนร้องก็เพราะทั้งนั้นแหละ
‘ถ้างั้นจะร้องแต่เพลงไก่ย่างให้ฟังเลย
‘มานี่เลยตาหวาน กวนพี่ใช่ไหมครับ
‘ฮ่า ๆ ๆ เพลงจั๊กจี้นะพี่ฮัม
เสียงหัวเราะและรอยยิ้มหวานจับใจในวันนั้น วันสุดท้ายที่เราได้ใช้เวลาอยู่ด้วยกัน คิมหันต์ยังจดจำมันได้เป็อย่างดี เสียงเพลงที่ดังแว่วมาจากหูฟังสีขาวของคนน้องดังคลอไปกับการหยอกล้อของเราสองคน และมันเป็เพลง ๆ เดียวกันกับที่นิ้วเรียวของเขากำลังบรรเลงอยู่ในตอนนี้
เพลงที่เขาไม่มีโอกาสได้ฟังมันพร้อมกับอีกคน
คน ๆ เดียวกันกับเ้าของร้านน้ำปั่นที่เขาได้เจอเมื่อวานนี้นั้นแหละ
เช้าวันนี้ผ่านเพลงกำลังเร่งรีบกับการแต่งตัวเพื่อลงไปเปิดร้านน้ำปั่นของเขา ถึงแม้ร้านเล็ก ๆ ของเขาจะมีลูกค้าแค่คนในชุมชนริมคลองแห่งนี้ก็เถอะ
ผ่านเพลงเป็นักศึกษาปี 1 คณะมนุษยศาสตร์ของมหาวิทยาลัยชื่อดังแถบชานเมืองกรุงเทพฯ เขาย้ายกลับมาอยู่กรุงเทพฯ เมื่อตอนที่เพิ่งเปิดเทอมใหม่ ๆ บ้านหลังเล็กที่อยู่ติดริมน้ำหลังที่เขาอยู่เป็บ้านของป้าที่เป็พี่สาวของพ่อ
ป้าของเขาย้ายออกไปอยู่บ้านใหม่ ที่ลูกสาวแกซื้อให้ เลยทำให้บ้านไม้หลังนี้ไม่มีคนอยู่ พ่อกับแม่เลยขอให้เขามาอาศัยอยู่แทน
บ้านไม้หลังเล็กสองชั้นที่ข้างบ้านมีร้านขายน้ำปั่นเล็ก ๆ ตอนนี้ เมื่อก่อนป้าของเขาเปิดเป็ร้านขายขนมหวาน แล้วพอเขาเข้ามาอยู่ก็เลยทำการบูรณะและต่อเติมใหม่เล็กน้อยเพื่อเปิดเป็ร้านขายน้ำปั่นแทน
ร้านน้ำของผ่านเพลงชื่อว่าร้าน ‘ฤกษ์เรียน’ มันมีความหมายตรง ๆ ตัวของมันอยู่แล้ว คงจะเหมือนกันกับตัวเขา ที่ได้ฤกษ์กลับมาเรียนหนังสือร่วมกับเพื่อนคนอื่นเสียที หลังจากที่ต้องใช้เวลาสองปีเพื่อเรียนรู้อยู่ที่บ้านคนเดียว
ร้านน้ำ ฤกษ์เรียน ของพ่อค้าผ่านเพลงจะเปิดใน่เย็นจนถึงดึกของวันธรรมดาและเปิดั้แ่เจ็ดโมงเช้าของวัน หยุดเสาร์-อาทิตย์ อย่างเช่นวันนี้นั้นแหละ
ลูกค้าส่วนใหญ่ของร้านนี้เป็เด็กในชุมชนริมคลอง เขาเลยเลือกที่จะตั้งราคาขายเริ่มต้นที่
แก้วเล็กราคา 10 บาท และแก้วใหญ่ราคา 25 บาท
บางวันถ้ามีเวลามากพอ ผ่านเพลงก็จะเอาขนมปังหรือไม่ก็ลูกชิ้นมาเสียบไม้ปิ้งขายไปด้วย เพื่อเป็การเพิ่มรายได้ให้กับตัวเอง
แต่ถ้าวันไหนยุ่งมาก ๆ หรือว่าี้เีเขาก็จะขายแค่คุกกี้ที่ไปรับมาจากบ้านทำขนมปัง ซึ่งอยู่ห่างออกไปจากร้านเขาห้าหลัง
“พี่ผ่านมาเปิดร้านแล้ว”
“เย้ เย้ พี่ผ่านเปิดแล้ว” เสียงเล็กของน้ำหวานร้องออกมาด้วยความดีใจ เด็กน้อยะโหยง ๆ พร้อมกับปรบมือไปด้วย เมื่อเห็นว่าพี่ผ่านเ้าของร้านหน้าหวาน เดินออกจากบ้านเพื่อมาเปิดร้านน้ำที่เ้าตัวยืนรออยู่กับพี่พีพี่ชายข้างบ้าน
“มากันแต่เช้าเลยหรอพวกเรา” ผ่านเพลงหันไปมองเด็กน้อยซึ่งเป็ลูกค้าประจำของเขาด้วยรอยยิ้มเอ็นดู ก่อนจะหันมาเปิดประตูหน้าต่างของร้าน เพื่อต้อนรับลูกค้าทั้งสองคนของเขา
“หวานมาคนแรกเลยพี่ผ่าน”
“มั่ว พี่มาก่อนหวานนะ”
“พี่พีแหละมั่ว หวานวิ่งมาถึงก่อนหรอก”
“อย่ามาขี้โกง!” เมื่อคนน้องเอ่ยไปแบบนั้น พี่ชายข้างบ้านก็ถึงกับทำหน้ายุ่งเถียงกลับมาทันที พีพีคิดว่าใครจะยอมกันหล่ะ ถ้าน้ำหวานมาก่อนก็ต้องได้ก่อนเขานะสิ เื่แบบนี้ยอมกันไม่ได้หรอก
“เอ้า ๆ พอแล้ว อย่าทะเลาะกัน ไม่งั้นไม่ขายให้นะ วันนี้มีน้ำแข็งใสด้วยถ้าทะเลาะกันจะปิดร้านหนีเลย แต่ถ้าหยุดทะเลาะกันเดี๋ยวจะให้เยอะ ๆ เลยดีไหม?” เมื่อเห็นว่าาแย่งชิงอันดับหนึ่งของร้านไม่มีทีท่าว่าจะจบง่าย ๆ เ้าของร้านหน้าหวานก็พูดแทรกขึ้นมาทันที พี่ผ่านของเด็ก ๆ เลือกที่จะเอาเมนูพิเศษของวันนี้มาล่อให้เด็กน้อยสองคนหยุดทะเลาะกัน และเห็นจะได้ผลเสียด้วย
“โหหหหห มีน้ำแข็งใสด้วยหรอพี่ผ่าน ไม่ได้ทะเลาะกันสักหน่อยเนอะพี่พี”
“ใช่ ๆ ไม่ได้ทะเลาะกันเลย” พีพี ยื่นมือไปจับมือเล็กของน้องสาวข้างบ้าน เพื่อยืนยันว่าเขากับน้ำหวานไม่ได้ทะเลาะกันสักหน่อย เมื่อกี้ก็แค่คุยกันเฉย ๆ พี่ผ่านนะเข้าใจผิดไปเอง
“อื้ม มีน้ำหวานสีฟ้าด้วย”
“ว๊าวววว พี่พีชอบน้ำสีฟ้าหวานรู้”
“เราก็เหมือนกันนั้นแหละ”
“แล้วนี่ตกลงว่า สองคนนี้ใครมาก่อนหึ?”
“หวานมาก่อนก็ได้พี่ผ่าน ผมให้น้องก่อนก็ได้”
“ดีมาก งั้นเดี๋ยวจะแถมเยลลี่ให้คนละอันเลย”
“เย้ หวานเอาน้ำแข็งใสสีฟ้าพี่พีเอาด้วยใช่ไหม”
“อืม”
“ได้เลยครับคุณลูกค้า” ผ่านเพลงส่งรอยยิ้มหวานไปให้ลูกค้าตัวเล็ก ที่ตกลงกันได้ว่าใครจะได้น้ำแข็งใสสีฟ้าเป็คนแรก ก่อนจะก้มหน้าก้มตาทำน้ำแข็งใสตามความ้าของลูกค้าสองคนแรกของร้านน้ำฤกษ์เรียนในวันนี้
มือสวยหยิบเอาก้อนน้ำแข็งก้อนใหญ่ขึ้นมาวางลงบนม้าไม้สำหรับใสน้ำแข็ง เขาหันไปหยิบเอาแผ่นไม้ที่ด้านล่างมีตะปูตอกยื่นออกมาสิบกว่าตัว เพื่อใช้ในการยึดก้อนน้ำแข็งเอาไว้ไม่ให้เลื่อนหลุดออกจากม้าไม้และช่วยในการจับน้ำแข็งได้อย่างถนัดมือด้วย โดยผ่านเพลงเรียกสิ่งนั้นว่ามือจับน้ำแข็ง
และในตอนนี้ที่ทุกอย่างพร้อมแล้วเ้าตัวก็วางมือจับน้ำแข็งลงที่ส่วนบนของก้อนน้ำแข็งก่อนใหญ่ เขากดน้ำหนักลงไปเล็กน้อย เพื่อให้ตะปูทิ่มเข้าไปในก้อนน้ำแข็งหนา ก่อนจะออกแรงผลักก่อนน้ำแข็งไปข้างหน้าให้ผ่านใบมีดคมที่ติดอยู่กับม้าไม้ เพื่อใช้สำหรับป่นให้น้ำแข็งออกมาเป็เกล็ดเล็ก ๆ
แคร็ก แคร็ก แคร็ก
เสียงไสน้ำแข็งก้อนโตที่ถูกมือเล็กของเ้าของร้านน้ำเลื่อนไปมาผ่านใบมีดคมบนม้าไม้ ดังอยู่สักพักใหญ่ก่อนที่มันจะหยุดลง เมื่อผ่านเพลงเห็นว่าจำนวนน้ำแข็งเกล็ดเล็กที่ได้เพียงพอกับความ้าแล้ว มือสวยรีบยกเอาก้อนน้ำแข็งก้อนหนาที่ตอนนี้ขนาดลดลงไปเล็กน้อยเก็บลงในถังแช่ ก่อนจะหันมากอบเอาน้ำแข็งเกล็ดหิมะที่กองอยู่บนถาดสแตนเลสไปวางลงบนถ้วยโฟมขนาดพอดีมือแล้วกดน้ำหนักลงไปจนแน่นทั้งสองถ้วย ก่อนจะแต่งให้มีรูปทรงสูงเหมือนกับูเา
ตาหวานเหลือบไปมองลูกค้าสองคนที่นั่งจ้องมองมาที่ถ้วยน้ำแข็งสองถ้วยอย่างมีความสุข ผ่านเพลงรู้อยู่แล้วว่าเด็กทั้งสองคนชอบสั่งอะไรคล้าย ๆ กันและยิ่งถ้าวันไหนเขาขายน้ำแข็งใส สองพี่น้องข้างบ้านก็จะสั่งเหมือนกันเปี๊ยบ นั้นก็แปลว่าเค้าก็จะทำให้ทั้งสองคนพร้อม ๆ นั้นแหละ
ไม่มีใครได้ก่อนใครแน่ ๆ เขารับรอง
“สตอเบอรี่นมสดปั่นแก้วนึงครับ”
!!!
มือสวยหยุดชะงักในขณะที่กำลังจะราดนมข้นลงไปบนน้ำแข็งใสสีฟ้า เสียงทุ้มของใครบางคนที่ดังขึ้นมาคุ้นหูจนเขาถึงกับต้องหยุดชะงักทุกอย่างในทันที ในตอนนี้หัวใจของผ่านเพลงกำลังกระหน่ำเต้นแรงจนเริ่มหายใจไม่ออก ดวงตาหวานสวยรับรู้ได้ถึงความร้อนที่แผ่ซ่านขึ้นมาที่ใต้ดวงตา เ้าของร้านน้ำปั่นพยายามสูดลมหายใจลึก ๆ เข้าปอด ก่อนจะค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมาเพื่อดูว่าเ้าของเสียงนั้นเป็ใครกัน
“สตอเบอรี่นมสดปั่นมีใช่ไหมครับ” และเป็ในตอนนั้นที่หัวใจของเขาเหมือนกับหยุดเต้นลงไป เมื่อคนตรงหน้าเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงทุ้มออกมาอีกครั้ง ใบหน้าหล่อคมมองมาที่เขาด้วยรอยยิ้มอบอุ่น
“พี่ผ่าน พี่เขาถามว่าสตอเบอรี่นมสดมีไหม?”
“เอ่อ...มะ...มีครับ” โชคดีที่มีเสียงเล็ก ๆ ของน้ำหวานเรียกสติของพ่อค้าขายน้ำปั่นให้กลับเข้าร่างอีกครั้ง ถึงแม้ว่า เ้าตัวจะตอบกลับไปด้วยเสียงตะกุกตะกักก็เถอะ
โปรดติดตามที่สะพานต่อไป
#แค่ฮัมเพลง
ขอบคุณที่หลงเข้ามาอ่านจ้า