เสียงฝีเท้าของอาเธลดังขึ้นตามทางเดินยาวในคณะเขามุ่งหน้าไปยังห้องประชุม เพื่อเข้าร่วมการประชุมเชิงปฏิบัติการของคณาจารย์ก่อนเปิดภาคการศึกษา ระหว่างทางก็มีเสียงทักทายจากอาจารย์ท่านอื่นเป็ระยะแต่เขาเพียงแค่พยักหน้าตอบ สีหน้ายังคงเรียบเฉยเ็าเช่นเคย
อาเธลผลักประตูห้องประชุมเข้าไปกวาดตามองรอบห้อง มีอาจารย์หลายท่านนั่งรออยู่แล้ว เขาค้อมศีรษะให้เล็กน้อยด้วยความเคารพก่อนจะเดินไปนั่งประจำที่ของตัวเอง บรรยากาศในห้องเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ พูดคุยแต่อาเธลกลับเลือกที่จะนั่งนิ่งเงียบเปิดแฟ้มเอกสารตรงหน้าขึ้นมาพลิกอ่านอย่างตั้งใจ
จนกระทั่งเสียงเคาะประตูห้องดังขึ้นทุกคนหันไปมองตามต้นเสียง ประตูถูกเปิดออกช้าๆ ก่อนที่เ้าของใบหน้าคุ้นตาจะโผล่เข้ามาหญิงสาวผมยาวในชุดนักศึกษา มือถือกองเอกสารหนาเตอะเดินเข้ามาในห้องรอยยิ้มสดใสเจิดจ้าประดับบนใบหน้าเมื่อได้สบตากับอาจารย์ทุกคน
"สวัสดีค่ะ อาจารย์ทุกท่าน หนูชื่อมีนาเป็ประธานนักศึกษาของคณะ วันนี้ได้รับมอบหมายให้มาแจกเอกสารประกอบการประชุมค่ะ"สาวน้อยค้อมศีรษะให้อย่างนอบน้อม
อาเธลชะงักไปนิดหนึ่งเมื่อได้เห็นหน้าของหญิงสาวที่เขาเพิ่งเจอเมื่อเช้านี้ หัวใจราวกับจะหยุดเต้นประสานสายตากันชั่วครู่ เธอมีใบหน้าเรียวสวยที่แม้แต่ปิศาจอย่างเขายังตกตะลึงแต่แล้วมีนาก็ละสายตาออกอย่างรวดเร็ว พลางเดินไปแจกเอกสารให้อาจารย์แต่ละท่าน
เมื่อเดินมาถึงโต๊ะของอาเธล เธอชะงักเล็กน้อยก่อนจะค่อยๆ วางเอกสารลงบนโต๊ะพร้อมรอยยิ้ม"อาจารย์คะ...นี่เอกสารของอาจารย์นะคะ"
เสียงทุ้มนุ่มของอาเธลดังขึ้น"เอ่อ...ขอบคุณครับ"
ภายในอกของชายหนุ่ม หัวใจกำลังเต้นรัวเป็กลองกลิ่นหอมอ่อนจากตัวเธอลอยเข้าจมูก ทำเอาเขาแทบจะหายใจไม่ออกนับเป็ครั้งแรกในรอบหลายร้อยปีที่อาเธลเคยรู้สึกเช่นนี้การปฏิสัมพันธ์แม้เพียงสั้นๆ กับเธอ ทำให้ในอกพลุ่งพล่าน สับสนวุ่นวายเขาไม่เข้าใจว่าทำไมถึงเป็เช่นนี้ เธอมีพลังบางอย่างควบคุมความคิดความรู้สึกของเขาหรือเปล่า
"อาจารย์คะ อาจารย์ไม่สบายหรือเปล่าคะทำไมถึงได้เหม่อลอยแบบนี้" เสียงของมีนาดังขึ้นริมฝีปากอิ่มเม้มเข้าหากันน้อยๆ แววตาเป็ห่วง
"เอ่อ...ไม่มีอะไรครับผมแค่กำลังครุ่นคิดเื่งานน่ะ ไปแจกคนอื่นต่อเถอะครับ" อาเธลรีบปรับสีหน้าเป็ปกติแกล้งทำเป็หยิบเอกสารขึ้นมาดู ไม่อยากให้ใครจับพิรุธได้
"ค่ะ...อาจารย์อย่าเพิ่งเครียดนะคะเทอมนี้เราต้องร่วมงานกันอีกเยอะเลย" มีนายิ้มหวานให้แล้วเดินไปแจกเอกสารที่โต๊ะถัดไปเส้นผมยาวของเธอลู่ไหวตามแรงลมจากเครื่องปรับอากาศ กลิ่นหอมของแชมพูยังคงอบอวลทั่วห้อง
หลังจากการประชุมและงานเลี้ยงต้อนรับคณาจารย์เสร็จสิ้นลงอาเธลก็แยกตัวออกมาอย่างรวดเร็ว เขาเดินฝ่าฝูงชนไปที่ลานจอดรถโดยไม่ลืมชะโงกหน้ามองหามีนาเป็ระยะ อยากรู้ว่าเธอมายังไง จะกลับเมื่อไหร่และที่สำคัญ...คืออยากได้ยินเสียงใสๆ นั้นอีกสักครั้ง
มีนากำลังยืนคุยอยู่กับอาจารย์ท่านหนึ่งเธอหัวเราะคิกคักกับมุกตลกที่ได้ฟัง ทำให้อาเธลอดยิ้มตามไปด้วยไม่ได้นี่เป็อีกครั้งที่เขาเผลอยิ้ม...ยิ้มจริงๆ จากใจไม่ใช่การเสแสร้งแกล้งทำเหมือนที่ผ่านมา เหมือนกับว่าโลกทั้งใบสดใสขึ้นมาทันทีเพียงแค่ได้เห็นรอยยิ้มของเธอ
หลังจากนั้นมีนาก็เดินไปที่รถมอเตอร์ไซค์คันหนึ่ง ก่อนจะขึ้นคร่อมแล้วสตาร์ทเครื่องเสียงเครื่องยนต์ดังสนั่น ขณะที่เธอขับรถพุ่งออกไปอย่างรวดเร็ว
อาเธลรีบขึ้นรถสปอร์ตของตัวเองขับตามเธอไปห่างๆ อย่างช้าๆ ระมัดระวังไม่ให้ถูกจับได้ เขาบอกตัวเองว่าเป็ห่วงความปลอดภัยของเธอกลัวว่าจะเกิดอะไรขึ้นระหว่างทาง แต่ในใจลึกๆกลับปรารถนาที่จะรู้จักเธอให้มากกว่านี้
'มีนา...' เขาทวนชื่อของเธอในใจมันช่างไพเราะเสนาะหูเหลือเกิน อดคิดไม่ได้ว่าเธอจะเป็คนยังไง มีชีวิตเป็อย่างไรและทำไมเขาถึงได้สนใจเธอนักหนา ทั้งๆ ที่ไม่เคยใส่ใจกับมนุษย์คนไหนเป็พิเศษเลย
ในที่สุด มีนาก็จอดรถเทียบข้างบ้านหลังหนึ่งเป็บ้านไม้ชั้นเดียวที่ดูทรุดโทรมแต่อบอุ่น เธอถอดหมวกกันน็อคออกเดินเข้าไปในตัวบ้านพลางหายลับสายตาไป
อาเธลจอดรถอยู่ไม่ไกลสายตาจับจ้องไปที่ตัวบ้านอย่างสงสัยใคร่รู้ ก่อนที่เขาจะนึกได้ว่ากำลังแอบติดตามผู้หญิงคนหนึ่งมาถึงบ้านเหมือนพวกสตอล์กเกอร์ไม่มีผิด เขาส่ายหน้ากับตัวเอง แล้วเริ่มสตาร์ทรถหมุนกลับไปอีกทางอย่างเงียบเชียบ
ตลอดทางกลับอาเธลครุ่นคิดถึงเื่นี้ไม่ได้หยุด ยิ่งห้ามใจตัวเองไม่ให้คิดถึงเธอมากเท่าไหร่ก็ยิ่งทวีความรู้สึกให้ลึกซึ้งมากขึ้นเท่านั้น เขารู้ดีว่านี่ไม่ใช่เื่ดีแน่ในเมื่อเขาเป็ปิศาจ และเธอเป็มนุษย์เป็ความสัมพันธ์ต้องห้ามที่ไม่มีทางเป็ไปได้
แต่ใจของเขากลับเฝ้าบอกว่า...มีนาคือคำตอบของทุกคำถามที่เขาตามหามาตลอดชีวิตในวันที่โลกทั้งใบดูมืดมิด วังเวง และหนาวเหน็บเธอคือความอบอุ่นเพียงหนึ่งเดียวที่ส่องสว่างเข้ามา คำพูด รอยยิ้ม แววตาและััของเธอ ล้วนอาจเป็สิ่งเดียวที่ทำให้เขาลืมอดีตอันแสนเ็ปและเยียวยาจิติญญาอันแหลกสลาย
ความกลัวและความปรารถนาในใจสับสนปนเปกันจนแยกไม่ออก แต่สุดท้ายเขาก็ตัดสินใจว่า...จะเอาคำตอบให้ได้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับเขากับเธอเป็เพียงความบังเอิญ หรือเป็โชคชะตาที่กำลังนำพาให้มาพบกัน
ไม่ว่าผลลัพธ์จะออกมาเป็เช่นไร...อาเธลก็ยินดีจะเสี่ยงมันสักครั้งแม้จะรู้ดีว่าอาจนำพาหายนะมาสู่ทั้งเขาและเธอ แต่ความรู้สึกที่เพิ่งผุดขึ้นมานี้มันช่างยากเกินจะควบคุม เหมือนเปลวไฟที่ลุกโชนท่ามกลางความมืดไม่อาจมอดดับลงได้ง่ายๆ
อาเธลขับรถกลับมาถึงคฤหาสน์ของตัวเองเขาเดินเข้าไปในห้องทำงาน ล้มตัวลงนั่งบนโซฟาหนังตัวใหญ่ หยิบแว่นตาขึ้นมาสวมก่อนจะเปิดแลปท็อปเครื่องบางเฉียบขึ้นมา เริ่มค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับหญิงสาวที่ชื่อ 'มีนา'
ไม่นาน เขาก็พบประวัติโดยย่อของเธอ มีนาเป็นักศึกษาปีสุดท้ายคณะบริหารธุรกิจ มีผลการเรียนดีเยี่ยมเคยได้รับทุนการศึกษามาหลายครั้ง ทั้งยังเป็ประธานชมรมนักศึกษาและมีบทบาทโดดเด่นในการทำกิจกรรมต่างๆ ภาพถ่ายบนโซเชียลมีเดียของเธอ เผยให้เห็นสาวน้อยร่าเริงผู้รักการผจญภัยออกทริปท่องเที่ยวบ่อยครั้ง และดูเหมือนจะสนิทสนมกับครอบครัวเป็พิเศษ
ยิ่งได้เห็นโลกส่วนตัวของมีนามากเท่าไหร่อาเธลก็ยิ่งรู้สึกประทับใจและหลงใหลเธอมากขึ้นเท่านั้น ความมีชีวิตชีวา ร่าเริงอบอุ่น และเปี่ยมน้ำใจของเธอ ช่างตรงข้ามกับตัวตนของเขาราวกับฟ้ากับเหวทว่ากลับยิ่งดึงดูดให้หันมามอง อยากได้ััแสงสว่างนั้นสักครั้ง
ในวันต่อมา อาเธลได้ข่าวว่ามีนาป่วยไม่ได้เข้ามาเรียนที่มหาวิทยาลัย ทำให้เขารู้สึกเป็ห่วงอย่างประหลาดแม้จะไม่ใช่อาจารย์ที่ปรึกษาของเธอ แต่ด้วยความใส่ใจ จึงตัดสินใจไปเยี่ยมถึงบ้าน
เสียงเคาะประตูดังขึ้นหลายครั้งก่อนที่ใบหน้าซีดเซียวของมีนาจะโผล่ออกมาเมื่อเห็นอาเธลยืนถือตะกร้าผลไม้รออยู่หน้าบ้าน เธอก็ใจนเกือบสะดุ้งโหยง
"อา...อาจารย์ท่านมาได้ยังไงคะเนี่ย" มีนาถาม น้ำเสียงสั่นเครือ
"ผมเป็ห่วงคุณ พอดีได้ยินว่าป่วยเลยอยากมาเยี่ยมสักหน่อย นี่...เอาผลไม้มาฝากครับ" อาเธลยื่นตะกร้าให้รอยยิ้มบางเบาผุดขึ้นบนใบหน้าเคร่งขรึม
"ขอบคุณค่ะอาจารย์แต่อาจารย์ไม่ต้องเป็ห่วงหนูหรอกนะคะ แค่เป็ไข้ธรรมดาพักสักวันสองวันก็หายแล้วล่ะค่ะ"
"งั้นรีบพักผ่อนให้หายนะครับ สิ่งสำคัญที่สุดคือสุขภาพอย่าฝืนมากเชียว"
ทั้งคู่คุยอีกสักพัก ก่อนจะแยกย้ายกันไปแม้จะเป็การคุยกันไม่กี่นาทีแต่ก็เพียงพอจะทำให้อาเธลรู้สึกเหมือนลอยอยู่บนก้อนเมฆได้เห็นเธอตรงหน้าในสภาพไม่สบาย แต่ก็ยังคงน่ารักชวนหลงใหลมองแววตาใสซื่อที่ยังเปล่งประกาย แม้จะอ่อนล้าจากอาการป่วย
เขาไม่อยากจากเธอไปเลยสักนิด...หากเป็ไปได้ก็อยากดูแลไอ้หนูตัวแสบนี่จนกว่าจะหายดี ทว่าสถานะระหว่างอาจารย์กับศิษย์ กลับกลายเป็กำแพงขวางกั้นเขาเพียงหวังว่าวันหนึ่ง จะมีโอกาสได้ทำลายกำแพงนี้ลงสักทีได้สานสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งยิ่งกว่าความเป็ครูกับศิษย์ ได้ดูแลเธออย่างเต็มที่ปกป้องเธอจากทุกสิ่งทุกอย่างที่อาจเป็อันตราย
ยิ่งอยู่ใกล้เธอมากเท่าไหร่อาเธลก็ยิ่งรู้สึกว่าตัวเองกำลังเดินเข้าสู่เส้นทางที่ไม่อาจหวนกลับเปลวไฟที่คุโชนอยู่ในอก มันร้อนแรงเสียจนยากจะควบคุมบางทีเพลิงนี้อาจเผาไหม้เขาจนมอดไหม้ แต่ขอเพียงได้เห็นรอยยิ้มของมีนาได้ยินเสียงหัวเราะอันไพเราะจับใจ เขาก็ยินดีจะยอมแลกทุกสิ่งทุกอย่าง
ไม่ว่าอนาคตจะเป็เช่นไรอาเธลก็ตั้งใจแน่วแน่ว่าจะดูแลปกป้องมีนาให้ดีที่สุด จะไม่ยอมให้อดีตหรือปมด้อยใดๆมาทำลายความสุขของเธอ และจะทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้อยู่เคียงข้างเธอจนวันสุดท้ายของชีวิต
ต่อให้เป็ความรักต้องห้ามหรือเส้นทางที่เต็มไปด้วยขวากหนามจากอดีตอันขมขื่น...อาเธลก็จะไม่หวั่นไหวอีกต่อไปเพราะเขาได้พบกับรักแท้ของชีวิตแล้ว
หัวใจของเขาบอกเช่นนั้น...