วันปักปิ่นมาถึงอย่างรวดเร็ว ในยามเหม่า (05.00) เสี่ยวถงเข้ามาปลุกคุณหนูแต่เช้า เพื่ออาบน้ำชำระร่างกาย วันนี้เหม่ยเซียนแต่กายด้วยชุดสีขาวบริสุทธิ์ ปักลวดลายดอกซากุระสีชมพูอ่อน นางตกแต่งใบหน้าด้วยโทนสีชมพูเพื่อให้เข้ากับชุด ริมฝีบางทาชาดสีชมพูมันวาว ทาเปลือกตาสีแดงผสมสีขาวจางๆ ไม่เข้มมากใช้ดินสอสีดำที่หาซื้อได้เมื่อวันก่อนเขียนขอบตาเฉียงขึ้นเล็กน้อยขับให้ดวงตาที่มีไฝเล็กๆ ตรงหางตาซ้าย ดูมีเสน่ห์มากยิ่งขึ้น ‘ดีนะที่หน้าผากหายแล้ว’ ผมเกล้ามวยขึ้นครึ่งหัวติดเครื่องประดับคล้ายกิ๊บรูปผีเสื้อแค่หนึ่งชิ้นเพื่อให้มีที่ว่างปักปิ่น ภาพใบหน้างดงามล่มเมืองสะท้อนออกมาในกระจก
“คุณหนูของบ่าวงดงามที่สุดในแคว้นเลยเ้าค่ะ” เสี่ยวถงยืนยิ้มอยู่ด้านหลังแววตาปลาบปลื้มอย่างปิดไม่มิด
“เป็เื่ธรรมดาอ่ะนะ ฮิฮิ” เสี่ยวถงอมยิ้ม
“ไปเรือนใหญ่เลยรึไม่เ้าคะ??”
“อืม..ไปเลยสิป่านนี้ญาติฝ่ายท่านแม่คงมากันแล้วกระมัง”
“เ้าค่ะ”
จูเหม่ยเซียนออกจากเรือนหลานฮวาเพื่อเดินไปยังเรือนใหญ่ วันนี้ภายในจวนจัดงานพิธีปักปิ่นให้นาง ก็คล้ายวันเกิดในโลกเดิมล่ะนะ แต่คนที่นี่วันปักปิ่นคือวันที่จะประกาศให้ผู้คนรู้โดยทั่วกันว่าฉันโตเป็สาวพร้อมจะออกเรือนแล้ว 'ช่างไม่ยุติธรรมนะว่ามั้ย?'
ภาพสาวงามเดินผ่านประตูห้องโถงเรือนใหญ่ เกิดเป็ภาพติดตาผู้ที่ได้มองเห็นเหม่ยเซียนไล่มองบรรดาผู้หลักผู้ใหญ่พร้อมย่อกายถวายคำนับจนครบทุกคนแล้วเดินผ่านเข้ามาหาท่านพ่อกับท่านแม่ เกาฮูหยินอดมิได้ที่ชมบุตรสาว
“วันนี้เหม่ยเอ๋อร์ของแม่งดงามที่สุดจริงๆ” ข้างๆ ท่านแม่ของนางมีท่านป้าสกุลเกา เกาหลี่ฮวาซึ่งเป็พี่สาวของท่านแม่ของนาง กล่าวว่า
“หากไม่ติดว่าเ้าเป็หลานสาวของป้า ป้าจะส่งแม่สื่อมาทาบทามเ้าเสียวันพรุ่งนี้เลย” เสียงหัวเราะของคนในครอบครัวประสานกันออกมาเต็มห้องโถง ทั้งหมดนั่งพูดคุยจิบน้ำชากันครู่ใหญ่
“เชิญทุกท่านรับอาหารเช้าพร้อมกันเถิด ต้นยามซื่อ (9.00) เราจะได้เริ่มพิธีปักปิ่นให้เหม่ยเอ๋อร์” ท่านเสนาบดีจูกล่าวกับทุกคน 'วันนี้เหมือนวันรวมญาติจริงๆ'
ยามเฉิน (08.00) เวลาไม่ขาดไม่เกินหน้าจวนสกุลจูมีรถม้าสามคันจอดเรียงรายกันมา สองคันแรกมีตราประทับจากวังหลวงติดอยู่ข้างรถ อีกหนึ่งคันที่จอดเป็คันที่สามเป็ของจวนเสนาบดีฝ่ายซ้ายไป่เยี่ยกวง รถม้าสองคันแรกมีบุรุษหนุ่มหล่อเหลาคมคายก้าวลงมาจากรถม้าพร้อมกันและกำลังเดินเข้าประตูจวนไป โดยมีองครักษ์คนสนิทกงลี่และฝูจินเดินตามหลังไม่ห่างกาย แต่ภายในรถของจวนสกุลไป่หญิงสาวที่นั่งอยู่ด้านในสองคนคือคุณหนูไป่และคุณหนูตู้ ที่ยังคงกำลังนั่งประหม่าเขินอายมิกล้าลงจากรถหลังจากสาวใช้เดินมาบอกว่ารถม้าขององค์ชายทั้งสองจอดอยู่ด้านหน้ารถของนาง
“เยว่ชิงถ้าเราไม่กล้าลงไปเราจะคลาดกับทั้งสองพระองค์นะ หลังจากนั้นถ้าเราจะหาทางเข้าไปพุดคุยด้วยคงลำบากแล้ว” ตู้ฟางซินบอกสหายทั้งๆ ที่ตนเองก็ประหม่าเช่นกัน
“ใช่สินะ นี่เป็โอกาสดีที่เราจะได้พบพระองค์ ป่ะฟางซินลงไปกันเถอะ” ‘เราต้องกล้าเท่านั้นสินะ’
ทั้งสองสาวรีบลงจากรถม้าก้าวเดินเพื่อที่จะให้ทันองค์ชายที่เดินอยู่ข้างหน้า เยว่ชิงเห็นว่าตามไม่ทันแน่แล้วจึงผลักตู้ฟางซินพุ่งถลาให้ไปชนกับแผ่นหลังขององค์ชายสามทันที ตู้ฟางซินที่ตามแผนสหายรักไม่ทันวิ่งถลาไปข้างหน้าพร้อมกรีดร้องเสียงดัง
“อ๊ายยยย…” ถลาล้มลงไป จนเกือบจะชนแผ่นหลังขององค์ชายสามตามแผนของไป่เยว่ชิง ฉับพลันองค์รักษ์ประจำพระองค์ กงลี่ ปราดเข้ามายืนด้านหน้า ผลักตู้ฟางซินล้มลงด้านข้างอย่างแรง ตุ้บๆ! เสียงของสะโพกกระทบพื้นดังลั่นหน้าจวนสกุลจู
“เ้าจะทำอันใด รู้หรือไม่แตะต้องเชื้อพระองค์โดยมิได้รับอนุญาตต้องโทษโบยยี่สิบไม้” กงลี่เอ่ยเสียงเหี้ยม
ตู้ฟางซินที่ล้มลงกับพื้นก้มหน้าลงด้วยความอับอายสององค์ชายหันกลับมามองนาง และเหลือบตามองไปทั่วบริเวณ ด้านหน้าประตูจวนมีชาวบ้านมามุงดูกันมากมาย ฝูจินองครักษ์ขององค์ชายรองกล่าวเอ่ยรายงานด้านหลังทั้งสองพระองค์เสียงเบา
“สตรีที่ล้มลงกับพื้นคือบุตรีพ่อค้ารายใหญ่สกุลตู้ นามตู้ฟางซินพะยะค่ะ ส่วนสตรีชุดสีฟ้าที่ยืนอยู่ด้านหลังของนางมีนามว่าไป่เยว่ชิงเป็สหายสนิทพะยะค่ะ”
“บุตรีเสนาบดีไป่” เ้าหย่งเจี้ยนกล่าวพร้อมจ้องใบหน้านาง 'น่าจะเป็เด็กสาวที่คอยแอบมองพระองค์กับองค์ชายสามวิ่งเล่นกับเหม่ยเอ๋อร์ในวัยเยาว์กระมัง' หญิงสาวสกุลไป่เห็นเ้าหย่งเจี้ยนมองอยู่ก็ก้มหน้าเอียงอาย
“หึหึ แผนตื้นๆ ของสตรีน่ารังเกียจ กงลี่ไล่นางออกไปอย่าให้ข้าเห็นหน้าของนางภายในจวนเหม่ยเอ๋อร์เด็ดขาด” เ้าหย่งเซิงกล่าวเหยียดหยาม สะบัดชุดเดินเข้าจวนท่านเสนาบดีจูทันที
“น่ารำคาญ” เ้าหย่งเจี้ยนกล่าวทิ้งท้าย แล้วเดินจากไป
๑-----------------------๑
เมื่อลุกขึ้นยืนได้ตู้ฟางซินก็เปิดฉากทันที ความอับอายวันนี้นางจะจำเอาไว้แน่นอน
“เยว่ชิง เ้าผลักข้า”
“ข้าเปล่านะ เป็ซือโถวที่ผลักเ้า ข้าเห็นดังนั้นแม้จะใแต่ก็ช่วยเ้าไว้ไม่ทัน” สาวใช้ซือโถวที่ยืนข้างกายหันหน้ามามองนางอย่างไม่อยากจะเชื่อหู ‘เหตุใดคุณหนูจึงโยนเผือกร้อนมาให้บ่าว’ แม้จะใแต่ยังต้องปกป้องนายสาวของตนเอง
“บ่าวทำเองเ้าค่ะ เพราะบ่าวเห็นคุณหนูตู้กำลังจะเหยียบหนูที่วิ่งผ่านมา จึงผลักคุณหนูบ่าวมิทราบว่าจะเกิดเื่เช่นนี้ขึ้นเ้าค่ะ บ่าวขออภัย บ่าวสมควรตายเ้าค่ะ” ผงกหัวปลกๆ
“หึ สมควรตายงั้นเหรอ ข้าเป็แค่บุตรสาวของพ่อค้าจะสามารถเอาผิดกับบ่าวของบุตรีท่านเสนาบดีได้อย่าไร..วันนี้ข้าขายหน้ามาพอแล้ว ถ้าข้ายังกล้าเข้าไปร่วมงานคงจะหน้าหนาเกินทน เชิญเ้าเข้าไปร่วมงานเองเถอะเยว่ชิง” ตู้ฟางซินถูกสาวใช้พยุงกายให้ลุกขึ้น เหลือบตามองสองนายบ่าวสกุลไป่แล้วสะบัดหน้าก้าวออกจากประตูจวนสกุลจู พบองครักษ์กงลี่รอส่งนางกลับจวน