เสียงโครมครามดังออกมาเป็ระยะ ๆ จากสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน จุดหนึ่งมาจากการต่อสู้ของสองุ์ผู้ติดเชื้อ อีกจุดมาจากการไล่ล่าระหว่างซอมบี้ราคะกลายพันธุ์ กับหญิงสาวสามคน
“เลิกหนีให้เหนื่อยเถอะสาว ๆ ยอมตายแบบสบาย ๆ จะดีกว่า รับรองว่าชั้นจะฆ่าแบบไม่ทรมานเลยสักนิด” เสียงของแก้มเอ่ยขึ้นในขณะที่เธอกำลังบินตามหา สามสาวพี่น้องอยู่ในอากาศ
“ปัญญาอ่อน ใครมันจะไปยอมตายกันล่ะยะ ว่าแต่พวกเราจะทำยังไงต่อกันดีพี่แคท หนีไปตลอดแบบนี้ไม่รอดแน่ ๆ” เบลเอ่ยถามพี่สาวของเธอ ด้วยสีหน้าเป็กังวล
“ถ้าหนีไม่ไหวก็ต้องสู้...”
“สู้? สู้ด้วยอะไรปืนที่พี่ถืออยู่อะนะ หนูไม่คิดว่ามันจะจัดการยัยโรคจิตนั่นได้หรอกนะ”
“ไม่แน่หรอกยัยเบล ถ้าเราเล็งยิงที่จุดสำคัญอย่างที่หัวอะไรแบบนั้น บางทีเราอาจจะทำสำเร็จก็ได้”
“เหมือนในหนังซอมบี้สินะ”
“ถูกต้องแต่....”
“แต่อะไรพี่แคท”
“แต่ปัญหาก็คือ ยัยนี่มันเร็วกว่าซอมบี้ในหนังเยอะเลย แถมยังบินไปบินมาได้ด้วย ต่อให้ยิงแม่นแค่ไหนก็ยากอยู่ดี” พอแคทพูดจบ สีหน้าที่ดูเหมือนจะปรากฏรอบยิ้มแห่งความหวังขึ้นมานิดหน่อยของเบล ก็พลันจางหายไปอย่างรวดเร็ว
“แม่มเอ๊ย งั้นปืนก็ไม่ช่วยอะไรสินะ แล้วแบบนี้พวกเรา....”
“งั้นถ้ามีตัวล่อล่ะพี่เบล ถ้ามีอะไรสักอย่างที่เบนความสนใจของยัยนั้นได้ พี่แคทจะยิงมันได้ไหม?” ขณะที่เบลกำลังพูด จู่ ๆ โมน้องสาวคนเล็กก็แทรกขึ้นมา
“ถ้ามีทำแบบนั้นได้จริง มันก็พอจะมีโอกาสนะยัยโม แต่จะเอาอะไรล่อ?”
“ใช่ ยัยโม พี่ไม่เห็นว่าตอนพวกเราจะมี.....!!” เบลขมวดมุ่นคิ้วเอ่ยถามน้องสาว แต่แล้วสองตาของเธอก็พลันเบิกกว้างด้วยความใ เพราะรู้แล้วโมกำลังจะบอกอะไร
“อย่าบอกนะยัยโม ว่าแกจะเอาตัวไปเป็เหยื่อล่ออีบ้านั่น!!!” โมที่ได้ก็ทำสีหน้าจริงจัง ก่อนจะพยักหน้าเป็คำตอบ นั้นทำให้เบลหน้าแดงด้วยความโมโห แต่เธอก็ส่งเสียงดังมากไม่ได้
“แกเสียสติไปแล้วรึไงยัยโม ทำแบบนั้นมันเท่ากับเดินไปเข้าปากยัยนั้นชัด ๆ พี่ไม่ยอม”
“ถึงพี่เบลไม่ยอม โมก็จะทำอยู่ดี ยัยโรคจิตนั้นหมายตาโมไว้พี่ ๆ ก็ได้ยิน ถ้าให้คนอื่นไปมันคงไม่สนใจหรอกหนูพูดถูกมั้ยพี่แคท” โมหันไปทางพี่สาวคนโตของเธอก่อนเอ่ยถาม ซึ่งหญิงสาวในชุดนักศึกษาก็นิ่งอึ้งไปชั่วขณะ
“ที่โมพูดมันก็ถูกยัยนั้นหมายตาเธอมากกว่าพี่ หรือยัยเบล แต่การจะเอาตัวเองไปเป็เหยื่อล่อพี่ว่า....”
“หนูเข้าใจนะว่าพี่แคทกับพี่เบลเป็ห่วงหนู แต่ถ้าไม่ทำแบบนี้พวกเราอาจจะตายกันหมดก็ได้ อย่าลืมสิคะว่าตอนนี้คุณพ่อเองก็กำลังเต็มกลืนอยู่เหมือนกัน” พอพี่สาวทั้งสองได้ยินน้องสาวของพวกเธอบอกแบบนั้น ก็เล่นเอาทั้งคู่พูดอะไรต่อไม่ออกเหมือนกัน
“เฮ้ออออ...ออ งั้นก็ช่วยไม่ได้ล่ะนะ ใช้แผนนี้ก็ได้ถึงมันจะเสี่ยงมากก็เถอะ” แคทถอนหายใจยาว ๆ ก่อนจะสั่นหน้าไปมา ส่วนเบลนั้นนิ่งเงียบ พร้อมกำหมัดแน่น จากนั้นทั้งสามคนจึงเริ่มวางแผนกัน ว่าใครจะอยู่จุดไหน และต้องทำอะไรบ้าง ก่อนจะแยกย้ายกัน
ตัดกลับมาทางด้านของแก้ม ซึ่งเวลานี้เธอกำลังบินอยู่ในอากาศอย่างสบายอารมณ์ ส่วนสายตาก็สอดส่องหาเหยื่อสาวทั้งสามคนไปเรื่อย ๆ
“เอ๋? ไปซ่อนที่ไหนกันน้า ออกมาเถอะน่า ชั้นเบื่อจะเล่นซ่อนหาแล้ว อีกอย่างตอนนี้ก็ใกล้สว่างแล้วด้วย ถ้าถึงตอนเช้าเมื่อไร พวกเธอจะไม่มีที่ซ่อนเอานะ” แก้มเอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้มที่ดูน่าขนลุก ทว่า....ในเวลานั้นเองที่ร่าง ๆ เล็ก ๆ ร่างหนึ่งก็โผล่ออกมาจากหลังเสา
“ตามหาชั้นอยู่ใช่มั้ย” โมยืนจังก้าอยู่ตรงนั้นก่อนจะเอ่ยขึ้น ซึ่งพอแก้มเห็นเธอเท่านั้นแหละความตื่นเต้นก็ฉายชัดขึ้นมาในดวงตาสีแดงคู่นั้น
“อ๊าาาา...าา ในที่สุดก็ยอมออกมาสักที แถมยังเป็คนที่ชั้นอยากเจอที่สุดซะด้วย เอ๊ะ? แล้วพี่สาวของเธออีกสองคนไปไหนซะแล้วล่ะแม่หนูน้อย”
“นะ...หนีไปแล้ว ทั้งสองคนทิ้งชั้นหนีเอาตัวรอดออกไปจากสถานีแล้ว เพราะรู้ว่าคงตายกันหมดแน่ ๆ” โมเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงหนักแน่น และแววตาจริงจัง ทว่า...ดูยังไงก็เป็แค่คำโกหกชัด ๆ แคทที่ได้ฟังจึงบินต่ำลงมาหยุดอยู่ใกล้ ๆ โมก็พูดขึ้นว่า
“หนีไปแล้วงั้นเหรอ? โถ่ โถ่ โถ่ น่าสงสารจริง ๆ พี่สาวหนีเอาตัวรอด แล้วทิ้งเธอไว้สินะ... ไอ้คำพูดตอแหลแบบนี้ใครมันจะไปโง่เชื่อกันล่ะย่ะนังเด็กบ้า นี่พวกมันคงจะใช้เธอเป็เหยื่อ แล้วลอบมาเล่นชั้นใช่ไหมล่ะ มุกตื้น ๆ ของแบบนั้นมัน....!!”
“ย้ากกก..กกกกก” ยังไม่ทันที่แก้มจะพูดจบ เบลก็พลันพุ่งออกมาจากในเงามืด ก่อนที่เธอจะะโ และเขวี้ยงแท่งเหล็กใส่หญิงสาวซอมบี้ราคะกลายพันธุ์ ทว่า....แก้มก็เบี่ยงตัวหลบได้อย่างง่ายดาย
“บิงโก! นั้นไง ชั้นนึกแล้วว่าพวกหล่อนต้องมาไม้นี่จริง ๆ ด้วย ให้คนหนึ่งเป็ตัวล่อ ส่วนอีกคนก็ซุ่มโจมตี ก็นับว่าเป็แผนที่เข้าท่าอยู่นะ แต่น่าเสียดายมันมองออกง่ายไปนิดนึง” แก้มยิ้มแหยะที่มุมปากอย่างสะใจ ขณะมองไปที่เบล ทว่า...แทนที่เธอจะได้เห็นสีหน้าสิ้นหวังของหญิงสาวที่แผนการผิดพลาด แก้มกลับได้เห็นรอยยิ้มแห่งชัยชนะปรากฏขึ้นแทน
“มันก็ต้องมองออกง่ายอยู่แล้วยัยโง่ เพราะพวกเราจงใจให้เป็แบบนั้น”
“วะ....ว่าไงนะ....!!!” สองตาของแก้มเบิกกว้างด้วยความใ และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เสียง ปัง! ปัง! ปัง! ดังขึ้นสามนัดซ้อน พร้อมกับปรากฏรูะุสามรูที่ทะลุออกมาจากตรงกลางหน้าผากแก้ม เธอเสียการทรงตัวก่อนจะร่วงลงมากระแทกพื้นอย่างแรง
“แกเดาเก่งนะ แต่เดาถูกครึ่งเดียวยัยบ้า แผนนี้พวกเราใช้ตัวล่อสองตัวต่างหาก...” แคทเอ่ยขึ้นขณะก้าวออกมาจากเงามืดอีกด้าน ส่วนปากกระบอกปืนในมือของเธอยังคงมีไอร้อนระอุลอยออกมาอย่างต่อเนื่อง
“นะ หน็อย..ยยยพวกแก เล่นใช้แผนสกปรกแบบนี้งั้นเหรอ.....”
“ช่วยไม่ได้ล่ะนะ ก็โลกตอนนี้มันโหดร้าย พวกชั้นก็ต้องร้ายตามยังไงล่ะ ขืนไม่ทำ ก็ตายสิยะ เลิกพูดมาก แล้วไปเกิดใหม่ซะ” แคทเอ่ยขึ้นก่อนเหนี่ยวไกยิงใส่ที่กลางหน้าผากของแก้ม ซ้ำอีกสองนัด จนร่างของหญิงสาวผู้ติดเชื้อแน่นิ่งไป ชัยชนะจึงตกเป็ของสามพี่สาวพี่น้อง ทว่า....เพียงเสี้ยววินาที่ต่อจากนั้น เสียงร้องอันโหยหวนของพ่อเลี้ยงแก้มก็ดังกึกก้องไปทั่วสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน
“ไม่นะ ม่ายยยยยยยยย...ยยยย!!!แก้มลูกพ่อ เมียรักของผัวม่ายยยยยยยยย...ยยยย!!!!” คล้ายกับมันจะรับรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นทางด้านนี้ จากนั้นทั่วทั้งสถานีก็เกิดแรงสั่นะเือย่างรุนแรงตามมาติด ๆ
“แคท เบล โม รีบหนีเร็วลูก ไอ้บ้านี่มันคลุ้มคลั่งใหญ่แล้ว!!!” เสียงของทรงพละโลั่น ขณะที่เขากำลังวิ่งตรงมาทางลูกสาวทั้งสาม แต่เวลานั้นสามพี่น้องกำลังงุนงงทำอะไรไม่ถูก พวกเธอจึงไม่ได้ทำตาม สุดท้ายเป็ทรงพลเอง ที่เข้าไปใช้สองแขนรวบร่างของลูกสาวสามคน ก่อนพุ่งออกจากสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน และกลับขึ้นมายัง้าอีกครั้ง...
จบตอน