บทที่ 16 นี่มันของปลอม
สายตาของทุกคนจับจ้องไปที่เยี่ยชิงหวน แขกที่มาร่วมงานหลายคนไม่รู้จักเธอ หลังจากได้ยินบทสนทนาของคนข้าง ๆ ก็ทราบว่าเธอคือสะใภ้ใหญ่ของตระกูลเส้าที่เพิ่งออกจากคุกหลังจากถูกจองจำมาสามปี ทุกคนต่างมองเธอด้วยความสนใจใคร่รู้
บรรยากาศในงานก็ค่อย ๆ เงียบลง
คุณปู่เส้ามองเธออย่างจริงจัง “เธอรู้เื่ภาพเขียนอักษรด้วยเหรอ?”
เยี่ยชิงหวนมองภาพวาดต้นสนบนูเา ก่อนจะอมยิ้มเล็กน้อย “หนูรู้ไม่มากหรอกค่ะ แต่ได้ศึกษาภาพเขียนอักษร ‘ซงซาน’ มาเยอะพอดู”
เส้าอวี่ซินที่ยืนอยู่ข้าง ๆ แสดงสีหน้าดูถูก แต่เนื่องจากมีคนอยู่มากมายจึงไม่ได้พูดอะไรออกมา
เยี่ยชิงหวนเป็แค่คุณหนูตกอับซึ่งไม่เป็ที่รักของคนในบ้าน ปกติเธอเคยััโบราณวัตถุและภาพวาดมาก่อนหรืออย่างไร แบบนี้แล้วยังจะกล้ามาอวดฉลาดอีก ดูท่าว่าอยากเรียกร้องความสนใจจากผู้คนโดยไม่สนสถานะของตัวเองเอาเสียเลย
คุณปู่เส้าลังเลใจ แต่ก็ยอมเปิดทางให้เธอเข้าไปดูภาพนั้นแต่โดยดี ก่อนจะเปล่งเสียงทุ้มเพียงไม่กี่คำ “งั้นเธอก็ลองดูสิ”
เยี่ยชิงหวนพยักหน้า เธอเดินเข้าไปใกล้ ๆ ก่อนจะพูดขึ้นในทันที “นี่คือภาพวาดต้นสนกลางแสงอาทิตย์ของซูซานสวิน ในวงการเรียกสั้น ๆ ว่าภาพต้นสน”
เพียงประโยคเดียว สายตาของคุณปู่เส้าที่มองเธอก็อ่อนลง แม้ความแตกต่างระหว่างคนในและนอกวงการจะมีไม่มาก แต่สองคำนี้ถือเป็ความลึกลับของภาพนี้
“ตอนที่ซูซานสวินวาดภาพต้นสนนี้ เขาเพิ่งมีชื่อเสียง เพื่อป้องกันไม่ให้มีของปลอมแพร่หลาย สีที่ใช้วาดดวงอาทิตย์ทางทิศตะวันออกในภาพนี้ ทำมาจากผงหินแดงบดละเอียด เมื่อแสงอาทิตย์ส่องลงมา เม็ดสีจะหักเหกับแสงไปที่กระรอกตัวเล็กบนกิ่งไม้ด้านซ้ายของต้นสนพอดี ถึงแม้จะมีคนลอกเลียนแบบขึ้นมาขายในตลาด ก็ไม่มีทางควบคุมการหักเหของแสงได้อย่างสมบูรณ์แบบหรอกค่ะ”
“หือ ฉันว่าในภาพนี้แสงส่องไปที่ตัวกระรอกพอดีเลยนะ” มีคนเอ่ยแทรกขึ้นมาท่ามกลางฝูงชน “ถ้าอย่างนั้น มันก็เป็ของจริงน่ะสิ”
เยี่ยชิงหวนส่ายหน้า ชี้ไปยังตำแหน่งที่แสงหักเห
“ในภาพนี้ แสงส่องไปที่ตัวกระรอกก็จริง แต่หินแดงผ่านการผุกร่อนมาหลายปีขนาดนี้แล้ว น่าจะมีฝุ่นจับเป็ชั้นบาง ๆ บ้าง แบบนี้แล้วแสงยังจะส่องออกมาได้อีกเหรอ”
เมื่อได้ยินดังนั้น ทุกคนต่างใ แล้วค่อย ๆ พยักหน้าเห็นด้วย
คุณปู่เส้าขมวดคิ้วขึ้นมา ยกมือขึ้นลูบดวงอาทิตย์สีแดงนั้น แล้วก็แสดงสีหน้าจริงจัง ในใจของเขาก็มีแผนการอยู่แล้ว
“ลู่เจิ้งหลิง เก็บภาพนี้ไปเถอะ” เขาเอ่ยเสียงเรียบ
สีหน้าของลู่เจิ้งหลิงดูอึดอัดใจ เขาอยากจะแทรกแผ่นดินหนีไปไกล ๆ ให้แล้วรู้แล้วรู้รอด
“ไม่มีทาง” สายตาของอันจิ่วเยว่มองไปที่เยี่ยชิงหวนอย่างไม่พอใจ “นี่เป็ของสะสมของกู้ข่ายสิงนะ เขาจะเก็บภาพวาดปลอมมาได้ยังไง?”
“กู้ข่ายสิง? ท่านประธานของกู้กรุ๊ป” เยี่ยชิงหวนมองเธอ แล้วทำสีหน้าประหลาดใจ “เมื่อกี้ คุณลู่บอกว่าซื้อมาจากนายทุนฮ่องกงคนหนึ่งไม่ใช่เหรอ?”
แค่พูดกระตุ้นเพียงไม่กี่คำ อันจิ่วเยว่ก็หลงกลเข้าให้แล้ว
ชั่วขณะที่รู้ตัวว่าพูดผิดไป ใบหน้าของอันจิ่วเยว่ก็ซีดเผือดลงถนัดตา
คนทั้งงานเงียบกริบ ทุกคนรู้ว่ากู้ข่ายสิงซึ่งเป็ประธานของกู้กรุ๊ป และครอบครัวทั้งหมดถูกไฟคลอกตาย ข้าวของในบ้านถูกยึดไว้ทั้งหมดเพื่อรอการชำระมรดก กู้ชิงเฉิง ลูกสาวเพียงคนเดียวของกู้ข่ายสิง ยังเป็คู่หมั้นของลู่เจิ้งหลิงอยู่เลย ของสะสมของอดีตพ่อตามาโผล่ที่นี่ได้ยังไงกัน
สีหน้าของคุณปู่เส้าก็ตึงเครียดขึ้นมาด้วย จากนั้นก็มองไปที่ลู่เจิ้งหลิงอย่างไม่พอใจ ก่อนจะถามว่า “ลู่เจิ้งหลิง นี่มันหมายความว่ายังไง?”
“คุณปู่ ผมแค่รู้ว่าปู่ชอบภาพนี้ ก็เลย…”
เยี่ยชิงหวนซึ่งยืนอยู่ข้าง ๆ คุณปู่ แทรกคำพูดของลู่เจิ้งหลิงขึ้นมาว่า “คุณลู่ ภาพวาดจะปลอมหรือไม่ มันไม่ใช่เื่ใหญ่อะไรเลย พวกเราก็แค่รับไว้เพราะรักษาน้ำใจของลูกหลานเท่านั้น คุณปู่แกไม่ถือสาอะไรมากมายหรอก แต่การที่คุณเอาของที่มาโดยไม่ถูกต้องมาให้คุณปู่แบบนี้ มันจะทำให้คนอื่นเขาซวยเอาได้นะ”