บทที่แปด
จุดเริ่มต้น
ในเช้าวันใหม่ แตงกวารีบดีดตัวลุกขึ้นจากเตียงั้แ่เช้ามืด ก่อนจะรีบเร่งพาตัวเองเข้าไปจัดการธุระส่วนตัวในห้องน้ำ และแต่งตัวลงไปด้านล่างของร้าน เพื่อทำอาหารเช้าเตรียมเอาไว้ให้คนที่มาแย่งเตียงนอนของตัวเอง
แม้จะขยันแบบนี้เป็ปกติอยู่แล้ว หากแต่ในวันนี้แตงกวาเองก็ยอมรับว่ามีอีกหนึ่งเหตุผลในการแอบแฝง นั่นก็คือแตงกวาพยายามที่จะหลบเลี่ยงการเผชิญหน้ากับพี่ตรีในเช้าวันนี้
ซึ่งก็ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายจะจดจำเื่ราวที่เกิดขึ้นเมื่อคืนได้มากน้อยแค่ไหน ส่วนคนที่จำทุกอย่างได้ดีในทุกเหตุการณ์อย่างแตงกวา ก็ได้แต่ภาวนาให้คนพี่อย่าจดจำมันได้เลย
เพราะหากมันไม่เป็อย่างนั้น ระหว่างเราทั้งคู่ก็คงจะเต็มไปด้วยความกระอักกระอ่วนใจ หนักเข้าก็คงจะเข้าหน้ากันไม่ติด ซึ่งแตงกวาเองไม่ได้้าให้มันเป็ไปอย่างนั้น
แค่ต้องรักพี่ตรีอยู่ฝ่ายเดียวโดยแทบที่จะไม่มีโอกาสสมหวังแบบนี้ แตงกวาก็รู้สึกว่ามันหนักหนากับความรู้สึกของตัวเองมากพออยู่แล้ว หากเื่เมื่อคืนที่เกิดขึ้นระหว่างเราทั้งคู่ จะกลายมาเป็เหตุผลที่ทำให้อีกฝ่ายตีตัวออกห่าง หรือเปลี่ยนไปจากเดิม ก็เห็นทีว่าคงจะไม่พ้นแตงกวาที่จะน้ำตาเช็ดหัวเข่า
“เฮ้อ” แตงกวาถอนหายใจออกมาด้วยความหนักใจ แตกต่างจากเมื่อคืนลิบลับที่นอนหลับไปด้วยใบหน้าที่เปื้อนยิ้ม
แตงกวาใช้เวลาอยู่ด้านล่าง ในห้องครัวที่ถูกสร้างแยกออกมาเป็เวลานาน โดยที่ไม่รู้เลยว่าทุกอากัปกิริยาทั้งหมดที่แสดงออกมา เพราะคิดว่าตัวเองอยู่ตามลำพังนั้น ได้ถูกสายตาคู่หนึ่งของคนที่อยู่ในความคิดของตัวเองแทบจะทุกนาที จับจ้องอยู่อย่างไม่ละสายตา
“วันนี้มีแค่ส่งเด็กไปกับลูกค้าสองเ้า เธอไม่ต้องแต่งตัวก็ได้นะ เดี๋ยวพี่จัดการเอง” ตรีพลที่ยื่นมองอยู่นาน เอ่ยบอกกับคนที่กำลังทำหน้านิ่วคิ้วขมวดไม่เลิก
แตงกวาที่หลุดจากความคิดของตัวเอง เพราะเสียงพูดของคนที่คอยรบกวนความคิดของตัวเองอยู่ตลอดเวลา สะดุ้งเล็กน้อย ก่อนจะหันกลับมามองคนที่ยืนอยู่ตรงประตูห้องครัว
“ค่ะพี่ตรี” แตงกวาเอ่ยตอบรับอย่างว่าง่าย หลุบสายตาลงมองเท้าของตัวเองด้วยความประหม่าเพราะสรรพนามในการแทนตัวของอีกฝ่ายนั้นเปลี่ยนไป
แม้จะเพียงแค่นิดเดียว แต่หากคนที่สนทนากันอยู่ในทุกวัน และยิ่งเป็แตงกวาที่ให้ความสนใจอีกฝ่ายอยู่ตลอดเวลา เื่แค่นี้ก็มีผลกับหัวใจของเด็กสาวที่พึ่งเคยได้รู้จักกับความรักเป็อย่างมาก
“วันนี้ก็สบาย ๆ แล้วกัน เพราะไม่ได้มีงานเยอะ” ร่างสูงที่ยืนบังทางเข้าออกเอ่ยพูดขึ้นสำทับ
“ค่ะ” แตงกวาเอ่ยตอบกลับไป หากแต่ก็ยังไม่กล้าที่จะแหงนหน้าขึ้นไปสบตากับคนพี่
“ทำอะไรเสร็จแล้วก็ขึ้นไปพักผ่อน ข้าวเช้าก็วางไว้ที่โต๊ะทานข้าว จัดการงานเรียบร้อยแล้วเดี๋ยวพี่มากิน” ตรีพลเอ่ยพูดกับคนที่เอาแต่มองปลายเท้าของตัวเองยาวเหยียด
“ค่ะพี่” และแตงกวาก็ยังคงตอบรับอยู่ด้วยถ้อยคำเดิม ๆ เพราะไม่รู้ว่าจะวางตัวยังไง เพราะภายในใจยังคงหวนคิดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเมื่อคืนอยู่แทบจะตลอดเวลา
“อืม วันนี้ดูหนังด้วยกันนะ ดูอยู่บ้านนี่แหละ ถือว่าเป็วันผ่อนคลายวันหนึ่ง” ตรีพลกระแอมไอออกมาหนึ่งครั้ง ก่อนจะเอ่ยชวนอีกฝ่ายตามที่ตั้งใจเอาไว้
ร่างสูงเมื่อพูดจบก็หมุนตัวกลับและเดินจากไปในทันที เพื่อที่จะเร่งจัดการงานของตัวเองในวันนี้ให้แล้วเสร็จโดยไวที่สุด ทั้ง ๆ ที่ยังไม่ได้รับคำตอบจากแตงกวาเลยด้วยซ้ำ
แต่ตรีพลก็ถือคติที่ว่าบอกไปแล้ว ก็ถือว่ารับรู้แล้ว เพราะต่อให้แตงกวาจะเอ่ยตอบปฏิเสธกัน ยังไงตนเองก็มีวิธีที่จะทำให้อีกฝ่ายมานั่งดูหนังในบ่ายของวันนี้ด้วยกันอยู่ดี
ร่างสูงและร่างเล็กที่ส่วนสูงค่อนข้างแตกต่างกันนั่งเคียงคู่กันอยู่บนโซฟาตัวยาวที่วางอยู่กลางห้องนอนของตรีพล บรรยากาศภายในห้องมีเพียงแค่แสงสลัวจากหน้าจอทีวีขนาดใหญ่ที่กำลังแสดงภาพยนตร์ต่างชาติที่แตงกวาไม่เคยดู
บนโต๊ะขนาดกลางที่วางอยู่เบื้องหน้าของคนทั้งคู่ เต็มไปด้วยขนมขบเคี้ยวและเครื่องดื่มที่ตรีพลเป็คนหอบหิ้วขึ้นมาจากด้านล่าง เพื่อทานเป็ของกินเล่นในตอนที่กำลังดื่มด่ำอยู่กับ่เวลาพักผ่อน ที่ไม่ค่อยจะได้เกิดขึ้นบ่อย ๆ ของตัวเองและร่างเล็กที่นั่งอยู่ข้าง ๆ
ตรีพลกดรีโมตหยุดการเล่นของภาพยนตร์ที่ดำเนินไปจนถึงกลางเื่เอาไว้กลางคัน ก่อนจะผุดลุกขึ้นเดินไปที่ตู้แช่ไวน์ราคาแพงที่มีเอาไว้ในห้องนอน และจัดการเปิดขวด พร้อมกับคว้าแก้วไวน์มาสองใบแล้วเดินกลับมานั่งที่ของตัวเอง
แตงกวาที่จิตใจไม่ได้อยู่กับภาพยนตร์ที่กำลังดูอยู่ ลอบมองคนที่กลับมานั่งที่เดิมด้วยใจที่เต้นแรง เพราะั้แ่ที่เจอหน้ากันในวันนี้ อีกฝ่ายก็ไม่ได้ปริปากพูดถึงเื่เมื่อคืนเลยแม้แต่น้อย
และแสดงออกทุกอย่างเหมือนเดิม มีเพียงสรรพนามที่ใช้แทนตัวเองกับแตงกวาที่เปลี่ยนไป ความปกติของอีกฝ่ายนั้น ทำให้แตงกวารู้สึกโล่งใจไปเปลาะหนึ่ง อย่างน้อยก็ยังได้ไม่ต้องมีเื่ให้ผิดใจกัน
แต่อีกใจก็รู้สึกเสียใจ ที่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเมื่อคืนนั้น มีเพียงแค่ตัวเองที่จดจำได้และมีความสุขไปกับมัน พอคิดได้แบบนี้ ใบหน้าสวยหวานที่ไร้เครื่องสำอางก็เริ่มเศร้า
“ดื่มเป็เพื่อนหน่อย” ตรีพลเอ่ยขึ้น ก่อนจะยื่นแก้วไวน์ที่มีน้ำสีแดงเข้มอยู่ครึ่งแก้วให้กับอีกฝ่าย
แตงกวาชำเลืองมองคนเผื่อแผ่เครื่องดื่มราคาแพงมาให้กับตนเล็กน้อย ก่อนจะรีบหลบสายตา มือเล็กยื่นมือออกไปรับแก้วไวน์มาถือเอาไว้ แม้จะดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ไม่เก่ง แต่ก็พอที่จะดื่มได้
บวกกับอารมณ์ในตอนนี้ที่ค่อนข้างที่จะขุ่นมัว ราวกับท้องฟ้าที่ครึ้มเมฆครึ้มฝน เลยทำให้แตงกวาเลือกที่จรดแก้วเข้ากับริมฝีปาก และปล่อยให้น้ำสีแดงเข้มไหลลงคอไปโดยที่ไม่ได้กลัวแม้แต่น้อย
ตรีพลที่เห็นว่าคนที่เอาแต่นั่งเงียบ และมองไปที่หน้าจออย่างใจจดใจจ่อยกแก้วขึ้นจรดริมฝีปากบ่อยครั้ง ยกยิ้มขำออกมากับตัวเอง ที่ในวันนี้เ้าตัวทำตัวว่าง่าย ชวนทำอะไรก็ทำโดยที่ไม่เอ่ยค้านแม้แต่ประโยคเดียว
เวลาผ่านไปแค่เพียงไม่กี่นาที ไวน์ขวดแรกที่คนทั้งคู่ต่างกระดกเป็ว่าเล่นหมดลงไปอย่างรวดเร็ว และแน่นอนว่าคนอย่างตรีพลที่ชื่นชอบการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็ชีวิตจิตใจ ย่อมไม่ปล่อยให้อารมณ์ของตัวเองขาดตอน
ร่างสูงผุดลุกขึ้นไปหยิบไวน์อีกครั้ง ซึ่งในครั้งนี้ถือมาวางเอาไว้อีกสองขวด และรับหน้าที่เป็บริกรเฉพาะกิจคอยเติมไวน์ให้กับแก้วของคนที่เริ่มหน้าแดงเพราะฤทธิ์ของแอลกอฮอล์อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง
ตรีพลเอนหลังไปกับพนักพิงของโซฟา วาดแขนไปทางด้านหลังของคนที่กำลังให้ความสนใจอยู่กับภาพยนตร์บนหน้าจอทีวี และเริ่มมีระยะห่างที่น้อยลงไปเรื่อย ๆ เพราะมีบ้างที่จะหันมาชนแก้วกัน
ทุกอย่างดำเนินไปอย่างปกติท่ามกลางความเงียบ จนกระทั่งเนื้อเื่ของภาพยนตร์ดำเนินไปถึงตอนที่ตัวละครมีเพศสัมพันธ์กันด้วยความเร่าร้อน ทำเอาคนที่แทบจะนั่งเกยกันอยู่รอมร่อเริ่มที่จะวางตัวไม่ถูก
เสียงครวญครางของตัวละครชายหญิง ที่ส่งออกมาจากลำโพงยี่ห้อดัง ที่มีชื่อเสียงในเื่ของเสียงฟังชัด ยังคงลอยเข้าไปในโสตประสาทของคนทั้งคู่ เพราะฉากวาบหวิวยังคงดำเนินต่อไปเรื่อย ๆ
แตงกวาที่รับรู้ได้ถึงมือหนาที่วางอยู่บนไหล่ของตัวเอง ผินใบหน้ากลับไปมองคนข้างกาย ซึ่งถ้าหากเป็ในตอนปกติ แตงกวาเองก็คงจะไม่มีความกล้าที่จะสบตากับอีกฝ่ายในระยะที่ใกล้ชิดกันขนาดนี้ได้อย่างแน่นอน
หากแต่ในวันนี้แอลกอฮอล์ที่ยกดื่มไปจำนวนหลายแก้วติดกัน ส่งผลให้แตงกวามีความกล้ามากกว่าที่เคย ดวงตากลมโตที่ฉ่ำวาวช้อนขึ้นมองคนที่โอบไหล่ของตัวเองเอาไว้
“จูบอีกได้ไหม แบบเหมือนเมื่อคืน” ตรีพลเอ่ยขอ มือหนาเกลี่ยไปมาที่ไหล่มนของอีกฝ่าย
“พี่ตรีจำได้” แตงกวาเลิกคิ้วถามด้วยความแปลกใจ
“อือ จำได้” ตรีพลเอ่ยตอบกลับไป มือหนาเกลี่ยปอยผมที่หลุดลุ่ยจากการรวบมัดไปทัดไว้ที่ข้างใบหูให้กับคนน้องอย่างเบามือ
แตงกวาที่ได้รู้ความจริง ซึ่งแตกต่างไปจากสิ่งที่ตัวเองคาดการณ์เอาไว้ ได้แต่ลอบกลืนน้ำลายลงคอ ภายในใจรู้สึกหวาดกลัวไปหมดทุกอย่าง เพราะไม่อยากที่จะคิดเข้าข้างตัวเองไปมากกว่านี้ เพียงเพราะแค่อีกฝ่ายเอ่ยขอจูบกันอีกครั้ง
“จูบได้ไหมคะ” ตรีพลเอ่ยถามย้ำ โน้มตัวไปเกยคางเอาไว้ที่ไหล่เล็กของอีกฝ่าย ราวกับว่าเป็การอ้อนอยู่กลาย ๆ