龙束缚
Chapter6
“เตี่ย วันนี้ภาพวาดของหนูได้ที่หนึ่งด้วย” เสียงเล็กเอ่ยขึ้นพร้อมโชว์ภาพที่ตนเองวาดมาให้ผมดู ผมรับภาพนั้นขึ้นมาดูก่อนจะยกยิ้มหวานให้ลูกสาวเมื่อภาพในนั้นมีผมและถังเซียน ส่วนพื้นที่ว่างข้างๆถังเซียนกับไม่มีอะไรเลยทำให้คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันแน่นด้วยความสงสัย
“ตรงนี้ทำไมถึงไม่วาดอะไรลงไป” ผมเอ่ยถามลูกสาวด้วยความแปลกใจส่วนเด็กน้อยที่ถูกถามกับก้มหน้ามองพื้น พลางเอ่ยตอบด้วยเสียงแ่เบา
“หนูรู้สึกว่าต้องเว้นที่ตรงนั้นไว้ให้ใครสักคน”เมื่อได้ยินสิ่งที่ลูกตอบ ผมก็ชะงักนิ่งพร้อมลมหายใจที่สะดุดกับคำพูดของเด็ก4ขวบ
นี่หรือเปล่านะ
ที่เขาเรียกว่าสายเื
ผมยกยิ้มหวานให้ลูกสาวบางๆพลางย่อตัวนั่งตรงหน้าเด็กน้อยฝ่ามือเรียวยกขึ้นลูบหัวเล็กเบาๆอย่างอ่อนโยน
“เป็รูปที่สวยมากเลย” เสียงใสเอ่ยบอกพร้อมรอยยิ้มซึ่งก็ทำให้ถังเซียนยกยิ้มตามได้ไม่อยาก
“ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนนะ แล้วมาทานข้าวกัน”
“ค่ะ” เสียงเล็กตอบรับทันทีพลางวิ่งขึ้นชั้นบนเพื่อไปเปลี่ยนเสื้อผ้า
ผมยืนมองแผนหลังเล็กที่วิ่งหายไปชั้นบนก่อนจะได้ยินเสียงเท้าของคนมาใหม่ ที่เดาไม่อยากว่าเป็ใคร
“จะบอกเื่ของเจียนหลินให้ถังเซียนรู้ไม่ไหร่” เสียงนุ่มเอ่ยถาม ผมถอนหายใจหนักหนึ่งครั้ง พลันหันมองหน้าเพื่อนสนิทที่ค่อยช่วยเหลือผมและถังเซียนมาตลอด
“ฉันอยากให้ถังเซียนโตกว่านี้อีกหน่อย”เสียงใสเอ่ยบอกพร้อมใบหน้าที่หม่นลง ภาพของเจียนหลินที่นั่งคู่กับคู่หมั้นมันยังคงติดตาผมไม่จาง
ความเหมาะสม
และทุกๆอย่างที่พวกเขา2คนควรคู่กัน
ทางด้านตระกูลเสี่ยว
Part : เสี่ยวเจียนหลิน
ผมนั่งเหม่อมองไปด้านหน้าอย่างไร้จุดภาพของลู่เสี่ยนกับเด็กผู้หญิงวัย4ขวบวันนั้นที่ผมแอบตามไปยังตรึงผมไม่ให้หลุดจากภาพที่เห็นความรู้สึกบางอย่างมันตีขึ้นมาจนผมเจ็บอกไปหมด
ทั้งดีใจคะนึงหา
แต่กลับทำได้เพียงแค่มอง
“ลู่เสี่ยน...” เสียงทุ้มเ็าเอ่ยเรียกชื่อของอดีตนายตำรวจเ้าของดวงตากลมโต ความใสซื่อที่ฉายออกมาจากแววตาคู่นั้นมันตรึงใจผมไว้ั้แ่ครั้งแรกที่เจอกัน ค่ำคืนที่ผมไม่มีวันลืมเขาได้ลงจนทำให้ผมที่ได้ชื่อว่าเ็าต้องร้อนรุ่ม ความรู้สึกที่ไม่เคยเป็มาก่อนมันก่อตัวขึ้นตอนไหนผมเองยังไม่รู้ รู้แค่เพียงอยากมีคนคนนั้นอยู่ข้างๆทุกเวลา
“นายน้อย” เสียงของจงเจิ้งดึงสติที่เหม่อลอยของผมให้กลับมาสายตาดุปรายตามองลูกน้องคนสนิทเพียงนิด
“ดูเหมือนเด็กคนนั้นจะเป็ลูกบุญธรรมของเผิงจิวซือที่พึ่งรับเข้ามาอยู่” จงเจิ้งรายงานเื่ของเด็กน้อยให้ผมฟังผมนั่งฟังสิ่งที่จงเจิ้งพูดเงียบๆ พลางคิดตามคำพูดไปเรื่อยๆ
“คนของเราที่แฝงตัวอยู่ในนั้นบอกว่า เขาเป็ลูกของลู่เสี่ยน”เมื่อได้ยินจงเจิ้งเอ่ยบอก สายตาดุที่นิ่งเรียบพลันเบิกตากว้างก่อนจะหันไปมองหน้าจงเจิ้ง
“ไปสืบมาให้มากกว่านี้” เสียงทุ้มเอ่ยสั่ง
“ครับนายน้อย” สิ้นคำตอบรับของจงเจิ้งลูกน้องคนสนิทก็เดินออกไปทันที
“เดี๋ยว” ก่อนที่ลูกน้องคนสนิทจะเดินออกไปผมเอ่ยรั้งไว้ก่อน จึงทำให้จงเจิ้งหันมามองด้วยสายตาสงสัย
“สืบเื่ที่มีคนรอบทำร้ายลู่เสี่ยนด้วย”ผมเอ่นสั่งงานจงเจิ้งอีกเื่
วันนี้ที่การประมูลคนกลุ่มนั้นจงใจทำร้ายลู่เสี่ยน ไม่สนใจคนในตระกูลใหญ่แต่กลับมุงเป้าหมายไปที่บอดี้การ์ดแทน
“ครับ” เมื่อเอ่ยจบจงเจิ้งก็เดินออกจากห้องไป ผมยืนมองตามแผ่นหลังของคนที่ทำงานกับผมมาั้แ่เด็กมือหนาพลันกำแน่นจนสั่นไหว ภายในใจเริ่มมีความหวังเกิดขึ้น
บ้านเล็กตระกูลเผิง
Part : ลู่เสี่ยน
ผมเดินลงมายังชั้นล่างเพื่อมาช่วยแม่นมทำอาหารเช้าแต่กลับถูกแม่นมและหลานสาวไล่ออกมา เพราะกลัวว่าสูทที่ผมใส่อยู่จะเปื้อนผมเลยต้องมานั่งเบื่ออยู่หน้าบ้าน โดยมีเ้าของบ้านเดินยกยิ้มสนุก พร้อมแก้วกาแฟในมืออีก2แก้ว
“อะ” ผมเงยหน้ามองจิวซือที่ยื่นแก้วกาแฟมาตรงหน้ามือเรียวรับแก้วนั้นมาพลางจิบเพียงนิด
“เื่วันก่อน ฉันขอโทษนะ” เสียงใสเอ่ยบอกซึ่งก็ทำให้จิวซือชะงักไปนิด ก่อนจะยกยิ้มพลางพยักหน้ารับเบาๆ
ผมและจิวซือพูดคุยกันไปเรื่อยๆจนผ่านมาถึงเวลาที่ต้องไปส่งถังเซียน ผมจึงรีบไปปลุกลูกพร้อมแต่งตัวให้
“เตี่ย...หนูง่วง” เสียงเล็กเอ่ยบอกพร้อมใบหน้าที่ยังไม่ตื่นดีความน่ารักของถังเซียนทำให้ผมยกยิ้มขำ
“ไปนอนต่อที่รถนะ” เมื่อเอ่ยจบผมก็อุ้มลูกแล้วเดินออกจากห้อง