[ เชื่อมต่อกับโฮสต์เสร็จสิ้น…ขอต้อนรับโฮสต์เข้าสู่ระบบอัญเชิญสรรพสิ่ง ]
‘ ระบบอัญเชิญสรรพสิ่งแสดงว่าข้าจะต้องอัญเชิญอะไรมาก็ได้ใช่หรือไม่? ’ หนานิครุ่นคิดอย่างรวดเร็ว
ทันใดนั้นเขาก็ได้ยินเสียงของระบบดังขึ้นว่า
[ เนื่องจากนี้เป็ครั้งแรกที่สามารถเชื่อมต่อกับโฮสต์ได้ ระบบจะให้การอัญเชิญฟรีหนึ่งครั้ง นอกจากนี้การอัญเชิญครั้งนี้จะได้ระดับสีทองเป็อย่างต่ำ ]
‘ มีระดับด้วยงั้นหรอเหมือนกับเกมกาชาในโลกเก่าของข้าเลยสินะ ’ หนานิยิ้มในใจก่อนที่จะลองถามกับระบบว่า
‘ ระบบมีการแบ่งระดับการอัญเชิญอย่างไรบ้าง? ’
[ ระดับของการอัญเชิญมีทั้งหมดหกระดับด้วยกันได้แก่ การอัญเชิญระดับทองแดง การอัญเชิญระดับเงิน การอัญเชิญระดับทอง การอัญเชิญระดับม่วง การอัญเชิญระดับแดง การอัญเชิญระดับรุ้ง ยิ่งระดับสูงโอกาสในการออกก็ยิ่งน้อยตามไปด้วย ]
หนานิที่ได้ยินก็พยักหน้ารับในใจก่อนที่เขาจะกล่าวขึ้นว่า ‘ เช่นนั้นข้าสามารถอัญเชิญตอนนี้ได้เลยหรือไม่? แล้วสิ่งที่ข้าอัญเชิญมาจะถูกส่งไปไว้ที่ไหน? ’
[ โฮสต์สามารถอัญเชิญได้ตลอดเวลาในการอัญเชิญฟรีจากของขวัญครั้งแรกและการอัญเชิญตามปกติโฮสต์สามารถใช้งานได้เดือนละหนึ่งครั้ง นอกจากนี้ถ้าหากอัญเชิญครบสิบครั้งโฮสต์จะได้รับการอัญเชิญฟรีหนึ่งครั้งและสามารถอัญเชิญเพิ่มได้เป็เดือนละสองครั้ง เพียงแต่ครั้งต่อไปก็จะต้องอัญเชิญครบหนึ่งร้อยครั้งโฮสต์จึงจะสามารถอัญเชิญฟรีและอัญเชิญสามครั้งต่อเดือนได้ หนึ่งพันครั้งจะได้รับการอัญเชิญฟรีหนึ่งครั้งและจะอัญเชิญได้สี่ครั้งต่อหนึ่งเดือน ส่วนที่ว่าหลังจากอัญเชิญมาแล้วก็ขึ้นอยู่กับโฮสต์ว่าจะให้ปรากฏตัวเลยหรือไม่?]
หนานิที่ได้ยินก็เข้าใจถึงความสามารถของระบบอัญเชิญสรรพสิ่งแล้ว
‘ งั้นข้าอัญเชิญฟรีก่อนเลย ’ หนานิกล่าวในใจ
ทันใดนั้นด้านหน้าของหนานิก็ปรากฏกรอบสีเหลี่ยมที่มีภาพของมนุษย์หรือแม้แต่ปีศาจจำนวนมากหมุนอย่างรวดเร็ว
ซึ่งภาพเ่าั้ทำให้หนานิรู้สึกประหลาดใจอย่างยิ่ง เนื่องจากภาพบุคคลเ่าั้มันเหมือนกับตัวละครในเกมที่ชาติที่แล้วหนานิเคยสร้างเอาไว้
‘ หรือว่าระบบอัญเชิญสรรพสิ่งจะอัญเชิญตัวละครในเกมเทพเซียนาที่ข้าเคยสร้างเอาไว้ในชาติที่แล้ว? ’ หนานิรู้สึกสับสนเล็กน้อย แต่ไม่นานเขาก็ได้รับคำตอบ
[ ใช่แล้วโฮสต์ ระบบอัญเชิญสรรพสิ่งจะอัญเชิญตัวละครจากเกมเทพเซียนาที่โฮสต์เคยสร้างไว้ในชาติที่แล้ว ]
เมื่อได้รับคำตอบ หนานิก็ประหลาดใจเล็กน้อยพร้อมกับบ่นว่าตัวละครในเกมเทพเซียนามีมากมายหลายหมื่นตัวละคร แถมตัวละครที่แข็งแกร่งหน่อยก็มีอยู่เพียงแค่สี่ส่วนจากทั้งหมดด้วยซ้ำ
[ โฮสต์ไม่ต้องกังวลระบบได้คัดเลือกตัวละครที่แข็งแกร่งเอาไว้แล้วระดับหนึ่ง นอกจากนี้ทางระบบยังปรับความแข็งแกร่งของตัวละครเ่าั้ให้เข้ากับโลกใบนี้ด้วยเช่นกัน ]
เมื่อได้รับคำตอบจากระบบหนานิก็พึงพอใจอย่างมาก เพราะสามารถตัดตัวละครที่อ่อนแอออกไปได้เป็จำนวนมาก
จากนั้นหนานิก็พบว่าภาพตัวละครด้านหน้าของเขาค่อยๆหยุดลงก่อนที่จะมีกรอบสีม่วง
‘ นึกไม่ถึงเลยว่าการอัญเชิญฟรีครั้งแรกจะได้การ์ดตัวละครสีม่วง!! ’ หนานิยิ้มอย่างมีความสุข เพราะเขาจำได้ว่าการ์ดสีม่วงนั้นเหนือกว่าการ์ดสีทองมาก
[ ยินดีด้วยโฮสต์ได้ทำการอัญเชิญ ยมฑูตขาวดำจากตำหนักยมโลก ตัวละครระดับสีม่วง ความแข็งแกร่งระดับเซียนนภาขั้นสมบูรณ์ แต่เนื่องจากโลกที่โฮสต์อยู่เป็โลกระดับต่ำทำให้ไม่สามารถรองรับพลังเซียนได้ระบบจึงปิดผนึกความแข็งแกร่งของยมฑูตขาวดำไว้เหลือเพียงแค่กึ่งเซียนเท่านั้น ]
[ ตัวละครที่ถูกโฮสต์อัญเชิญมาจะมีความซื่อสัตย์กับโฮสต์อย่างยิ่งและไม่มีวันทรยศโฮสต์อย่างแน่นอน ]
หือ?
หนานิมองดูภาพตัวละครที่เป็บุรุษและสตรีคู่หนึ่งที่สวมอาภรณ์สีดำและสีขาว นอกจากนี้ทั้งสองก็มีใบหน้าเหมือนกับเนื่องจากทั้งสองคนคือฝาแฝดกัน
‘ ตำนักยมโลก? ถ้าหากข้าจำไม่ผิดตำหนักยมโลกเป็สถานที่ที่ลึกลับสถานที่หนึ่งของเกมเลย นอกจากนี้พวกเขามีหน้าที่ในการลอบสังหารหรือไม่ก็เก็บข้อมูลต่างๆ การที่ข้าสามารถอัญเชิญยมฑูตขาวดำที่มีความแข็งแกร่งอันดับต้นๆของตำหนักยมโลกเลยไม่ใช่หรือยังไง?
นอกจากนี้ความแข็งแกร่งที่ระบบบอกก็คือระดับเซียนนภาขั้นสมบูรณ์ เช่นนั้นก็หมายความว่าเส้นทางเซียนที่ถูกตัดขาดกำลังจะกลับมาอีกครั้ง?
ในอดีตนับล้านปีก่อนเคยเกิดาระหว่างมหาเทพยุทธ์จนทำให้เกิดความเสียหายไปวงกว้างทั่วโลก เส้นทางเซียนในอดีตจึงถูกทำลายลงั้แ่นั้นเป็ต้นมา และตอนนี้ในโลกนี้จึงไม่มีใครสามารถกลายเป็เซียนได้อีกเลย มากสุดก็คือระดับมหาเทพยุทธ์ ซึ่งคือระดับเทพยุทธ์ขั้นสมบูรณ์นั่นเอง
' แต่กึ่งเซียนนี้ก็คงเป็มหาเทพยุทธ์ที่มีพลังเซียนอยู่สินะ ' หนานิครุ่นคิด
ยมฑูตดำมีนามว่า เฮยจวิน เขาเป็พี่ชายของ ไป๋จวิน เขาชอบสวมอาภรณ์สีดำและเก่งกาจในด้านการลอบสังหาร นอกจากนี้ยังมีวิชาดาบที่ยอดเยี่ยมอย่างมาก
ยมฑูตขาวมีนามว่า ไป๋จวิน นางเป็คนที่ชอบสวมอาภรณ์สีขาวและมีความสามารถในการหาข่าวที่ยอดเยี่ยม แม้กระทั้งระดับที่สูงกว่านาง นางก็สามารถสังหารเป้าหมายได้อย่างง่ายดาย
‘ เพียงแค่ครั้งแรกข้าก็สามารถสยบทุกกองกำลังในโลกนี้ได้แล้วงั้นหรอ?! ’ หนานิยิ้มอย่างมีความสุข
‘ ไม่ใช่ว่าข้ายังมีการอัญเชิญธรรมดาอีกครั้งใช่หรือไม่? ’ หนานิถามขึ้นอีกครั้ง
[ โฮสต์ยังเหลือการอัญเชิญธรรมดาอีกหนึ่งครั้งและจะต้องใช้เวลาหนึ่งเดือนจึงจะอัญเชิญครั้งต่อไปได้ ]
‘ เช่นนั้นก็อัญเชิญธรรมดาเลย ’
หนานิมองดูภาพการ์ดตัวละครที่เขาคุ้นเคยหมุนด้วยความเร็วสูง ซึ่งบางครั้งเขายังเห็นการ์ดตัวละครสีทองหรือม่วงปรากฏให้เห็นอยู่สองสามครั้ง แต่ทว่าการ์ดสีแดงเขาไม่เคยเห็นมันเลย
ไม่นานการ์ดตัวละครก็มาหยุดอยู่ที่สีเงิน
[ ยินดีด้วยโฮสต์ได้ทำการอัญเชิญ ผู้นำหอหมื่นสมุทรหยางผิง ตัวละครระดับเงิน ความแข็งแกร่งระดับราชันยุทธ์ขั้นสมบูรณ์ ]
[ ตัวละครที่ถูกโฮสต์อัญเชิญมาจะมีความซื่อสัตย์กับโฮสต์อย่างยิ่งและไม่มีวันทรยศโฮสต์อย่างแน่นอน ]
หนานิจำได้ว่าหอหมื่นสมุทรเป็หอการค้าขนาดใหญ่ในอาณาจักรเริ่มต้นของเกม พวกเขาสามารถยึดครองตลาดของแคว้นต่างๆได้เกือบทั้งหมด นอกจากนี้ผู้นำของหอหมื่นสมุทรก็ยังเป็คนที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกลและยังเป็คนที่มีนิสัยซื่อสัตย์
‘ แม้ว่าความแข็งแกร่งระดับราชันยุทธ์จะไม่สามารถเทียบได้กับระดับเซียนนภาของเฮยจวินและไป๋จวิน แต่เท่านี้ก็เพียงพอที่จะจัดการกับปัญหาต่างๆได้อย่างไม่มีปัญหาแล้ว ’ หนานิยิ้มอย่างพึงพอใจ เพราะเพียงแค่การอัญเชิญสองครั้งเขาก็ได้รับผู้ช่วยที่แข็งแกร่งถึงสามคน
หลังจากนั้นหนานิก็กลับมามีสติอีกครั้งและเขาก็ปล่อยมือของตัวเองออกจากหินทดสอบพร์
ในระหว่างนั้นเองดวงตาของเขาก็เต็มไปด้วยความประหลาดใจเพราะเขาเห็นหินทดสอบพร์สีม่วงทองอยู่ตรงหน้า
“ นี้ข้ามีพร์สีม่วงทองงั้นหรอ?! นึกไม่ถึงเลยว่าต่อให้ข้าไม่มีระบบช่วย ในอนาคตข้าก็จะกลายเป็ยอดฝีมือในอนาคต! ” หนานิยิ้มอย่างพึงพอใจ
ทันใดนั้นหนานเฟยหยุนก็กล่าวขึ้นว่า “ ผู้าุโทุกท่านพวกเราจะต้องปกปิดความลับนี้เอาไว้ และบอกกับภายนอกว่าิเอ๋อร์มีพร์สีฟ้าเท่านั้น หวังว่าผู้าุโทุกท่านจะเห็นด้วย ”
ผู้าุโตระกูลหนานทั้งหมดตอบรับทันที พวกเขารู้ดีว่าเื่นี้เป็เื่สำคัญมาก เพราะถ้าหากเื่นี้ถูกเผยแพร่ออกไป เกรงว่าหนานิจะกลายเป็เป้าหมายของพวกปีศาจและสัตว์อสูร หรือแม้กระทั้งเผ่ามนุษย์ด้วยกันที่อิจฉาพร์ของหนานิ
“ เข้าใจแล้วท่านผู้นำ พวกเราจะเก็บความลับนี้เอาไว้ให้มิดชิด ” เหล่าผู้าุโต่างตอบรับด้วยความจริงจัง
หนานิที่ยืนอยู่ตรงกลางห้องโถงเขาก็รับรู้ได้ว่าเื่นี้เป็เื่จริงจังมากแค่ไหน ถ้าหากเป็เมื่อก่อนเขาก็คงจะเครียดมากกว่ายินดี แต่ตอนนี้เขามีระบบแล้วแถมยังมียอดฝีมือระดับสูงถึงสามคนคอยปกป้อง
“ ิเอ๋อร์เ้าคิดยังไงถ้าหากข้าจะพาเ้าไปที่สำนักชิงหยาง? ” หนานเฟยหยุนถามขึ้นด้วยรอยยิ้ม
ถ้าหากหนานิสามารถเป็ศิษย์ของสำนักชิงหยางได้ ตระกูลหนานของพวกเขาก็จะพุ่งทะยานแม้กระทั้งเ้าเมืองฮุ่ยก็ต้องให้ความเคารพ ไม่แน่พวกเขาอาจจะสามารถย้ายตระกูลไปอยู่ในเมืองฮุ่ยได้อีกด้วย
หนานิครุ่นคิดก่อนที่จะกล่าวขึ้นว่า “ ท่านพ่อเื่นี้ข้าขอคิดดูอีกทีก่อนได้หรือไม่? ”
หนานเฟยหยุนตอบรับ สำหรับเื่นี้ไม่จำเป็ต้องเร่งรีบมากนักเพราะถึงอย่างไรกว่าสำนักชิงหยางจะเปิดการรับศิษย์อีกครั้งก็ต้องรออีกครึ่งปี
“ เช่นนั้นเ้าไปพักผ่อนก่อน เดี๋ยวตอนบ่ายๆข้าจะให้เ้าไปเลือกตำราฝึกยุทธ์ในตระกูลก่อน แม้ว่าตำราฝึกยุทธ์ในตระกูลจะเป็เพียงแค่ระดับมนุษย์ขั้นปลาย แต่มันก็เป็ประโยชน์สำหรับเ้าในตอนนี้มาก ” หนานเฟยหยุนกล่าว
ระดับของทักษะแบ่งออกเป็หกขั้นใหญ่ด้วยกันได้แก่ มนุษย์ ปฐี ์ ราชัน จักรพรรดิ เซียน เทวะ
ขั้นย่อยแบ่งเป็สี่ขั้นได้แก่ ขั้นต้น ขั้นกลาง ขั้นปลาย ขั้นสูง
สำหรับตระกูลหนานที่เป็ตระกูลขนานเล็ก การที่มีทักษะระดับมนุษย์ขั้นปลายอยู่เรียกได้ว่าเป็สมบัติประจำตระกูลได้เลย
“ ขอบคุณท่านพ่อ ” หนาหนมิงกล่าวจบเขาก็เดินออกจากห้องโถง
เมื่อออกมาจากห้องโถงแล้ว หนานิครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนที่จะตัดสินใจไปยังูเามู่อวิ๋น
ระหว่างทางไปยังูเามู่อวิ๋น หนานิพบเจอคนรู้จักหลายคนในหมู่บ้าน
ชาวบ้านที่เห็นหนานิต่างก็เข้ามาทักทายด้วยรอยยิ้มและเคารพ เนื่องจากในอดีตหนานิมักจะออกมาเที่ยวเล่นรอบๆหมู่บ้านเป็ประจำ และด้วยการที่หนานิเป็บุตรชายคนที่สามของผู้นำตระกูลหนานและยังเป็คนที่นิสัยดี ทำให้เขาได้รับเป็ที่รู้จักของชาวบ้านจำนวนมาก แม้กระทั้งเด็กรุ่นเดียวกันก็มักจะเรียกหนานิว่าลูกพี่ใหญ่อยู่ตลอดเวลา
หลังจากที่หนานิเดินมาถึงูเามู่อวิ๋น
เขาก็เดินเข้าไปในูเาประมาณหนึ่งก่อนที่จะตรวจสอบรอบๆว่าไม่มีใครอยู่ด้านข้าง เขาจึงเรียกระบบขึ้นมา
‘ ระบบข้า้าอัญเชิญยมฑูตขาวดำและหยางผิงออกมา แต่ตอนที่ออกมาช่วยทำให้เงียบๆหน่อยได้หรือไม่ข้าไม่้าให้พลังของพวกเขาสร้างปัญหาขึ้น ’ หนานิกล่าวกับระบบ
[ ตามที่โฮสต์้า ]
ทันใดนั้นพื้นที่รอบๆของหนานิราวกับเวลาถูกหยุดเอาไว้
จากนั้นวงกลมสีดำที่ดูเหมือนกับหลุมดำสามวงก็ปรากฏขึ้นที่เบื้องหน้าของหนานิ ก่อนที่ยมฑูตขาวดำและหยางผิงจะก้าวเดินออกมา
หนานิมองดูทั้งสามคนที่อยู่ด้านหน้าด้วยแววตาตื่นเต้น เนื่องจากทั้งสามคือตัวละครที่หนานิและลูกน้องของเขาเป็คนออกแบบมาด้วยตัวเอง การที่ได้เห็นตัวละครที่ตัวเองออกแบบมีชีวิตจริงๆอยู่ข้างหน้าทำให้เขารู้สึกตื่นเต้น
เมื่อทั้งสามปรากฏตัว พวกเขาก็คุกเข่าลงข้างหนึ่งพร้อมกับกล่าวด้วยน้ำเสียงเคารพว่า “ คาระวะนายท่าน ”
หนานิพยักหน้ารับก่อนที่จะกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “ ยินดีต้อนรับพวกเ้าทั้งสาม ”
หลังจากนั้นหนานิก็พูดคุยกับทั้งสามเพื่อให้ทั้งสามเข้าใจคร่าวๆถึงโลกใบนี้ แต่เขาก็นึกไม่ถึงเลยว่าทั้งสามจะมีความเข้าใจโลกใบนี้มากกว่าเขาอีก ทำให้เขารับฟังเื่ราวต่างๆจากทั้งสามด้วยความสนใจ
ทันใดนั้นเฮยจวินก็เดินออกมาพร้อมกับหยิบสิ่งของบางอย่างออกมาจากอุปกรณ์มิติและส่งให้กับหนานิ
“ นายท่านนี้คือตำรายุทธ์เมฆาม่วงเป็ตำราฝึกยุทธ์ที่ข้าได้มาจากการสังหารผู้นำนิกายชิงจู ข้าจำได้ว่าตำราเล่มนี้เป็ตำราฝึกยุทธ์ระดับเซียนขั้นสูง ข้าคิดว่ามันน่าจะเหมาะกับนายท่านเป็อย่างยิ่งในเวลานี้ ”เฮยจวินกล่าวด้วยความเคารพ
หนานิมองไปยังตำราฝึกเซียนในมือของเฮยจวินด้วยแววตาตื่นเต้นก่อนที่เขาจะถามขึ้นด้วยความสงสัยว่า “ พวกเ้าสามารถนำสมบัติออกมาจากอุปกรณ์มิติได้ด้วยงั้นหรือ? ”
ทั้งสามพยักหน้าพร้อมกันและเป็เฮยจวินที่กล่าวขึ้นว่า “ เป็เช่นนั้นนายท่าน สมบัติที่พวกเราเก็บเอาไว้สามารถนำออกมาใช้งานได้ทั้งหมด ข้าคิดว่าสมบัติทั้งหมดจะมอบให้กับนายท่านเพื่อช่วยให้นายท่านพัฒนาความแข็งแกร่งขึ้นอย่างรวดเร็ว
นอกจากนี้ถ้าหากนายท่านประสงค์ที่จะเรียนรู้วิชาดาบ ข้าก็สามารถสอนให้กับนายท่านได้ ข้าคิดว่าวิชาดาบหมื่นราตรีของข้าก็ไม่เป็สองรองใครในระดับเซียนนภาอย่างแน่นอน เพราะทักษะดาบหมื่นราตรีของข้าเป็ถึงทักษะระดับเซียนขั้นสูงเช่นกัน ”
เมื่อได้ยินที่เฮยจวินตอบ ดวงตาของหนานิก็เปร่งประกายขึ้นมา ถ้าหากเป็อย่างที่เฮยจวินกล่าวมาจริงๆ เขาก็สามารถใช้งานสมบัติต่างๆของตัวละครที่เขาอัญเชิญออกมาและมันก็ทำให้เขาสามารถพัฒนาตัวเองได้อย่างรวดเร็วเหนืออัจฉริยะจำนวนมาก
สำหรับทักษะของเซียน พวกเขามีการแบ่งระดับออกเป็ห้าขั้นใหญ่ด้วยกัน ได้แก่ทักษะระดับเซียน ทักษะระดับศักดิ์สิทธิ์ ทักษะระดับนิรันดร์ ทักษะระดับะ ทักษะต้องห้าม
ส่วนขั้นย่อยก็มีสี่ขั้นเหมือนเดิมได้แก่ ขั้นต้น กลาง ปลาย สูง
“ ยอดเยี่ยม!! ” หนานิหัวเราะอย่างมีความสุข ด้วยวิชาดาบของเฮยจวินมันจะทำให้เขาสามารถแข็งแกร่งขึ้นได้อย่างรวดเร็ว
จากนั้นหนานิก็ครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนที่จะกล่าวขึ้นว่า “ ข้าคิดว่าจะให้ไป๋จวินและหยางผิงไปที่เมืองฮุ่ยเพื่อเก็บข้อมูลต่างๆ ส่วนเฮยจวินก็ให้อยู่กับข้าก่อน ”
“ หยางผิงเ้าไปที่เมืองฮุ่ยจากนั้นเ้าก็สร้างหอการค้าหมื่นสมุทรขึ้นมา หอการค้าหมื่นสมุทรจะกลายเป็แหล่งรวบรวมข้อมูลของอาณาจักรต้าเหยียนแห่งนี้หรือไม่ก็ทั่วทั้งทวีปฮุยต้วน ส่วนไป๋จวินเ้าก็คอยช่วยเหลือหยางผิงแล้วกัน หรือไม่ก็หาคนที่มีพร์มาฝึกฝนให้กลายเป็คนของเรา ” หนานิกล่าวน้ำเสียงจริงจัง
“ น้อมรับคำสั่งนายท่าน ” หยางผิงและไป๋จวินต่างก็กล่าวขึ้นพร้อมกัน จากนั้นทั้งสองก็ส่งมอบสมบัติที่ช่วยในการฝึกฝนให้กับหนานิเกือบทั้งหมด ก่อนที่ทั้งสองจะจากไปอย่างรวดเร็ว
“ เฮยจวินเ้าสามารถซ่อนตัวอยู่ในเงาของข้าได้ ถ้าหากข้า้าความช่วยเหลือก็จะเรียกเ้าออกมา ” หนานิกล่าวขึ้น
หนานิจำได้ว่าทุกคนในตำหนักยมโลกสามารถซ่อนตัวในเงาได้ทุกที่ แม้กระทั้งในเงาของสิ่งไม่มีชีวิตก็สามารถซ่อนได้เช่นกัน
“ รับคำสั่งนายท่าน ” เฮยจวินกล่าวจบเขาก็หายตัวไปอย่างรวดเร็ว
เวลานี้ที่เงาของหนานิมีการเคลื่อนไหวเล็กน้อยพร้อมกับออร่าสีดำที่ปรากฏออกมาจางๆก่อนที่จะหายไป
หลังจากที่จัดการกับปัญหาเสร็จเรียบร้อยแล้ว หนานิก็กลับไปที่บ้านของตัวเองเพื่อที่ฝึกฝนวิชายุทธ์ที่ได้มาจากเฮยจวิน
ต้องยอมรับว่าตำรายุทธ์เมฆาม่วงที่เฮยจวินให้มานั้นทรงพลังกว่าตำรายุทธ์ของตระกูลหนานหลายแสนหรือหลายล้านเท่า
นอกจากนี้หนานิััได้ว่าเขาสามารถเข้าใจและเรียนรู้สิ่งต่างๆในตำรายุทธ์เมฆาม่วงได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพอย่างมาก
สามวันต่อมา
หนานิได้ใช้สมบัติจำนวนมากที่เฮยจวินให้มาไม่ว่าจะเป็โอสถเปลื่ยนเส้นเอ็น น้ำยาเปลื่ยนพร์ หรือแม้กระทั้งนำแก่นแท้กระบี่มาหลอมรวมกับร่างกายของตัวเอง
โอสถเปลื่ยนเส้นเอ็น น้ำยาเพิ่มพร์ แก่นแท้กระบี่ ต่างก็เป็สมบัติระดับเซียนและกึ่งเซียนที่หาได้ยากในโลกใบเล็ก ซึ่งทำให้พร์และความสามารถของหนานิเพิ่มสูงขึ้น
โดยตอนนี้หนานิคิดที่จะฝึกฝนวิชากระบี่เป็หลักและทักษะการต่อสู้ด้วยมือเปล่าเป็ทักษะรอง
เพราะแบบนี้หนานิจึงฝึกฝนตัวเองได้อย่างรวดเร็วและเหนือกว่าอัจฉริยะแห่งยุคในยุคก่อนๆเสียด้วยซ้ำ
หลังจากนั้นการฝึกฝนของหนานิก็เรียกได้ว่าหนักกว่าเดิมมาก เพราะในทุกๆเช้าเขาจะฝึกฝนร่างกายหรือไม่ก็วิชาต่อสู้กับเฮยจวิน ส่วนในตอนบ่ายเขาก็จะฝึกฝนวรยุทธ์เมฆาม่วงจนกระทั้งถึงเวลานอน
แน่นอนว่าคนของตระกูลหนานไม่มีทางรู้เลยว่าหนานิที่ทุกๆคนคิดว่าเป็อัจฉริยะเขาได้รับการฝึกฝนจากเซียนนภาเป็พิเศษ นอกจากนี้ยังมีสมบัติมากมายนับไม่ถ้วนที่ช่วยให้เขาพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว
พริบตาเดียวก็ผ่านไปครึ่งเดือน ยามค่ำคืน
หนานิกำลังฝึกฝนวรยุทธ์อยู่ เขาก็ััได้ว่ามีคนอยู่ด้านนอกห้องนอนของเขา และเขาก็คุ้นเคยกับคนผู้นั้นเป็อย่างดี
“ เข้ามา ” หนานิกล่าวขึ้น
จากนั้นหยางผิงก็เปิดประตูและเดินมาด้านหน้าของหนานิพร้อมกับโค้งคำนับให้ด้วยความเคารพ