"สุนัข... พูดได้?!"
หลินฟานเบิกตากว้าง สองเท้าก้าวถอยหลังโดยอัตโนมัติ ร่างกายที่าเ็ตื่นตัวและระแวดระวังถึงขีดสุด ท่ามกลางดินแดนรกร้างสีเืแห่งนี้ สิ่งมีชีวิตเดียวที่อยู่ตรงหน้าเขากลับเป็เพียงสุนัขตัวหนึ่ง!
เ้าดำใหญ่ หรือ ต้าเฮย พ่นลมหายใจออกทางจมูกอย่างแรง มันใช้ขาหน้าแคะฟันพลางกลอกตาไปมาด้วยความหงุดหงิด "สุนัข? เ้าหนูตาถั่ว! เรียกใครว่าสุนัข! ตาไม่มีแววเอาเสียเลย! ถ้าเป็เมื่อหมื่นปีก่อน ตอนที่ท่านปู่ต้าเฮยผู้นี้เยื้องย่างผ่านแดนเซียนโบราณ แม้แต่เหล่าจักรพรรดิเซียนยังต้องคุกเข่ากราบกรานเทพอสูรกลืน์เช่นข้า! มีเพียงสวะในโลกมนุษย์ตอนล่างเช่นเ้าเท่านั้นที่กล้าเรียกข้าว่าสุนัข!"
หลินฟานขมวดคิ้ว แม้ท่าทางของมันจะดูน่าหมั่นไส้ แต่น้ำเสียงและกลิ่นอายโบราณที่แผ่ออกมากลับไม่ใช่เื่ล้อเล่น "แดนเซียนโบราณ? เ้าอยู่ในศิลานี้งั้นรึ? แล้วที่เ้าบอกว่าสภาพข้าเหมือนไก่ต้ม... ข้าคืออัจฉริยะที่จุดตันเถียนพังทลายต่างหาก ไม่ใช่ขยะโดยกำเนิด!"
"พังทลายกับผีน่ะสิ!" ต้าเฮยถุยน้ำลายลงพื้นอย่างเหยียดหยาม "พวกสวะในโลกมนุษย์ตอนล่างมันจะไปรู้อะไร จุดตันเถียนของเ้าไม่ได้พิการ และเ้าก็ไม่ได้เป็ขยะ! แต่เป็เพราะในร่างของเ้ามี 'สายเืปฐมกาล' ที่สูงส่งเกินไปต่างหาก!"
"สายเืปฐมกาล?" หลินฟานทวนคำด้วยความตกตะลึง
"ถูกต้อง! ตันเถียนของเ้ามันเย่อหยิ่งและบริสุทธิ์ยิ่งนัก มันจึง 'ปฏิเสธ' ปราณธรรมชาติที่เจือปนและเน่าเฟะของโลกมนุษย์ยุคปัจจุบันนี้ เ้าดึงปราณขยะพวกนั้นเข้าไป ตันเถียนของเ้ามันก็แค่สะบัดทิ้งจนกระแสมันแตกกระจาย! นั่นคือเหตุผลที่เ้าฝึกเคล็ดวิชายุคนี้ไม่สำเร็จสักที!" ต้าเฮยหรี่ตากลมโตของมันลง แววตาแฝงไปด้วยความแค้นอันลึกล้ำ "แดนเซียนโบราณที่แท้จริงในอดีต บ่มเพาะด้วยปราณปฐมกาลอันบริสุทธิ์ ไม่ใช่เศษปราณที่หลงเหลือจากสี่มหาจักรพรรดิทรยศในยุคนี้... เอาละ ในเมื่อหยาดเืของเ้ายอมรับศิลาปฐมกาลลืมเลือนนี้ ถือว่าชะตาของเ้าและข้ายังไม่สิ้นสุด!"
"ข้าจะมอบสิ่งทีคู่ควรกับสายเืของเ้าให้!"
ต้าเฮยสะบัดหางผอมแห้งของมันหนึ่งครั้ง ฟับ! ทันใดนั้น อักขระโบราณสีทองแดงเรืองแสงนับพันตัวก็ะเิออกมาจากปลายหาง พวกมันลอยวนเวียนอยู่กลางอากาศ ก่อนจะพุ่งตรงเข้าสู่หน้าผากของหลินฟานราวกับห่าฝน
ตู้ม!
สมองของหลินฟานแทบะเิ ข้อมูลมหาศาลสลักลึกเข้าสู่จิติญญา มันคือ "คัมภีร์กายาจักรพรรดิรกร้าง ขั้นที่ 1"
"วิชาสายบ่มเพาะกายาโบราณน่ะ ไม่ใช่การนั่งดมปราณสบาย ๆ เหมือนพวกเซียนตุ้งติ้งยุคนี้หรอกนะเ้าหนู แต่งานนี้มันคือการ 'ทุบทำลายกระดูกและสร้างมันขึ้นมาใหม่'!" ต้าเฮยฉีกยิ้มกว้างแฝงความเ้าเล่ห์
หลินฟานไม่รอช้า เขาทรุดตัวลงนั่งขัดสมาธิทันที พริบตาที่เริ่มโคจรตามเคล็ดวิชา ความเ็ประดับนรกานต์ก็เข้าจู่โจมร่าง มันราวกับมีค้อนเหล็กขนาดั์นับพันอันกำลังทุบลงบนกระดูกทุกชิ้นในร่างกายของเขาจนกลายเป็ผงละเอียด ิัเริ่มปริแตก เืสด ๆ ไหลซึมผ่านชุดผ้ากระสอบจนกลายเป็สีแดงฉานไปทั้งตัว
"อึก... อา!" หลินฟานส่งเสียงครางต่ำในลำคอ ความเ็ปนี้รุนแรงจนคนธรรมดาสามารถบ้าคลั่งหรือิญญาแตกสลายได้ในพริบตา
ทว่า ทุกครั้งที่สติของเขาเหนื่อยล้าและจวนเจียนจะดับวูบ ใบหน้าอันหยิ่งผยองของหลินอวี่ที่แย่งชิงยา และแววตาดูแคลนของมู่หรงฉิงอดีตคู่หมั้นก็ลอยเข้ามาในหัว 'หากข้าสิ้นชีพที่นี่... ข้าก็จะเป็แค่ขยะให้พวกมันเหยียบย่ำไปตลอดชีวิต! ข้าต้องทนให้ได้!' หลินฟานกดย้ำความแค้นลงไปในจิตใจ เขากัดฟันแน่นจนเืกตัญญูไหลซึมจากมุมปาก ปฏิเสธที่จะหมดสติโดยเด็ดขาด
ต้าเฮยมองภาพนั้นด้วยแววตาที่แปรเปลี่ยนเป็ความชื่นชมเล็ก ๆ "จิตใจเด็ดเดี่ยวไม่เลวเลยเ้าหนู... ลืมบอกไป ที่นี่คือมิติศิลาโบราณ มันมีกฎเกณฑ์เฉพาะตัว นั่นคือ 'ห้องเร่งเวลา 10:1' เ้าฝึกฝนทรมานอยู่ที่นี่สิบวัน โลกภายนอกจะผ่านไปเพียงแค่วันเดียวเท่านั้น จงหลอมรวมขั้นแรกให้สมบูรณ์ซะ!"
ตลอดสิบวันสิบคืนในมิติสีเื หลินฟานเวียนว่ายอยู่ท่ามกลางความตายและความเ็ป กระดูกสีทองแดงโบราณค่อย ๆ ถักทอขึ้นใหม่ขัดเกลาิัและกล้ามเนื้อทีละร้อยละพันครั้งอย่างไม่หยุดยั้ง
เมื่อครบกำหนดวันที่สิบ หลินฟานลืมตาขึ้นอย่างกะทันหันในมิติศิลา แสงสีทองแดงหมุนวนรอบกายเขาราวกับชุดเกราะเทพา!
ตู้ม!
แรงกดดันดีดสะท้อนออกไปรอบทิศทาง หลินฟานไม่ได้เข้าสู่ขั้นรวบรวมปราณ แต่วิชาสายกายาโบราณทำให้เขาข้ามขั้นและทะลวงเข้าสู่ "ขอบเขตกลั่นหลอมกระดูก" ขั้นแรกสำเร็จทันที! พละกำลังมหาศาลพลุ่งพล่านอยู่ในทุกอณูเนื้อ กระดูกของเขาในตอนนี้แข็งแกร่งและหนาแน่นราวกับเหล็กไหลโบราณ เด็กหนุ่มลองปล่อยหมัดตรงออกไปทื่อ ๆ ในอากาศ—ปัง! เกิดเสียงโซนิกบูมแหวกอากาศจนฝุ่นตลบ มันคือพละกำลังดิบล้วน ๆ ที่ดุดันและสะใจขั้นสุด!
"หมดเวลาสนุกแล้ว ไสหัวกลับไปได้แล้วเ้าหนูไก่ต้ม!" เสียงต้าเฮยเห่าสำทับ ก่อนที่จิตของหลินฟานจะถูกดีดกลับคืนสู่โลกความจริง
เฮือก!
หลินฟานสะดุ้งตื่นขึ้นในห้องฟืนอันมืดมิดและซอมซ่อ แสงแดดรำไรยามเช้าเพิ่งจะส่องผ่านรอยแตกของหลังคา... โลกภายนอกผ่านไปเพียงแค่หนึ่งคืนเท่านั้น! แต่ร่างกายของเขาเปลี่ยนไปราวฟ้ากับดิน บัดนี้ทั่วร่างของเขาถูกปกคลุมด้วยคราบสิ่งสกปรกสีดำเหม็นคาวข้นคลั่ก ซึ่งเป็กากของเสียที่ถูกขับออกจากไขกระดูกและเส้นชีพจรจนหมดสิ้น
แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้ลุกไปชำระล้างร่างกายหรือทดสอบพลังใหม่...
ตึก! ตึก! ตึก!
เสียงฝีเท้าหนัก ๆ อันหยาบกระด้างของคนรับใช้ตระกูลสายรองก็ดังใกล้เข้ามา ก่อนที่ประตูห้องฟืนจะถูกเตะออกอีกครั้ง!
ปัง!
"เ้าขยะหลินฟาน! มัวนอนตายอยู่ทำไม!" คนรับใช้ร่างกำยำะโด่าทออย่างไม่ไว้หน้า "รีบไสหัวออกไปท้ายเขาเพื่อตัดไม้ฟืนได้แล้ว! อีกสองวันท่านหญิงมู่หรงฉิงแห่งสำนักกระบี่นภากระจ่างหลิงเซียวจะมาถึง ตระกูล้าฟืนชั้นดีจำนวนมากเพื่อจัดงานต้อนรับหงส์ฟ้า เ้าห้ามอู้เด็ดขาด ไม่งั้นข้าจะตีขาเ้าให้หัก!"
หลินฟานนิ่งเงียบ แววตาของเขาเปล่งประกายสีทองแดงสายหนึ่งออกมาในความมืด มุมปากยกยิ้มอย่างเ็า
'ให้ข้าไปตัดไม้ต้อนรับมู่หรงฉิงงั้นรึ? ดี... ข้าจะออกไป ดูซิว่าฟืนพวกนั้น หรือกระดูกของพวกเ้าจะหักก่อนกัน!'