เมื่อเอหันกลับมาฉากก็ได้เปลี่ยนไปทันทีในตอนนี้เขามองเห็นเมฆมืดทมิฬค่อยๆเคลื่อนตัวมาทางเขาอย่างช้าๆนั้นทำให้เอรู้สึกใจแป้วขึ้นมาทันทีและความมืดนั้นให้ความรู้สึกเหมือนว่าจะกลืนกินทุกสรรพสิ่งเข้าไปในตอนนี้เหมือนกับว่าเอยืนอยู่ระหว่างกลางของแสงสว่างและความมืด ทันใดนั้นเองเอก็มองเห็นสายตาอำมหิตที่มีสีแดงก่ำอยู่ข้างในความมืดนั้นและแล้วเจ้าของสายตาเหล่านั้นก็ได้ปรากฏกายออกมาจากความมืดเมื่อมันปรากฏเอก็เห็นร่างของปีศาจอันน่าเกลียดน่ากลัวทันใดนั้นพวกมันก็หยุดลงเอมองเห็นปีศาจตนหนึ่งที่ให้ความรู้สึกแตกต่างจากพวกปีศาจตนนั้นให้ความรู้สึกเหมือนนักรบผู้เจนศึกและน่าหวาดหวั่นพรั่นพรึ่งเป็นที่สุดปีศาจตนนั้นมองมาที่เอไม่สิจะให้พูดให้ถูกก็คือปีศาจตนนั้นมองไปยังกองทัพด้านหลังเอและมันก็ยกมือขึ้นและส่งสัญญาณมือออกไปปีศาจตนอื่นเมื่อเห็นดังพวกมันก็โห่ร้องและเริ่มวิ่งเข้าใส่กองทัพด้านหลังของเอและเมื่อมันมาถึงด้านหน้าของเอด้วยสัญชาตญาณเอจึงเอามือกุมหัวแล้วย่อตัวลงและเมื่อเอเงยหน้าขึ้นมาเขาก็มาอยู่ที่ห้องมืดเหมือนเดิมและตัวของเขาก็ฉีกยิ้มอย่างขำๆให้เอที่มีอากาศหอบเหมือนหมาและมีเม็ดเหงื่อหลังไหลทั่วตัว
“ยัง ยังไม่หมด” ตัวของเออีกคนพูดขึ้นก่อนที่เอจะได้ทำอะไรรอบนี้เขารู้สึกเหมือนว่าตัวเองกำลังลอยไม่เอรู้สึกว่าตัวของเอกำลังตกลงมาจากฟ้าในตอนแรกเอก็ขัดขืนและทำตัวไม่ถูกและหลังจากนั้นไม่นานเขาก็ปรับตัวได้และเขาก็รู้ตัวว่าเขาอยู่ระหว่างแสงสว่างและความมืดอีกครั้งแต่เมื่อเอสังเกตุดีๆเขากลับต้องประหลาดใจเพราะสิ่งที่เขาเจอนั้นก็คือกองทัพสวรรค์และกองทัพปีศาจเข้าห้ำหั่นซึ่งกันและกันอย่างไม่ลดละ เอ เขาสังเกตได้อย่างชัดเจนว่าทุกครั้งที่ทหารฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งฟาดดาบผืนแผ่นดินจะเกิดแยกออก ด้วยการปะทะกันนั้นทำให้รอบนอกสนามรบเกิดแผ่นดินไหวร้ายแรงจนทำให้ภูเขาถล่มและมีลาวาทะลักออกมาอย่างต่อเนื่องจากรอยแยกต่างๆบนพื้นดิน พลังทำลายนั้นทำให้ผืนแผ่นดินย่อยยับไม่เป็นชิ้นดีเลยก็ว่าได้และขอบนอกของแผ่นดินก็ถูกกลืนกินโดยคลื่นสึนามิที่สูงหลายร้อยกิโลเมตร ในท้องฟ้าท้องฟ้าปะทุเป็นสายฟ้าและเปลวไฟ คลื่นพลังทำลายล้างของทั้งสองได้ฉีกกระชากมิติให้ขาดสะบั่นทำลายซึ่งชั้นบรรยากาศและสนามแม่เหล็กของดวงดาวสิ้น ทั้งนี้เมื่อแม่ทัพของทั้งสองฝั่งเข้าปะทะกันคลื่นพลังทำลายล้างของการปะทะได้ทำให้ดวงจันทร์ถูกทำลายและเมื่อพวกเขาทั้งสองต่อสู้ติดพันกันพลังทำลายลายของพวกเขาได้แบ่งครึ่งดวงดาวทุกดวงในระบบสุริยะแม้กระทั่งดวงอาทิตย์ทั้งสองดวงก็ล้วนถูกทำลายและที่แย่ไปกว่านั้นก็คือในระหว่างที่พวกเขาสู้ศึกติดพันโดยไม่สนอะไรในเอกภพคลื่นพลังของพวกเขาได้แพร่กระจ่ายทำลายสมดุจพลังงานของเอกภพจนแทบจะทำให้เอกภพจวนเจียนจะดับสูญแต่แล้วทันใดนั้นก่อนที่ทุกอย่างจะเลยเถิดไปมากกว่านี้ก็มีเสียงดังเกิดขึ้น
“หยุด” เมื่อสิ้นเสียงที่เต็มไปด้วยความโกรธ เสียงนั้นให้เอเกิดรู้สึกถึงสิ่งที่เหนือกว่าสิ่งใดทั้งยังให้ความรู้สึกประหนึ่งของผู้ให้จุดเริ่มต้นของหลายสิ่งและนั้นก็เป็นสิ่งสุดท้ายที่เอเห็นก่อนที่เขาจะกลับมานั่งที่โต๊ะน้ำชา เอได้แต่นิ่งงันไปเขารู้สึกเหมือนว่าเขาไม่รู้จะพูดอะไร
“ไง” เออีกคนทักขึ้นมา
“ไง” เอตอบออกไปอย่างเฉยชา
“อันสุดท้ายหนักสุดเลยว่าไหม” เออีกคนยิ้มออกมาพลางเลื่อนถาดขนมมาหาตัวเอง
“…..” เอได้แต่เงียบเพราะเขายังช็อคจากแรงอัดของพลังงานอันบ้าคลั่งและเขายังช็อคกับเสียงสุดท้ายที่ดังขึ้นมาเสียงนั้นทำให้เอช็อคเนื่องจากเขาไม่สามารถแสดงอารมณ์ออกมาได้อย่างถูกต้องมันเหมือนกับว่าตัวเขาย้อนกลับไปเป็นเด็กที่ถูกผู้ปกครองดุและก็เหมือนกับว่าเขากลัวอย่างมาก ความกลัวที่แทรกเข้ามาในจิตใจของเขาโดยไม่มีเหตุผลถึงแม้ว่าเขาจะรู้สึกตัวว่าเขาไม่มีเหตุผลที่ต้องกลัวแต่ความกลัวนั้นก็เข้ามาในใจของเขาทำให้เขาสั่นไหวและความเย็นชาก็คืบคลานเข้าสู่หัวใจของเขาอย่างช้าๆและไม่อาจจะหยุดได้และอีกหลายอารมณ์ที่เข้าปะทะใส่เขาทำให้ตัวเขาไม่สามารถแสดงออกมาได้