ตระกูล เซฟิรอสตระกูลมหาอำนาจที่พลังแห่งสายเือันแข็งแกร่งมาแต่โบราณ พวกเขามีความสามารถโดยกำเนิดนั้นคือ เวทย์แห่งความมืดซึ่งในบรรดาธาตุต่างๆบนโลกไม่ว่าจะธาตุพื้นฐานหรือธาตุพิเศษ ก็มีเพียงธาตุแสงเท่านั้นที่พอจะเทียบดเคียงกับธาตุความมืดได้
นั้นจึงเป็เหตุผลที่ตระกูล เซฟิรอส สามารถก้าวไปสู่การครอบหนึ่งทวีปเลยทีเดียว และถ้าถามว่าทำไมผมถึงพูดถึงตระกูลนี้เหรอ?
แน่นอนก็ผมนะคือเด็กในตระกูลนี้ไงละ!!แถมยังเป็ลูกคนแรกด้วย!!แต่..จะดีกว่านี้ถ้าไอ้คนตระกูลนี้มันไม่มีปัญหานั้นนะ…เอาเถอะไว้พูดทีหลังเข้าปัจจุบันกัน
ฟึบ ฟึบ ฟึบ
อ่า~เสียงของหน้ากระดาษที่ถูกพลิกนี่มันยอดเยี่ยมจริงๆ ตอนนี้ผมกำลังอ่านหนังสืออยู่ภายในห้องหนังสือ แต่จะเื่มันว่าห้องหนังสือก็กระไรอยู่เพราะที่นี่มันใหญ่โครตๆ บางทีมันอาจใหญ่พอที่จะนำหนังสือทุกเรล่มในนี้ไปสร้างปราสาทหนังสือได้เลยละอันที่จริงแล้วตัวของผมก็อยู่ที่นี่มาได้ 10 ปีแล้วละนะมันเป็เวลาที่ไม่นานเลยสำหรับคนที่เคยมีอายุขึ้นต้นด้วยเลข 3 แต่การมาที่ต่างโลกนี่มันก็สุดยอดเลยละยังกับนิยายเลย
แต่ที่สุดยอดกว่าคือผู้คนที่โลกนี้นะการมีอายุอยู่มานับ 1000 ปีไม่เื่แปลกอะไรหรอกนะแต่คนที่อยู่ถึงได้ก็มีไม่กี่คนหรอก
ก็นะคนบนโลกนี้ส่วนใหญ่มีแต่พวกบ้าอำนาจกันทั้งนั้นดูอย่างตระกูล เซฟิรอส สิเมื่อประมาณ 17 ปีก่อนพ่อของผมก็ได้สังหารท่านปู่แล้วขึ้นเป็หัวหน้าตระกูลซะอย่างนั้นแต่ใครสนละเื่ความถูกต้องในโลกที่พลังทุกสิ่งแบบนี้นะ ในขณะที่ผมกำลังคิดอะไรเพลินๆไปพร้อมกับอ่านหนังสืออยู่เสียงก้าวเท้าของใครบางคนก็ดังขึ้นมา
“นายน้อย ซีค ท่านผู้นำเรียกตัวท่าน ค่ะ”
หญิงสาวในชุดเมดเธอสวยมากและมีเส้นผมสีน้ำตาลเข้มเธอก้มหัวให้กับผมและยืนรอผมอยู่ข้างๆอย่างเรียบร้อยหลังจากพูดเสร็จ
“แล้วท่านพ่อเรียกไปทำอะไรละ?”
ผมเงยหน้าขึ้นแล้วถามขึ้นมาเพราะอยากรู้ ทว่าเมดสาวคนนี้กลับเงียบนิ่งคงเป็เพราะว่าคนรับใช้ไม่มีสิทธิ์รู้สินะ เฮ้อ
มันก็เป็แบบนี้มาตั้งนานแล้วละสงสัยเราคงต้องเจ็บตัวอีกแน่เลยถ้าอยากรู้ว่าทำไมก็ค่อยไปเจอเองดีกว่า
“นำทาง”
ผมบอกให้เมดสาวนำทางให้เธอก็ทำตามอย่างว่าง่ายโดยที่ผมก็ไม่ลืมที่จะวางหนังสือที่อ่านในชั้นหนังสือด้วย
ตึก ตึก ตึก
เสียงเท้ามันก้องจังแหะ โถงทางเดินยาวนี้คือที่ๆเป็ทางเดี้ยวที่จะไปยังห้องแห่งนั้นได้ และที่มันเป็แค่ทางเดียงคงเพื่อป้องกันพวกผู้บุกรุกมั้ง
ในขณะที่คิดอยู่ผมก็เหลือบไปเห็นเหล่าน้องชายน้องสาวของผม ที่เดินห่างๆกันหลาย 10 คนเดินต้อยๆตามเมดไป และเด็กบางคนยังต้องให้อุ้มอยู่เลยแต่ที่เห็นจะเป็เอกลักษณ์ของเด็กทุกคนคงจะเป็เส้นผมสีดำและดวงตาสีแดงที่เรียบนิ่งนั้นอ่าใช่เด็กที่มีสายเืตรงทุกคนก็เป็งี้แหละพวกนี้มันเ็าม้ากมาก แม้จะมีคนตายต่อหน้าก็คงไม่รู้สึกอะไรหรอกหลังจากเดินผ่านโถงทางเดินมาถึงสุดทางแล้วผมก็ได้พบกับประตูบานใหญ่มากๆคงสูงราวๆ 20เมตรได้แต่ประตูนั้นก็ยังคงปิดอยู่ถึงจะเห็นจนชินแล้วละนะ
“เชิญคุณหนู อิงลิช ก่อน”
เสียงของผู้หญิงที่เ็าดังขึ้นจากบานประตูนั้นและเด็กสาวคนหนึ่งก็ไปที่
หน้าบานประตูพร้อมกับใช้มือเล็กนั้นััไปที่บานประตู
“ฮึบ!”
ตูมมมม!!!
เสียงของบานประตูที่ถูกผลักมันได้กลบเสียงน่ารักๆของเด็กสาวจนหมดเลยละ แล้วจากนั้นเธอก็เดินเข้าไปหลังจากนั้นประตูก็ปิด
ตัวลงเอง และนี่แหละถึงได้บอกว่าไอ้คนตระกูลนี้นะมันผิดปกติ แต่มันก็มีเหตุอยู่นั้นแหละที่ทำให้พวกนี้แข็งแกร่งได้ขนาดนี้ และความลับนั้นก็อยู่หลังประตูบานนี้นั้นแหละ
“เชิญนายน้อย มาคัส”
เ็าดังขึ้นอีกครั้งและเด็กชายก็ทำแบบเดี้ยวกันกับเด็กหญิง
ตูมมมม!
แม้แรงกระแทกจะน้อยกว่าก็ตามทีเด็กชายคนนั้นก็ทำหน้ามุ้ยเล็กน้อย แล้วเดินเข้าไปโดยที่มีเสียงหัวเราะคิกคักดังขึ้นรอบๆ ก็นะอันที่จริงน้องๆของผมมันก็มีอารมณ์อยู่บ้างนั้นแหละ อารมณ์อยากกลั่นแกล้งคนอื่นนะและหลังจากนั้นเด็กคนอื่นๆก็ถูกประตูเรียกไปเรื่อยๆจนถึงคิวผม
“เชิญนายน้อย ซีค “
อ่า..ตาผมแล้วงั้นเหรอผมเดินไปที่หน้าประตูบานนั้นแล้วมันพร้อมกับเดินเข้าไปแบบปกติ ใช่แล้วคนปกติมันก็ต้องผลักประตูแบบนี้ไม่ใช่รึไง
เมื่อผมเข้ามาข้างในแล้วสิ่งที่พบก็คือ ห้องโถงขนาดใหญ่ที่มีเด็กคนอื่นๆรออยู่ที่นี่พร้อมกับมองมาที่ผมดูเหมือนพวกน้องๆของผมจะมีปัญหากับผมเื่ประตูนี่รึเปล่านะ แต่ช่างมันเถอะเมื่อคิดแบบนั้นผมก็ได้ไปยืนรอที่ตำแหน่งของตนเองที่มีหมายเลข 1 สลักไว้ที่พื้นและที่ตำแหน่งอื่นก็มีเลขกำกับไว้เหมือนกัน มันเป็การเรียงลำดับตามการเกิดนะ
…
ตูมมมม!!!!
ผมก็ยังคงมองไปที่เหล่าน้องๆของผมที่แสดงพลังเหนืุ์ออกมาด้วยการผลักประตูราวกับว่าพวกเขาเก็บกดมาจากไหน? แน่นอนมันอยู่ในห้องโถงนี้นี่แหละ แต่นั้นก็ไม่ใช่เื่ที่ต้องสนใจในตอนนี้เพราะตอนนี้ ลูกๆของท่านพ่อทั้ง 37 คนได้มากันครบแล้ว
“น่าประทับใจ”
เสียงที่เ็าของชายคนหนึ่งดังขึ้นผมจึงหันไปดูและก็ได้พบกับชายคนคนหนึ่งที่นั่งอยู่บนบัลลังสีดำที่ดูน่าขนลุก ใบหน้าหล่อเหลาของเขาคล้ายกับใบหน้าของเหล่าน้องชายของผม และเขาคือพ่อของผมเองชายผู้สังหารพ่อของตนเองเพื่อครอบครองตระกูล เซฟิรอส ไว้แต่เพียงผู้เดียว
เซฟิรอส ไฮม์ ผมกวาดตามองเขาครู่หนึ่งแล้วหันไปมองน้องๆของผมที่สั่นราว
กับลูกนกแถมยังก้มหน้าด้วย อืม…คงจะกลัวกันสุดๆก็นะเขาไม่เคยแสดงความเป็พ่อต่อพวกเราเลยมันมีแต่ความเ็าและโเี้เสมอ
“ข้ายังอยู่ตรงนี้”
เสียงเ็าของท่านพ่อดังขึ้นผมจึงต้องหันกลับไปมองเขาและเขาก็มองกลับมาที่ผม อ่า…ช่างกลัวซะจริงๆถ้าเป็เมื่อ 7
ปีก่อนเราคงกลัวเขานั้นแหละ แต่หลังจากวันนั้นวันที่เราได้มาที่ห้องโถงแห่งนี้ความกลัวของเรามันก็ค่อยๆหายไปจนไม่มีเหลือเลยละดังนั้น…
“ท่านพ่อ้าอะไรจากข้าผู้เป็ลูกหรือขอรับ”
ผมกล่าวถามเขาไปแต่ท่านพ่อก็ยังคงเงียบและจ้องมองผมต่อดังนั้นผมจึงจ้องตอบกลับไป อืม…ภายในดวงตาสีแดงเรียบนิ่งของท่านพ่อก็ยังคงน่ากลัวหากเอาไปเทียบกับพวกน้องๆของผมแล้วดวงตาคู้นั้นของพ่อคงจะเป็นที่สุดแล้วละ ก็นะนั้นนะเป็ดวงตาของคนที่ฆ่าพ่อของตัวเองเชียวนะ
“หึ ขอให้ความอวดดีนั้นมันเหมือนกับความสามารถด้วย”
“ขอรับ…ท่านพ่อ”
อ่า…คงเจอบททดสอบโหดหินอีกแหงเลยอันที่จริงก็มีน้องชายของผมคนหนึ่งที่ไปอวดดีต่อหน้าท่านพ่อมาจนถูกลงโทษแล้วสุดท้ายก็ตกอยู่ในสภาวะหวาดกลัวทันทีเมื่ออยู่ต่อหน้าท่านพ่อและผมเองก็โดนเช่นกัน…แต่เพราะอะไรก็ไม่รู้ท่านพ่อมักจะลงโทษผมบ่อยมากๆเหมือนกับโกรธแค้นผมยังไงยังงั้นเลยดังนั้นก็เลยปลงแล้วละ
“เริ่มได้”
กรึก แกร็ก !!
เสียงกลไกบางอย่างได้ดังขึ้นและใต้เท้าของผมก็สั่นไหวเล็กน้อยจากนั้นบนพื้นก็ปรากฎช่องสีเหลี่ยมขนาดใหญ่ขึ้นมาและเก้าอี้
ที่เหมือนกับเก้าอี้ทรมานก็ปรากฎขึ้นมาพร้อมสายท่อจำนวนมากและแขนกลที่มีมือจับ 10 มือ โดยไม่ค่อยใส่ใจนักผมเดินไปนั่งบนเก้าอี้นั้นทันทีจากนั้นที่พำนักพิงและที่วางเท้าของเก้าอี้นี้ก็มีตัวล็อคที่โผล่มาล็อคข้อมือข้อเท้าของผม เมื่อทุกอย่างพร้อมผมจึงมองไปที่เหล่าน้องๆของผมที่กำลังสั่นกลัวและพยายามจะหนีทั้งๆที่ก่อนเข้ามาไม่เห็นเป็ไรเลยแท้แต่ก็ยังกลัวไอ้เก้าอี้นี่อีกนะก็นั้นแหละเด็กปกติคงเป็แบบนั้นแหละ ส่วนตอนนี้ก็...
ฉึก!
เนื่องจากผมเป็คนแรกที่นั่งแรกดังนั้นแขนกลนั้นจึงเริ่มใช้นิ้วมือของมันเริ่มใช้เข็มจิ้มมาที่ร่างกายของผมก่อน มันเจ็บอยู่หรอกนะแต่แค่นี้ยังไหวอยู่
ฉึกๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
"อืม"
เข็มนับ 10 อันทิ่มแทงมาที่ร่างกายของผมมันเจ็บมากกว่าเดิมแต่มันก็ยังไม่ถึงขั้นทุกข์ทรมานอะไรขนาดนั้น เพราะมันเป็แบบนี้เสมอมาตลอด 7 ปีดังนั้นแค่นี้มันก็..
ฟิ้วววว
“อึก”
อันเจ็บจริงเ้าท่อที่มาพร้อมกับเก้าอี้นี้มันก็ถูกแขนกลพวกนั้นจับมาเชื่อมต่อที่ตัวเข็มทำให้ตัวเข็มมันสั่นจนตัวเข็มที่อยู่ข้างในมันกระตุกนิดน้อยสร้างความเ็ปให้กับผม เอาละต่อไปก็ไอ้นั้นสินะ
ฟู่~
“อัก!”
ของเหลวสีดำปริศนาได้ไหลผ่านท่อพวกนั้นแล้วถูกฉีดเข้ามาในร่างกายของผมโดยตรง มันให้ความรู้สึกเหมือนกับฉีดยาแก้ชักในโลกก่อนเลย
แต่นี่รุนแรงกว่ามาก ทว่ามันก็เป็ปกติของคนที่ได้รับความเ็ปบ่อยๆอย่างผมที่ค่อยๆชินไปกับมันจนเหมือนกับเป็กิจวัตรประจำอย่างหนึ่งไปเลยละ
“อ้ากกกก!!!”
“กรีดดดดด!!!”
“เจ็บๆๆๆๆๆ!!!”
“ฮือออออ!!!”
เสียงกรีดอันแสนน่ารักของเหล่าน้องๆของผมดังขึ้น ทำให้ผมหันไปมองเหล่าน้องๆของผมอ่า…คงมีแต่ความเ็ปสินะที่ทำให้คนตระกูลนี้แสดงอารมณ์ออกมาได้นะ พอคิดแบบนี้แล้วทำให้ผมอย่างรู้จริงๆนั้นแหละว่าชายคนนั้นที่เป็นพ่อของเรานะจะเป็ยังไงหากเขาต้องตกอยู่ในสภาพนี้
เฉกเช่นพวกเรา ดังนั้นผมจึงหันไปมองท่านพ่อและได้สบตากับดวงตาสีแดงเรียบ นิ่งนั้นอีกครั้งของวัน ผมจ้องมองไปสักครู่ก็หลับตาลงเข้าสู่การหลับไหลเพื่อจะได้ไม่ต้องเห็นภาพที่พวกเขาทรมาน แต่เสียงกรีดร้องของเหล่าน้องๆของผมก็ยังคงดังภายในหัวของผมอยู่ดี
…
“เสร็จสิ้น”
เสียงของผู้หญิงที่เ็าดังขึ้นทำให้ผมต้องลืมตาขึ้นและได้พบกับสภาพของเหล่าน้องๆที่อยู่ในสภาพที่ดูไม่ได้ เอ๊ะ? เหมือนจะมีอีก 3
คนที่สภาพดีกว่าคนอื่นแหะแถมเป็น้องสาวเราหมดเลยด้วย พวกน้องชายอย่าให้อายผู้หญิงสิฟะ
“ไปได้แล้ว”
ในขณะที่ผมคิดอยู่ท่านพ่อก็สั่งให้เราออกไปแต่ไอ้เข็มนี่ยังไม่เอาออกอีกเหรอฟะคนอื่นๆก็เห็นเอาออกแล้วนี่หว่าผมโดนแกล้งเหรอเนี้ย
ช่วยไม่ได้คงต้องใช้กำลัง โดยไม่รออะไรผมก็ใช้แรงที่มีทั้งหมดดึงตัวเองออกมาจากเก้าอี้ทรมานนี่
แกร็ก!! ปัง!!
ด้วยการที่ผมใช้แรงจากร่างกายนี้ที่ถูกฉีดของเหลวสีดำนั้นเข้าไปถึงมันจะทำให้ทุกข์ทรมานอย่างมากแต่ทว่ามันก็ทำให้ผู้ที่ถูกฉีดไอ้นี่เข้าไปมีร่างกายที่แข็งแร่งมากจนทำให้สามารถผลักบานประตูนั้นได้เลยทีเดียว หลังจากที่ผมเอาตัวเองออกมาจากเก้าอี้นี้ได้ผมก็หันไปหาท่านพ่อ
“ข้าขอตัวก่อนนะครับท่านพ่อ”
ผมต้องไปอ่านหนังสือที่ห้องหนังสือต่อแล้วสิ แต่ทว่าในขณะที่คิดแบบนี้ในตอนที่กำลังเดินจากไปนั้นเสียงของท่านพ่อก็ดังขึ้นด้วยคำบางอย่างที่ไม่รู้จักจากนั้นเหล่าน้องๆของผมในห้องโถงแห่งนี้ก็ถูกความมืดกลืนกินไปในพริบตาเดียวและในพริบตาต่อมาตัวผมก็ถูกกลืนกินด้วยความมืดเช่นกัน
“ลืมตาขึ้นซะ ซีค”
เสียงเ็าของท่านพ่อดังขึ้นทำให้ผมลืมขึ้นมา และได้พบว่าตัวผมกำลังนอนอยู่บนพื้นที่มีลวดลายของวงเวทย์สีเืสลักอยู่ ผมได้แต่สงสัยว่าท่านพ่อจะพาผมมาในที่แห่งนี้ทำไม ดังนั้นผมจึงหันไปหาท่านพ่อเพื่อขอคำตอบ
“ตอนนี้เ้าอายุ 10 ปีพอดี”
10 ปีเหรอก็ใช่อยู่หรอกแต่ทำไมละ แต่ทำไมท่านพ่อต้องพาผมมาในห้องมืดแบบนี้ด้วยอย่าบอกนะว่าท่านพ่อ้าลงโทษเราโทษฐานที่ไปทำลายไอ้เก้าอี้ทรมานนั้นนะ ถ้าจริงคงเป็พ่อที่เกินเยียวยาแล้วละ แต่ดูเหมือนสิ่งที่ผมคิดจะไม่ถูกนะ
“เมื่อมีอายุครบ 10ปีสิ่งมีชีวิตจะมีโอกาสได้รับความสามารถพิเศษบางอย่างได้มันถูกเรียกว่า พลังเร้นกาย และตอนนี้ก็ถึงเวลาแล้วที่จะได้รู้ว่าเ้ามีคุณสมบัติหรือไม่ที่จะได้มันหรือไม่”
โดยที่ไม่สนความใของผมที่เห็นท่านพ่อพูดยาวขนาดนี้ครั้งแรกตลอด 10ปีที่ผ่านมาท่านพ่อก็ได้ใช้มือััไปที่ลูกแก้วโปร่งใสที่อยู่บนแท่นบางอย่างที่ใจกลางวงเวทย์นี่
“จงเปิดเผย€£฿₩”
เวิ้งๆๆๆๆๆ
รู้สึกเวียนหัว หลังจากนั้นทุกอย่างมันก็มืดไปหมด