บทที่ 5: อันดับหนึ่งที่ไร้คะแนน
เสียงฮือฮาและสับสนดังกระหึ่มไปทั่วลานประลอง ไม่มีใครเข้าใจว่าผลลัพธ์ที่ปรากฏบนศิลานั้นหมายความว่าอะไร การทดสอบพละกำลังกลับไม่มีตัวเลขแสดงผล แต่ทิ้งไว้เพียงรอยขีดข่วนประหลาด มันคือความล้มเหลว? หรือเป็ปรากฏการณ์บางอย่างที่เหนือความเข้าใจของพวกเขา?
ในขณะที่ทุกคนกำลังสับสนอยู่นั้นเอง ร่างของผู้าุโหลี่ที่อยู่บนแท่นประธานก็พลันเลือนหายไป!
พรึ่บ!
วินาทีต่อมา เขาก็มาปรากฏตัวอยู่ข้างศิลาทดสอบพลังราวกับภูตผี! ความเร็วที่น่าสะพรึงกลัวนี้ทำให้เหล่าศิษย์ต้องหยุดหายใจไปชั่วขณะ นี่คือพลังของผู้ฝึกตนระดับสูงที่พวกเขาได้แต่แหงนมอง
ผู้าุโหลี่ไม่สนใจสายตาของใครทั้งสิ้น ดวงตาที่เคยเรียบเฉยของเขาบัดนี้ทอประกายเจิดจ้าจับจ้องไปยังรอยขีดบนศิลา เขายื่นนิ้วที่เหี่ยวย่นออกมาลูบไปตามรอยนั้นอย่างแ่เบา ััถึงความเรียบกริบและความลึกของมัน
ทันใดนั้น แววตาของเขาก็เบิกกว้างขึ้นด้วยความตกตะลึงอย่างไม่อาจปิดบัง!
"นี่มัน..." เขาััได้ถึงไอพลังที่ยังคงหลงเหลืออยู่จางๆ บนรอยขีด มันไม่ใช่พลังปราณที่รุนแรงหรือคลุ้มคลั่ง แต่เป็พลังที่ถูกบีบอัดและรวมศูนย์จนถึงขีดสุด มีความเฉียบคม... ความมุ่งมั่น... มันคือ "เจตจำนง"!
"เจตจำนงกระบี่!" ผู้าุโหลี่แทบจะอุทานออกมา เขารีบสงบสติอารมณ์ลง แต่ในใจกลับปั่นป่วนราวกับคลื่นั์ถล่ม เป็ไปได้อย่างไร?! เด็กหนุ่มศิษย์ชั้นนอกคนหนึ่งจะสามารถบรรลุถึงขอบเขตแห่ง "เจตจำนง" ได้อย่างไรกัน! นี่คือสภาวะที่แม้แต่ตัวเขาเองที่อยู่ในขอบเขตก่อตั้งรากฐานยังทำได้เพียงััอย่างเลือนรางเท่านั้น!
"ท่านผู้าุโ! ศิลาทดสอบพลังคงจะเสียแล้ว! ผลของหลินฟานต้องเป็โมฆะ!" จางหู่ะโขึ้นมาเป็คนแรก เขาไม่ยอมรับว่าคนที่เขาเกลียดชังจะทำสิ่งที่เหนือความคาดหมายเช่นนี้ได้
"ใช่แล้ว! เขาต้องโกงแน่ๆ! ไม่มีคะแนนก็คือไม่มีคะแนน!" ศิษย์คนอื่นๆ เริ่มผสมโรง
ผู้าุโหลี่ปรายตามองไปยังต้นเสียงเ่าั้เพียงแวบเดียว สายตาที่เ็าและทรงอำนาจนั้นทำให้ทุกคนต้องหุบปากฉับในทันที ไม่มีใครกล้าส่งเสียงออกมาอีก
เขาหันกลับมามองหลินฟานที่ยืนนิ่งอยู่ด้วยสายตาที่ซับซ้อนอย่างยิ่ง ก่อนจะประกาศด้วยน้ำเสียงที่เด็ดขาดและก้องกังวาน
"ศิลาไม่ได้เสีย! แต่มันไม่สามารถวัดระดับพลังของเขาได้!"
คำประกาศนี้ทำให้เกิดความโกลาหลขึ้นอีกครั้ง! ไม่สามารถวัดได้? หมายความว่าอย่างไร?
ผู้าุโหลี่กล่าวต่อ "รอยขีดที่ทิ้งไว้นี้ มีความลึกยิ่งกว่าทุกหมัดที่พวกเ้าทำได้ในวันนี้ การโจมตีของเขาได้ก้าวข้ามขีดจำกัดของการวัดค่าพลังแบบหยาบๆ ไปแล้ว... สำหรับการทดสอบส่วนแรกนี้ ข้าตัดสินให้เขา... ผ่าน! และได้อันดับที่ 1!"
อันดับที่ 1!
คำตัดสินนี้เปรียบเสมือนะเิลูกใหญ่ที่ถูกโยนลงกลางลานประลอง!
"เป็ไปได้ยังไง! คนที่ไม่มีคะแนนจะได้ที่ 1 ได้อย่างไร!"
"ข้าไม่ยอมรับ! นี่มันไม่ยุติธรรม!"
เสียงคัดค้านดังขึ้นเซ็งแซ่ แต่ผู้าุโหลี่กลับไม่สนใจแม้แต่น้อย เขามีเหตุผลของตัวเองที่ไม่อาจอธิบายให้คนเหล่านี้ฟังได้ การที่เด็กคนหนึ่งสามารถบรรลุเจตจำนงกระบี่ได้นั้น มีคุณค่ามากกว่าค่าพลังนับหมื่นนับแสนเสียอีก! นี่คืออัจฉริยะ! อัจฉริยะที่แท้จริงที่ซ่อนตัวอยู่ในหมู่ศิษย์ชั้นนอก!
"การตัดสินของข้าถือเป็ที่สิ้นสุด! ผู้ใดไม่พอใจ ก็แสดงความสามารถของเ้าออกมาในการประลองส่วนที่สองซะ!" ผู้าุโหลี่ตวาดเสียงกร้าว ก่อนจะสะบัดชายแขนเสื้อกลับไปยังแท่นประธาน ทิ้งให้เหล่าศิษย์มองหน้ากันเลิ่กลั่ก
ด้วยอำนาจเด็ดขาดของผู้าุโ ในที่สุดความวุ่นวายก็สงบลง แต่สายตาที่ทุกคนมองมายังหลินฟานได้เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง ไม่มีอีกแล้วสายตาดูถูก มีแต่ความฉงนสงสัย ความอิจฉา และความหวาดเกรงระคนกันไป
ชื่อของหลินฟานถูกจัดให้อยู่ในอันดับที่ 1 ของผู้เข้ารอบ 32 คนสุดท้ายโดยอัตโนมัติ
ไม่นานนัก การประลองส่วนที่สองก็เริ่มต้นขึ้น ศิษย์ 32 คนถูกจับคู่เพื่อต่อสู้กันในรูปแบบแพ้คัดออก บนเวทีประลองขนาดใหญ่สิบเวที
คู่ต่อสู้คนแรกของหลินฟาน คือศิษย์ร่างกำยำคนหนึ่งที่อยู่ขอบเขตขัดเกลาร่างกายขั้นที่ 3 ่ปลาย เขามีค่าพลังจากการทดสอบสูงถึง 450 คะแนน และเป็หนึ่งในตัวเต็งที่จะติดสิบอันดับแรก
"เฮอะ! ข้าไม่รู้ว่าเ้าใช้เล่ห์กลอะไรกับศิลาทดสอบพลัง" ศิษย์ร่างกำยำพูดพลางบิดหมัดจนกระดูกลั่นกร๊อบแกร๊บ "แต่บนเวทีประลองนี้ เล่ห์กลใดๆ ก็ใช้ไม่ได้ผล! ข้าจะแสดงให้ทุกคนเห็นว่าเ้ามันก็แค่ของเก๊!"
หลินฟานมองคู่ต่อสู้ด้วยสายตาเรียบเฉย เขายังคงถือท่อนไม้แห้งๆ ที่หยิบติดมือมาจากกระท่อมไว้ในมือ ซึ่งภาพนี้ทำให้เขาดูน่าขันในสายตาคนอื่นยิ่งนัก
"เริ่มการประลองได้!"
สิ้นเสียงกรรมการ ศิษย์ร่างกำยำก็คำรามลั่นและพุ่งเข้าใส่หลินฟานทันที เขาใช้เพลงหมัดวายุคลั่ง ต่อยหมัดรัวๆ จนเกิดเป็เงาหมัดซ้อนทับกันนับสิบ ปกคลุมร่างของหลินฟานไว้ทั้งหมด
แต่หลินฟานกลับยืนนิ่งไม่ไหวติง ราวกับตกตะลึงจนขยับไม่ได้
ในวินาทีที่เงาหมัดกำลังจะััร่างของเขา... หลินฟานก็ขยับ
เขาไม่ได้หลบหลีกหรือตั้งรับ แต่กลับทำในสิ่งที่เรียบง่ายที่สุด เขาแค่ยกท่อนไม้ในมือขึ้น แล้วฟาดออกไปในแนวเฉียง...
มันคือกระบวนท่า "กระบี่ปาดวารี" จากเคล็ดกระบี่พื้นฐาน... เป็ท่าที่ดูเรียบง่ายและธรรมดาจนถึงขีดสุด
แต่ทว่า... เมื่อมันถูกใช้ออกมาโดยหลินฟานที่บรรลุเจตจำนงกระบี่แล้ว อานุภาพของมันกลับแตกต่างไปอย่างสิ้นเชิง!
ฟุ่บ!
ไม่มีเสียงปะทะที่รุนแรง มีเพียงเสียงแหวกอากาศที่แหลมคมจนน่าขนลุก ท่อนไม้ในมือของหลินฟานดูเหมือนจะวาดผ่านอากาศไปอย่างเชื่องช้า แต่กลับสามารถสอดแทรกเข้าไปในช่องว่างของเพลงหมัดวายุคลั่งได้อย่างแม่นยำราวจับวาง!
เพลงหมัดที่เกรี้ยวกราดของคู่ต่อสู้สลายไปในพริบตา!
จากนั้น... ร่างของศิษย์กำยำก็ลอยขึ้นกลางอากาศ ก่อนจะร่วงหล่นลงไปนอกเวทีประลองอย่างแรง!
ตุ้บ!
เขานอนแน่นิ่งไปทันที สิ่งที่น่าใที่สุดคือ บนหน้าอกของเขา เสื้อผ้าชั้นนอกถูกตัดขาดเป็รอยยาวอย่างเรียบกริบ แต่ิัเบื้องใต้กลับไม่มีาแแม้แต่รอยขีดข่วน!
นี่คือการควบคุมพลังที่น่าหวาดหวั่นเพียงใด!
หนึ่งกระบวนท่า! ชัยชนะในหนึ่งกระบวนท่า!
ทั่วทั้งลานประลองตกอยู่ในความเงียบงันยิ่งกว่าครั้งก่อน ทุกสายตาจับจ้องไปที่หลินฟานซึ่งยังคงยืนนิ่งอยู่กลางเวทีด้วยท่าทีสบายๆ ราวกับว่าเื่ที่เพิ่งเกิดขึ้นเป็เพียงเื่เล็กน้อยเท่านั้น
บนแท่นประธาน ดวงตาของผู้าุโหลี่เปล่งประกายเจิดจ้า เขาพึมพำกับตัวเองด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือเล็กน้อย
"ไม่ผิดแน่... ข้าไม่ได้ตาฝาด... เด็กคนนี้... คืออสูรร้ายในร่างมนุษย์ชัดๆ!"