เมื่อพวกไลท์เข้ามาในอู่ต่อเรือยนต์ พนักงานคนหนึ่งก็รีบวิ่งเข้ามาหาก่อนที่จะถามขึ้นว่า “ ท่านไลท์ใช่ไหมครับ? ”
ไลท์พยักหน้ารับ
“ ครับผมชื่อว่า จอรินตั้น เป็นผู้ช่วยของบอสเทเวอร์ วันนี้บอสเทเวอร์ออกไปทำธุระที่เมืองทาร์เวียน ทำให้ผมเป็นคนรับผิดชอบในการพาพวกท่านไลท์ชมเรือยนต์ในวันนี้ เอาเป็นว่าตามผมมาเลยครับ ” จอรินตั้นพูดขึ้นพร้อมกับเดินนำพวกไลท์ไปที่โกดังด้านหลังของอู่ต่อเรือยนต์
ภายในโกดังด้านหลังของอู่ต่อเรือยนต์มีเรือยนต์จำนวนมากที่จอดเอาไว้ภายในนั้น ไม่ว่าจะเป็นขนาดเล็กจนไปถึงขนาดใหญ่ก็มีหมด
จอรินตั้นนำพวกไลท์ไปยังเรือยนต์สีดำแดงลำหนึ่งที่มีขนาดใหญ่และยังมีลวดลายคล้ายกับของกริมรีปเปอร์อยู่เล็กน้อย
“ นี้ครับท่านไลท์เรือยนต์ของพวกท่าน ” จอรินตั้นพูดขึ้น
ไลท์และคนอื่นๆพากันเดินสำรวจเรือยนต์ลำใหม่ด้วยความตื่นเต้น
เรือยนต์ลำนี้มีขนาดใหญ่กว่ากริมรีปเปอร์อยู่พอสมควร
ภายในเรือยนต์ลำนี้มีห้องนอนอยู่ถึงสิบห้องทุกห้องนอนมีห้องน้ำหมดและยังมีห้องน้ำด้านนอกอีกสองห้อง ยังมีสวนดอกไม้ที่ด้านหลังของเรือยนต์ ส่วนทางด้านห้องครัวก็เป็นห้องครัวขนาดใหญ่ซึ่งอยู่ติดกับห้องอาหาร
หลังจากที่พวกไลท์เดินชมเรือยนต์ลำใหม่ก็พากันชื่นชมออกมาอย่างตื่นเต้น จากนั้นพวกเขาก็พากันเลือกห้องนอนของตัวเอง แน่นอนว่าในฐานะที่ไลท์เป็นหัวหน้าเขาจึงได้สิทธิ์ในการเลือกห้องนอนเป็นแรก
ไลท์ไม่ได้เลือกห้องนอนที่ใหญ่ที่สุดแต่เขาเลือกห้องนอนที่คิดว่าเหมาะสำหรับเขาที่สุด ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งของห้องนอนและความกว้างของห้องนอนก็ต้องไม่เล็กจนเกินไปอีกด้วย
ถัดจากนั้นก็เป็นเบเรียลในฐานะเจ้ใหญ่ของกลุ่ม
หลังจากที่เลือกห้องนอนกันเสร็จแล้วทั้งหมดก็มายืนคุยกันที่ด้านหน้าเรือยนต์
“ ไม่เลวเลยเรือยนต์ลำใหม่ของพวกเรา” เบเรียลพูดขึ้นด้วยความตื่นเต้น
“ เป็นอย่างไรบ้างครับท่านไลท์ ถูกใจไหมครับ? ” จอรินตั้นถามขึ้นด้วยความคาดหวัง
“ ไม่เลวเลย ดีกว่าที่ฉันคิดไว้อีก ” ไลท์พยักหน้ารับด้วยความชื่นชม
“ ขอบคุณมากครับท่านไลท์ ” จอรินตั้นยิ้มออกมาอย่างมีความสุข
“ เวโรนิก้าเธอลองดูห้องควบคุมว่าเป็นอย่างไรบ้าง มีตรงไหนที่ต้องแก้ไขไหม? ” ไลท์พูดกับเวโรนิก้า
เวโรนิก้าพยักหน้ารับเพราะเธอรู้ดีว่าห้องควบคุมนั้นสำคัญที่สุดในเรือยนต์
จอรินตั้นไปตามช่างที่ทำห้องควบคุมมาพร้อมกับให้เขาคอยแนะนำปุ่มต่างๆให้กับเวโรนิก้า
ไม่นานเวโรนิก้าก็เดินออกมาพร้อมกับพูดขึ้นว่า “ แม้ว่าจะปุ่มจะมากกว่าเดิมมากแต่ฉันก็พอที่จะขับได้แล้วหัวหน้า นอกจากนี้ฉันยังได้จดปุ่มต่างๆกันลืมไว้หมดแล้วด้วย ”
ไลท์พยักหน้าและพูดขึ้นว่า “ เข้าใจแล้วเธอขับออกมาด้านนอกเลย ”
“ เข้าใจแล้วค่ะหัวหน้า ” เวโรนิก้าพูดขึ้นก่อนที่จะขับเรือยนต์ออกมาด้านนอกโกดัง
“ ตอนนี้ก็ให้ทุกคนไปซืิ้อของใช้อะไรต่างๆให้เรียบร้อย เวโรนิก้าเธอซื้อเสบียงอาหารให้พร้อมด้วย เงินก็เอาเป็นเงินกองกลางใช้ไปก่อน ” ไลท์พูดขึ้น
หลังจากนั้นทุกๆคนก็แยกย้ายกันไปซื้อของใช้ส่วนตัว โดยที่มีไลก้าและคอลรุยเฝ้าอยู่ที่เรือยนต์ก่อน
ผ่านไปกว่าสองชั่วโมงทุกๆคนก็กลับมาที่เรือยนต์อีกครั้งโดยที่สลับให้ไลก้าและคอลรุยออกไปซื้อของ
ผ่านไปกว่าหนึ่งชั่วโมงเศษไลก้าและคอลรุยก็กลับมาที่เรือยนต์อีกครั้ง
“ หัวหน้าแล้วชื่อเรือยนต์ลำนี้ชื่ออะไรงั้นหรอ? ” คอลรุยถามขึ้น
ทุกๆคนเองก็มองไปที่ไลท์ด้วยความสนใจ เพราะพวกเขาอยากจะรู้ว่าไลท์จะตั้งชื่ออะไรให้กับเรือยนต์ลำใหม่ลำนี้
ไลท์เองก็ครุ่นคิดอยู่นานก่อนที่จะตอบว่า “ ดาร์กโซลหรือวิญญาณแห่งความมืด ”
“ ดาร์กโซลสินะ ลูกพี่ชื่อนี้ฉันชอบ!! ” ไลก้าพูดขึ้นพร้อมกับพยักหน้าหงึกๆ
คนอื่นๆเองก็เห็นด้วยกับชื่อดาร์กโซลของไลท์
“ งั้นพวกเราก็ออกเดินทางกันเถอะ มุ่งหน้าสู่ทวีปมนุษย์สัตว์ ” ไลท์พูดขึ้น
โอ้วววว
เวโรนิก้ากลับไปที่ห้องควบคุมและบังคับดาร์กโซลมุ่งหน้าสู่ทิศทางของทวีปมนุษย์สัตว์ทันที
ไลท์เองก็ขึ้นไปนั่งบนดาดฟ้าที่ประจำของเขา
บนดาดฟ้าไลท์ได้ออกแบบให้เหมาะแก่การพักผ่อนอย่างมาก แน่นอนว่าเป็นไลท์คนเดียวที่ชอบมานอนตากแดดบนดาดฟ้า
ไลท์ได้สร้างดาดฟ้าให้มีเก้าอี้นอนอยู่สี่ตัวเผื่อคนอื่นๆจะได้ขึ้นมานอนพักผ่อนเหมือนกัน
ด้านข้างของไลท์มีเบเรียลที่นอนอ่านหนังสืออยู่
‘ จริงสิตอนนี้ฉันจะไปหาคุณคูเลย์ซินได้หรือยังนะ ’ ไลท์ครุ่นคิด เพราะตามที่คุณคูเลย์ซินบอกเขาจะต้องมีความแข็งแกร่งในระดับSSSก่อนจึงจะไปหาได้อีกครั้งและเขาจะบอกเล่าเรื่องราวที่เกี่ยวกับโลกในหอคอยให้ฟัง
แต่ช่างเถอะรอให้ฉันจัดการเรื่องพวกองค์กรมืดให้หมดก่อนแล้วกัน จากนั้นค่อยไปหาคุณคูเลย์ซิน
ไลท์นอนอยู่บนดาดฟ้าที่มีหลังคาและด้านข้างก็มีโต๊ะที่วางแก้วเบียร์เอาไว้
“ นานแล้วที่ไม่ได้รู้สึกผ่อนคลายแบบนี้ ” ไลท์พึมพำออกมา
“ นั้นสิมันก็นานแล้วจริงๆเพราะตั้งแต่เดินทางไปที่ทวีปเอลฟ์ นายก็ไม่มีโอกาศได้นอนสบายๆอย่างนี้เลย ” เบเรียลพูดขึ้นพร้อมกับหัวเราะออกมาเบาๆ แต่ทว่าสายตาของเธอยังคงจดจ่ออยู่กับหนังสือที่อ่าน
“ ก็ช่วยไม่ได้นินา ในฐานะหัวหน้ากลุ่มฉันต้องดูแลสมาชิกในกลุ่มให้ดี ” ไลท์พูดจบเขาก็หยิบแก้วเบียร์ขึ้นมาดื่ม
“ แล้วนายอยากไปทำอะไรที่ทวีปมนุษย์สัตว์งั้นหรอ? ” เบเรียลถาม
“ ก็พวกเราคือนักผจญภัยพวกเราก็ต้องผจญภัยให้ทั่วสิ ฉันได้คิดแผนเอาไว้แล้วว่ากลับจากทวีปมนุษย์สัตว์ก็แวะทักทายพวกองค์กรมืดสักหน่อย จากนั้นก็ค่อยกลับไปที่หมู่บ้านของฉัน แล้วก็จากนั้นก็จะมุ่งหน้าไปยังทวีปคนแคระ และถ้าหากฉันแข็งแกร่งขึ้นอีกสักหน่อยฉันก็จะกลับไปหาคุณคูเลย์ซินที่เกาะลอยฟ้าอีกครั้งเพื่อที่จะถามขึ้นโลกภายในหอคอยแห่งนิรันดร์ ” ไลท์พูด
“ ก็จริงพวกเราคือนักผจญภัยก็ต้องออกผจญภัยให้เต็มที่พอพวกเราแก่ตัวลงไปแล้วก็ค่อยหาที่ตั้งถิ่นฐานยาวๆ ” เบเรียลยิ้มออกมา
“ ถ้าหากเวลานั้นมาถึงฉันขอลูกชายกับลูกสาวอย่างล่ะคนก็พอแล้ว ” ไลท์หัวเราะก่อนที่จะมองไปที่เบเรียลด้วยรอยยิ้ม
เบเรียลเงยหน้ามามองไลท์จากนั้นเธอก็ยิ้มออกมาและพูดขึ้นว่า “ ฝันไปเถอะ ทุกวันนี้นายก็ทำฉันเหนื่อยทุกคืนแล้ว ”
จากเมืองเบียร์ทาวน์ไปยังทวีปมนุษย์สัตว์ต้องใช้เวลาเดินทางอย่างน้อยหนึ่งเดือน
เนื่องจากไลท์ไม่ได้เร่งรีบในการเดินทางทำให้ตลอดทางไลท์แวะพักอยู่ที่เมืองที่ผ่านมาตลอด นอกจากนี้ความเร็วของดาร์กโซลก็นับว่าเร็วกว่ากริมรีปเปอร์มาก
ความเร็วสูงสุดของกริมรีปเปอร์อยู่ที่ประมาณหนึ่งร้อยสี่สิบกิโลเมตรต่อชั่วโมง แต่ทว่าความเร็วสูงสุดของดาร์กโซลอยู่ที่สองร้อยแปดสิบกิโลเมตรต่อชั่วโมง นับว่าห่างชั้นกันมากราวกับเอารถยนต์ธรรมดามาแข่งกับรถซุปเปอร์คาร์
ตอนบ่ายวันหนึ่งหลังจากที่ออกมาได้ครึ่งทางแล้วไลท์ได้สั่งให้จอดอยู่ที่ข้างแม่น้ำสายหนึ่ง
เนื่องจากบรรยากาศตรงนี้สวยงามและเงียบสงบดี ไลท์จึงอยากที่จะให้ทุกๆคนพักผ่อนอยู่ที่นี้สักวัน
ในขณะที่ทุกๆคนกำลังนั่งล้อมวงกินอาหารเย็น ไลท์ก็ถามขึ้น“ เป็นไงบ้างเมลิซ่า วิถีชีวิตของมนุษย์แตกต่างกับของเอลฟ์มากไหม? ”
เมลิซ่าพยักหน้าและพูดขึ้นว่า “ แตกต่างกันมากเลยค่ะหัวหน้า แต่ฉันคิดว่าวิถีชีวิตของมนุษย์ก็สนุกดีเหมือนกันไม่เหมือนกับเอลฟ์ที่ต้องจริงจังอยู่ตลอดเวลา ”
“ แล้วตอนนี้ชินหรือยัง? ” ไลท์ถามอีกครั้ง เพราะเขารู้สึกว่าเมลิซ่าดูจะตื่นเต้นมากเวลาที่เจอเมืองใหม่ๆ
“ พอได้แล้วค่ะหัวหน้า ” เมลิซ่าพยักหน้า นอกจากนี้เธออยู่กับพวกไลท์มานานจนเธอรู้สึกติดใจอาหารของพวกไลท์แล้ว จนเธอแทบจะไม่ได้กินผักเลยด้วยซ้ำ
“ งั้นก็ดีแล้ว ” ไลท์พยักหน้ารับเบาๆ
หลังจากที่กินข้าวเย็นเสร็จแล้วพวกไลท์ก็แยกย้ายกันไปเดินเล่นรอบๆ ส่วนทางด้านไลท์ก็พาเบเรียลมานั่งชมดาวข้างๆแม่น้ำ
ในขณะที่ไลท์และเบเรียลกำลังนั่งชมดาดกันอยู่ คอลรุยก็วิ่งมาและบอกว่ามีสัญญาณขอความช่วยเหลือเข้ามา เป็นสัญญาณจากเมืองโฟลมาเนีย พวกเขาต้องการกำลังเสริมเพราะมีดันเจี้ยนระดับสูงปรากฏขึ้นอยู่ไม่ห่างจากเมืองโฟลมาเนีย
เมืองโฟลมาเนียอยู่ห่างจากจุดที่พวกไลท์ไม่ไกลมากเพียงแค่หนึ่งร้อยกิโลเมตรเท่านั้น
“ งั้นก็ไปกันเถอะ ” ไลท์พูด
จากนั้นทุกๆคนก็มุ่งหน้าสู่เมืองโฟลทาเนีย
เมืองโฟลทาเนียตั้งอยู่ในป่าลึกแห่งหนึ่ง ตลอดเส้นทางที่มุ่งหน้าสู่เมืองโฟลทาเนียนั้นสองข้างทางมีแต่ต้นไม้ใหญ่ เนื่องจากตอนนี้เป็นเวลากลางคืนแล้วทำให้ต้องเปิดไฟหน้าเพื่อทำให้มองเห็นเส้นทาง
เพียงแต่ว่าตลอดทางมีเรือยนต์จำนวนมากที่ขับสวนทางกันหลายลำแล้ว
ไลท์และคนอื่นๆพากันสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นที่เมืองโฟลทาเนียกันแน่
ไม่นานพวกไลท์ก็มาถึงเมืองโฟลมาเนีย
เมืองโฟลมาเนียเป็นเมืองเล็กมีประชากรประมาณหนึ่งแสนห้าหมื่นคนเท่านั้น ส่วนตัวตนที่แข็งแกร่งที่สุดในเมืองก็คือเจ้าเมืองที่ชื่อว่า ฟรานเชส ที่เป็นตัวตนระดับA และหัวหน้าสมาคมนักผจญภัยที่ชื่อว่า เทรนทาช ที่เป็นตัวตนระดับAเหมือนกัน
ดาร์กโซลค่อยๆจอดที่ท่าจอดเรือยนต์ของเมืองโฟลมาเนีย
ไลท์สัมผัสได้ว่าบรรยากาศภายในเมืองโฟลทาเนียนั้นดูวุ่นวายอย่างมาก เพราะเจ้าหน้าที่หลายคนพากันวิ่งวุ่นไปทั่วเมือง
“ พวกคุณนี้โชคร้ายจังนะที่มาเที่ยวในช่วงนี้ ” เจ้าหน้าที่ที่เก็บค่าจอดเรือยนต์พูดขึ้น
“ เกิดอะไรขึ้นงั้นหรอ? ” ไลท์และคนอื่นๆพากันสงสัยแม้ว่าพวกเขาจะรู้ว่าห่างออกไปไม่ไกลมีดันเจี้ยนปรากฏขึ้น
“ ก็ตอนนี้มีดันเจี้ยนเกิดขึ้นมาหกวันแล้วและอีกหนึ่งวันดันเจี้ยนก็จะแตกออกมาทำให้ชาวบ้านต่างก็อพยพออกจากเมืองไปที่อื่นกันเยอะมากแล้ว จำนวนคนที่อพยพก็มากกว่าครึ่งหนึ่งของเมืองแล้ว ” เจ้าหน้าที่ตอบ
หลังจากที่ได้ยินคำตอบของเจ้าหน้าที่พวกไลท์ก็เข้าใจได้ทันทีว่าทำไมถึงมีเรือยนต์จำนวนมากที่ขับออกมจากเมืองโฟลทาเนียหลายลำแบบนั้น
“ ผมว่าพวกคุณรีบหนีออกจากที่นีดีกว่านะครับ เพราะอีกไม่นานพวกเราก็จะหนีด้วยเหมือนกัน ” เจ้าหน้าที่พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจังและแฝงไปด้วยความกลัว
“ พวกคุณไม่ต้องหนีหรอกพวกเรามาที่นี้ก็เพราะเรื่องดันเจี้ยนนี้แหละ ” ไลท์พูดจบเขาก็ตบไหล่ของเจ้าหน้าที่เบาๆ
“ พวกคุณจะมาทำลายดันเจี้ยนงั้นหรอ ไม่ใช่ว่าโม้หรือเปล่า? ” เจ้าหน้าที่มองไปที่พวกไลท์ด้วยความไม่เชื่อเพราะก่อนหน้านี้ก็มีกลุ่มนักผจญภัยหลายกลุ่มมาที่นี้แต่สุดท้ายร่างของพวกเขาก็ถูกฝังอยู่ในดันเจี้ยนแห่งนั้นไปตลอดกาล
“ นี้ไม่เชื่อใจพวกเรางั้นหรอ? ” ไลก้าเหยียดยิ้มด้วยความไม่แยแส
เจ้าหน้าที่ส่ายหน้าและตอบกลับมาว่า “ ไม่ใช่ว่าผมไม่เชื่อใจแต่ที่ผ่านมามีกลุ่มนักผจญภัยหลายกลุ่มแล้วที่มาที่นี้เพื่อที่จะทำลายดันเจี้ยนแต่สุดท้ายพวกเขาก็ไม่กลับออกมาอีกเลย ”
“ เอาน่านายไม่ต้องกังวลไปหรอก เดี๋ยวพวกเราจะรีบทำลายดันเจี้ยนโดยใช้เวลาไม่นาน ” ไลก้าหัวเราะออกมาก่อนที่จะถามอีกว่า “ แล้วดันเจี้ยนนี้อยู่ตรงไหนของเมืองหรอพวกเราจะได้ไปถูก ”
เจ้าหน้าที่มองไปที่พวกไลท์ก่อนที่จะพูดขึ้นว่า “ ห่างออกทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของเมืองประมาณห้ากิโลเมตรก็จะเจอกับดันเจี้ยนแล้ว ”
“ เข้าใจแล้ว เดี๋ยวพวกเราจะกลับมานายต้องดูแลดาร์กโซลของพวกเราให้ดีๆล่ะ ” ไลก้าหัวเราะออกมา
หลังจากที่รู้ที่อยู่ของดันเจี้ยนแล้วพวกไลท์ก็มุ่งหน้าไปทันที
ไม่นานพวกไลท์มาถึงจุดที่ที่ดันเจี้ยนปรากฏขึ้น
แต่ทว่ารอบๆดันเจี้ยนเวลานี้มีทหารจำนวนมากที่ล้อมรอบดันเจี้ยนเอาไว้ พวกเขาเตรียมพร้อมที่จะสู้กับมอนเตอร์ที่จะหลุดออกมาหลังดันเจี้ยนแตกแล้ว
ทหารของเมืองและนักผจญภัยรวมไปถึงกิลด์จอมเวทย์ ทั้งหมดแล้วมีจำนวนคนไม่ต่ำกว่าสามพันคน
พวกไลท์ที่เดินเข้าไปในนั้นก็ถูกทหารห้ามเอาไว้ก่อน
“ พวกคุณมาทำอะไรที่นี้? ” ทหารคนหนึ่งถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“ มาทำลายดันเจี้ยนที่เป็นปัญหาของพวกคุณยังไงล่ะ ” ไลท์พูดขึ้นด้วยรอยยิ้ม
“ อย่างพวกคุณเนี้ย…นะ ” ทหารพูดก่อนที่จะหยุดอยู่เฮลเฟลชและเมลิซ่า เพราะเขาจำได้ว่ามังกรเป็นตัวตนที่ทรงพลังอย่างน้อยๆถ้าหากอยู่ในระดับBก็สามารถต่อสู้กับระดับAได้ แต่ถ้าหากมังกรด้านหน้าของเขาคือตัวตนระดับAงั้นก็แสดงว่าความแข็งแกร่งของเธอจะต้องอยู่ในระดับS
นอกจากนี้เผ่าเอลฟ์การที่จะออกมาผจญภัยด้านนอกได้จำเป็นต้องมีความแข็งแกร่งอย่างน้อยในระดับBหรือA เพราะเผ่าเอลฟ์แทบจะไม่ออกมานอกทวีปของตัวเองถ้าหากไม่แข็งแกร่งพอจริงๆ
“ พวกคุณคือใครกันแน่? ” ทหารยามถามด้วยน้ำเสียงสงสัย
“ พวกเราเป็นใครไม่ต้องไปสนใจหรอก เดี๋ยวอีกไม่นานดันเจี้ยนนี้ก็จะหายไปแล้วเพราะฉะนั้นไม่ต้องไปเครียดมากก็ได้ ” ไลท์ยิ้มให้กับทหารยามและเดินเข้าไปด้านในทันทีโดยที่ไม่สนใจทหารยามคนอื่นๆ
“ เร็วเข้ารีบไปแจ้งท่านเจ้าเมืองเร็ว ” ทหารยามคนหนึ่งตะโกนขึ้นก่อนที่ทหารยามสองคนจะรีบวิ่งเข้าไปด้านในทันที
ไม่นานพวกไลท์ก็เดินมาถึงจุดที่ประตูดันเจี้ยนตั้งอยู่ เพียงแต่ในขณะที่พวกไลท์กำลังจะเดินเข้าไปในดันเจี้ยน จู่ๆก็มีเสียงตะโกนดังขึ้นมาจากด้านหลังก่อนที่จะมีทหารหลายคนวิ่งเข้ามาล้อมพวกไลท์เอาไว้ป้องกันไม่ให้พวกไลท์เข้าไปในดันเจี้ยนได้
“ พวกคุณเป็นใครกันแน่ ” น้ำเสียงเย็นชาดังขึ้นมาจากด้านหลังของพวกไลท์
แน่นอนว่าบุคคลที่ตะโกนขึ้นก็คือเจ้าเมืองโฟลทาเนีย ที่ชื่อว่าฟรานเชส