“ตื่นแล้วหรือชอบห้องใหม่นี้หรือไม่หรันหรัน”
เสียงของชายที่คุ้นเคยทำให้เผิงเสี่ยวหรันใอีกครั้งนางไม่ทันได้สังเกตรอบตัวว่าตอนนี้ห้องที่นางอยู่ได้ถูกเปลี่ยนไป แม้จะไม่ใช่ห้องที่ดีมากมายแต่มันก็มีที่นอนผ้าห่มที่เป็ของใหม่ให้ความอบอุ่นแก่นางได้
“ข้าต้องขอโทษแทนจางิ่ด้วย ที่นางทำรุนแรงกับเ้าไปบ้างแต่เ้าก็ควรจะบอกความจริงั้แ่แรก จะได้ไม่ต้องทรมานมากมายเพียงนี้วางใจเถอะจากนี้ไปข้าจะไม่ให้นางมายุ่งเกี่ยวกับเ้าอีกหรันหรัน”
เสียงของซือหม่าโม่โฉวยังคงดูอบอุ่นเหมือนกับวันวานแต่สำหรับคนฟังหาได้อบอุ่นเช่นเดิมไม่บัดนี้ในใจของนางมีเพียงความเคียดแค้นและความโกรธความโมโหให้กับตนเองเท่านั้น
“เอาอย่างนี้ดีหรือไม่หากเ้ายอมบอกข้ามาดี ๆ ว่าตราพยัคฆ์อยู่ที่ไหนข้าจะดูแลเ้าจนกว่าจะคลอดลูกของเราออกมาและแน่นอนข้าจะเป็ผู้เลี้ยงดูเขาให้เติบใหญ่ทั้งยังจะยกตำแหน่งรัชทายาทให้กับเขาอีกด้วย”
เผิงเสี่ยวหรันไม่เชื่อใจคำโกหกหลอกลวงอีกต่อไปนางเพียงหันหน้าช้าๆ เพื่อมองหน้าเขาแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมาสีหน้าท่าทางของเผิงเสี่ยวหรันยิ่งทำให้ความอดทนของซือหม่าโม่โฉวหมดลงเร็วขึ้น
“ไออายอะ”
“โอ้ข้าลืมไปว่าเ้าถูกตัดลิ้นออกไป แต่ไม่เป็ไรข้าฟังออก”
เผิงเสี่ยวหรันพยักพเยิดใบหน้าให้เขาเข้ามาใกล้ๆ ซึ่งเขาเองก็นำใบหน้ามาใกล้ ๆ กับปากของนางแต่โดยดีเพราะเขาไม่ได้กลัวนางอีกแล้ว
แต่แล้วเมื่อเขาก้มหน้าลงยังไม่ทันจะได้ฟังเื่นางพูดเผิงเสี่ยวหรันก็พ่นน้ำลายที่เต็มไปด้วยเืและหนองใส่เขาเต็มใบหน้า
“ฮ่า ๆ ๆ ๆ”
“เผิงเสี่ยวหรันอย่าให้มันมากเกินไป เ้าไม่บอกข้าก็หามันเองได้หลังจากที่เ้าตายไปก็ไม่ต้องกลัวว่าจะอยู่ในปรโลกอย่างโดดเดี่ยวข้าจะส่งลูกน้องของเ้าตามไปอยู่รับใช้ทีละคน ทีละคน จนกว่าพวกมันจะสิ้นซากไป เด็กๆ เข้ามา!!”
สิ้นเสียงของเขาก็มีทหารเข้ามาด้วยกันสี่นายพวกเขาไม่พูดพร่ำทำเพลงใช้มีดสั้นและที่ควักลูกตานำมันออกมาและควักเอาลูกตาข้างขวาของนางออกไปทันทีและรวดเร็วโดยที่เผิงเสี่ยวหรันยังไม่ทันได้ร้องออกมาสักคำดวงตาของนางก็อยู่ในมือของชายผู้นั้นแล้ว
“ดวงตานี้เป็ของดีหมอเทวดาบอกว่ามันจะช่วยให้ข้ามีทายาทเร็วขึ้นยกมันให้ข้าเถิดหรันหรัน ส่วนบุตรในท้องเ้ามันเป็มารหัวขนมันคงเป็ลูกของเ้ากับใครสักคนหนึ่งในจตุรอาชาลูกน้องเ้าเป็แน่หากมันได้อยู่ต่อมันคือความอัปยศในชีวิตข้า”
เสียงของเขาที่เผิงเสี่ยวหรันได้ยินมันชัดบ้างเบาบ้างเพราะตอนนี้สติรับรู้ของนางแทบจะไม่เหลืออยู่แล้วแต่นางก็ยังเข้าใจได้ว่าเหตุใดเขาจึงไม่รักลูกคนนี้เพราะเขาคิดว่าบุตรในท้องนางมิใช่ลูกของเขามาั้แ่แรกเป็เช่นนี้นี่เองในที่สุดนางก็ได้เข้าใจแล้วว่าเหตุใดเขาจึงใจไม้ไส้ระกำกับลูกแท้ๆ ได้ขนาดนี้
บัดนี้นางไม่มีเรี่ยวแรงที่จะต่อต้านอีกต่อไปดวงตาที่เหลืออีกหนึ่งข้าง ก็เริ่มจะพร่ามัวมองไม่เห็นสิ่งใดสิ่งสุดท้ายที่นางได้เห็นในชีวิตนี้ของนางคือสามีที่นางรักยิ่งชีวิตกำลังใช้มีดที่มีขนาดเท่าฝ่ามือผ่าลงไปที่ท้องของนางเขากรีดมันออกชั้นแล้วชั้นเล่าเืลำไส้ของนางไหลทะลักออกมา
แต่เขาก็หาได้หยุดมือเขายังคงแหวกต่อไปจนกระทั่งในที่สุดเขาก็ดึงเอาตัวทารกขึ้นมาและตัดสายรกที่เป็สายสัมพันธ์ระหว่างนางและลูกออกไปอย่างไม่ไยดี
เผิงเสี่ยวหรันยังคงทันได้เห็นว่าเด็กคนนั้นเขาไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองเขาไม่ขยับแม้แต่น้อย นั่นก็หมายความว่าเขาได้สิ้นใจไปก่อนหน้านี้แล้วนางกัดริมฝีปากจนเืไหลกล่าวคำสาบายในใจ
‘ลูกเอ๋ยให้อภัยผู้เป็บิดาเถิดนะ
ลูกเอ๋ยให้อภัยข้าผู้เป็มารดาเถิดนะ
ลูกเอ๋ยเมื่อเ้าจากไปแล้วขอให้เ้าเดินหน้าสู่ภพภูมิใหม่
อย่าได้มีความโกรธความแค้นความห่วงใยในชาตินี้อีกเลย
จงปล่อยวางมันและให้แม่คนนี้เป็ผู้แบกรับเพียงผู้เดียว
หากนรกหรือ์มีอยู่จริงขอได้โปรดรับคำสัตย์สาบานนี้
ขอนรกโปรดเมตตาให้ข้าได้กลับมาทวงแค้นนี้ด้วยตัวเอง
ซือหม่าโม่โฉว! เ้าจะต้องพังพินาศและย่อยยับด้วยมือข้า’
จู่ๆ ท้องฟ้าที่เคยสว่างไสวก็เกิดมีเมฆดำทะมึนรวมตัวกันโดยไม่ได้นัดหมายเสียงฟ้าร้องและอสนีบาตดังเปรี้ยงปร้างขึ้นราวกับว่านรกหรือ์ได้รับฟังคำขอของนางแล้วสายอสนีบาตที่แสนรุนแรงส่งลงมากลางตำหนักที่เผิงเสี่ยวหรันอยู่ตอนนี้จนทำให้หลังคาที่ถูกมุงด้วยกระเบื้องอย่างดีแตกออกเป็เสี่ยง ๆส่งสายฝนลงมาชะล้างยังร่างที่นอนแน่นิ่ง พร้อม ๆกับลมหายใจสุดท้ายของเผิงเสี่ยวหรันได้หมดไป ……..
ในที่สุดลู่ิหลันก็สามารถนำคนจากวัดร้างไปอาศัยอยู่ที่หมู่บ้านไร้นามได้ด้วยดียกเว้นครอบครัวแซ่สวี่พวกเขารับเงินจำนวนหนึ่งแล้วแยกทางไปั้แ่วันแรกแล้ว
ใช้เวลาอีกสามวันต่อมาิหลันจึงกลับมายังตำหนักอ๋องอีกครั้ง เพื่อรับลู่เจินและบุตรชายออกไปอาศัยอยู่ด้วยกันที่หมู่บ้านไร้นาม
ตอนนี้ที่ห้องทำงานของอู๋เสี่ยวหรันมีเพียงนางและลู่ิหลันเท่านั้น
“นี่เป็ตั๋วเงินอีกหนึ่งหมื่นตำลึงข้า้าให้สร้างหมู่บ้านรวมถึงการเพาะปลูกข้าวหรืออะไรก็ตามที่เป็เสบียงให้เร็วที่สุดอีกอย่างข้าอยากให้เ้าฝึกคนที่จะทำงานต่อจากเ้าได้เพราะพวกเราจะไม่อยู่ที่หมู่บ้านนั้นตลอดไป”
อู๋เสี่ยวหรันหยิบตั๋วเงินปึกหนึ่งส่งให้กับลู่ิหลันเขารับไปและถือไว้ในมือยังไม่ได้เก็บไว้
“หากไม่อยู่ที่นั่นตลอดไปแล้วพระชายาจะให้ชาวบ้านไปอยู่ที่ไหนหรือขอรับ”
“ไม่ใช่ชาวบ้านแต่เป็พวกเรา นั่นก็นับข้าและครอบครัวของเ้าด้วย”
เมื่อลู่ิหลันได้ฟังคำตอบของอู๋เสี่ยวหรันเขารู้สึกแปลกใจจนต้องเงยหน้าขึ้นมามอง
“ขอถามบางอย่างได้หรือไม่ขอรับ”
“ได้สิ”
“เหตุใดพระชายาแห่งเฉิงอ๋องที่สามารถนั่งอยู่เฉย ๆ ดูแลตำหนักดูแลสามีหรือให้กำเนิดทายาทไม่จำเป็ต้องทำสิ่งใดทั้งนั้นจึงให้ข้าทำเื่พวกนี้ด้วยขอรับและเหตุใดท่านจึงไว้ใจข้านักแม้แต่สัญญาทาสก็ยังไม่มีด้วยซ้ำ”
อู๋เสี่ยวหรันได้ฟังสิ่งที่เขาพูดนางก็เพียงยิ้มเล็กน้อยเพราะมันยังไม่ถึงเวลาที่จะเล่าแผนการหลังจากนี้ให้เขาฟังอีกอย่างนางเองก็ไม่รู้จะปั้นแต่งเื่ราวอย่างไรให้มันน่าเชื่อถือที่สุด
“แล้วเ้าจะหักหลังข้าหรือไม่”
“ไม่แน่นอน” ลู่ิหลันตอบอย่างหนักแน่นโดยไม่ต้องหยุดคิดด้วยซ้ำ
“ดี…. ถ้าเช่นนั้นก็อย่าเพิ่งถามไม่นานเ้าเองก็จะได้รู้ไปเถิดพาอาเจินกับอี้เอ๋อร์ไปก่อนจะค่ำมืด”
ลู่ิหลันเก็บตั๋วเงินใส่ไว้ในสาบเสื้ออย่างมิดชิดและขอลาจากไป
หลังจากครอบครัวลู่จากไปไม่นานโจวเพ่ยเพ่ยก็เข้ามาขอพบอู๋เสี่ยวหรันแต่ครั้งนี้นางมาแปลกกว่าทุกครั้งไม่ต้องรอให้อู๋เสี่ยวหรันแปลกใจนานนางก็ได้รู้จุดประสงค์การมาของโจวเพ่ยเพ่ยวันนี้
นางมาเพื่อขออนุญาตกลับบ้านไปเยี่ยมมารดาที่เจ็บป่วยเพราะการออกไปค้างอ้างแรมนอกตำหนักจะต้องได้รับอนุญาตจากผู้ที่มีตำแหน่งใหญ่ที่สุดของฝ่ายในซึ่งก็คือพระชายาเอกหรืออีกคนที่สามารถอนุญาตได้นั่นก็คือตัวของเฉิงอ๋อง
ตามจริงแล้วหากไม่ใช่เื่คอขาดบาดตายพวกนางสนมกำนัลทั้งหลายที่แต่งเข้าสู่วังหลวงหรือแม้แต่ตำหนักของอ๋องผู้เป็เชื้อพระวงศ์จะไม่ได้รับอนุญาตให้ค้างแรมที่อื่นรวมถึงบ้านเดิมนอกจากจะไม่ได้รับอนุญาตโดยง่ายแล้วคนในครอบครัวฝ่ายหญิงก็จะไม่ค่อยอยากให้พวกนางกลับไปค้างแรมที่บ้านเดิมมากนักเพราะอาจจะถูกซุบซิบนินทาได้
โจวเพ่ยเพ่ยนั่งอย่างเรียบร้อยสายตามองต่ำตลอดเวลาผิดจากการนั่งเชิดหน้าชูตาอย่างผู้เหนือกว่าตามปกติที่นางเคยทำ
“พระชายารองโจวครั้งนี้ข้าจะอนุญาตให้กลับไปดูแลฮูหยินท่านกั๋วกงสักคืนก็แล้วกันฝากความห่วงใยไปถึงฮูหยินด้วย”
หลังจากที่เงียบอยู่ครู่ใหญ่ในที่สุดอู๋เสี่ยวหรันก็อนุญาตให้โจวเพ่ยเพ่ยออกไปบ้านเดิมได้โจวเพ่ยเพ่ยได้ยินก็เงยหน้าขึ้นและยิ้มอย่างยินดี
“ขอบพระทัยพระชายามากเพคะหม่อมฉันเป็ห่วงมารดาเหลือเกินถ้าเช่นนั้นขอตัวลาเพคะ”
อู๋เสี่ยวหรันนั่งมองโจวเพ่ยเพ่ยออกไปจนพ้นสายตา
“เหมยฮวาไปตามสามสิบและเหลียนฮวามาพบข้าที่ห้องทำงานตอนนี้เลย”
พูดจบอู๋เสี่ยวหรันก็ลุกขึ้นและเดินออกไปยังห้องทำงานของนาง รออยู่ไม่นานสองคนที่นาง้าพบก็มาถึงแต่นางให้เหลียนฮวาเข้ามาเพียงคนเดียวก่อนอู๋เสี่ยวหรันได้เตรียมสัญญาขายตัวของคนทั้งหมดเอาไว้เรียบร้อยแล้ว
นางยื่นหนังสือขายตัวนี้ให้กับเหลียนฮวา
“พระชายานี่มันหนังสือขายตัวเองของบ่าวนี่เ้าคะท่านไม่้าให้ข้าอยู่ข้างกายแล้วหรือ”
สีหน้าของเหลียนฮวาได้บอกทุกอย่างออกมาหมดแล้วหากอู๋เสี่ยวหรันยังไม่รีบแก้ไขสถานการณ์นางคงได้ร้องไห้ออกมาจริง ๆ
“ข้าไม่้าให้เ้ามาติดตามข้าในฐานะพระชายาเอกของเฉิงอ๋องข้าไม่อยากคิดว่าเ้ายังจงรักภักดีต่อเฉิงอ๋องข้าไม่อาจใช้งานเ้าอย่างสบายใจได้จริง ๆ ดังนั้นเหลียนฮวาข้าจะให้เ้าเลือกว่าเ้าจะอยู่กับข้าในฐานะที่ข้าเป็ข้า ‘อู๋เสี่ยวหรัน’หรือจะอยู่กับข้าในฐานะของพระชายาเอก…. เลือกมา”
สีหน้าของเหลียนฮวาดูดีขึ้นมาบ้างแต่สายตาของนางยังลังเลอยู่
“บ่าวเลือกได้จริงหรือเ้าคะ”
“เลือกได้สินั่นหนังสือทาสของเ้า เ้าสามารถฉีกมันทิ้งและเป็อิสระได้เลย”
หลังฟังคำของเ้านายจบเหลียนฮวาก็ลุกพรวดขึ้นมาพร้อมกับโห่ร้องออกมาอย่างดีใจ
“แน่นอนเ้าค่ะบ่าวจะขออยู่กับพระชายาไม่ว่าท่านจะไปที่ไหนบ่าวก็จะขอไปด้วย ไม่ว่าท่านจะยังเป็พระชายาเอกหรือไม่บ่าวก็จะขออยู่กับท่านด้วยเ้าค่ะ”
เหลียนฮวาแสดงท่าทางดีใจออกมาอย่างไม่ปิดบังและยังนำกระดาษที่มีตราประทับใบนั้นกลับมาวางไว้ตรงหน้าของอู๋เสี่ยวหรันอีกด้วย
“ดีจริง ๆ เหลียนฮวาข้าคิดว่าเ้าจะไม่เลือกข้าเสียแล้วงั้นคืนนี้พวกเราจะออกไปเดินเล่นกัน ไปเตรียมของที่จะใช้กับโจวเพ่ยเพ่ยให้ครบเราจะวางยานางตอนที่นางกลับบ้านเก่านี่แหละจะได้ไม่มีใครสงสัย”
“เ้าค่ะท่านวางใจได้เลย”
เหลียนฮวาตบอกอย่างมั่นใจและออกจากห้องไปพร้อมกับเรียกให้สามสิบเข้ามาพบ
เมื่อสามสิบเข้ามาอู๋เสี่ยวหรันก็ทำเช่นเดียวกันกับที่ทำกับเหลียนฮวาเมื่อครู่นางยื่นหนังสือขายตัวให้กับเขา แต่ด้วยเพราะองครักษ์เงามีทั้งหมดถึงสิบคนอู๋เสี่ยวหรันจึงไม่ได้ถามเอาคำตอบในทันทีทันใดเพียงแต่บอกกับเขาให้นำเื่นี้ไปบอกกับเพื่อน ๆ และให้ตัดสินใจกันได้เลย
แต่คำตอบที่นางได้กลับมาจากสามสิบนั้นเกินคาด
“พวกข้าทั้งสิบคนเป็สมบัติของท่านอยู่แล้วหรือก็คือเป็สมบัติของอู๋เสี่ยวหรัน หาใช่สมบัติของพระชายาเอกเฉิงอ๋องขอรับ”
“เพราะเหตุใดกัน”
อู๋เสี่ยวหรันสงสัยอยู่ไม่น้อย
“ก่อนท่านอ๋องส่งพวกเรามารับใช้พระชายาก็ได้สั่งกำชับมาเช่นนี้ขอรับ”สามสิบอยู่ในท่าคุกเข่าลงหนึ่งข้างบอกนาง
“เข้าใจแล้ว” อู๋เสี่ยวหรันพยักหน้าให้เขาจากนั้นจึงพูดต่อ
“เช่นนั้นคืนนี้ไปช่วยเหลียนฮวาก็แล้วกันข้า้าให้โจวเพ่ยเพ่ยได้รับบทเรียน เอาให้หนักแต่ยังไม่ต้องถึงตาย”
ชั่วพริบตาหนึ่งสามสิบสาบานกับตัวเองได้เลยว่าเขาได้เห็นท่านอ๋องผู้ที่เป็เทพาอยู่ในตัวของพระชายาแต่เพียงพริบตาเดียวภาพลักษณ์อันห้าวหาญเด็ดเดี่ยวและโเี้ก็หายไปกลายเป็พระชายาที่นั่งอมยิ้มน้อย ๆ อยู่เช่นเดิม