บทที่ 18 ผู้มีพระคุณช่วยชีวิต (รีไรต์)
“พี่สี่!”
ทันใดนั้นก็มีเสียงดังขึ้นจากในเมือง
ประตูเมืองสีแดงชาดค่อย ๆ เปิดออก ชายหนุ่มชุดในชุดคลุมสีน้ำเงินวิ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว
“พี่สี่ เป็ท่านจริง ๆ ด้วย ข้าเพิ่งเห็นแวบหนึ่งบนกำแพงเมือง นึกว่าตาฝาดไปเสียอีก”
ชายผู้นั้นเอ่ยพลางหอบหายใจ
ฉินเหล่าซื่อจ้องมองเขาครู่หนึ่ง ก่อนจะร้องอย่างดีใจ
“เ้าคือฮั่นหลินหรือ”
“ใช่ ๆ ๆ พี่สี่ยังจำข้าได้”
“ท่านแม่ พี่รอง พี่สาม นี่คือฮั่นหลินที่ข้าเคยเล่าให้ฟัง”
“ฮั่นหลิน นี่คือท่านแม่ของข้า และนี่คือพี่รองและพี่สาม”
“ส่วนนี่คือภรรยาของข้า”
ฉินเหล่าซื่อแนะนำทุกคนให้รู้จักกัน
“ขอคารวะท่านป้าขอรับ”
“ขอคารวะพี่สะใภ้”
“ขอคารวะพี่รองและพี่สามขอรับ”
เฉินฮั่นหลินทักทายทุกคนครบแล้ว จึงเอ่ยปากถามด้วยความสงสัย “พี่สี่ เหตุใดพวกท่านมาถึงอำเภอจี้โจวแล้ว แต่กลับไม่ยอมเข้าเมือง ท่านกำลังจะไปที่ใดกันหรือ”
ฉินเหล่าซื่อพยายามสะกดกลั้นความโกรธ ก่อนเอ่ยตอบ “พวกเราเข้าอำเภอจี้โจวไม่ได้แล้ว ตอนนี้พวกเราจึงคิดจะหาที่ซ่อนตัวก่อน แล้วค่อยคิดหาหนทางกันต่อไป”
“เช่นนั้นเชิญพวกท่านไปกับข้าเถิด ข้าจะพาพวกท่านเข้าเมืองเอง!”
เฉินฮั่นหลินกล่าวพลางเอื้อมมือไปโอบไหล่ของฉินเหล่าซื่อ ก่อนจะพาเดินนำหน้าไป
“เฉินฮั่นหลิน ท่านแน่ใจหรือว่ามีวิธีให้พวกข้าเข้าเมืองได้”
ฉินเหล่าซื่อเอ่ยถามอย่างไม่มั่นใจ เขาจำได้ว่าครอบครัวของเฉินฮั่นหลินเป็เพียงพ่อค้าธรรมดา ไม่ใช่ผู้มีอำนาจแต่อย่างใด
“นายอำเภอแห่งอำเภอจี้โจวผู้นี้เป็พี่เขยข้าเอง ลูกพี่ลูกน้องข้าแต่งงานกับเขาเป็อนุภรรยาเมื่อสองปีก่อน”
ฉินเหล่าซื่อพยักหน้าอย่างเข้าใจ
เฉินฮั่นหลินกล่าวอย่างหวาดหวั่น “โชคดีที่วันนี้ท่านปู่ของข้าให้ข้าเอาของมาให้พี่เขย ข้าว่างไม่มีอะไรทำก็เลยปีนกำแพงเล่นสักหน่อย ไม่เช่นนั้นคงคลาดกับพี่สี่แล้ว”
ด้วยความช่วยเหลือของเฉินฮั่นหลิน ตระกูลฉินจึงเข้าประตูอำเภอจี้โจวได้สำเร็จ
ทันทีที่เข้ามา ฉินเยาเยาก็มองไปรอบ ๆ สังเกตภายในอำเภอจี้โจว
ดูเหมือนว่าข่าวการพ่ายแพ้ที่ชายแดนจะแพร่มาถึงอำเภอจี้โจวแล้ว
ภายในเมืองเริ่มเกิดความตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัด ผู้คนจำนวนไม่น้อยเริ่มขนย้ายข้าวของออกจากเมือง
ผู้คนบนท้องถนนต่างเหนื่อยล้าจากการเดินทาง หรือไม่ก็มีสีหน้าหวาดกลัว
แม้ภายในเมืองจะมีร้านค้าเปิดทำการอยู่บ้าง แต่ราคาสินค้ากลับสูงจนน่าใ
ยิ่งไปกว่านั้น สิ่งของส่วนใหญ่ล้วนเป็เสบียงอาหารแห้ง หาผัก ผลไม้ ไข่ หรือแม้แต่ปลาและเนื้อสัตว์ได้น้อยมาก
นาน ๆ ครั้งจะพบเห็นพ่อค้าแม่ค้าวางขายผักใบเขียว ทว่าราคาสูงถึงสองตำลึงต่อกำเล็ก ๆ เท่านั้น
ไม่ต้องพูดถึงเนื้อไก่ เนื้อเป็ด หรือสิ่งอื่นใดทำนองนั้น
เด็ก ๆ ของตระกูลฉินั้แ่เข้าเมืองมาก็ตาค้างด้วยความตื่นตาตื่นใจ
พวกเขามองร้านรวงต่าง ๆ ด้วยความสนใจจนลายตา
“ท่านย่า ที่นี่คึกคักยิ่งนัก คึกคักกว่าที่บ้านของพวกเรามาก” เสี่ยวลิ่วเอ่ยขึ้นด้วยความตื่นเต้น
เฉินฮั่นหลินได้ยินดังนั้นก็ได้แต่ยิ้มเจื่อน ๆ ก่อนเอ่ยขึ้นว่า “บัดนี้ชายแดนถูกตีแตก ไม่มีผู้ใดกล้ายืนยันได้ว่าาจะลุกลามมาถึงที่นี่หรือไม่ ชาวอำเภอจี้โจวส่วนใหญ่จึงคิดจะอพยพย้ายถิ่นฐาน”
“แม้แต่ท่านปู่ของข้าก็คิดจะอพยพเช่นกัน”
เขาหยุดไปครู่หนึ่ง แล้วจึงเอ่ยต่อ “อันที่จริงแล้วพี่เขยของข้าจำเป็ต้องปิดประตูเมืองก็เพราะจำเป็ ทางราชสำนักได้ส่งหนังสือราชการมาเมื่อสามวันก่อน ขอให้พี่เขยปิดประตูเมืองอำเภอจี้โจว เพื่อป้องกันไม่ให้พวกหนานหมานปลอมตัวลอบเข้ามา”
“พี่เขยเห็นคนอพยพหนีภัยจากทางเหนือ จึงเกิดความสงสาร จึงฝืนแรงกดดัน ไม่ยอมปิดประตูเมือง จนกระทั่งเช้านี้ขณะออกตรวจเมือง ถูกคนร้ายลอบทำร้าย จึงจำใจต้องปิดประตูเมือง”
ทุกคนในตระกูลฉินฟังแล้วไม่ได้แสดงท่าทีใด ๆ
จะกล่าวว่าไม่โกรธเคืองก็คงไม่ใช่
“อ้อ จริงสิ พี่สี่ พวกท่านจะไปพึ่งพาญาติหรือ”
“หรือว่าจะตั้งรกรากที่อำเภอจี้โจว”
เฉินฮั่นหลินเอ่ยถาม
“แล้วเ้าล่ะ”
ฉินเหล่าซื่อไม่ได้ตอบคำถาม แต่กลับถามกลับ
“ข้าหรือ” เฉินฮั่นหลินมีสีหน้าฉงน “แล้วแต่ท่านปู่ขอรับ ตระกูลเฉินของเรามีอาชีพค้าขายอยู่ที่อำเภอจี้โจวมารุ่นต่อรุ่น หากออกจากอำเภอจี้โจว ก็ไม่รู้จะไปที่ใด”
ฉินเหล่าซื่อพยักหน้าอย่างเข้าใจ แล้วตบไหล่เขาเบา ๆ
หากไม่ใช่ว่าจนหนทางจริง ๆ ใครเล่าจะอยากจากบ้านเกิดเมืองนอนไป
“อืออือ”
ฉินเยาเยาโบกมือเล็ก ๆ ไปมา เป็การย้ำเตือนบิดาว่าอย่าลืมเื่สำคัญ
“เฉินฮั่นหลิน ท่านทราบหรือไม่ว่าในเมืองนี้โรงหมอแห่งใดรับซื้อสมุนไพรบ้าง”
ฉินเหล่าซื่อไม่ได้ลืมจุดประสงค์
“พี่สี่ ท่านมีสมุนไพรจะขายหรือ”
ฉินเหล่าซื่อเหลือบมองมารดา แต่ไม่ได้เอ่ยวาจาใด ๆ ออกมา
แม่เฒ่าฉินรู้ว่าฉินเหล่าซื่อหมายความว่าอย่างไร นางจึงเป็คนพูด
“พวกเราหนีภัยมาตลอดทาง สิ่งของที่ติดตัวมาล้วนสูญหายระหว่างทาง หลานทั้งสองก็สลบไม่ได้สติ จำต้องขายสมุนไพรที่สามีทิ้งไว้ให้ เพื่อนำเงินมารักษาหลานทั้งสอง”
“คุณชายเฉิน พอจะบอกได้หรือไม่ว่าในอำเภอจี้โจว มีโรงหมอใดบ้างที่ราคาเป็ธรรม”
ฉินเยาเยาฟังท่านย่าแสร้งทำท่าทางน่าสงสารอย่างองอาจ ก็อดชื่นชมท่านย่าในใจไม่ได้ ท่านย่าช่างพูดจาได้น่าสงสารและดูเป็มืออาชีพยิ่งนัก
เฉินฮั่นหลินมองดูแม่เฒ่าฉินพลางกล่าวว่า
“เลี้ยวไปข้างหน้าไม่ไกลจะเห็นโรงหมอชื่อว่า ‘โรงหมอจี้เซิง’ หมอที่นั่นเคยเป็ถึงหมอหลวง เมื่อหลายปีก่อนลาออกจากราชสำนัก มาเปิดโรงหมออยู่ที่นี่ ราคาค่อนข้างเป็ธรรม เพียงแต่หมอเ้าของร้านค่อนข้างแปลกสักหน่อย”
“บังเอิญว่าข้าจะไปซื้อยาให้ท่านปู่พอดี พี่สี่ ท่านป้า เราไปด้วยกันเถิด”
ฉินเหล่าซื่อยกมือคารวะ “เช่นนั้นก็รบกวนน้องฮั่นหลินนำทางด้วย”
เฉินฮั่นหลินรีบพยุงฉินเหล่าซื่อ “พี่สี่ ท่านไม่ต้องเกรงใจข้าหรอก หากมิใช่เพราะท่านในวันนั้น ข้าคงตกตายในมือโจรไปแล้ว”
เฉินฮั่นหลินปีนี้เพิ่งอายุยี่สิบเอ็ดปี เป็บุตรชายคนเดียวของตระกูลเฉินแห่งอำเภอจี้โจว
ห้าปีก่อน ระหว่างที่เขาออกไปเที่ยวเล่นกับมิตรสหาย เกิดพลัดหลงจนตกไปอยู่ในเงื้อมมือของกลุ่มโจรป่า โชคดีที่ฉินเหล่าซื่อผ่านมาพบเห็นเข้า จึงช่วยเหลือเอาไว้ได้
หลังจากนั้น ฉินเหล่าซื่อยังคุ้มกันเฉินฮั่นหลินไปส่งถึงจวนตระกูลเฉินที่อำเภอจี้โจว จึงได้ล่วงรู้ว่าเขาคือบุตรชายคนเดียวของตระกูลเฉิน
“เชิญท่านพี่สี่เข้าไปข้างในก่อนเถิดขอรับ”
ฉินเหล่าซื่อและครอบครัวจ้องมองไปยังเรือนหลังใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า ก่อนจะหันไปมองเฉินฮั่นหลินด้วยแววตาฉงน “ฮั่นหลิน ที่นี่...”
เฉินฮั่นหลินกล่าวอธิบาย “พี่สี่ ท่านป้า แม้จะรีบร้อนเพียงใด พวกท่านก็ควรพักผ่อนเอาแรงที่นี่ก่อนสักคืน โรงหมอจี้เซิงอยู่ฝั่งตรงข้าม พวกท่านพักอยู่ที่นี่สะดวกกว่าขอรับ”
“โอ๊ะ นี่มันไม่ควรกระมัง”
“ท่านอุตส่าห์พาพวกเรามาส่งถึงที่นี่ ข้ารู้สึกขอบคุณยิ่งนัก ไฉนเลยจะรบกวนให้ท่านหาที่พักให้พวกเราอีกเล่า”
แม่เฒ่าฉินกล่าวอย่างตื่นตระหนก ปฏิเสธที่จะเข้าไปข้างใน
เมื่อนางไม่ยอมเข้าไป พวกที่เหลือจึงไม่มีใครกล้าก้าวเท้าเข้าไปเช่นกัน
เมื่อเฉินฮั่นหลินเห็นดังนั้น จึงก้าวเข้าไปประคองแม่เฒ่าฉินเข้าไป “ท่านป้า พี่สี่ช่วยชีวิตข้าเอาไว้ ข้าไม่รู้จะทดแทนบุญคุณนี้ได้อย่างไร หากท่านป้ายังคงปฏิเสธ ข้าคงต้องเอาชีวิตตอบแทนแล้ว”
“ข้ารักชีวิตตนยิ่งนัก ไม่อาจทิ้งขว้างได้หรอกนะ”
“แต่ว่าเื่นี้...”
แม่เฒ่าฉินยังคงคิดจะเอ่ยสิ่งใดอีก แต่เฉินฮั่นหลินขัดขึ้นเสียก่อน “ท่านป้าอย่าได้ปฏิเสธเลย แม้ไม่ใช่เพื่อตนเอง ก็ขอให้นึกถึงเหล่าบุตรหลานเถิด”
แม่เฒ่าฉินมองดูบุตรหลานที่อ่อนล้าอยู่ตรงหน้า ในที่สุดก็พยักหน้า ตัดสินใจรับไว้ แอบจดจำบุญคุณครั้งนี้ของเฉินฮั่นหลินเอาไว้ในใจ
“ท่านป้า พี่สี่ เชิญพวกท่านพักผ่อนสักครู่ ข้าขอตัวกลับไปจัดการธุระก่อน แล้วจะมารับไปยังโรงหมอจี้เซิง”
“รอข้ากลับมาก่อนค่อยไปนะ”
หลังจากกล่าวจบ เฉินฮั่นหลินก็หมุนตัวเดินออกไปอย่างรวดเร็ว
ฉินเหล่าซื่อคิดจะเอ่ยบางอย่าง ทว่าร่างของเฉินฮั่นหลินก็หายลับออกไปจากประตูเสียแล้ว