มรรคาพลิกฟ้า

    บทที่ 93 ท่าร่างเก้ากายาอัสนีไม่ทิ้งรอย

            กังหลงหาทราบไม่หากผู้เป็นอาจารย์มิได้มีเจตจำนงค์ส่งต่อดาบเล่มนี้ให้ตน การที่ตนจะประทับตราวิญญาณหรือควบคุมดาบเล่มนี้หาใช่จะง่ายดายไม่ เพราะเมื่อคราแรกที่เฒ่าเทียนคงได้เจอแก่นอัคคีโลกันต์อเวจีกว่าจะได้ครอบครองต้องใช้กลวิธีต่าง ๆ หลอกล่อเป็นเวลาหลายปีกว่าจะสำเร็จสมดังหมาย


            เมื่อเฒ่าเทียนคงผู้เป็นนายคนแรกมีเจตจำนงค์ส่งต่อ ดาบจึงมีแรงต้านทานเพียงเล็กน้อยเท่านั้น กังหลงจึงสามารถประทับตราวิญญาณได้ง่ายดาย มิทราบเฒ่าเทียนคงมีความคิดอ่านเช่นไรจึงได้มอบสิ่งล้ำค่านี้ให้แก่กังหลง..!!


            ดาบที่มีจิตวิญญาณเป็นของตนเองแล้ว เมื่อโดนประทับตราวิญญาณจะสามารถสื่อสัมผัสกับเจ้าของสามารถเรียกใช้ได้ตามปรารถนา ดุจเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายผู้เป็นเจ้าของ กังหลงทดลองเรียกดาบ ทันทีที่คิดดาบเคลื่อนที่ลอยมาอยูในมืออัตโนมัติ แต่แม้จะควบคุมได้แต่ยังใช้งานไม่ได้เนื่องจากน้ำหนักที่มีมากถึงหนึ่งพันชั่ง จึงค้นหาในแหวนมิตินิลกาลจน์ดูอีกเผื่อผู้เป็นอาจารย์จะทิ้งวิธีใช้และควบคุมดาบเล่มนี้


            เนื่องจากเฒ่าเทียนคงสามารถใช้งานดาบเล่มนี้ได้คงต้องมีวิธีการใดที่ต้องเรียนรู้เพิ่มเติม  สำรวจดูในแหวนพบว่ายังมีม้วนคัมภีร์อีกสามม้วนซึ่งล้วนแต่เป็นคัมภีร์ระดับเลิศล้ำทั้งสิ้น สร้างความตื่นตะลึงให้แก่กังหลงเป็นยิ่งนักเนื่องจากไม่คาดฝันว่าตนจะมีโอกาสครอบครองคัมภีร์ระดับนี้ คัมภีร์ระดับเลิศล้ำเป็นเพียงวิชาฝีมือในตำนานเท่านั้น ตนยังมิเคยได้ยินว่ามีใครเคยได้เคยครอบครองคัมภีร์ระดับนี้มาก่อน และกังหลงยังจำได้ว่าเป็นคัมภีร์สามม้วนที่เคยวางไว้ใกล้ร่างผู้เป็นอาจารย์ตอนตนเพิ่งพบเจออาจารย์ครั้งแรกในตำหนักนิลกาลจน์


            นำคัมภีร์ทั้งสามม้วนออกมาจากแหวนม้วนแรกเขียนไว้ว่า "วิชาท่าร่างเก้ากายาอัสนีไม่ทิ้งรอย ระดับเลิศล้ำ"กังหลงใช้พลังปราณปลดผนึกม้วนแรก ทันทีที่ปลดผนึก พลันพบเม็ดพลังความรู้และอักขระสีทองพร้อมท่าร่างการเคลื่อนไหวต่าง ๆ มากมายได้ปรากฏขึ้นกลางอากาศตรงหน้า และชั่วครู่อักษรพร้อมท่าร่างการเคลื่อนไหวทั้งหมดได้ไหลเข้าสู่ตำแหน่งระหว่างคิ้วเเข้าสู่ทะเลจิตของกังหลงจนหมดสิ้น กังหลงโยนเม็ดพลังความรู้ที่มาพร้อมกับม้วนคำภีร์เข้าใส่ปากทันทีและนั่งลงหลับตาสำรวมจิต ในทะเลแห่งจิตได้ซึมซับอักษรพร้อมกระบวนท่าร่าง การเคลื่อนไหวที่พิสดารลึกล้ำเข้าไปจนหมดสิ้น 


           หลังจากย่อยสลายเม็ดพลังความรู้ที่มากับคัมภีร์จึงทราบว่า เม็ดพลังความรู้นั้นเป็นเฒ่าเทียนคงผู้เป็นอาจารย์ได้กลั่นไว้ เพื่ออธิบายถึงวิชาท่าร่างเก้ากายาอัสนีไม่ทิ้งรอยว่าเป็นท่าร่างที่มีไว้สำหรับการเคลื่อนไหว การโจมตีทางกายภาพและการจำแลงร่างขึ้น ผู้ที่ใช้ท่าร่างนี้จะเคลื่อนไหวว่องไวง่ายสุดจะเปรียบปานมีพลังการโจมตีทางกายภาพที่หนักหน่วงและสามารถจำแลงร่างเพิ่มความเร็วและพลังโจมตีขึ้น หากฝึกปรือขั้นพื้นฐานเรียนรู้จนสามารถสร้างร่างจำแลงได้สำเร็จ จะสามารถเคลื่อนไหวได้รวดเร็วว่องไวเพิ่มขึ้นมากมาย ความก้าวหน้ามีสามระดับ คือระดับต้น ระดับกลางและระดับสูง 


            "การเรียนรู้ท่าร่างเก้ากายาอัสนีไม่ทิ้งรอยนั้นในระดับต้นจะสามารถสร้างร่างเงาหรือร่างจำแลงที่เสมือนร่างต้นหรือร่างจริงจนแยกมิออก เริ่มแรกที่สามารถสร้างร่างจำแลงหรือร่างเงาได้สำเร็จเพียงหนึ่งร่างจะได้ความเร็วเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าของร่างต้น พลังกายภาพเพิ่มขึ้นมาห้าพันชั่ง ร่างจำแลงจะคงอยู่ได้นานถึงสิบสองลมหายใจหรือประมาณหนึ่งนาที และในระดับต้นนี้สามารถสร้างร่างจำแลงได้สูงสุดเพียงสามร่างเท่านั้น และเมื่อใดที่สามารถเรียนรู้ท่าร่างเก้ากายาอัสนีไม่ทิ้งรอยสำเร็จจนสร้างร่างจำแลงได้ครบสามร่างนั้น ความสามารถที่ได้รับมีถึงสามประการ"


            "ประการแรกคือ ความเร็ว การเคลื่อนไหวรวดเร็วดุจสายอัสนี เพิ่มขึ้นเป็นสามเท่าของร่างต้น "

             

            "ประการที่สองเมื่อสร้างร่างจำแลงสำเร็จ จะมีพลังกายภาพเพิ่มขึ้น เตะ ต่อย โจมตีโดยไม่ใช้พลังปราณมีความรุนแรงเพิ่มขึ้นเป็นห้าหมื่น ช่างพิศดารเลิศล้ำยิ่งนัก"


            "ประการที่สามคือการคงอยู่ของร่างจำแลง หากสามารถสร้างร่างจำแลงได้หนึ่งร่าง ร่างจำแลงจะคงอยู่ได้นานสิบสองลมหายใจหรือประมาณห้านาที หากสร้างร่างจำแลงเพิ่มขึ้นได้อีกความสามารถการคงอยู่ของร่างจำแลงจะเพิ่มขึ้นหนึ่งเท่าของร่างแรกเสมอ คือถ้าสร้างร่างจำแลงได้สองร่างระยะเวลาการคงอยู่จะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าโดยจะคงอยู่นานเพิ่มขึ้นจากเดิมหนึ่งเท่าตัวเป็นยี่สิบสี่ลมหายใจหรือประมาณสิบนาที หากสร้างได้สามร่างจะมีเวลาคงอยู่ เพิ่มเป็นสามเท่าร่างเงาหรือร่างจำแลงจะสามารถคงอยู่ได้นานถึงสามสิบหกลมหายใจหรือประมาณสิห้านาที อย่าคิดว่าหนึ่งนาทีนั้นแสนสั้น เวลาสามนาทีสำหรับเรื่องราวที่สำคัญ สำหรับผู้มีปราณยุทธที่สูงล้ำ ย่อมมีค่ายิ่ง" 


            "หากฝึกปรือสำเร็จระดับกลางความสามารถเริ่มแรกด้านพลังกายภาพมีถึงหนึ่งแสนชั่ง นอกจากความรวดเร็วจะเพิ่มเป็นสามเท่าของร่างต้นแล้ว ส่วนระยะการคงอยู่ของร่างจำแลง จะคงอยู่ได้นานเจ็ดสิบอองลมหายใจหรือประมาณสามสิบนาที(ครึ่งชั่วโมง)" 


            "ดังนั้นหากสำเร็จระดับกลางจะสามารถสร้างร่างจำแลงหรือร่างเงาที่มีพลังเทียบเท่าร่างต้นได้ถึงหกร่าง และร่างเงาจะสามารถคงอยู่ได้นานถึงครึ่งชั่วโมง และพลังกายภาพจะมีถึงหนึ่งแสนชั่ง หากเป็นเช่นนั้นจริงจะแข็งแกร่งถึงะพียงไหนกัน"


            "และหากแม้นสามารถฝึกสำเร็จระดับสูงได้ จนสามารถสร้างร่างจำแลงหรือร่างเงาที่มีพลังเทียบเท่าร่างต้นได้ถึงเก้าร่าง ร่างจำแลงจะสามารถอยู่ได้นานถึงหนึ่งร้อยแปดลมหายใจหรือประมาณสี่สิบห้านาที พลังกายภาพจะมีถึงหนึ่งแสนชั่ง แล้วยังสามารถลบร่างซ่อนเงาจนบุคคลอื่นมิอาจสัมผัสถึงร่างและพลังใด ๆ ได้เลย หากมีผู้ใดฝึกท่าร่างเก้ากายาอัสนีไม่ทิ้งรอยสำเร็จระดับสูงสุดได้ จะต้องน่ากลัวจนเภูติทพต้องคร่ำครวญหลบลี้หนีหายไปเป็นแน่..แต่ที่ผ่านมานับแต่โบราณกาลจวบจนถึงปัจจุบัน ผู้ที่สามารถฝึกปรือจนถึงระดับลบร่างซ่อนเงาได้ยังไม่เคยมีปรากฎมาก่อน "


            รับทราบข้อมูลจากเม็ดพลังความรู้ถึงช่วงนี้กังหลงครุ่นคิดจนสมาธิหลุดจากการรับข้อมูล สติเลื่อนลอย ถึงกับส่งเสียงออกมาปานละเมอ


            "โอ...ช่างวิเศษเลิศล้ำถึงปานนี้ มิทราบข้าจะสามารถเรียนรู้ได้หรือไม่ แต่หากแม้นสามารถเรียนรู้ได้เพียงระยะเริ่มแรกของระดับต้น จนสามารถสร้างร่างเงาได้สำเร็จเพียงหนึ่งร่าง ข้าก็คงสามารถใช้ดาบอัคคีโลกันต์อเวจีได้อย่างสบาย..!!"


             หลังสำรวมสติเพื่อเรียนรู้ข้อมูลเพิ่มเติมจากเม็ดพลังอีกครั้ง ข้อความในตอนท้ายที่ได้รับถึงกับทำให้กังหลงหน้าเหยเก จนสมาธิจิตเกือบหลุดออกจากการรับข้อมูลอีกครา


            "สิ่งที่พึงตระหนัก...!!..สำหรับสิ่งที่ได้จากการเรียนรู้ท่าร่างเก้ากายาอัสนีไม่ทิ้งรอยนั้นเมื่อเรียนรู้สำเร็จแต่ละระดับ จนกระทั่งสำเร็จถึงระดับสูงสุด ความสามารถด้านต่าง ๆ ทั้งสามประการ คือ ความรวดเร็วของท่าร่าง พลังทางกายภาพ และระยะเวลาในการคงอยู่ของร่างจำแลง จะยังคงไม่สามารถสำแดงได้เต็มที่ถึงขีดสุดตามที่กล่าวมา เบื้องต้นเพียงสำแดงได้เทียบเท่าคุณสมบัติขั้นต้นของผู้ที่สามารถสร้างร่างจำแลงหรือร่างเงาได้เพียงหนึ่งร่างเท่านั้น ต่อให้สามารถเรียนรู้ท่าร่างเก้ากายาอัสนีไม่ทิ้งรอยระดับสูงได้สำเร็จจนสามารถสร้างร่างจำแลงหรือร่างเงาได้ทั้งเก้าร่างแล้วก็ตาม "



    คล้ายกับเรื่องมรรคาพลิกฟ้า ที่คุณอ่าน