“เอาล่ะ มาดูกันหน่อยซิว่า เ้าทั้งสองต้องใช้งานยังไง”
วิมลินเปิดหนังสือหน้าต่อไปเป็อันดับแรก แล้วก็ไม่ผิดหวัง เมื่อในหน้าถัดไปของหนังสือ ปรากฏข้อความ
“คู่มือเบื้องต้นการใช้มิติ”
เธอตั้งใจอ่านคู่มืออย่างจริงจัง พบว่าจี้หยกที่เธอที่ได้มานั้น คือประตูเข้าสู่มิติของเธอ ซึ่งเธอจะเป็คนเดียวที่สามารถเข้าออกมิติได้ คนอื่นจะสามารถเข้าไปในมิติของเธอได้ก็ต่อเมื่อเธอผู้เป็เ้าของอนุญาตเท่านั้น ขอเพียงเธอพกหยกติดตัวไว้เธอก็สามารถเข้าออกมิติได้ โดยเพียงแต่กำหนดจิต้าที่จะเข้าไปเท่านั้น
“อืม แล้วถ้าเกิดเราทำมันหล่นหายไปล่ะจะทำยังไง” หญิงสาวเกิดความสงสัย
“ไม่ต้องเป็ห่วงขอรับ หยกของเ้านายจะติดตามเ้าของที่แท้จริงทุกแห่ง คนอื่นไม่สามารถที่จะนำหยกของเ้านายไปได้
และที่สำคัญเมื่อเ้านายได้เดินทางไปสู่ มิติที่ต้องไปเรียบร้อยแล้ว จี้หยกนี้จะแปลงภาพกลายเป็ส่วนหนึ่งของท่าน”
ทันทีที่เธอคิดสงสัยก็มีข้อความปรากฏขึ้นบน หน้าหนังสือตอบคำถามของเธอ
“สุดยอด นี่เ้าสามารถสื่อสารกับฉันได้ด้วยเหรอ” วิมิลินถามขึ้นอย่างแปลกใจ ไม่ได้ใมากนัก เพราะเท่าที่เจอมาจนถึงตอนนี้ก็เหนือธรรมชาติไปหลายเื่แล้ว
“ถูกต้องขอรับ ข้ามีนามว่า ลู่เซียน (หมายถึงหนทาง ผู้ชี้ทาง)ท่านสามารถเรียกข้าได้ยามที่ท่านเกิดความสงสัยสิ่งใด รวมทั้งข้าจะเป็ผู้ส่งสารแจ้ง ภารกิจที่เ้านายต้องทำมาให้ท่านทราบด้วย”
มีข้อความปรากฏขึ้นบนหน้าหนังสือก่อนที่จะหายไปเมื่อเธออ่านแล้ว
“โอ้ ว้าว นี่มันเหมือนโปรแกรมแชทเลย แล้วแบบนี้ฉันใช้เ้าสื่อสารไปถึงคุณปู่ หรือท่านเทพเบื้องบนด้วยได้มั้ย” วิมลินถามเ้าหนังสือต่อ
“มิได้ขอรับ ข้าตอบคำถามท่านได้เฉพาะในขอบเขตที่ข้าได้รับมอบหมายไว้ขอรับ นอกจากนี้ข้ายังมีหน้าที่เป็ผู้ช่วยนำทางและมอบรางวัลเมื่อทำภารกิจสำเร็จให้กับนายท่านอีกด้วย แต่ตอนนี้นายท่านยังไม่ผ่านภารกิจพื้นฐานจึงยังเข้าไปดูไม่ได้” ลู่เซียนตอบกลับมา
“เข้าใจล่ะ ฉันต้องเก็บแต้มภารกิจก่อนสินะถึงจะปลดล็อกฟังก์ชันได้สินะ ค่อยว่ากันอีกทีละกัน ตอนนี้เ้าช่วยพาฉันเข้าไปดูในมิติหน่อย”
“ได้ขอรับ เ้านายเพียงแค่ทำตามที่คู่มือได้แจ้งไว้ เพียงกำหนดจิตว่าอยากจะเข้าไปในมิติ ก็สามารถเข้าไปได้เลย”
วิมลินกำหยกไว้ในมือก่อนจะทำตามที่หนังสือบอก เธอหลับตาลงพร้อมกับตั้งจิตว่าอยากเข้าไปในมิติของเธอเธอรู้สึกถึงแรงดูดวูบหนึ่ง เหมือนตอนตกลงจากที่สูง
ตุบ เมื่อรู้สึกว่าเท้าได้ััพื้นดินแล้ว เธอก็รีบลืมตาขึ้น ตากลมโตเบิกกว้างขึ้นกับภาพตรงหน้าที่ได้เห็น
เธอรู้สึกว่าเธอกลับมายืนที่จุดตั้งต้นเดิมเหมือนความฝันเมื่อคืน เพียงแต่ตอนนี้ภาพตรงหน้าของเธอไม่มีเมฆ หมอกหนาบังตาอีกแล้ว หัวใจเธอเต้นแรงขึ้นกับภาพตรงหน้าเพราะมันสวยมากๆ สวยเหมือนภาพวาดถ้าให้เธอเปรียบมันก็คงเหมือน์บนดิน ถึงเธอจะไม่เคยไป์มาก่อนก็เถอะ ฮ่าๆ
เท่าที่จำได้ท่านเทพคุณปู่เคยบอกว่า พื้นที่มิติแห่งนี้เป็ ผลมาจากการบำเพ็ญเพียรของเธอมาหลายภพหลายชาติ เธอเดาว่าที่ผ่านมาเธอก็คงทำความดีมาไม่น้อยสินะ ดูจากภาพตรงหน้านี้แล้ว มันดูงดงามราวฝันจริงๆ
เธอมองไปรอบๆ พบว่าพื้นที่ ที่เธอยืนอยู่ตอนนี้เป็เหมือนสวน์ มีสระน้ำที่ส่องแสงประกาย สะท้อนสีเขียวอย่างกับมรกตรวมทั้งมีต้นไม้ ดอกไม้สวยงามมากมายปลูกอยู่โดยรอบสระ แต่อย่างไรก็ตามมองออกไปไกลๆ เธอก็ยังเห็นชั้นม่านหมอกหนากั้นทิวทัศน์อยู่ เหมือนพื้นที่มิติของเธอถูกล้อมกรอบอยู่ตรงกลางกลุ่มม่านหมอก
“ว้าว สุดยอดนี่มันสวยสุดๆ ไปเลย เกิดมาไม่เคยเห็นที่ๆ สวยแบบนี้เลย นี่เรามีมิติเว่อวังขนาดนี้เลยเหรอ วันก่อนที่เจอกับคุณปู่ก็ว่าสวยแล้วนะวันนี้เห็นชัดๆ แล้วแทบหยุดหายใจเลยทีเดียว” เธออุทาน ตื่นเต้นกับภาพตรงหน้า
วิมลินเริ่ม เดินไปตามทางที่เห็นเมื่อคราวอยู่ในฝัน แต่รอบนี้ตลอดเส้นทางเธอเห็นดอกไม้ต้นไม้สวยงามมากมาย บางชนิดก็เป็ต้นไม้ที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน และมันกำลังเอนไหวไปตามลมที่พัดมา อ่อนๆ อยู่ตลอดเวลา อากาศก็บริสุทธิ์มาก เธอสูดลมหายใจเข้าไปเฮือกใหญ่ ด้วยความสดชื่น ไกลออกไปเธอมองเห็นต้นไม้ต้นเดิมที่เคยยืนคุยกับคุณปู่พอเห็นชัดๆ แบบนี้ก็พบว่ามันสวยมาก ช่างเป็ต้นไม้ที่ดูงดงามจริงๆ มันยืนอยู่ท่ามกลางทุ่งดอกไม้หลากสี ดูเป็ภาพที่ตระการตามากมาย
เธอหยุดยืนอยู่ตรงใต้ต้นไม้
“แล้วไปไหนต่อละทีนี้” หญิงสาวเอ่ยขึ้นตรงหน้าเธอพบทางแยกอยู่สองทาง
“เชิญทางนี้เลย ขอรับเ้านาย” จู่ๆ ก็มีเสียงดังขึ้นข้างหูเธอ หญิงสาวหันไปมองด้วยความใ นอกจากเธอแล้วยังมีคนอื่นอยู่ที่นี่อีกเหรอ
“เป็ข้าเองขอรับ ลู่เซียน” มีเสียงตอบรับมา
“เ้าๆๆๆ ...พูดได้ บะ บินได้ด้วย” วิมลินใ เมื่อหันไปเห็นเ้าหนังสือลู่เซียนที่ตอนนี้ ลอยอยู่ข้างๆ เธอ กระพือปีกเบาๆ นี่มันหนังสือหรือนกเนี่ย.
“เป็เช่นนั้นขอรับ ในมิติแห่งนี้ข้าสามารถพูดสื่อสารกับนายท่านได้ และเป็ผู้ดูแลความเรียบร้อยไปในตัวด้วยขอรับ แต่ถ้าอยู่ภายนอกมิติข้าสามารถสื่อสารกับนายท่านผ่านตัวหนังสือได้เท่านั้นขอรับ” เ้าหนังสือตอบกลับมา
วิมลินจ้องมองมัน พบว่าบนปกมี ดวงตากลมโต กับจมูกเล็กๆ แปะอยู่ มองไปก็น่ารักดีเหมือนกัน มันกระพือปีก...เอ่อ ปกของมันเบาๆ พร้อมกับลอยมาใกล้ๆ เธอ หญิงสาวยังคงจ้องมันอยู่ด้วยความพิศวง นี่มันเหมือนหนังสือเวทมนตร์เลยนี่นา
“เชิญนายท่างทางนี้ขอรับ ข้าจะพาท่านไปเรือนของท่าน ส่วนเส้นทางอีกทาง นั้นเป็เส้นทางไปยังพื้นที่เพาะปลูกพืชิญญาซึ่งตอนนี้นายท่านยังไม่สามารถเข้าไปได้ขอรับ เมื่อนายท่านทำภารกิจสำเร็จท่านถึงจะผ่านไปได้ในแต่ละระดับขอรับ” ลู่เซียนบอกกับเธอพร้อมกับบินนำทางไปตามทางเดินอีกด้านหนึ่ง
หญิงสาวหันกลับไปมองเส้นทางด้านหลังก็พบว่ามีม่านหมอกปกหนาทึบปกคลุมอยู่ ถ้าเธอสามารถปลดล๊อกภารกิจได้ม่านหมอกตรงบริเวณนั้นก็คงหายไป เหมือนกับเธอปลดล็อกที่แห่งนี้ได้สินะ เธอคิด ก่อนจะหันกลับมาเดินตามหนังสือเล่มน้อยที่บินนำหน้าไปแล้ว
เรือนของเธอก็ยังเป็ สถาปัตยกรรมแบบจีนตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางสวนดอกไม้ริมสระมรกต บรรยากาศน่าเอาเสื่อมาปูปิกนิกมาก
ลู่เซียน หยุดรอเธออยู่ตรงหน้าประตูทางเข้าเรือน ก่อนจะเปิดประตูเข้าไปเมื่อเธอเดินมาถึง
“เชิญขอรับ นี่เป็เรือนที่นายท่านได้สร้างไว้การตกแต่งภายในนายท่านสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามใจท่าน” เ้าหนังสือเอ่ยบอกเธอพลางนำทางเข้าไปด้านใน
วิมลิน ตกตะลึงกับความอลังการตรงหน้า มองจากภายนอกอาคารนี้แม้ว่าจะสวยงามแต่ก็มีขนาดไม่ได้ใหญ่โตมากนัก เป็เพียงอาคารชั้นเดียวไม่เล็กไม่ใหญ่ขนาดไม่เกิน 200 ตารางเมตร
แต่พอเปิดประตูเข้ามาด้านในทำให้เธอต้องอ้าปากค้างด้วยความทึ่งทีเดียว เบื้องหน้าของเธอเป็ห้องเพดานสูงมากมีช่องแสงอยู่้า มีหนังสือเรียงอยู่บนวางั้แ่พื้นถึงผนัง การตกแต่งก็ดูล้ำสมัยซึ่งขัดกับอาคารทรงจีนโบราณอย่างที่เห็นภายนอกอย่างแรง
“โอ้โห นี่มันอะไรกัน ลู่เซียน หนังสือทำไมมากมายขนาดนี้ ทั้งหมดนี่เป็ของฉันเหรอ ทำไมด้านในกับด้านนอกของที่แห่งนี้มันช่างแตกต่างกันมากเหลือเกิน” วิมลินเอ่ยถามเ้าลู่เซียน
“ใช่ ขอรับทั้งหมดนี่เป็คลังความรู้ของนายท่านที่สะสมมาแล้วหลายภพชาติ รวมทั้งภพล่าสุดที่นายท่านพึ่งผ่านมาด้วย และข้าคือบรรณารักษ์ของห้องสมุดแห่งนี้ขอรับ ถ้านายท่าน้ารู้สิ่งใดขอเพียงมีอยู่ในที่แห่งนี้ ข้าสามารถหามาให้นายท่านโดยทันที” ทำไมรู้สึกว่าเ้าหนังสือนี่กำลังอวดตัวเอง เชิดหน่อยๆ นะ
“แต่อย่างไรก็ตามเนื่องจากนายท่านได้ใช้ชีวิตผ่านมาหลายมิตินัก ดังนั้นความรู้ของบางมิติอาจใช้ด้วยกันไม่ได้ขอรับ” ลู่เซียนอธิบายต่อ
“อืม เข้าใจล่ะ” หญิงสาวตาโตกับูเาหนังสือตรงหน้ารู้สึกมีความสุขขึ้นมาหน่อย แสดงว่างานที่เธอทำตอนนี้มันคงไม่ใช่เื่บังเอิญสินะ เธอเป็พวกเก็บสะสมข้อมูลมาั้แ่ไหนแต่ไรแล้วนี่เอง
“ด้านในยังมีพื้นที่เก็บของอื่นๆ และห้องพักของนายท่านจะเข้าไปดูเลยหรือไม่ขอรับ” เ้าหนังสือเอ่ยถาม
“อืม ช่วยพาไปดูพื้นที่เก็บของก่อนละกัน” เธอตอบเนื่องจากเธอยังต้องเตรียมข้าวของก่อนที่จะย้ายมิติ
"ทางนี้ขอรับ" หนังสือน้อยบนพาเ้านายเดินทะลุไปด้านหลัง มีสวนๆ เล็กๆ คั่นอยู่ก่อนจะเป็ประตูบานหนึ่งตรงหน้า เธอเปิดเข้าก็เห็นห้องๆหนึ่งเพดานสูงทาสีขาวไม่มีอะไรอยู่ข้างใน ขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่ประมาณ 20x20 เมตร มีไฟที่ไม่รู้มาจากไหนสว่างจ้า จากที่พื้นและผนังก็เป็สีขาวอยู่แล้ว ทำให้ห้องนี้ส่องสว่างดูเวิ้งว้าง ว่างเปล่าเข้าไปอีก
“นี่คือพื้นที่ จัดเก็บของท่าน สิ่งของที่ถูกจัดเก็บลงในห้องนี้จะคงสภาพอยู่เช่นเดิม ยกเว้นสิ่งมีชีวิตท่านไม่สามารถนำมาเก็บไว้ในห้องนี้ได้ ขนาดพื้นที่มิติของนายท่านจะขยายขนาดและมีความสามารถพิเศษมากขึ้นตามภารกิจที่ท่านทำสำเร็จขอรับ” ลู่เซียนแนะนำการใช้งานของมิติ
“อืม เข้าใจล่ะ ขอบใจเ้ามากลู่เซียนที่ช่วยแนะนำ เ้าเป็ผู้ช่วยที่ยอดเยี่ยมจริงๆ” วิมิลินชมเ้าหนังสือเล็กน้อย
“แน่นอนอยู่แล้วขอรับ เื่นั้นข้าไม่เถียง” เ้าหนังสือลอยหน้าตาตอบในทันที อ่อ เ้าหนังสือมันก็ลอยอยู่นี่เนอะตอนนี้ เธอรู้สึกเหมือนเห็นหางทิพย์ แกว่งไกวอยู่ด้านหลังของมันเลยทีเดียว ไม่ค่อยจะหลงตัวเองเลยนะ
“เอาล่ะตอนนี้ เราออกไปข้างนอกมิติกันก่อนเถอะ ฉันยังมีเื่ต้องเตรียมการอีกเยอะเลย นี่เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่แล้วนะ” วิมลินพูดกับเ้าหนังสือ แม้ว่าเธอยังอยากสำรวจที่นี่ต่อ แต่เธอคิดว่าค่อยมาสำรวจต่อ เมื่อเธอจัดการสิ่งที่ต้องเตรียมให้เสร็จก่อนก็ยังไม่สาย
“ขอรับ นายท่านสามารถกำหนดจิตที่จะออกไปเช่นเดียวกับตอนที่เข้ามาได้เลย” เ้าหนังสือตอบเธอ
อันที่จริงเธอยังไม่อยากออกจากมิตินี่ไปเลย ยังดื่มด่ำกับความสวยงามได้ไม่หนำใจเลย แต่ว่าคงทำไม่ได้ เวลาบนโลกนั้นของเธอเหลือน้อยเต็มทีและเธอยังไม่ได้เริ่มจัดการอะไรเลย เพราะมัวแต่ตื่นเต้นกับสิ่งต่างๆ จนถึงตอนนี้เวลาน่าจะล่วงเลยไปพอสมควรแล้ว
“เอาล่ะ ออกไปกันเถอะ” เธอกล่าว พร้อมกับหลับตากำหนดจิตให้ออกไปข้างนอกเหมือนตอนที่เข้ามา