Astral Beast Hunter (นักล่าอสูรดวงดาว)

    ตอนที่ 41 ภายในความฝัน

            ตอนที่ 41 ภายในความฝัน

     

            ฮ่าฮ่าฮ่า...

            เสียงหัวเราะดังสะท้อนอยู่ในความมืดมิดเป็นเสียงชายหรือหญิงก็ไม่อาจทราบได้

            เสียง?

            “คิดอยากตามหา..คาดไม่ถึงว่าจะเจอก็ได้เจอ”เสียงลึกลับแฝงอารมณ์ยากเข้าใจดังก้อง

            เสียงใคร!?

            “โอ้.....เหมือนจิตวิญญาณเจ้ากำลังสับสนเช่นนั้นข้าจะช่วยสักเล็กน้อย” สิ้นเสียงลึกลับ เสียงดีดนิ้วก็ดังขึ้นมา

            เป๊าะ!

            ทันทีที่เสียงดีดนิ้วดังก้องจุดแสงเล็กๆ มุมหนึ่งพลันสว่างขึ้นในความมืดมิด จุดแสงได้กลืนกินความมืดอย่างรวดเร็วเสมือนไฟที่ถูกจุดเพื่อเผาเกสรดอกไม้ที่ปกคลุมผืนหญ้า

            เพียงชั่วอึดใจความมืดมิดทั้งหมดได้กลายเป็นทุ่งหญ้าสีเขียวอ่อนสุดลูกหูลูกตาเหนือทุ่งหญ้ามีจันทร์เพ็ญสีม่วงกำลังโผล่พ้นขึ้นมาจากปลายขอบฟ้าตรงข้ามกับจันทร์เพ็ญสีม่วงมีเสี้ยวหนึ่งของตะวันสีเพลิงกำลังลาลับไป

            ภายใต้แสงตะวันจันทร์เพ็ญน่าหลงใหลมีร่างสองร่างยืนจ้องกันอยู่บนพื้นหญ้าคล้ายมองไม่เห็นกันราวกับอยู่กันคนละโลกหนึ่งเป็นร่างของแอนดรูว์อีกหนึ่งร่างเป็นเพียงเงาสลัวคล้ายมนุษย์ยากจะบอกได้ว่าเป็นใคร

            “ความฝัน?” แอนดรูว์พึมพำ สายตาเขาดูเลื่อนลอยเหมือนคนพึ่งตื่นจากการหลับลึกต้องใช้เวลาสักพักหนึ่งเขาถึงจะเริ่มเรียบเรียงถึงสิ่งที่เกิดขึ้นได้

            ‘เราหมดสติไปจากนั้นก็สั่ง...’ แอนดรูว์เรียบเรียงถึงสิ่งที่เกิดขึ้นได้ไม่ทันไรเสียงจากร่างเงาด้านหน้าก็แทรกขึ้น

            “เจ้ายังไม่ตายเรื่องนี้ข้ารับรองได้”

            ฮืม!? แอนดรูว์รู้สึกแปลกใจเมื่อได้ยินเสียง พอเห็นร่างเงาด้านหน้าเขายิ่งรู้สึกไม่สบายใจแม้ว่าร่างเงาจะอยู่มาสักพักหนึ่ง แต่เขาพึ่งรับรู้ถึงมัน

            นี่ไม่ใช่ว่ามันธรรมดาจนเขามองข้ามเป็นร่างเงาต่างหากเลือกมองเขาอย่างพิจารณาเงียบๆ เขาจึงพอรู้อยู่บ้างว่าร่างเงานั้นคือใครท่าทีเขาจึงเปลี่ยนไปอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ราวกับว่านี่ไม่ใช่แอนดรูว์กลับกลายเป็นคนขี้ประจบสอพลอคนหนึ่ง

            “เอ่อ...ไม่ได้พบกันนานผู้อาวุโสท่านยังคงสง่างาม น่าเกรงขาม แข็งแกร่ง เยาว์วัยสิ่งมีชีวิตใดเห็นเป็นต้องเชิดชูท่านให้อยู่เหนือทั้งกายใจ...”

            “หยุดทำท่าทางเหมือนสุนัข! ข้าเห็นพฤติกรรมเจ้าจนชินตา” ร่างเงามีทีท่าไม่พอใจแอนดรูว์จึงรีบคิดหาทางทำให้อีกฝ่ายพึงพอใจ

            “ไม่ทราบว่าผู้อาวุโสมีเรื่องเร่งด่วนอะไรให้ผู้น้อยกระทำ”

            แอนดรูว์พูดจบร่างเงากลับนิ่งเงียบ จับจ้องแอนดรูว์เสมือนว่ามองเขาได้ทะลุปรุโปร่งไปถึงความคิด

            สถานการณ์แบบนี้ไม่ใช่ว่าจะเกิดขึ้นกับแอนดรูว์บ่อยครั้งตามจริงนานครั้งถึงจะเกิดขึ้น แต่ละครั้งที่เกิดพอจะใช้นิ้วบนมือข้างหนึ่งนับครั้งได้ซึ่งทุกครั้งมันทำให้แอนดรูว์ต้องสำรวมไม่น้อย ต่อให้เขามีความเก่งกาจกองกำลังแข็งแกร่ง เทคโนโลยีเหนือชั้นแค่ไหน พอเจอกับตัวตนเหนือชั้นยิ่งกว่าสิ่งมีชีวิตทรงภูมิปัญญาไปหลายขุมที่ความแข็งแกร่งและเล่ห์เหลี่ยมใช่ไม่ได้ผลเขาก็ยังต้องยอมถอยพร้อมลดตัวให้เล็กลงเท่าที่จะเล็กได้เพราะพวกมันเกินกว่าความสามารถในปัจจุบันของเขาจะต่อต้าน

            “เอ่อ...ผู้อาวุโสโปรดชี้ความกระจ่างให้ผู้น้อย”แอนดรูว์สงบนิ่ง แสดงท่าทางนอบน้อมเหมือนเด็กน้อยพบเจอคนเฒ่าคนแก่

            “กลับมายกระดับชนรุ่นหลังในเผ่าพันธุ์ข้า”คำพูดของร่างเงาทำให้แอนดรูว์รู้สึกใจสั่น ฉับพลันความคิดทั้งหมดต่างกระจ่างเขารีบยกคำมั่นสัญญามาสมทบในคำพูด

            “เรื่องนี้ต้องเป็นไปตามสัญญาผู้น้อยไม่อาจผิดคำสัญญาได้ ไม่งั้นความน่าเชื่อถือของผู้น้อยต่อผู้อาวุโสจะลดลง...ผู้อาวุโสคงไม่คิดให้ผู้น้อย....”

            “ไร้สาระข้าผู้ยิ่งใหญ่เบื่อหน่ายเกินรอคอย สัญญาเล็กน้อยข้ามองข้ามได้” แรงกดดันไร้รูปจากร่างเงาตรงเข้าหาแอนดรูว์แม้ว่านี่จะเป็นเพียงความฝัน แต่ตัวแอนดรูว์หรือร่างเงานั้นคือดวงวิญญาณของจริงต่อให้ดวงวิญญาณเขาจะแข็งแกร่งยังไงมันไม่มีทางจะเทียบตัวตนเบื้องหน้าที่เลือกจะเก็บซ่อนรูปลักษณ์

            ถึงดวงวิญญาณแอนดรูว์จะแข็งแกร่งจนมองทะลุผ่านร่างเงาเห็นร่างภายในเงาของตัวตนเบื้องหน้า เขาก็เห็นเพียงร่างแปลงของดวงวิญญาณไม่ใช่ร่างที่แท้จริง

            ต่อให้ดวงวิญญาณเขาไม่วันถูกตัวตนเหนือชั้นทำลายได้ง่ายก็ตามเขาก็เลือกสงบอารมณ์ ใช้ความคิดและเหตุผลกับตัวตนตรงหน้า เพราะปัจจัยหลายอย่างไม่ว่าจะด้านความแข็งแกร่ง ขุมกำลัง ความลึกลับ...ทุกด้านเขาต่างตกเป็นรองอีกฝ่ายอยู่หลายขุมชนิดที่ว่ามองไม่เห็นฝุ่น

            อีกทั้งด้วยเหตุผลเดียวที่ไม่มีอะไรมาทดแทนได้นั่นคือตัวตนตรงหน้าคือหนึ่งในตัวตนที่อยู่มานานแสนนานเกินกว่าความเข้าใจของเขามันจึงจะเป็นหนทางฉลาดกว่าที่จะเลือกพูดคุยด้วยเหตุผลต่อให้อีกฝ่ายอยากใช้กำลังเขาก็ต้องใช้เหตุผลโน้มน้าวให้จงได้

            “ผู้อาวุโสโปรดระงับความไม่พอใจผู้น้อยขอร้องให้ท่านใช้เหตุผล” แอนดรูว์ทำท่าทางคารวะร่างเงาท่าทางเขานอบน้อมจนไม่สามารถนอบน้อมได้มากไปกว่านี้

            “ได้ เห็นว่าเจ้าจริงใจข้าจะไม่ถือสาการปฏิเสธครั้งนี้”

            แรงกดดันจากร่างเงาลดลงไปอย่างช้าๆแต่แอนดรูว์เริ่มรู้สึกเบาใจได้ไม่ทันไร ร่างเงากลับแสดงความเผด็จการผ่านคำพูด

            “เช่นนั้นข้าให้โอกาสตอบสนองความต้องการข้าอีกครั้งหาไม่แล้วข้าจะฉีกมิติไปคว้าตัวเจ้าในเร็ววัน”

            “เอ่ออออผู้อาวุโสนี่มันไม่ถูกต้อง ท่านไม่อาจรังแกผู้อ่อนแอกว่าภายใต้พันธสัญญาโลหิตโบราณที่ทำร่วมกัน”แอนดรูว์ก้าวถอยหลังหวังให้ดวงวิญญาณเขาถอยห่างไปจากร่างเงา

            แอนดรูว์กลับไม่คาดคิดว่าร่างเงาจะดึงม้วนหนังสีดำแผ่นหนึ่งออกมาจากตัวมันก่อนเปิดออกให้แอนดรูว์เห็น

            บนม้วนหนังสีดำมีอักษรเก่าแก่สีแดงสลับสีทองอมฟ้ายากเข้าใจเพราะบนม้วนหนังเป็นภาษาโบราณแผ่กลิ่นอายน่าสะพรึงกลัวมองผิวเผินอาจไม่เห็นความลึกลับมากมายบนม้วนหนังสีดำที่แท้จริงแล้วมีโซ่อักขระหลากสีมากมายตรึงสะกดข้อความ เชื่อมต่อไปทางแอนดรูว์และร่างเงา

            ‘ของจริง’ใจแอนดรูว์กระตุกวูบ เพราะม้วนหนังสีดำไม่ควรอยู่ในมืออีกฝ่าย

            “เป็นของจริง..แน่แท้”ร่างเงาสีดำพูดขึ้นพร้อมทำท่าจะทำลายม้วนหนังสีดำ

            “นะ..นะ..นี่ผู้อาวุโสท่านคิดทำลายสัญญา!?” แอนดรูว์ตื่นตกใจฉับพลันเขามีความคิดหลบหนี เขาเชื่อตัวเองอย่างสุดใจว่ายังไงร่างเงาตรงหน้าต้องทำลายสัญญาไม่อย่างนั้นมันเป็นไปไม่ได้เลยที่สัญญาม้วนนี้จะไปอยู่ในมืออีกฝ่าย

            “เจ้าคิดหลบหนี?” ร่างเงาขยับมือ ตัวอักษรบนม้วนหนังสีดำเกิดการสั่นไหว ตามมาด้วยเสียง โคล้งเคล้ง! ของโซ่คล้ายกำลังถูกบดขยี้

            “ไม่หาญกล้า ไม่หาญกล้าผู้น้อยไม่มีความกล้าปานนั้น ต่อหน้าผู้อาวุโสไม่ว่าความจริงหรือฝัน ผู้น้อยไม่กล้าไม่เคารพ”ท่าทีแอนดรูว์ไม่มีการเปลี่ยนแปลง ผิดกับภายในใจลึก ๆ คิดหลายอย่างอยู่หลายตลบ

            ‘เราอยู่ในฝันแน่นอนเงาตรงหน้าคือมันไม่ผิดแน่ ตัวตนที่ไม่สามารถพูหรือคิดถึงมันโดยตรงได้ตามสัญญาต้องรอเวลาอีกหลายปีถึงจะครบกำหนด...จำไม่ผิดก่อนเราออกมามันต้องจำศีลอยู่ที่ไหนสักแห่งไม่รู้หรอกว่ามีอะไรไปกระตุ้นมันให้ผิดสัญญาแต่จากพันธสัญญาที่ศึกษามาจากข้อมูลหลายแหล่งผู้ละเมิดหรือทำลายสัญญาจะได้ผลสะท้อนกลับรุนแรง

            ส่วนม้วนสัญญาจะอยู่ในพื้นที่มิติฉีกขาดแห่งกาลอวกาศตามความเข้าใจของเรา พื้นที่นั้นสิ่งมีชีวิตไม่สามารถเข้าไปได้ต่อให้เป็นมันพอเข้าไปจะต้องตายสถานเดียวนอกจากมันจะมีความแข็งแกร่งเกินขอบเขตที่เราเคยรู้จัก ไม่มันก็มีวิธีการพิเศษบางอย่างที่ช่วยให้เข้าไปเอาม้วนสัญญา

            กรณีของไอ้ตัวน่าตายนี่มันอยู่มานาน เราไม่สามารถหาถึงต้นตอของเหตุผลอาจเป็นทั้งสองอย่างหรือไม่ใช่ทั้งสองอย่างอยากออกจากสถานการณ์นี้ต้องรู้จุดประสงค์ที่แท้จริงของมันก่อนถ้าจุดประสงค์มันพอยอมรับได้ก็รับ รับไม่ได้ก็ค่อยรีบหนีไปให้ไกลไกลพอที่มันจะไม่สามารถตามหาได้สักระยะหนึ่งเพื่อเตรียมตัวหลบหนีในสถานการณ์ที่เหนือการคาดหมาย’

            เคล้ง เคล้ง.......

            เสียงโซ่สั่นไม่หยุดม้วนหนังสีดำเริ่มสั่นไหว โซ่บางเส้นเริ่มเกิดรอยร้าวบาง ๆ

            “ผู้อาวุโสทำลายม้วนสัญญาผลร้ายย่อมตามมามากกว่าผลดี”แอนดรูว์พูดขึ้นเป็นการหยั่งเชิงอีกฝ่ายว่ากล้าทำลายสัญญาจริงหรือไม่เขากลับไม่คิดว่าร่างเงาจะออกแรงมากกว่าเดิมเพิ่มหลายเท่า

            “เรื่องนี้ข้ารู้ดีไม่ต้องให้เจ้ามาย้ำเตือน” ร่างเงาพูดคล้ายไม่พอใจ

            “ผู้อาวุโสคิดทำลายสัญญาหรือว่าต้องการใช้กำลังกับผู้น้อย” แอนดรูว์ระวังตัวมากขึ้น

            “ใช้กำลัง! ใช้กำลังแล้วอย่างไร” ร่างเงาใช้สายตาเฉียบคมมองมายังแอนดรูว์ราวกับบอกว่าผู้อ่อนแอย่อมอยู่ใต้ฝ่าเท้าผู้แข็งแกร่ง

            “นี่คือความต้องการของผู้อาวุโสจริงๆ” แอนดรูว์ถามหยั่งเชิงอีกครั้งถึงเขาจะแน่ใจเต็มร้อยว่าอีกฝ่ายต้องการให้เขากลับไปเป็นแรงงานของมันไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตาม

            “แล้วอย่างไร”ร่างเงาตอบคล้ายไม่ใส่ใจ

            “เมื่อเป็นความต้องการของผู้อาวุโสผู้ยิ่งใหญ่ผู้น้อยไร้กำลังยากต่อต้าน...”

            “เจ้ายินยอมทำตามความต้องการของข้า?” ร่างเงาสงสัยในคำพูดของแอนดรูว์

            “แน่นอนว่า...ไม่!” สิ้นประโยคคำพูดของแอนดรูว์ หญ้าบนพื้นพลันพุ่งเข้าหาร่างเงาเสมือนใบมีดตะวันจันทร์เพ็ญแตกสลายไม่ต่างจากดวงดาวระเบิดใต้ร่างแอนดรูว์เกิดช่องมิติดึงดูดจิตวิญญาณเขาลงไป

            “ไม่คาดว่าจะเป็นทางเลือกของเจ้า”ร่างเงาแสยะยิ้ม ม้วนสัญญาถูกทำลายกลายเป็นเศษผงในการบดขยี้เพียงครั้งเดียวก่อนทุกสิ่งอย่างจะถูกคลื่นพลังที่หลงเหลือจากการทำลายม้วนสัญญากวาดพัดให้สลายหายไป

            หวือออออออ

            ร่างเงาฉีกมิติในความฝันพุ่งร่างหายเข้าไปในความมืดมิด

            .

            .

            .

            ภายในความมืดมิดไร้สิ้นสุดของความฝัน

            จิตวิญญาณของแอนดรูว์ดำดิ่งเพื่อให้หลุดออกจากความฝันเขาไม่คิดว่าฝันของเขา ที่เขาเป็นผู้สามารถควบคุมทุกอย่างภายในความฝันได้จะไม่สามารถหลุดออกจากความฝันแม้จะมีวิธีก็ตาม แถมเขายังรู้สึกเหมือนยมทูตกำลังคืบคลานเข้ามาใกล้

            “ในความฝันของเรา เราควบคุมได้ไม่เต็มร้อยแสดงว่ามันกำลังขัดขวางเราอยู่ มันคงอยากจับจิตวิญญาณเราจนใจจะขาด”แอนดรูว์คิดพลางรับรู้ถึงความผันผวนในความมืดที่มาพร้อมกับเสียงไม่คุ้นเคย

            “ทางดี ๆมีไม่เลือกเดิน กลับเลือกเดินสู่ความยากลำบากจับเจ้าได้ข้าจะเอาเจ้าไปเป็นทาสในเผ่าข้า”

            “ผู้อาวุโสบีบบังคับกันเกินไป อย่าคิดว่าผู้น้อยจะยอมง่าย ๆ” แอนดรูว์แค่นเสียงเย็นชาใช้ความเป็นเจ้าของความฝันหยุดยั้งไม่ให้ร่างเงาเข้าถึงตัวเขาได้

            “คิดจะหยุดข้าจิตวิญญาณเจ้ายังไม่แข็งแกร่งพอ”

            “งั้นหรอผู้อาวุโสคิดรึว่าจิตวิญญาณผู้น้อยเป็นจิตแรกเกิดของลูกไก่รึไง”

            วูบวาบ! แสงสว่างเจิดจ้ากวาดผ่านความมืดครู่หนึ่ง เผยให้เห็นม่านกั้นกีดขวางแอนดรูว์กับร่างเงาสีดำ

            ร่างเงาสีดำมีท่าทีตกใจทว่า! หลังจากแสงหายไป แอนดรูว์ได้หลุดออกจากฝัน ส่วนร่างเงากำลังสลายหายไปทิ้งไว้เพียงเสียงที่สลายไปพร้อมกับดินแดนฝันแห่งนี้

            “ไม่คิดว่าจะเก็บซ่อนไว้ลึกมันเหมาะกับนิสัยเจ้าดี...รอวันที่ร่างกายเจ้าพัฒนาอีกครั้งกลิ่นอายเผ่าพันธุ์ของข้าบนตัวเจ้าจะเข้มข้นถึงตอนนั้นจะหาเจ้าพบได้ง่ายกว่าเดิม..จิตวิญญาณมหา.......”

    คล้ายกับเรื่องAstral Beast Hunter (นักล่าอสูรดวงดาว) ที่คุณอ่าน