ซิ่วหนานชิงใช้เวลาประมาณครึ่งวันในการค้นหาศิษย์ที่หายไปทั้งหมด
รวมเป็หกคน
อาจเป็ไปได้ว่าความสนใจของมารพุ่งเป้าไปที่ซิ่ว หนานชิง ดังนั้นศิษย์เหล่านี้จึงแค่ได้รับาเ็สาหัส ไม่ได้ถูกฆ่าตาย
จากที่ซิ่วหนานชิงเล่า ลู่เสวียนยังได้รู้เื่สถานการณ์ของพวกมารเป่ยหยวนกับตงโจว
เมื่อหลายพันปีก่อน เป่ยหยวน้าบุกรุกตงโจว
อย่างไรก็ตาม ตงโจวมีเื้ัที่แข็งแกร่ง หลังจากการต่อสู้หลายครั้ง พวกเขาก็จบเื่ด้วยชัยชนะ
แต่เป่ยหยวนไม่เคยเลิกล้มความคิดที่จะยึดครองตงโจว จึงแอบส่งทหารที่แข็งแกร่งมาตั้งรกราก จัดตั้งองค์กร และโจมตีสังหารอัจฉริยะของอาณาเต๋าต๋า
หลายปีที่ผ่านมา พวกเขาก็ประสบความสำเร็จหลายครั้ง
มีอัจฉริยะมากมายในอาณาเต๋า ซึ่งเป็ไปไม่ได้ที่อัจฉริยะทุกคนจะมีผู้พิทักษ์ที่แข็งแกร่งเพียงพอ!
นอกจากนี้ ยังมีสถานที่หลายแห่งในอาณาเต๋าที่ต้องได้รับการปกป้อง
ระหว่างทางกลับไปที่อาณาเต๋า ลู่เสวียนก็ได้รู้ถึงตัวตนของซิ่วหนานชิงผ่านการพูดคุยกัน
นางเป็ลูกสาวของผู้าุโสามของนิกายดาราม่วง!
ตำแหน่งนี้เรียกได้ว่าโดดเด่นสุดๆ!
ไม่น่าแปลกใจเลยที่อายุแค่นี้ นางสามารถฝึกตนไปถึงระดับอาณาจักรสรรค์สร้างขั้นที่สามได้!
เรือเมฆาขนาดใหญ่ได้ลอยขึ้นไปบนท้องฟ้า
ลู่เสวียนยืนอยู่ที่ดาดฟ้าบนเรือ ซึ่งมีซิ่วหนานชิงยืนอยู่ข้างๆ
จริงๆ แล้ว เขา้าอยู่คนเดียวเงียบๆ เพื่อทบทวนการต่อสู้ก่อนหน้านี้ เพื่อดูว่ามีข้อบกพร่องอะไรหรือไม่
แต่ดูเหมือนว่าซิ่วหนานชิงจะสนใจเขามาก จึงติดตามอยู่ใกล้เขาตลอดเวลา
โดยเฉพาะสายตานั้นที่จ้องมาที่เขา
“ศิษย์พี่ลู่ ข้าคิดว่าท่านเหมาะกับการฝึกร่างกายมากกว่า ท่านอยากมาที่นิกายดาราม่วงของข้าไหม”
ซิ่วหนานชิงกล่าว ดวงตาคู่สวยของนางเต็มไปด้วยความคาดหวัง
“ถึงแม้ว่าการฝึกร่างกายจะทรงพลัง แต่ข้าก็ชอบวิชาดาบมากกว่า”
ลู่เสวียนครุ่นคิดเื่นี้ ก่อนกล่าวตอบ
นี่คือความจริง การฝึกร่างกายของเขา ส่วนใหญ่ก็เพื่อเพิ่มการป้องกันทางร่างกาย ไม่ใช่เพราะชอบมัน
“วิชาดาบมีอะไรน่าสนใจนักหนา”
ซิ่วหนานชิงเม้มปาก "การฝึกร่างกายของท่านแข็งแกร่งกว่าวิชาดาบมาก!"
“นั่นเป็เพราะว่าวิชาดาบของข้าเพิ่งถึงขั้นแรกเท่านั้น ถ้ามันไปถึงขั้นสมบูรณ์แบบ พลังของมันจะไม่ต่ำกว่าการฝึกร่างกายอย่างแน่นอน”
ลู่เสวียนยิ้มเล็กน้อย
ที่เขาสามารถฝึกทักษะอรหันต์ร่างทองได้อย่างรวดเร็วนั้น ส่วนใหญ่เป็เพราะเม็ดยาโพธิธาตุ
แต่วิชาดาบเกิงจิน ไม่มีโชคเช่นนี้
พลังปราณเกิงจินล้วนอยู่ในมือของนิกายสี่ชั้นยอด มันจึงไม่ง่ายนักที่เขาจะฝึกฝนด้วยตัวเองเพื่อให้มันบรรลุผลสำเร็จ
วิชาดาบเกิงจินนั้น แบ่งออกเป็สามขั้น
ในแต่ละขั้นของการฝึก ตัวอ่อนดาบจะแข็งแกร่งขึ้น และปราณดาบเกิงจินที่สามารถใช้ได้ก็จะเพิ่มมากขึ้นถึงสิบเท่า!
สรุปก็คือ ถ้าลู่เสวียนฝึกไปถึงขั้นที่สาม ปราณดาบเกิงจินที่เขาสามารถเรียกออกมาได้จะมีมากถึง 10,000!
อาจกล่าวได้ว่าหากเขาฝึกฝนวิชาดาบเกิงจินได้สำเร็จ มารนั่นคงจะไม่สามารถหลบหนีได้ในวันนี้ และจะถูกเขาฆ่าตายโดยตรงทันที
วิชาดาบเกิงจิน เป็ทักษะการต่อสู้ที่มีไว้เพื่อฆ่าอย่างแท้จริง
แม้ว่าพลังของมันจะเทียบไม่ได้กับวิชาอรหันต์ร่างทอง แต่ทั้งสองอย่างก็ไม่ใช่ทักษะการต่อสู้ประเภทเดียวกัน
“วิชาดาบของท่าน ดูเหมือนจะ้าพลังปราณเกิงจินใช่ไหม”
ซิ่วหนานชิงพลันกลอกตาของนาง และมุมปากของนางก็ยกโค้งขึ้นยิ้มอย่างสวยงาม
"อืม"
ดวงตาของลู่เสวียนมองไปในระยะไกล โดยธรรมชาติแล้ว เขาไม่เห็นการแสดงออกของซิ่วหนานชิง เขาเพียงแค่กล่าวตอบอย่างไม่เป็ทางการเท่านั้น
"นี่สำหรับท่าน แทนคำขอบคุณที่ช่วยชีวิตข้าไว้!"
ซิ่วหนานชิงพลันพลิกมือขวาของนาง และขวดสีทองขนาดเล็กก็ปรากฏขึ้นมาบนฝ่ามือของนาง
"นี่คือ?"
เมื่อได้ยินเช่นนี้ ลู่เสวียนก็มองไปที่ขวด
“ท่านไม่ใช่้าปราณเกิงจินหรือ? มันน่าจะมีประมาณพันเส้นในนั้น!”
ซิ่วหนานชิงยิ้ม เผยให้เห็นลักยิ้มเล็กๆ สองรอยบนแก้มของนาง “น่าเสียดายที่ปราณทั้งห้าในดินแดนศักดิ์สิทธิ์ที่นิกายดาราม่วงอยู่ ปกติแล้วจะมีแต่คุณสมบัติสองอย่างของปราณไฟและดิน ไม่เช่นนั้น ปราณเกิงจินคงจะมีมากกว่านี้”
“บอกตามตรง ข้าไม่สามารถปฏิเสธของขวัญขอบคุณของเ้าได้ มันมีค่ามาก”
ดวงตาของลู่เสวียนต้องสว่างขึ้นเล็กน้อย
เขาถูกดึงดูดจริงๆ
เขาใช้เวลามากกว่าสองเดือนในนิกายในการดูดซับปราณเกิงจินหลายร้อยเส้น
และนั่นคือเกือบจะทั้งหมดในอาณาเขตของนิกายแล้ว
ซึ่งหากเขา้าดูดซับเพิ่ม เขาทำได้เพียงต้องไปยังอาณาเขตของนิกายอื่นเท่านั้น
แต่พลังปราณทั้งห้ามีค่ามาก คนภายนอกนิกายจะได้รับอนุญาตให้ดูดซับมันได้อย่างไร
ด้วยความมั่งคั่งในปัจจุบันของนิกายตงหลิน สามารถซื้อปราณเกิงจินได้มากสุดเพียงพันเส้นเท่านั้น แต่มันจะกระทบรากฐานของนิกายอย่างมาก
“ศิษย์พี่ลู่ ดูสิ่งที่ท่านพูดสิ ท่านคิดว่าชีวิตของข้าไม่คุ้มกับราคานี้หรือไง!”
ซิ่วหนานชิงมุ่ยหน้า "ถ้าไม่ใช่เพราะว่าข้าไม่มีของอะไรดีๆ ในร่างกายของข้าเลย ข้าคงตอบแทนท่านด้วยสมบัติที่ดีกว่านี้ไปแล้ว!"
“แทนที่จะเป็ปราณเกิงจินเพียงแค่พันเส้น”
สมกับที่เป็ลูกสาวของผู้าุโนิกายดารา นางมีสไตล์ของหญิงสาวที่ร่ำรวยอยู่ด้วยเล็กน้อย
ลู่เสวียนต้องส่ายหน้าและยิ้ม
“เอาน่า ศิษย์พี่ลู่ ยอมรับเถอะ!”
ซิ่วหนานชิงพลันยัดขวดยาลงในมือของลู่เสวียน
"ตกลง"
ลู่เสวียนรับมันไว้
บางทีในความคิดของเขา ที่เขาช่วยซิ่วหนานชิงในครั้งนี้ เป็เพราะเขาเป็ศิษย์ของอาณาเต๋า ดังนั้นเขาจึงมาช่วย เมื่อเขาทำได้
แต่สำหรับซิ่วหนานชิงแล้ว มันเท่ากับการให้ชีวิตใหม่กับนาง
ความรู้สึกนั้นต่างกัน และความสำคัญเองก็ต่างกันด้วย
หลังจากคิดเื่นี้แล้ว ลู่เสวียนก็ไม่ปฏิเสธ
[ติ๊ง!]
[ท่านได้รับโอกาส ได้โปรดมอบโอกาสให้คนอื่นโดยเร็วที่สุด ไม่งั้นจะเสียการชดเชยคริติคอลหลังจากสามวัน!]
ในเวลานี้ เสียงของระบบพลันดังขึ้นมาในใจของเขา
จบบทที่ 30