
ผมมึนงงและทำตัวไม่ถูกกับสิ่งที่เกิดขึ้น จนต้องพยายามเรียบเรียงความคิดอยู่ครู่หนึ่งโต๊ะ?... เรามานั่งอยู่ที่โต๊ะของคนอื่นผมมองไปที่โต๊ะก็พบว่ามีแก้วสองสามใบและขวดวางอยู่จริง ๆผมหันไปมองชาโดว์เพื่อพยายามจะขอความช่วยเหลือ.. แต่หน้ากากของไอ้หมอนี่ไม่ได้แสดงความรู้สึกอะไรออกมาเลย หรือเอาจริง ๆ ท่าทีของมันก็ดูไม่ได้รู้สึกสนอกสนใจเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเลยด้วยซ้ำ มัวแต่จ้องไปไหนก็ไม่รู้“ฉันถามนายว่า... นี่โต๊ะของพวกฉัน พวกนายเข้ามานั่งทำไม?”เสียงของเธอเรียกสติผมกลับมาอีกครั้งหนึ่ง พร้อม ๆ กับที่ผู้คนโดยรอบก็เริ่มให้ความสนใจกับเรามากขึ้นเหมือนกัน“เออ ผมขอโทษ พอดีเพื่อนผมบอกว่าให้ขึ้นมานั่งที่โต๊ะนี้ ผมเลยคิดว่ามันว่าง พอดีผมพึ่งมาที่นี่ครั้งแรก...”ผมสังเกตว่าผู้หญิงคนนี้มากับผู้ชายอีกสองคนที่สวมเสื้อสูทสีดำ กางเกงสแล็คสีดำ คนหนึ่งตัดผมสั้นคล้ายแบบทรงผมของทหาร จอนทั้งสองข้างที่ถูกไถเกรียนรวมไปถึงผมบนหัวของเขาแลดูออกเป็นสีเทา ๆ ส่วนขนาดตัวก็โตพอ ๆ กันกับวลาดิเมียร์เลยทีเดียว ส่วนอีกคนรูปร่างไม่ต่างจากโจจิสักเท่าไร คนที่ตัวเล็กกว่านี้ไว้ผมยาวประมาณกลางหลัง ผมยาวดำขลับนั้นให้อารมณ์เหมือนกับนักร้องเพลงร็อคอะไรประมานนั้นพอกลับมามองที่ผู้หญิงคนนี้ จะว่าไปเธอก็หน้าตาไม่เลวเลย จะเรียกว่าสวยก็ไม่ผิดอะไร เพียงแต่ความสวยนี้มีความดื้อรั้นและแข็งแกร่งแฝงอยู่ด้วย เธอใส่แจ็คเก็ตหนังรัดรูปสีดำ ทับกับเสื้อเอวลอยสีแดง กางเกงยีนส์รัดรูปที่ขาดแบบพอดี ๆ ตรงต้นขาและเข่า ผมสั้นสีดำของเธอก็ถูกจัดแต่งทรงเป็นอย่างดี และผิวของเธอเนียนสวยเป็นสีน้ำตาลแดง เธอช่าง...“ตกลงนายจะเอายังไง มัวแต่มาจ้องหน้าฉันอยู่เนี่ย” เธอยืนกอดอกและมีท่าทีไม่พอใจผมมากขึ้นเรื่อย ๆ...ผมสะดุ้งเพราะเสียงของเธอ ไม่รู้ว่าทำไมผมถึงเหม่อลอยอะไรแปลก ๆ แบบนี้ก็ไม่รู้ ผมเริ่มคิดในใจว่าจะเอายังไงต่อดี ถ้าวลาดิเมียร์กับโจจิไม่รีบมา ผมก็ไม่รู้ว่าควรวางท่าทีแบบไหน ควรลุกออกจากโต๊ะไป หรือว่านั่งต่อโดยไม่ต้องสนใจอะไรดี จริงอยู่ที่ว่าโต๊ะนี้มีของวางอยู่ แต่ก็ไม่ได้แปลว่าเป็นโต๊ะของเธอนี่ เธอยังคงพูดต่อไม่หยุด จนผมเองก็เริ่มรู้สึกไม่พอใจขึ้นมาเหมือนกันตอนนี้ทั้งคนที่นั่งอยู่ใกล้ ๆ และเต้นอยู่โดยรอบเริ่มหันมามองพวกเรากันเป็นตาเดียว“ตกลงจะลุกไปดี ๆ หรือว่าจะต้องโดนลากออกไป...”ผมตัดสินใจจะพูดโต้ตอบเธอละ ก็ผมไม่รู้จริง ๆ นี่ว่าโต๊ะนี้เป็นของเธอกับพวกจริง ๆ หรือเปล่า แต่ไม่ทันที่ปากผมจะได้พูดอะไรออกไป“คาล เฮ้ คาลนายไปทำอะไรตรงนั้น”ผมได้ยินเสียงตะโกนของวลาดิเมียร์เรียกจากอีกด้านหนึ่งห่างออกไป เดี๋ยว... ก็นายบอกให้มานั่งตรงนี้ไงผมคิด ผมทำหน้าไม่เข้าใจพร้อมกับเอามือแสดงท่าทีชี้ไปมา“คาล นี่มันโซนวีไอพี ป้ายแปะอยู่ตรงนี้ มันไม่ใช่ที่ที่ใครก็ได้จะเข้าไป” วลาดิเมียร์เงยหน้ากลอกตาไปที่ป้ายทางด้านบน “มานี่มาทางนี้” แล้วก็เอียงหัวไปอีกทางนี่ผมนั่งผิดที่ ทำไมผมถึงงงเบลออะไรขนาดนี้เนี่ยผมรีบหันไปมองชาโดว์เพื่อจะชวนกันลุก แต่ปรากฏว่าหมอนั่นหายไปไหนก็ไม่รู้เสียแล้ว พอผมลุกขึ้นแล้วหันกลับไปยังวลาดิเมียร์กลับกลายเป็นว่าชาโดว์ไปโผล่อยู่ตรงนั้นกับวลาดิเมียร์และโจจิเรียบร้อยแล้ว มันน่าหงุดหงิดจริง ๆ ไอ้หมอนี่ผมหันไปมองคนกลุ่มนั้น ผงกหัวให้เบา ๆ เพื่อแสดงความขอโทษ แล้วรีบเดินหลบออกมาจากบริเวณนั้น แต่ไม่ทันที่จะพ้นโต๊ะออกมาได้ไกล มือเรียวเล็กแต่ทรงพลังข้างหนึ่งก็ตะปบลงที่ไหล่ของผม“ฉันยังไม่ได้บอกให้นายไปไหน นายจะแค่ลุกไปเฉย ๆ แบบนี้ไม่ได้!”ผู้หญิงคนนั้นอีกละผมคิด จะเอายังไงกันแน่เนี่ย ผมก็ลุกออกมาแล้ว“ก็ผมขอโทษแล้วไง ผมเข้าใจผิดเองที่มานั่งโต๊ะของพวกคุณ และนี่ผมก็จะไปแล้ว เพื่อนผมมาเรียกอยู่ตรงนั้นแล้ว” ผมเริ่มเสียงแข็งขึ้นมาเพราะความหงุดหงิด และความเอาแต่ใจของเธอผมปัดมือของเธอออกและพยายามจะเลี่ยงปัญหาโง่ ๆ ที่เกิดขึ้นด้วยการรีบออกไปให้พ้นจากตรงนั้นแต่แล้วชายร่างใหญ่คนนั้นก็เข้ามายืนขวางทางผม พร้อมกับพูดด้วยเสียงนิ่งแข็งและดังสนั่นว่า“ถ้าวายายังไม่ให้แกไปไหน แกก็ไม่สามารถไปไหนได้”พร้อม ๆ กับที่ชายร่างใหญ่พูดจบ มือใหญ่ข้างหนึ่งก็จับเข้าที่ต้นแขนของเขา“เพื่อนฉันเข้าใจผิดไปหน่อย เขาพึ่งมาที่ ORIGIN ครั้งแรก ให้อภัยเขาหน่อยเถอะน่าสหาย” วลาดิเมียร์พยายามเข้ามาไกล่เกลี่ย พร้อมทำสีหน้าที่เป็นมิตรสุดชีวิตวลาดิเมียร์มองหน้าชายคนนั้นค้างอยู่พักหนึ่ง แล้วก็กล่าวอย่างตกใจว่า“เฮ้ เดี๋ยวก่อน นี่อมาร็อคนี่น่า นี่ฉันเองวลาดิเมียร์”“วลาดิเมียร์.. วลาด? นี่นายมาถึงเซกเตอร์สิบเจ็ดตั้งแต่เมื่อไร?”“ฉันพึ่งมาถึงเมื่อวันก่อนนี่เอง มารับภารกิจใหม่น่ะ แล้วนายมาที่นี่... เดี๋ยวนะหมายความว่า...” อยู่ ๆ วลาดิเมียร์ก็ชะงักและหันไปมองรอบ ๆ จนสายตาของเขาไปสบเข้ากับผู้หญิงคนนั้น“ท่านหญิงวายา” อยู่ ๆ วลาดิเมียร์ที่ปกติมีท่าทีโหวกเหวกโวยวายก็กลับกลายเป็นนอบน้อม และโค้งให้กับผู้หญิงปากร้ายคนนั้น ไม่เพียงเท่านั้นมือใหญ่ ๆ ของเขายังเอื้อมมาคว้าหัวของผมให้ก้มตามลงไปอีกด้วย“เดี๋ยวนะ นี่มันเรื่องอะไรกัน” ผมพยายามปัดมือของวลาดิเมียร์ออกและฝืนตัวขึ้น“นายอยู่นิ่ง ๆ ก่อน เชื่อฉัน อย่าพึ่งวุ่นวาย” วลาดิเมียร์หันมาพูดกับผมเบา ๆ ด้วยเสียงเน้นย้ำ“ท่านหญิง ข้าต้องขออภัยแทนเพื่อนของข้าด้วย เพื่อนของข้าเข้าใจผิดเลอะเลือนเลยเข้ามานั่งในที่ของท่าน ขอโปรดอภัยให้พวกเราด้วยเถอะ” “ฉันยินดีที่ได้พบเจ้าอีกครั้งนะวลาด แต่เพื่อนของเจ้า มันคิดว่า แค่ขอโทษเฉย ๆ แล้วทุกอย่างมันจะจบง่าย ๆ เหรอไง” วายาขึ้นเสียงและตะปบโต๊ะจนพังหักครึ่ง ตอนนั้นทุกคนบนชั้นสองหยุดการกระทำทุกอย่างของตัวเอง“ขอโทษด้วยนะคะแขกผู้มีเกียรติทุกท่าน มีอะไรให้ทางเราช่วยดูแลได้บ้างคะ”เสียงหวานใสของผู้หญิงคนหนึ่งกล่าวขึ้นมาทำลายบรรยากาศที่ตึงเครียดลงในทันที เสียงนั้นให้ความรู้สึกนุ่มลื่นดุจผ้าแพรเนื้อดี และทำให้เกิดความสงบขึ้นในจิตใจเมื่อได้ยิน ผมหันไปมองตามต้นเสียงแล้วพบเข้าว่าเจ้าของเสียงนั่นคือผู้หญิงคนเดียวกันกับที่ร้องเพลงอยู่บนเวทีเมื่อกี้ เพียงแต่คราวนี้ลายเกล็ดที่หน้าของเธอหายไป“ดิฉันลิเดียผู้รับผิดชอบแห่ง ORIGIN ยินดีให้การบริการทุกอย่างในขอบเขตที่ดิฉันทำได้ เพื่อจะช่วยให้ทุกท่านอารมณ์ดีขึ้นนะคะ ท่านหญิง และแขกผู้มีเกียรติ” ลิเดียเดินเข้ามาหยุดอยู่กึ่งกลางของพวกเราอย่างแช่มช้อย พร้อมกับใบหน้าที่ประดับไว้ด้วยรอยยิ้ม ส่วนสูงของเธอพอ ๆ กันกับเรย์ แต่ท่วงท่าทุก ๆ อย่างดูเป็นผู้ใหญ่กว่ามาก การปรากฏตัวของเธอเรียกความสนใจจากทุก ๆ คนในบริเวณได้เป็นอย่างมาก“ท่านหญิงวายา ข้าว่าพวกเรายุติความวุ่นวายนี้ไว้เพียงเท่านี้เถอะ ถ้าเรื่องทั้งหมดไปเข้าหูของฝ่าบาท...” นี่อมาร็อคโน้มกายไปกล่าวแก่วายา“ฉันบอกนายหลายทีแล้วว่าให้เรียกฉันว่าวายา เรียกฉันว่าท่านหญิงตอนที่อยู่ต่อหน้าท่านพี่ก็พอแล้ว ...ส่วนเรื่องนี้” วายาเงียบไปครู่หนึ่ง “ฉัน...”ลิเดียพูดตัดบทก่อนที่วายาจะพูดสิ่งที่คิดออกมา“ดิฉันขอจัดห้องรับร้องพิเศษให้ท่านหญิงและผู้ติดตาม และขอกำนัลเนคตาร์อายุสองพันปีแก่ท่านหญิงเพื่อเป็นการขออภัยที่ทางเรารับรองท่านหญิงได้ไม่ดีอย่างที่ควร” จากนั้นลิเดียก็จัดแจงให้บริกรจำนวนหนึ่งเตรียมพาวายาและบริวารให้ออกจากบริเวณ“ส่วนแขกผู้มีเกียรติท่านอื่น ๆ ดิฉันขอเชิญไปห้องรับรองอีกด้านหนึ่ง และขอไม่คิดค่าบริการต่าง ๆ สำหรับค่ำคืนนี้นะคะ” ลิเดียรีบหันมาจัดการความเรียบร้อยทางด้านของพวกเราบ้างแต่แล้วสิ่งที่ลิเดียจัดแจงเอาไว้ก็ไม่เป็นไปตามที่เธอคิดทั้งหมด“อมาร็อค ฉันจะกลับละ พาฉันออกไปจากที่นี่” วายายังคงความเอาแต่ใจเอาไว้ไม่เปลี่ยนแม้แต่น้อย เมื่อพูดจบเธอก็เดินนำอมาร็อคและผู้ชายอีกคนที่มาด้วยออกไปจากบริเวณนั้นทันที“ท่านหญิง... เอ่อ... วายา รอข้าก่อน” อมาร็อครีบทำท่าจะตามวายาออกไป แต่ก็หันมาคุยอะไรสองสามคำกับวลาดิเมียร์ก่อน“วลาด เรื่องที่เราเจอกันที่นี่วันนี้ขออย่าบอกใครนะ วันนี้ท่านหญิง เอ่อ ...วายาน่ะ หนีออกมาโดยไม่ได้บอกกับฝ่าบาทก่อน” “นี่เรื่องอะไรกันอีกแล้วนี่? ทะเลาะกันอีกแล้ว?” “ใช่ ไม่เปลี่ยนมาหลายร้อยปีแล้ว นายคงเข้าใจ ...แล้วเดี๋ยวเราค่อยหาโอกาสออกมาคุยกัน ลาก่อนสหาย”“ลาก่อนสหาย แล้วพบกันใหม่”แล้วอมาร็อคก็รีบตามวายาไป พร้อมกับทิ้งให้ทุกคนในที่นั้นยืนนิ่งอย่างงงงัน ลิเดียรีบออกคำสั่งให้บริกรกลุ่มหนึ่งออกไปตามส่งวายา และอีกกลุ่มหนึ่งค่อย ๆ กันคนที่ยืนมุงกันให้แยกย้ายกลับไปที่โต๊ะของตนเอง.............................................................อีกมุมหนึ่งของ ORIGIN ในห้องรับรองพิเศษห้องหนึ่งบนโต๊ะยาวตัวหนึ่งมีผู้ชายสองคนนั่งอยู่ มือของทั้งสองถือไว้ด้วยแก้วที่บรรจุด้วยเนคตาร์สีเหลืองใสราวกับอำพัน ด้านหลังของทั้งสองมีคนอีกกลุ่มหนึ่งยืนอยู่ราวกับเป็นองค์รักษ์ ทั้งสองมองออกไปทางช่องเปิดที่มองเห็นพื้นที่ของ ORIGIN เกือบทั้งหมด“ไม่คิดเลยว่าจะได้เห็นอะไรสนุก ๆ ที่นี่วันนี้”“นั่นซิ ไม่อยากคิดเลยว่าถ้าไลคาออนรู้ว่าน้องสาวของตัวเองหนีออกมาเที่ยวอีกแล้ว จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง หึ” “แล้วพวกเราจะเอายังไงกันดี ลองตามไปดูกันต่อหน่อยมั้ย?”“หึ หึ แล้วแต่นายเลยละกัน”“งั้นพวกเรา ...ชนแก้ว”เมื่อมองจากทิศทางที่โต๊ะของวายาตั้งอยู่ทิศทางที่ชาโดว์นั่งจ้องมาตลอด ก็คือห้องรับรองพิเศษห้องนี้นั่นเอง จบตอนที่ 7