บทที่ 6 เสียจูบ
จิวหลินใที่จู่ ๆ ชายร่างใหญ่ก็ได้จับปิ่นปักผมออกจากมือของนางไปโดยง่ายแถมตอนนี้นางยังตกอยู่ในอ้อมแขนเขาอีกต่างหาก
"ปล่อยข้านะ นี่เ้าเป็ใครกันแน่ไม่รู้หรือไงว่าข้าเป็ผู้ใดการถูกเนื้อต้องตัวข้าเ้ามีโทษถึงแก่ชีวิตได้" จิวหลินได้ขู่ชายตรงหน้าเพื่อให้เขาปล่อยนางออกจากการถูกเขาโอบนางไว้
"หึ ข้าไม่กลัวสักนิดเ้าก็แค่ชายาขององค์ชายอัปลักษณ์ ในวังหลวงแห่งนี้ไม่มีผู้ใดหวาดกลัวหรอกนะ เพราะองค์ชายอัปลักษณ์ไม่มีอำนาจในมือ ขนาดนางกำนัลขันทียังไม่มีผู้ใดเกรงกลัวเลย "
"เ้ารู้แล้วก็ปล่อยข้าสิ ถึงอย่างไรข้าก็มีฐานะเป็ถึงพระชายาขององค์ชายห้า เ้าไม่มีสิทธิ์ที่จะมาแตะต้องข้าเช่นนี้มิเช่นนั้นข้าจะะโเรียกให้ทหารมาช่วยและครั้งนี้ข้าไม่ได้ขู่จริง ๆ ด้วย" จิวหลินกำลังจะอ้าปากะโเรียกทหารแต่ทว่าต้องถูกชายแปลกหน้าผู้นี้ประกบจูบเพื่อปิดปากนางไว้ จิวหลินใเบิกตาโพลงโตเมื่อจู่ ๆ ริมฝีปากหนามาประกบปิดปากของนางจนไม่มีทางให้นางได้กรี๊ดออกมา เขาค่อย ๆ ใช้ลิ้นชุ่มกวาดเข้าไปในปากบางของนาง นี่เป็ครั้งแรกที่นางถูกบุรุษแตะเนื้อต้องตัวมีหรือที่นางจะมีเรี่ยวแรงตอบโต้แต่กลับอ่อนระทวยกับรสจูบที่เขากำลังลิ้มรสอยู่ในครานี้ ทำให้จิวหลินเคลิบเคลิ้มแต่เมื่อนางตั้งสติได้นางจึงใช้มือทุบไปที่อกของเขาเพื่อให้เขาหยุดการกระทำน่ารังเกียจนี้
"อื้อ อือ " เสียงที่เปล่งออกมาจากลำคอมือพรางผลักอกของเขาออก แม้ว่าเขาจะเสียดายที่จะชื่นชมสตรีหอมหวานผู้นี้แต่ตอนนี้เขาได้ยินเสียงทหารที่เฝ้ายามกำลังเดินมาทางนี้เขาจึงถอดริมฝีปากออกอย่างอ้อยอิ่งก่อนจะยิ้มหวานส่งสายตาเป็ประกายให้จิวหลิน ทำให้นางโมโหเป็อย่างมาก
"นี่เ้า เ้ามันเป็คนน่ารังเกียจ เ้ามาขโมยจูบข้า ข้าจะสั่งให้ทหารจับเ้าไปปะาเดี๋ยวนี้" ใบหน้าของจิวหลินแดงระเรื่อดวงตาสั่นเทา แต่เขากลับหัวเราะแถมยิ้มออกมาอย่างไม่เกรงกลัวแต่กลับหัวเราะเย้ยหยัน
"เฮอะ ! เอาสิหากเ้าะโบอกทหารเ้าคิดหรือว่าผู้ที่เสียหายจะเป็ข้า แต่เป็เ้าเสียมากกว่าที่เป็ถึงพระชายาขององค์ชายแต่กลับมายืนให้ชายอื่นขโมยจูบไปอย่างง่ายดาย เ้าคิดให้ดีนะพระชายา แล้วเจอกันใหม่" เขายิ้มมุมปากก่อนจะโบกมือลาจิวหลิน ก่อนจะหนีออกจากตรงนี้
"นี่เ้า เ้ามันเ้าเล่ห์" จิวหลินกำมือแน่นะโด่าแต่ไม่ทันไรเขาก็ได้ะโข้ามกำแพงไปเสียแล้ว ปล่อยให้นางยืนอารมณ์เสียอยู่เพียงลำพัง
"พระชายาท่านมายืนทำอันใดอยู่ตรงนี้พ่ะย่ะค่ะ" ทหารยามที่เดินตรวจตราก็มาถึงที่จิวหลินยืนอยู่ตรงนั้นพอดี นางไม่ค่อยรู้กฎของวังและนางเองก็หวาดกลัวการถูกลงโทษหากจะบอกทหารว่านางถูกชายแปลกหน้ามาทำเื่ไม่ดีถึงในตำหนัก นางจึงกัดฟันตอบทหารด้วยความจำใจ
"ข้าไล่หนูนะ มีหนูเข้ามาในตำหนักพวกเ้าไม่เห็นบางหรือ "
"หนูหรือพ่ะย่ะค่ะ " ทหารพากันขมวดคิ้วเข้าหากันอย่างสงสัย
"ใช่แล้ว! หนูนะแถมยังเป็หนูที่เ้าเล่ห์มาก ๆ เลยทีเดียวฝากพวกเ้าตามหาด้วย หากพบเจอก็จัดการฆ่าทิ้งซ่ะเพราะข้าเกลียดหนูเป็อย่างมาก " พูดจบจิวหลินก็ได้เดินจากตรงนั้นไปอย่างไม่สบอารมณ์ ทหารเมื่อเห็นว่าพระชายาเอ่ยว่ามีหนูในตำหนักเขาก็ได้เดินสำรวจตามหาหนูกันแต่หาเท่าไหร่ก็ไม่พบจึงเดินออกไปตรวจตราที่อื่นต่อ
ส่วนชายที่ขโมยจูบของจิวหลินไปก็ได้ะโเข้ามาเช่นเดิมแถมเื่เมื่อครู่เขาเองก็ได้ยินเต็มหู เขาไม่ได้โมโหแต่กลับชอบใจเสียมากกว่า
"น่าสนใจดี! คิดว่าจะเหมือนสตรีทั่วไปแต่เ้ากลับแตกต่างอย่างมาก ข้าชักสนใจในตัวเ้าเสียแล้วสิ" เขายืนกอดอกมองทอดสายตาไปยังตำหนักของพระชายาก่อนจะหายตัวไปอีกครั้ง
ฝั่งด้านจิวหลินเมื่อมาถึงห้องนางก็ได้ะเิอารมณ์ลงที่หมอนอย่างหนักหน่วง ทำให้ซือเล่อจ้องมองอย่างไม่เข้าใจเหตุใดอารมณ์ของนายหญิงของตนถึงเปลี่ยนไปได้เร็วถึงเพียงนี้
"ตุ๊บ! ตุ๊บ "
"อ๊ากกกก!!!"
"พระชายาท่านจะทุบหมอนทำไมเพคะ เกิดเื่อันใดขึ้นหรือเพคะแถมพระพักตร์ของพระชายาก็เริ่มแดงหรือว่าพระชายารู้สึกไม่สบายเพคะ ให้หม่อมฉันไปตามหมอหลวงมั้ยเพคะ? " ซือเล่อเป็ห่วงเมื่อเห็นว่าพระชายามีอาการแปลกไป
"เอ่อ ...เมื่อครู่ข้าเจอหนูนะ ข้ารังเกียจมันมากแถมขยะแขยงมันด้วย มันกำลังวิ่งเข้ามาใกล้ข้าทำให้เขากลัวแถมยังโกรธมันมากแต่โชคดีที่ทหารยามมาเจอเสียก่อน ข้าจึงนึกโมโหเวลาที่ข้าโมโหใบหน้าของข้าจะแดงเช่นนี้ เ้าไม่ต้องเป็กังวลอีกอย่างตอนนี้ก็ถึงเวลาที่เ้าจะพักแล้ว เ้าไปพักเสียเถอะ จริงสิเ้าเข้ามาที่นี่วันแรกพร้อมข้าคงยังไม่มีที่นอน เช่นนี้เ้ามานอนบนเตียงกับข้ามั้ย? " จิวหลินพยายามควบคุมตัวเองให้หยุดโมโหชายแปลกหน้าผู้นั้นมิเช่นนั้นจะทำให้ซือเล่อรู้ได้ นางจึงหันมาตอบคำซือเล่อและคิดเื่ที่นางต้องทำต่อจากนี้คือที่พักของซือเล่อ
"หม่อนฉันเป็เพียงข้ารับใช้มิอาจจะนอนบนเตียงของพระชายาได้หรอกเพคะ เช่นนั้นหม่อมฉันจะหาผ้ามาปูนอนใกล้ ๆ เตียงพระชายาแทนแล้วกันเพคะ "
"เช่นนั้นก็แล้วแต่เ้าเถิดหากถึงรุ่งสางข้าจะถามเื่นี้นางกำนัลว่าห้องของเ้าอยู่ที่ใด แต่ความจริงข้าอยากให้เ้าอยู่กับข้าทุกคืนวัน ข้ารู้สึกปลอดภัยและอบอุ่นหัวใจแต่ก็คงไม่ได้หรอกใช่มั้ย?" จิวหลินใบหน้าสลดลงเล็กน้อย เมื่อมองไปรอบ ๆ ห้องที่กว้างใหญ่นี้ ช่างอ้างว้างเหลือเกิน
"เพคะ ทรงทำเช่นนั้นไม่ได้ พระชายานอนพักเถอะเพคะ วันนี้เหน็ดเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว" แววตาที่ซือเล่อมองจิวหลินด้วยความเห็นใจ ทำให้จิวหลินพยักหน้าตอบและขึ้นเตียงนอนซือเล่อเดินเข้ามาใกล้ ๆ พร้อมห่มผ้าให้จิวหลินก่อนที่ตนเองจะเดินไปที่ตู้ผ้าเพื่อนำผ้ากับหมอนมาปูนอนหน้าเตียงนอนของจิวหลิน เมื่อจัดแจงที่นอนเสร็จสิ้นนางก็ได้ดับเทียนในห้องก็เต็มไปด้วยความมืด